ภานุที่นั่งขัดสมาธิและหลับตาบ่มเพาะนั้นได้เข้าสู่ภวังค์โดยสมบูรณ์ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้เวลานั้นได้ผ่านไปนานเพียงใด จนเมื่อมีเสียงไก่ขันดังขึ้นบ่งบอกว่าเวลานี้เป็นเวลาของช่วงเช้าแล้วและอีกไม่นานชายหนุ่มจะต้องไปโรงเรียน
เช้าวันนี้นั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก ผู้คนที่ต้องออกไปทำงานในเหมืองต่างรีบตื่นกันแต่เช้า ไม่เว้นแม้แต่พ่อของภานุที่วันนี้ต้องออกไปทำงานเร็วกว่าปกติจึงไม่ได้มีโอกาสล่ำลาชายหนุ่มเนื่องจากคิดว่าตัวเขายังคงหลับอยู่ หมอกจากธรรมชาติและหมอกที่เกิดจากอุตสาหกรรมยังคงปกคลุมอยู่ทั่วทุกสารทิศ เหลือเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วโมงที่ตะเกียงไฟตามรายทางจะส่องสว่างอีกครั้งเพื่อเปิดวิสัยทัศน์ให้กับผู้คน
ภานุได้ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากผ่านการบ่มเพาะมาทั้งคืน สีหน้าและท่าทางของชายหนุ่มไม่ได้เหมือนคนที่อดหลับอดนอนมาทั้งคืนแต่อย่างใด กลับตรงกันข้ามมันดูสดใสและไร้ความอ่อนล้าใดๆ ก่อนที่มันจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นความประหลาดใจ
ย้อนกลับไปเมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมานั้น ภานุได้ค้นพบว่าร่างกายของตนเองนั้นสามารถไหลเวียนลมปราณไปได้อย่างง่ายดาย มันง่ายดายยิ่งกว่าทุกๆ ครั้งที่ชายหนุ่มเคยได้ทำ จากการไหลเวียนพลังที่มักจะติดขัดอยู่ตลอดจนชายหนุ่มต้องติดข้างอยู่ที่เส้นทางการเดินลมปราณหนึ่งในสิบ มาในวันนี้ชายหนุ่มกลับสามารถขับเคลื่อนผ่านเส้นทางไปในห้าของสิบส่วน ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่น่าเหลือเชื่อยิ่งหนัก ที่ชายหนุ่มสามารถพัฒนาได้ขนาดนี้เพียงเวลาแค่คืนเดียว
“มันต้องเป็นเพราะพรสวรรค์ของเราแน่ๆ” ภานุสันนิษฐาน เขานึกไปถึงเวลาที่พรสวรรค์ของเขาได้ทำงานเป็นครั้งแรกหลังจากได้ลิ้มลองรสชาติเนื้อสดๆ ของวานรวายุ ซึ่งในระหว่างที่เขากัดและเผลอกลืนเนื้อของมันเข้าไปนั้นเขาได้ความรู้สึกที่ร้อนอบอุ่นหลั่งไหลไปทั่วร่างกาย ก่อนที่เสียงจากพระเจ้าจะดังขึ้นบอกว่าพรสวรรค์ของเขาได้ทำงาน และได้รับทักษะพิเศษ หนึ่งเดียวกับสายลมมา
“วิธีใช้พรสวรรค์ของเรายังไม่ชัดเจนนัก เรายังต้องทดลองอีกสักรอบ” ภานุตัดสินใจว่าจะหาทางที่ตัวเขาจะสามารถกินเนื้อดิบให้ได้ เพื่อลองดูว่าผลของพรสวรรค์นั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตามเนื้อนั้นมีขายอยู่ตามท้องถนนภายในเมืองชั้นใน ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงและเหล่าเศรษฐี ราคาของมันย่อมสูงเกินกว่าภานุจะสามารถซื้อได้ในตอนนี้นอกจากเขาจะจิกเงินเก็บของพ่อแม่ของเขามาใช้ อย่างไรก็ตามไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะทำเช่นนั้นหลังจากได้เห็นน้ำตาของแม่เขาเมื่อคืนที่ผ่านมา
“คงต้องไปโรงเรียนก่อน! ”
ภานุไม่ต้องการจะคิดสิ่งใดที่เขาไม่สามารถคิดออกได้ในตอนนี้ต่อ เขารีบออกจากลานหลังบ้านเพื่อกลับเข้าไปภายในบ้านทันที ซึ่งเขาก็ได้พบกับแม่ของเขาซึ่งสวมเสื้อผ้าขาดๆ ตัวเดิม แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเพราะแม่ของเขากำลังสวมผ้าเปื้อนทับไว้และกำลังอยู่ภายในครัว
ทันทีที่เข้ามาภายในบ้านหลังเล็กนี้ภานุก็ได้กลิ่นอันแสนคุ้นเคยจากหม้อต้มที่แม่เขากำลังคนอยู่อย่างตั้งใจ ดูเหมือนว่าแม่ของภานุจะไม่รู้สึกถึงการมาของชายหนุ่มจนเมื่อประตูหลังบ้านได้ปิดลงจนเกิดเสียงดังของไม้กระทบกัน นางจึงได้หันมาสนใจ
“วันนี้ลูกตื่นเช้าจัง…มาๆ ข้าวเช้ากำลังจะเสร็จแล้วเตรียมกินกันเถอะ! ”
แม่ของภานุยิ้มอย่างอบอุ่นเปรียบเสมือนแสงแดดที่ภานุต้องการจะรับในยามเช้า แม้ว่าภายในเมืองสตาร์แร็คแห่งนี้จะปกคลุมด้วยหมอกจนไร้แสงแดดส่องผ่านลงมา แต่ภานุคิดว่าเพียงรอยยิ้มของแม้เขามันก็เพียงพอแล้ว
เนื่องจากในบ้านภานุนั้นไม่ได้มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหารดังนั้นชายหนุ่มจึงนั่งรอทานมื้อเช้าที่พื้นบ้าน ใช้เวลาไม่นานแม่ของเขาก็ได้ทำอาหารเสร็จนางได้ยกหม้อขนาดปานกลางมาวางไว้เบื้องหน้าของภานุก่อนที่จะใช้ช้อนตักน้ำอาหารซึ่งเป็นของโปรดของภานุใส่ไว้ในชามขนาดใหญ่ และยกมันให้กับภานุ ก่อนที่นางจะตักในส่วนของตัวเอง เมื่ออาหารพร้อมแล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้มีการสวดภาวนาใดๆ เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ
ทั้งสองนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันก่อนที่จะถือช้อนและถ้วนขึ้นมาและกินอาหารอย่างตั้งใจ
“อร่อยจริงๆ” ภานุอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมออกมา อาหารที่เขารับประทานอยู่นั้นแม้จะไม่ใช่อาหารที่ดีที่สุดแต่นับว่ามีรสชาติที่อร่อยอย่างมาก ในถ้วยมีมันฝั่งพร้อมกับข้าวต้ม มันเรียกว่าข้าวต้มมันฝรั่งหลายครอบครัวในละแวกนี้ต่างก็ต้องเคยรับประทานมัน เพราะมันเป็นอาหารที่ราคาไม่สูงและทำง่าย อย่างไรก็ตามแม่ของภานุนั้นปรุงรสมันได้อย่างดีเยี่ยมและแน่นอนว่ามันอร่อยกว่าข้าวต้มมันฝรั่งทั่วๆ ไปที่หลายๆ บ้านได้ทำกัน
“ลูกกินช้าๆ หน่อยก็ได้ไม่ได้ต้องกินเร็วขนาดนั้น”
แม่ของภานุยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นว่าลูกชายของตนเองนั้นแข็งแรงและสุขภาพดีสดใสกว่าที่เคย ข้าวต้มมันฝรั่งชามใหญ่ๆ นั้นโดยปกติแล้วภานุจะไม่สามารถกินมันหมดได้แต่มาในวันนี้เขากลับสามารถกินมันหมดเกลี้ยงไม่เหลือข้าวแม้แต่นิดเดียว และยังไม่ใช่แค่นั้นท้องของเขายังรู้สึกว่าไม่ถูกเติมเต็มดังนั้นจึงได้ขอกินถ้วยที่สอง และใช้เวลาไม่นานมันก็หมดเกลี้ยงเหมือนกับถ้วยแรก
“วันนี้ลูกแปลกจัง ลูกกินเยอะกว่าปกติมากๆ” ไม่ใช่แค่แม่ของเขาเท่านั้นที่แปลกใจแม้แต่ตัวเขาเองก็แปลกใจเช่นเดียวกันแต่เมื่อนึกถึงความสำเร็จในการบ่มเพาะเขาก็เข้าใจว่าพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันในชั่วข้ามคืนนั้นจะทำให้ความต้องการอาหารของเขาเพิ่มขึ้น
“ผมรู้สึกเหมือนว่าพลังบ่มเพาะของผมจะเพิ่มขึ้น…แม่ไม่ต้องห่วงลูกแม่สบายดีและยังแข็งแรงกว่าเดิมด้วย! ”
ภานุกลัวว่าแม่ของเขาจะเป็นห่วงจึงรีบกล่าวดักเอาไว้ก่อน เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วภานุก็ได้อาสาที่จะล้างถ้วยชามและหม้อด้วยตนเอง แม้ว่าแม่ของเขาจะต้องการทำมันด้วยตัวเองก็ตาม
“วันนี้ลูกคนนี้แปลกจริงๆ ปกติไม่เห็นจะขยันและตื่นเช้าขนาดนี้”
แม่ของภานุส่ายหัวก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับเดินออกไปทำความสะอาดลานหลังบ้านต่อ