Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 54 ปรับปรุงวิชา

    ปรับปรุงวิชา

     

                เมื่อเข้าใจถึงอันตรายของวิชาที่น่ากลัวเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้กัสก็ตระหนักว่าเขานั้นโชคดีขนาดไหนที่รอดมาได้อย่างปลอดภัย

                ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัวจนทำให้ใบหน้าของเขาซีดขาวไปหมด

                ‘ไม่แปลกเลยว่าทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่ามันอันตรายอยู่ตลอด’

                นับจากวันที่เขาประสบความสำเร็จในการฝึกฝนโดยไม่ได้ตั้งใจกัสก็เคยคิดที่จะลองอีกครั้งหลายต่อหลายครั้ง

                แต่ทุกครั้งที่เขาคิดจะฝึกฝนโดยเลียนแบบวิธีที่เคยทำได้สำเร็จเขาก็มักจะรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีและรู้สึกถึงอันตรายอยู่ตลอดจนทำให้เขาไม่กล้าฝึก

                แรกเริ่มเดิมทีเขาคิดว่าความรู้สึกนั้นอาจจะมาจากการร่างกายของเขาที่ยังปรับตัวตามวิชาไม่ได้เท่านั้นแต่หลังจากได้ฟังคำอธิบายของน้าสาวกัสก็เริ่มรู้สึกว่าบางทีมันอาจจะมีอะไรที่มากกว่าที่เขาคิดเอาไว้

                ซีต้านั้นหลังจากมองเห็นสีหน้าที่ซีดขาวของกัสก็เริ่มใจอ่อนเธอค่อยๆ วิเคราะห์แนวทางการฝึกฝนของวิชาอย่างละเอียดแล้วอธิบายให้กัสเข้าใจเพื่อเติมเต็มความรู้ของเขาให้มากขึ้นเพื่อที่กัสจะสามารถทำความเข้าใจได้ว่าอะไรที่ทำให้เขาฝึกฝนวิชานี้ได้สำเร็จโดยปลอดภัย

                “เอาเถอะ..ในเมื่อเจ้ายังปลอดภัยอยู่แบบนี้ข้าก็จะไม่พูดอะไรมากแต่ข้าขอสั่งห้ามเจ้าฝึกฝนวิชานี้ตามลำพังเด็ดขาด..หากคิดที่จะฝึกมันจริงๆเจ้าต้องมีข้าอยู่ข้างๆ ด้วยเสมอเข้าใจไหม”

                “ครับท่านน้า! ข้าจะฝึกก็ต่อเมื่อท่านอยู่เท่านั้น”

                “ดี! เอาเป็นว่าเจ้าพยายามเรียบเรียงความเข้าใจของเจ้าก่อนแล้วอธิบายให้ข้าฟังว่าในวันนั้นเจ้าฝึกมันสำเร็จได้ยังไง”

                แม้ซีต้าจะรู้ว่าวิชานี้อันตรายและน่ากลัวเป็นอย่างมากแต่เธอก็เข้าใจถึงกลไกของมันได้ในระดับหนึ่งและทราบว่าอันตรายนี้หากเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดมันก็สามารถป้องกันได้

                สิ่งที่ทำให้เธอกลัวและโกรธมากก็คือกัสแอบฝึกวิชานี้ด้วยตัวเองโดยไม่มีใครอยู่ข้างๆเท่านั้น

                คำแนะนำของน้าสาวนั้นทำให้กัสต้องหยุดคิดอยู่นานสองนานก่อนจะค่อยๆ อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาออกมาอย่างช้าๆ

                เริ่มต้นจากการส่งพลังของพรไปยังหัวใจและปอดซึ่งก็ทำให้ซีต้าพยักหน้ารับด้วยความพอใจ แนวทางนี้นับว่ามีจุดที่ปลอดภัยอยู่ในขั้นต้น

                ยิ่งเธออ่านบันทึกของบลูไซต์ตามไปด้วยเธอก็พอจะเข้าใจว่าบลูไซต์นั้นคิดได้ละเอียดมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้ในตอนแรกแต่ยังไงเสียในสายตาของผู้รักษา ความคิดนี้ก็ยังเด็กและไร้เดียงสาไปอยู่ดี

                จริงอยู่ว่าการฝึกฝนเพียงหัวใจและปอดเป็นวิธีที่ปลอดภัยแต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงความปลอดภัยในขั้นแรกเริ่มเท่านั้น หากฝึกฝนต่อไปมากๆเข้ามันก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป

                อวัยวะทั้ง5 ที่กล่าวในวิชานี้มีการทำงานที่ผสานกันอย่างเป็นระบบเทียบกันแล้วพวกมันก็คล้ายกับรถม้า 5 คันที่ผูกโยงเข้าด้วยกัน

                หากรถม้าทั้ง5 คันวิ่งได้เร็วพอๆ กัน มันก็ย่อมเดินทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยแต่ถ้ามีรถม้าคันใดคันหนึ่งที่เร็วเป็นพิเศษ มันก็จะฉุดดึงรถม้าคันอื่นให้เร็วขึ้นได้เช่นเดียวกัน

                ทว่ามันก็ยังสร้างภาระให้กับรถม้าที่ถูกฉุดดึงซึ่งถ้ามันเร็วมากจนเกินไปจนรถม้าที่ถูกฉุดดึงไม่อาจรับได้ไหวมันก็มีความเป็นไปได้ที่รถม้าคันนั้นจะพลิกคว่ำ

                ผลสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในตอนนั้นก็คือการทำงานที่ล้มเหลวของอวัยวะภายในและนำไปสู่ความตายในที่สุด

                ซีต้าค่อยๆให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันของอวัยวะทั้ง 5แก่กัสอย่างตั้งใจเพื่อเติมเต็มความรู้ที่ขาดไปให้กับกัสทำให้เขามีความเข้าใจต่อวิชานี้มากยิ่งขึ้นและยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้เขาได้มากขึ้นไปอีก

                ‘แบบนี้เองก่อนหน้านี้ข้าคิดเพียงแค่ว่าหัวใจกับปอดคือตัวขับเคลื่อนพลังในร่างกายส่วนอวัยวะอื่นๆ เป็นเพียงแหล่งพลังงานเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่อะไรที่เรียบง่ายแบบนั้นสินะ’

                ในความคิดของกัสหากฝึกฝนหัวใจกับปอดให้ดีพอเขาก็จะสามารถระเบิดพลังออกมาได้อย่างรุนแรงมากยิ่งขึ้นส่วนอวัยวะอื่นๆ นั้นไม่ได้สำคัญเท่าไหร่

                ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ผิด ทว่าปัญหามันอยู่ตรงที่พลังที่ระเบิดออกมานั้นอาจจะมากเกินกว่าที่อวัยวะที่เหลือจะรับไหวและอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บภายในจนนำไปสู่ความตายได้

                พอมีความเข้าใจมากขึ้นหัวใจของกัสก็เย็นเยียบลงแต่ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงแนวทางที่ปลอดภัยของมันด้วยเช่นกัน

                “ท่านน้าซีต้า หากข้าเปลี่ยนวิธีเสียใหม่จากเดิมที่ส่งพลังไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นการปล่อยให้พลังไหลเวียนไปตามเส้นเลือดโดยอิสระแทนท่านคิดว่าวิธีนี้จะสามารถแสดงพลังของวิชานี้ออกมาได้หรือไม่”

                ซีต้ามีสีหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง เธอนิ่งเงียบไปนานเพื่อวิเคราะห์หาความเป็นไปได้จากแนวคิดนี้ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ

                “แนวความคิดนี้มีความเป็นไปได้และปลอดภัยในระดับหนึ่ง..แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าว่าสามารถควบคุมพลังของพรได้มากแค่ไหนหากเจ้าควบคุมมันได้ไม่ดีพอมันก็ยังอันตรายมากอยู่ดี”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็เบาใจและมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอย่างมากเพราะความสามารถในการควบคุมพลังของเขานั้นเป็นสิ่งที่กัสมั่นใจมากทีเดียว

                ช่วงเวลานั้นกัสนึกอยากจะขอให้น้าของเขาช่วยดูเขาตอนที่ฝึกสักหน่อยแต่ก่อนที่กัสจะได้เริ่มต้นพูดอะไร ประตูบ้านก็ถูกเคาะเบาๆ และเปิดออก

                “ท่านน้าซีต้า ท่านมิซ่าท่านพี่..ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วค่ะ”

                น้องสาวคนโตของเขาปรากฏตัวขึ้นมาที่ด้านหน้าของประตูบ้านพร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาให้ได้กลิ่นทำเอาท้องของกัสถึงกับส่งเสียงร้องออกมาเลยทีเดียว

                ซีต้าเองก็มีท่าทีประหลาดใจพลางหันไปมองเวลาจากบันทึกโลกวิญญาณของเธอ

                “ตายจริง..เวลานี้แล้วหรือเนี่ย”

                กัสเองก็มองไปยังนาฬิกาจากบันทึกโลกวิญญาณเช่นกันและตกใจเล็กน้อยที่เห็นว่ามันเกือบจะบ่ายแล้วจึงรีบลุกขึ้นแล้วเอ่ยปากเชื้อเชิญน้าและมิซ่าไปทานอาหารกลางวันร่วมกัน

                “ท่านน้า มิซ่าพวกเราไปทานข้าวกันดีกว่า ผลผลิตที่ข้าปลูกสดใหม่มากทีเดียวรับรองว่าพวกท่านต้องพอใจแน่”

                “ถ้าเจ้าพูดแบบนี้ละก็ น้าก็ไม่เกรงใจละนะมิซ่าไปกันเถอะเดียวกัสของเจ้าจะหิวโหยจนไม่สบาย”

                “อาจารย์ค่ะ บอกแล้วไงคะว่าท่านกัสไม่ใช่ของข้าสักหน่อย..”

                สาวน้อยเริ่มจะแสดงท่าทีง้องอนออกมาบ้างแล้ว เธอส่งเสียงบ่นไม่ดังนักทั้งยังมีใบหน้าที่แดงระเรื่อยิ่งขับเน้นให้มิซ่าดูน่ารักน่ามองมากขึ้นไปอีก

                กัสเองก็หัวเราะออกมาเบาๆโดยไม่พูดอะไรนอกจากเดินตามน้องสาวของเขาไปพลางโอบเอวของเด็กสาวเพื่อปลอบโยนจิตใจที่ขุ่นมัวของเธอ

                กิริยาที่แสดงออกถึงความสนิทสนมนี้ทำให้ดวงตาของมิซ่าสั่นไหวขึ้นมาชั่วครู่เธอมองดูมือของกัสที่โอบอยู่ที่เอวของน้องสาวในลักษณะที่แทบจะสัมผัสกับสะโพกของเธอแล้วเด็กสาวก็รู้สึกแปลกๆ ในหัวใจจนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

                ซีต้าที่เฝ้ามองอยู่นั้นสังเกตเห็นปฏิกิริยานี้ได้ในทันทีและอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ

                ‘นี่ยังไม่ถึงครึ่งวันเลยนะ..ยัยหนูเริ่มที่จะมีความรู้สึกต่อกัสแล้วหรือ’

                อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่มีความละเอียดอ่อนซับซ้อนมากที่สุดและเป็นหัวข้อที่ถูกถกเถียงและวิจัยกันมากที่สุดในตำหนักผู้รักษามาเสมอ

                แต่ถึงจะผ่านมานานหลายร้อยปีก็ยังไม่มีปรมาจารย์ท่านไหนสามารถกำหนดรูปแบบที่ตายตัวให้กับอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ได้

                ด้วยเหตุนี้เองแม้ซีต้าจะมองเห็นความผิดปกติของลูกศิษย์ได้แต่เธอก็ยังไม่กล้าตัดสินว่าความรู้สึกของลูกศิษย์ที่รักของเธอแท้ที่จริงแล้วเปลี่ยนไปในทิศทางไหนกันแน่

                ‘ข้าคงต้องเฝ้าดูต่อไปสินะ..พี่ชายเอ๋ยพี่ชาย ดูเหมือนลูกสาวของท่านจะเจอกับปัญหาหัวใจแล้วนะ’

                สองศิษย์อาจารย์ตามกัสไปยังล้านกว้างเล็กๆบริเวณหน้าบ้านหลักเพื่อร่วมทานอาหารกลางวันร่วมกับกัสและน้องสาว

                ในวันนี้บนโต๊ะอาหารของกัสไม่ได้มีอิจิโกะกับน้องร่วมด้วยอย่างที่เคยเพราะแขกคนสำคัญอย่างน้าสาวและคู่หมั้นทำให้กัสไม่สามารถใช้ความเคยชินของเขากับทั้งสองได้

                นอกจากนั้นแล้วตามปกติมื้อกลางวันของพวกเขาก็มักจะเป็นอะไรที่ง่ายๆที่ใช้มือหยิบทานได้ตรงๆ จึงไม่ค่อยตั้งโต๊ะอาหารเท่าไหร่นัก

                แต่ครั้งนี้เพราะซีต้ากับมิซ่ามาเยือนทำให้น้องสาวคนโตของกัสต้องหยุดงานประจำของเธอมาทำเตรียมอาหารไว้ตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน

                อาหารบนโต๊ะในวันนี้ถูกน้องสาวคนโตของกัสทำออกมาอย่างสุดฝีมือมันจึงน่าทานมากกว่าทุกๆวันทั้งยังมีปริมาณที่มากเป็นพิเศษอีกด้วย

                “เหมือนที่ได้ยินมาไม่มีผิด..แต่ว่านะ กัสเจ้ากินเยอะไปหน่อยไหม”

                มือของกัสที่กำลังจะจับช้อนส้อมหยุดมือไปในทันทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองน้าของเขาด้วยความแปลกใจ

                “เยอะหรือครับ ข้าเองก็กินแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วหรือว่าการกินอาหารมากจนเกินไปจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดี..”

                สีหน้าของซีต้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอมีท่าทีครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้า

                “ถ้าเป็นคนอื่นข้าก็พอจะบอกได้ว่ามันไม่ดีแต่สำหรับเจ้า ข้าบอกอะไรไม่ได้จริงๆผลตรวจร่างกายของเจ้าบอกว่าเจ้ามีสุขภาพที่ดีมากเลย ไม่มีไขมันในเลือดที่มากเกินไประดับน้ำตาลในเลือดก็ปกติ ทว่าความดันดูจะมากเกินไปบ้าง..แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นผลจากการฝึกฝนวิชาของเจ้า”

                เมื่อน้าสาวบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรกับการกินของเขา กัสก็โล่งใจและเริ่มเชิญชวนทุกคนทานอาหารก่อนจะกินกันอย่างสุขสำราญเป็นที่สุดโดยเฉพาะซีต้ากับมิซ่าที่ดูจะชอบรสชาติของอาหารมื้อนี้เป็นพิเศษ

                “อร่อยมากเลยค่ะ”

                “นั่นสิ..เพราะของในดันเจี้ยนมันสดใหม่มากละนะ อีกอย่างฝีมือของเจ้าก็ไม่เลวเลย ดูเหมือนจะสูสีกับแม่ของเจ้าแล้วนะเด็กน้อย”

                เมื่อได้รับคำชมใบหน้าของเด็กสาวก็แดงระเรื่อขึ้นมารอยยิ้มของเธองดงามมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคำชมที่ทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากของซีต้าที่บอกว่าเธอมีฝีมือสูสีกับแม่ของเธอแล้ว

                เหตุผลที่ทำให้น้องสาวคนโตดีใจขนาดนี้ก็เพราะเธอรู้ดีว่าพี่ชายของเธอนั้นชอบรสมือของแม่มากที่สุดการที่ถูกชมว่าฝีมือของเธอสูสีกับแม่แบบนี้ย่อมทำให้เธอภาคภูมิใจและดีใจเพราะนั่นหมายถึงความชอบของพี่ชายที่มีต่อเธอนั่นเอง

                “ใช่แล้ว น้องของข้าฝีมือดีมาก ข้าละชอบตรงนี้ที่สุดเลย!มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้านเสมอ”

                “ท่านพี่..ขอบคุณนะคะ น้องจะพยายามฝึกฝนให้มากขึ้นเพื่อที่ท่านพี่จะได้รู้สึกเหมือนกับอยู่ที่บ้านมากกว่านี้..”

                คำชมของซีต้ากับมิซ่านั้นทำให้เด็กสาวภาคภูมิใจได้ทว่าคำชมของกัสนั้นทำให้เธอมีความสุขมากที่สุดเลยทีเดียว

                กัสที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างและพยักหน้าด้วยความยินดีโดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของสองศิษย์อาจารย์ที่มองมายังพวกเขาเลย

                “หวานกันดีจริงๆ นะข้าชักจะอิจฉาเจ้าแล้วสิเด็กน้อย..เจ้าด้วยแม่ตัวเล็ก”

                คำพูดที่พอส่งมาถึงน้องสาวทั้งสองของกัสก็ทำให้เด็กสาวทั้งสองยิ้มกว้างด้วยความพอใจก่อนจะพากันทานอาหารของตัวเองต่อไปจนหมดและช่วยเก็บกวาดโต๊ะจนสะอาดเรียบร้อย

                หลังจากเสร็จสิ้นมื้ออาหารกัสก็จำต้องออกไปทำงานของตัวเองบ้างเช่นกันเขาเริ่มจากการเดินตรวจรอบดินแดนของเขาคำนวณวันเวลาของการเก็บเกี่ยวและกำหนดการในการปลูกผักวิเศษรอบต่อไปเพื่อสร้างปราการธรรมชาติชุดใหม่มาทดแทนชุดที่กำลังจะเติบโตเต็มที่

                สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมากทั้งต่อตัวเขาและดินแดนแห่งนี้ทำให้กัสไม่อาจปล่อยใจไปกับการฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาเพียงอย่างเดียวได้

                เมื่อเห็นกัสที่ทำงานหนักซีต้าเองก็ไม่พูดอะไรมากนักนอกจากนำเอาข้อมูลของกัสไปนั่งวิเคราะห์และใช้มันสอนมิซ่าไปในตัวเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเปล่า

                พอตกเย็นกัสก็มีเวลาว่างอีกครั้งคราวนี้เขาเดินมาเคาะประตูบ้านของน้าสาวด้วยตัวเอง ก่อนจะยิ้มน้อยๆด้วยความเกรงใจที่ทำให้น้าของเขาและมิซ่าต้องรอนาน

                “ขออภัยด้วยครับท่านน้าที่ทำให้ท่านเสียเวลา”

                “ไม่ต้องคิดมากหรอกกัสเจ้าเป็นหลานชายของข้านะไม่จำเป็นต้องเกรงใจข้าขนาดนั้นมิซ่าเองก็เป็นคู่หมั้นของเจ้า หากมามัวเกรงใจกันแบบนี้จะทำให้ข้ารู้สึกไม่ดีนะ”

                รอยยิ้มของซีต้านั้นให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายกับกัสเป็นอย่างมากทำให้ความรู้สึกเกรงใจของเขาสลายหายไปและกลับมาทำตามแผนการเดิมของเขาได้อีกครั้ง

                “เราจะเริ่มทดลองกันเลยดีไหมครับท่านน้า..หรือว่าจะลองให้ข้าใช้พลังให้ดูก่อนดีเผื่อว่าพวกท่านจะได้ข้อมูลการทำงานของพรที่ข้ามีก่อน”

                คำแนะนำนี้ทำให้ซีต้ายิ้มกว้างและพยักหน้าให้ด้วยความชื่นชมจากนั้นก็นำเอาดวงตาวิญญาณของเธอออกมาเพื่อเตรียมตัววิเคราะห์ข้อมูลของกัสในตอนที่ใช้พลัง

                มิซ่าเองก็เตรียมตัวพร้อมแล้วเช่นกันเธอเปิดบันทึกโลกวิญญาณของเธอขึ้นมาบ้างเพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับบันทึกของอาจารย์และในเวลาเดียวกันนั้นก็เพื่อรอรับข้อมูลของกัสไปพร้อมกัน

                “เริ่มได้เลย ข้าพร้อมแล้ว”

                “ครับ!”

                กัสขานรับอย่างหนักแน่นจากนั้นก็นำเอาของกินออกมาจำนวนหนึ่งแล้วกินลงไปตามมาด้วยการกระตุ้นพลังของพรที่กระเพาะที่เขาชำนาญมากที่สุดและมั่นใจว่ามันจะไม่เกิดความเสียหายต่อร่างกายของเขา

                ช่วงเวลานั้นดวงตาของซีต้าและมิซ่าก็เปลี่ยนไปพวกเธอดูจริงจังขึ้นมากและให้ความสนใจกับตัวเลขบนหน้าจออย่างละเอียดชนิดที่ไม่ยอมกะพริบตาเลยสักครั้ง

                ช่วงเวลาในการย่อยอาหารและการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นซึ่งมันเป็นระดับความเร็วที่น่าทึ่งมากในสายตาของผู้รักษาทั้งสอง

                “น่าตกใจมาก..มันเป็นธรรมชาติมากเลย ทั้งที่เร็วจนผิดธรรมชาติขนาดนี้”

                หัวคิ้วของซีต้าขมวดเข้าหากันแน่นเธอคิดด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดเป็นพิเศษต่อตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปในหน้าจอ

                มิซ่าเองก็มีท่าทีสงสัยและประหลาดใจเธอไม่ชำนาญและมีประสบการณ์มากเท่ากับอาจารย์ของเธอทำให้เธอไม่สามารถเข้าใจกลไกตามธรรมชาติของร่างกายได้ลึกซึ้งเท่า

                สิ่งเดียวที่มิซ่าเข้าใจคือพลังของพรนั้นได้สร้างกระบวนการที่พิเศษและไม่เป็นอันตรายต่อตัวกัสและทำให้อาหารที่เขากินเข้าไปถูกสะสมเอาไว้เป็นไขมันโดยสมบูรณ์ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

                “สมแล้วที่เป็นพรศักดิ์สิทธิ์ น่าทึ่งจริงๆ ค่ะ”

                “ใช่..น่าทึ่งมากข้าชักสนใจแล้วสิว่าวิชาที่เจ้าฝึกฝนนั้นจะใช้พลังของพรในรูปแบบไหน..กัสเจ้าพร้อมหรือยัง”

                สีหน้าของกัสเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นและเริ่มพยักหน้าซีต้าก็ทำการหยิบเอาอุปกรณ์บางอย่างออกมาวางเรียงรายเอาไว้ในระยะที่เอื้อมมือถึง

                มิซ่าเองก็เริ่มร่ายเวทออกมาแล้วหน่วงมันเอาไว้เพื่อเตรียมใช้งานได้ตลอดเวลา

                เมื่อเห็นการเตรียมพร้อมที่จริงจังของน้าสาวกับคู่หมั้นแล้วกัสก็มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นและเริ่มทดสอบตามรูปแบบที่เขาเคยทำมาก่อนหน้านี้

                ‘เริ่มจากพลัง 1 เปอร์เซ็นต์ก็แล้วกัน..หัวใจ 1 ปอด 2’

                สัดส่วนของพลังที่ใส่ลงไปนั้นเป็นไปตามรูปแบบที่เขาคิดว่าดีที่สุดเขาเพิ่มพลังให้ปอดเยอะกว่าหัวใจเพราะกลไกของปอดนั้นจะส่งผลไปยังหัวใจต่อซึ่งหากส่งพลังเข้าไปในรูปแบบนี้มันจะทำให้เกิดสมดุลที่มั่นคงกว่า

                เมื่อกระแสพลังของความหิวโหยไหลผ่านเข้าไปในหัวใจและปอดร่างกายของกัสก็มีปฏิกิริยาขึ้นในทันที อุณหภูมิมันเพิ่มสูงขึ้นหัวใจเต้นเร็วขึ้นและการหายใจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                ผลลัพธ์นี้หากมองจากภายนอกก็จะเห็นได้เพียงสิ่งที่เปลี่ยนไปแบบหยาบๆแต่เมื่อมองผ่านตัวเลขที่แสดงอยู่บนบันทึกโลกวิญญาณแล้ว

                สองศิษย์อาจารย์ก็ทำสีหน้าราวกับได้พบกับโลกใบใหม่

                ดวงตาของทั้งสองเบิกกว้างขึ้นด้วยปฏิกิริยาที่น่าตระหนกพวกเธอมองดูตัวเลขที่วิ่งไปในทิศทางเดียวกันอย่างสมดุลมันไม่รุนแรงหรือโดดเด่นไปในทิศใดทิศหนึ่งหากแต่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่พอเหมาะไม่รุนแรงจนเกินไป

                “ไม่น่าเชื่อ..กัสเจ้ายังไม่ได้ส่งพลังให้กับอวัยวะส่วนอื่นใช่ไหม”

                “ครับท่านน้า ตอนนี้ข้าส่งพลังให้กับหัวใจและปอดเท่านั้น”

                สีหน้าของซีต้าเปลี่ยนไปอย่างมากเธอมีความเข้าใจในพลังของหลานชายมากยิ่งขึ้นและในเวลาเดียวนั้นเธอก็ตระหนักว่าการที่วิชาซึ่งไม่สมบูรณ์ของบลูไซต์นั้นสามารถใช้กับกัสได้จริงๆก็เพราะพรศักดิ์สิทธิ์ของกัสไม่ใช่ตัววิชาหรือความโชคดีเพียงอย่างเดียว

                สองศิษย์อาจารย์เฝ้ามองตัวเลขอยู่นานจนกระทั่งมั่นใจว่าความเปลี่ยนแปลงของอวัยวะทั้งสองส่วนนี้มีความสมดุลและไม่มีทีท่าว่าจะเกิดการล้มเหลวได้พวกเธอก็เริ่มเบาใจและบอกให้กัสดำเนินการขั้นต่อไปได้

                “ลองทำตามที่เจ้าเคยทำดูก่อน จำเอาไว้ ค่อยๆและใช้พลังให้น้อยที่สุด..”

                สีหน้าของซีต้าจริงจังขึ้นมาก มิซ่าเองก็กำมือแน่นจนมือสั่นดวงตาของทั้งสองหันมามองกัสเพียงชั่ววูบก็หันกลับไปมองหน้าจอต่อเพื่อจับตามองความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้น

                “ทราบแล้ว..”

                กัสสูดลมหายใจเข้าไปอีกครั้ง สมาธิของเขาผนึกตัวแน่นขึ้นมันมั่นคงขึ้นพลังงานไหลเวียนอย่างเป็นระบบแล้วไหลผ่านเข้าไปยังอวัยวะ 3ส่วนที่เหลือ

                ช่วงเวลานั้นความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขก็ทวีความรุนแรงขึ้นมากในเส้นกราฟมันเปลี่ยนจากเส้นเฉียงจนกลายเป็นเส้นตั้งแทบจะในทันทีและมีความเปลี่ยนแปลงที่ขึ้นลงอย่างต่อเนื่องราวกับสัญญาณชีพจรหัวใจ

                ดวงตาของซีต้าเบิกกว้างขึ้นเธอแทบจะสั่งให้กัสหยุดมือไว้แต่หัวใจของความเป็นผู้รักษาก็ได้หยุดเธอเอาไว้เพื่อเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

                ช่วงเวลานั้นดวงตาของซีต้าทอประกายวาววับราวกับพบเจอกับขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ล้ำค่าอย่างที่ไม่อาจประเมินได้

                ความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขที่คนภายนอกไม่อาจเข้าใจได้ทว่าสิ่งที่ซีต้ามองเห็นมันได้บอกให้เธอรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกตะลึงของกัสได้เป็นอย่างดี

                ภายใต้การขับเคลื่อนพลังของพรความหิวโหยได้ไหลผ่านหัวใจไปตามอวัยวะแต่ละส่วนและไหลผ่านไปยังร่างกายทุกๆส่วนด้วยการหนุนนำของหัวใจ

                ขั้นตอนที่ละเอียดนี้เป็นสิ่งที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าได้แต่ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ได้บอกให้รู้ถึงปริมาณไขมันที่ถูกเผาผลาญออกไปอย่างรวดเร็ว

                ความแข็งแกร่งของร่างกายแต่ละส่วนที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแม้กระทั่งอวัยวะภายในทั้งหมดที่ยากต่อการฝึกฝน

                

    คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน