ตอนที่ 37 ฉันช่วยได้
“สวัสดีค่ะดิฉันกวินตรา พากเพียร รายงานจากหน้าศูนย์ประชุมแห่งชาติกินรีในพื้นที่ของโครงการหิมพานต์ซึ่งพึ่งสร้างเสร็จเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และจะเปิดใช้งานเป็นครั้งแรกเพื่อเตรียมรับรองผู้นำระดับโลกจากกว่าสองร้อยประเทศในการเข้าร่วมประชุมผู้นำโลก หรือที่รู้จักกันในนาม One World ที่จะมีขึ้นในเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนนี้แล้วนะคะ โดยการประชุมนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ยาวไปถึง 5 มีนาคมรวมเวลาทั้งสิ้นสิบวันค่ะ”ภาพตัดไปยังศูนย์ประชุมกินรีซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ถูกออกแบบอย่างวิจิตรและอลังการราวกับเป็นปราสาทราชวังที่หลุดออกมาจากวรรณคดีของประเทศไทยคำบรรยายเสียงเจื้อยแจ้วจากพิธีกรดังมาเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงเพลงบรรเลงที่น่าจะเกิดจากเครื่องดนตรีไทย พิธีกรพาผู้ชมเดินไปตามมุมต่าง ๆ ของศูนย์ประชุมพร้อมกับเล่ารายละเอียดที่น่าสนใจออกมาโครงสร้างของศูนย์ประชุมกินพื้นที่ราว ๆ ห้าสิบไร่ ประกอบไปด้วยห้องประชุมขนาดเล็กและใหญ่มากมายที่รองรับรูปแบบงานแทบทุกประเภท ตั้งแต่งานสัมมนาเล็ก ๆ งานแสดงสินค้า งานแต่งงาน งานประกวดนางงาม คอนเสิร์ต ไปจนถึงการประชุมระดับชาติ ภายนอกของศูนย์ประชุมถูกทาและประดับด้วยวัสดุสีขาวเกือบทั้งหมดหลังคาทรงสูงได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลังคาบ้านทรงไทย ด้านบนติดแผงโซลาร์เซลล์ไว้เต็มพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในตัวศูนย์ประชุมได้ราวสี่สิบเปอร์เซนต์ซึ่งแนวคิดของโครงการหิมพานต์ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ประชุมกินรีก็แห่งนี้คือการเป็นโครงการที่ใช้พลังงานสะอาด และมีแผนงานที่จะทำให้ทั้งโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าได้จากพลังงานธรรมชาติทั้งหมดในอนาคต นอกจากศูนย์ประชุมซึ่งจะใช้เป็นที่รองรับการประชุมของผู้นำประเทศต่าง ๆ และผู้ติดตามร่วมหนึ่งหมื่นคนแล้ว ภายในโครงการยังประกอบไปด้วยส่วนของคอนโดที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ และสนามกีฬาแบบครบวงจรอีกด้วย... รายการยังคงมีต่อไปอีกพักใหญ่ แต่อาเบลกดเสียงให้เงียบไปเสียก่อน แล้วก็เริ่มพูดคุยกับทุกคนวีดีโอตัวนี้คือคลิปรายการข่าวเปิดตัวแสดงความยิ่งใหญ่ของโครงการหิมพานต์ และการที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพประชุม One World ประจำปีนี้ตอนนี้ผมต้องเข้าร่วมประชุมกับหน่วยสิบเอ็ดทั้งหน่วย เพื่อร่วมวางแผนและให้ข้อมูลที่ผมรู้เกี่ยวกับทรินิตี้ และมีวายาที่ได้รับสิทธิพิเศษให้เข้ามาร่วมประชุมกับเราอีกคนนอกจากคนจะนั่งจนเต็มห้องแล้ว บรรยากาศในห้องก็ยังเต็มไปด้วยความอึดอัดแบบแปลก ๆ อีกด้วยเรย์ยังคงไม่เป็นมิตรกับผม ไม่คุย ไม่มองหน้า และถ้าเผลอสบตาเธอเข้าสายตาที่จ้องกลับมาก็เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย วายาอาจจะไม่ชอบหน้าเรย์เพราะเหตุนั้น และอาจจะมีเหตุอื่นอีก เพราะเหมือนเรย์เองก็จะไม่ชอบวายาเช่นกัน สังเกตุได้จากตอนที่ทั้งสองเจอกันทีไรต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งมีปากมีเสียงกันอยู่เสมอ ๆนอร่ารู้สึกยังไงผมไม่รู้ผมดูไม่ออก ดีหรือไม่ดีก็ไม่แน่ใจ เธอพูดกับผมเมื่อมีคนบอกให้พูดเท่านั้น แต่ปกติเธอจะไม่มองหน้าผมเลย ชาโดว์นั่งนิ่ง ๆ ไม่สนใจใคร บางทีอยู่ ๆ ก็หันไปทางซ้ายแบบไม่มีเหตุผล และบางทีก็หันไปทางขวาทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นทำไมก็ไม่รู้ โจจิแอบมองนอร่าอยู่แทบจะตลอดเวลาจนใคร ๆ ก็ดูออก และคอยหลบตานอร่าเป็นพัก ๆ ตอนนอร่าหันไปเจอสายตาของเขาโดยบังเอิญวลาดิเมียร์พยายามชวนคนนั้นพูดทีสองทีแต่ไม่มีใครตอบ แต่เขาก็ยังพยายามจะชวนคนอื่น ๆ พูดอย่างไม่หยุดหย่อนวิคเตอร์ดูเงียบ ๆ แต่มักจะแอบมองเรย์ด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยเสมอ แม้เขาจะเป็นโดมินาริคนแรก ๆ ที่ผมเจอ แต่เขากลับเป็นคนที่ผมได้พูดคุยด้วยน้อยที่สุดในเวลานี้เยว่เฟิงก็เป็นอีกคนที่ให้ความช่วยเหลือผม แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยอะไรกับเขามากนัก ผมมักจะเห็นเขาอยู่เคียงข้างกับอาเบลเสมอ ๆส่วนอาเบลเหมือนกับหัวหน้าห้องที่ค่อนข้างเผด็จการหน่อย ๆ ไม่ว่าใครจะโวยวายอะไร ทะเลาะกันยังไง คิดจะทำอะไร ถ้าอาเบลพูดทุกคนจะต้องหันมาฟังเขาเสมอ ๆหลายวันที่ผ่านมานี้ผมมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกของโดมินาริเพิ่มเติมหลายอย่าง และได้ทบทวนวรยุทธกับวายาอยู่เสมอ ๆ ซึ่งหลายครั้งวลาดิเมียร์ก็มักจะลากโจจิกับชาโดว์เข้ามาขอร่วมรุมผมด้วยความสนุกสนานตามประสาของเขาก่อนหน้านี้ทุกอย่างมันชุกละหุกจนผมไม่มีโอกาสได้คิดได้ไตร่ตรองอะไรให้ดี จึงทำอะไร ๆ ไปด้วยความเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง และใช้สัญชาติญาณชี้นำ โชคดีที่มันพอจะพาผมผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้อย่างทุลักทุเลและเฉียดฉิว พอมีเวลาจึงได้วายา วลาดิเมียร์ และโจจิ อธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้เข้าใจมากขึ้นหลายเท่าเวลาว่าง ๆ นอกจากฝึกวรยุทธ์กับวายาและคนอื่น ๆ ผมมักจะทบทวนวรยุทธที่ท่านบรรพบุรุษถ่ายทอดให้กับผมอยู่ในความคิดเสมอ วลาดิเมียร์บอกว่าอิมเมจเทรนนิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการใช้มานาและการต่อสู้ เพราะยิ่งคิดได้เร็วเท่าไร ร่างกายตอบสนองได้เร็วเท่าไร นั่นคือการที่เราจะสามารถ เคลื่อนไหว จู่โจม ตอบโต้ได้เร็วเท่านั้นเหมือนกับนักแข่งรถฟอร์มูลาวันที่จดจำสนามทุกโค้ง จังหวะเร่งความเร็ว จังหวะเบรก หลุมบ่อต่างบนพื้นถนน ได้จนหมดจากการทำอิมเมจเทรนนิ่ง การฝึกอิมเมจเทรนนิ่งจึงเป็นอีกการฝึกหนึ่งที่สำคัญ“คาล ผมอยากขอความคิดเห็นของคุณหน่อย”อาเบลเรียกผมให้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์“นายว่ายังไงนะอาเบล” อาเบลชี้ไปที่ภาพของวีดีโอซึ่งถูกกดหยุดไว้บนกำแพง มันเป็นภาพของแผนที่โครงการหิมพานต์ทั้งหมด“ทรินิตี้มีแผนการจะรับมือกับพวกกูลยังไงบ้างนะคาล”ผมมองไปยังแผนที่ของโครงการที่อยู่บนกำแพง โครงการหิมพานต์ขนาดสามร้อยสามสิบสามไร่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นป่าริมแม่น้ำแห่งสุดท้ายทางใต้ของกรุงเทพฯด้านหน้าของโครงการซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ประชุมกินรีมีพื้นที่ชิดติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคกลางในประเทศไทยส่วนด้านอื่น ๆ ยังอยู่ติดกับพื้นที่ป่าที่หลงเหลืออยู่ทั้งหมดก่อนที่โครงการนี้จะถูกสร้างขึ้น ความคิดเห็นทางด้านลบมากมายกระหน่ำโหมโจมตีจากทุกทิศทาง ชาวเน็ตต่างด่าว่าเจ้าของโครงการว่าทำลายธรรมชาติ ทำลายผืนป่าอุดมสมบูรณ์แห่งสุดท้ายที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพ จนเกิดการทำประชาพิจารณ์กันยกใหญ่ท้ายที่สุดโครงการนี้ก็ได้รับการอนุมัติให้เริ่มก่อสร้าง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการยอมรับทั้งหมด 100% จากคนที่ไม่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ด้วยเหตุผลว่าโครงการนี้จะกลายเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทยนี่คือสาเหตุหนึ่งที่เจ้าของโครงการตั้งใจให้โครงการนี้เป็นโครงการสีเขียวที่ใช้พลังงานสะอาดจากธรรมชาติทั้งหมดแม้ว่าในตอนแรกจะได้รับเสียงต่อต้านในด้านลบมากมาย แต่พอผ่านไปไม่นาน ชาวเน็ตก็ลืมประเด็นนี้ไปจนหมดและหันไปติดตามข่าวของพระเอกนิยายวายที่พลั้งมือฆ่าแฟนสาวไปจนหมดถัดเข้ามาจากศูนย์ประชุมที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ทางด้านซ้ายจะเป็นส่วนของอาคารที่พักอาศัยซึ่งเป็นคอนโดหรูจำนวนสามร้อยสามสิบสามยูนิท สูงสามสิบสามชั้น จำนวนสองอาคาร ถัดมาตรงกลางจะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทะเลสาบเล็ก ๆ ซึ่งชักน้ำเข้ามาจากแม่น้ำเจ้าพระยา และมีเลนจักรยานและลู่วิ่งที่เชื่อต่อไปยังส่วนของสนามกีฬาที่อยู่ถัดไปทางขวาสุด ส่วนด้านหลังสุดซึ่งติดกับผืนป่าใหญ่คือห้างสรรพสินค้าครบวงจร พื้นที่ว่างจากสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในโครงการยังคงถูกรักษาสภาพของป่าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด“จุดที่ทรินิตี้คาดเอาไว้ว่าพวกกูลจะลงมือแพร่ไวรัสก็คือในห้องประชุมหลักของศูนย์ประชุมกินรีในวันเปิดการประชุม 25 ก.พ.”ผมชี้ไปยังอาคารศูนย์ประชุมในแผนที่“เพราะวันนั้นผู้นำประเทศต่าง ๆ พร้อมผู้ติดตามโดยส่วนมากต้องเข้าร่วมในพิธีเปิด และทรินิตี้คาดว่าพวกกูลน่าจะใช้เส้นทางการเดินเรือจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อขนย้ายไวรัสเข้ามา จากนั้นก็ซุกซ่อนไว้ในป่ารอบ ๆ โครงการก่อนที่จะนำมาใช้ในวันพธีเปิด”“ซุกซ่อนไว้ในป่า?”ผมพยักหน้าให้อาเบล“แปลว่าพวกมันน่าจะมีฐานที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น แล้วก็น่าจะกักขังอาเวนไว้ในบริเวณนี้ด้วย โจจิมีข้อมูลเรื่องป่ารอบ ๆ โครงการมั้ย”อาเบลหันไปมองโจจิ“ขอเวลาแปปนึงนะ”โจจิกดคอมพิวเตอร์ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นภาพดาวเทียมของพื้นที่ป่าบริเวณนั้นก็ปรากฏขึ้นบนกำแพงอีกด้านหนึ่งพร้อมรายละเอียด“นี่มันบ้าไปแล้ว” วลาดโอดครวญ“พื้นที่ป่าหนึ่งหมื่นห้าพันไร่!!! ต้องใช้คนใช้เวลาเท่าไรถึงจะเจอฐานที่มั่นของพวกมันที่จับอาเวนไว้ ไม่ต้องคิดเรื่องไวรัสหลอดเล็ก ๆ พวกนั้นเลยด้วยเนี่ย”ทั้งห้องตกอยู่ในอาการครุ่นคิด“มีตัวอย่างหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสนั่น เออหรือของส่วนตัวของอาเวนบ้างมั้ยล่ะ ฉันว่าฉันอาจจะช่วยได้”วายาพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ“ประสาทการดมกลิ่นของไลแคนมีความสามารถสูงสุดในหมู่โดมินาริทุกเผ่าพันธุ์เลยนะ”เธอชี้ไปที่จมูกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ“แล้วทำไมแค่กลิ่นพวกอันเดดยังดมไม่เจอ”เรย์หันหน้าไปทางอื่นแล้วก็พึมพำอยู่คนเดียว“เธอว่ายังไงนะยัยแมวจรจัด!”วายาลุกขึ้นยืนตบโต๊ะดังปัง“หูก็ดีด้วยแฮะ”เรย์ที่นั่งลอยหน้าลอยตาพร้อมเอาเล็บมาขูดกันไปมา พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแล้วก็ลุกขึ้นยืนพร้อมหันมาเผชิญหน้ากับวายา“เธอว่าใครหะ ไม่ซิเรียกเธอไม่ได้ซินะ ต้องท่านหญิงซินะ”เรย์ถามใส่หน้าของวายา แล้วยังหันไปแขวะวลาดิเมียร์ด้วยรอบหนึ่งวลาดิเมียร์ก็งงตั้งตัวไม่ถูกที่ถูกลากเข้ามาร่วมทะเลาะด้วยโดยไม่ได้เกี่ยวข้อง“เธอจะมากไปแล้วนะ”วายาเอื้อมมือไปจะกระชากคอเสื้อของเรย์ แต่เรย์ปัดออก“พูดแค่นี้ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยเหรอ...ท่านหญิง”เรย์ยังไม่ลดทีท่าต่อปากต่อคำ“เรย์”อาเบลพูดด้วยเสียงนิ่ง ๆ เย็น ๆ“หยุดเถอะ”เรย์หันไปมองหน้าอาเบล แล้วก็กัดฟันกรอด พร้อมทำท่าจะเดินออกจากห้องหนีปัญหาไปเหมือนทุกครั้ง“เรย์การประชุมยังไม่จบ นั่งลง”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นอาเบลห้ามเรย์ไว้เรย์กำมือแน่น แล้วก็ยืนนิ่ง ๆ“ฉันคิดว่าเธอควรขอโทษท่านหญิงวายาด้วยนะเรย์”เรย์ทำหน้าเหมือนเด็กจะร้องไห้ พร้อมหันไปขอความช่วยเหลือจากวิคเตอร์ แต่วิคเตอร์ได้แค่พยักหน้าให้เรย์ทำตามคำของอาเบลมือของเธอกำแน่น เธอก้มหน้าแล้วก็พูดออกมาแบบไม่เต็มใจมากนัก“ฉัน...ฉันขอโทษ”วายามองหน้าเรย์นิ่ง ๆ ไม่ได้ตอบอะไร แววตาของเธอมีทั้งความโกรธ ความสงสาร ปะปนกันอยู่พูดจบแล้วเรย์ก็นั่งลง เอามือมากอดอก ปลายนิ้วของเธอจิกแขนตัวเองแน่น ก้มหน้าก้มตาไม่มองใคร อาเบลรอให้ทุกอย่างสงบลงครู่หนึ่ง ให้ทุกคนได้นั่งพักหายคอหายใจ จากนั้นจึงหันไปคุยกับวายา“ท่านหญิงคิดว่าถ้าเรามีของบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอาเวนหรือไวรัสนั่น จะมีโอกาสที่ท่านหญิงจะช่วยเราค้นหามันเจอ?”วายาพยักหน้า“ฉันมั่นใจ”อาเบลทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“น่าเสียดายเหมือนกันที่ตอนนี้เราไม่มีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับทั้งอาเวนหรือไวรัสนั่นเลย”ทุกคนในห้องทำหน้าหมดหวังทั้ง ๆ ที่ตอนแรกเหมือนว่าจะมีทางออกของปัญหาใหญ่“แต่ฉันหมายถึงตอนนี้นะ...ไม่ได้แปลว่าในอนาคตเราจะไม่มี”วลาดิเมียร์ถึงขั้นลุกขึ้นจนขาชนโต๊ะดังโครม“ไม่นะ ไม่เอาอีกแล้ว คำสั่งแต่ละอย่างของนาย”อาเบลยิ้ม“ผมว่าเราไปเยี่ยมเมืองจีนกันสักหน่อยดีกว่า”จบตอนที่ 37