ณ.จวนเสนาบดี ตระกูลเสี่ยว เสี่ยวเฉิงฮ่าว มีภรรยาสองคน ภรรยาเอกเป็คุณหนูตระกูลเซี่ยชื่อเซี่ยเตี๋ยเมิ่ง มีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อเสี่ยวอี๋เหยา ส่วนภรรยารองเป็ถึงแม่ทัพหญิงชื่อ ซูเมิ่งลู่ มีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อ เสี่ยวอี๋ผิง ด้วยวิชาการต่อสู่ที่เก่งกาจจึงทำให้ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยจึงได้ประกาศงานหมั้นให้ตระกูลเสี่ยวกับองค์รัชทายาท เสี่ยวอี๋เหยาหลงรักองค์รัชทายาทมานานแต่ฮ่องเต้กลับเลือกเสี่ยวอี๋ผิง มีทางเดียวคือต้องให้เสี่ยวอี๋ผิงปฏิเสธด้วยตนเองฮ่องเต้จึงจะเปลี่ยนมาเลือกนาง นางจึงบอกให้มารดาของตนเองนั้นช่วยพูดกับท่านพ่อ เดิมที่เสี่ยวเฉิงฮ่าวก็ไม่เคยรักซูเมิ่งลู่อยู่แล้วแต่เพราะโดนฮูหยินเฒ่าบังคับจึงต้องแต่งนางมาเป็อนุ ต่อมาเมื่อซูเมิ่งลู่คลอดบุตรสาวเขาก็ยิ่งไม่สนใจนาง แม้ว่าทุกคนในจวนจะกลั่นแกล้งสองแม่ลูกอย่างไรเขาก็ไม่สนใจใยดี มีเพียงฮูหยินเฒ่าเพียงคนเดียวที่คอยสนใจพวกนาง ซูเมิ่งลู่ เป็ถึงอตีดแม่ทัพใหญ่แต่เพราะความรักที่มีต่อเสี่ยวเฉิงฮ่าวทำให้นางยอมละทิ้งตำแหน่งมาแต่งกับเขา แต่หลายปีมานี้เขาก็ไม่เคยรักนางเลย นางคอบแอบสอนวรยุธให้แก่บุตรสาวอย่างลับๆ เสี่ยวอี๋ผิงเริ่มฝึกั้แ่ เจ็ดขวบจนตอนนี้นางก็อายุสิบเก้าปีแล้ว ความสามารถของนางตอนนี้สามารถนำทัพได้เลยด้วยซ้ำ
ขณะที่นางกำลังฝึกวรยุธอยู่นั้นซูเมิ่งลู่ก็เข้ามา
'วันนี้พอแค่นี้เถิด'
'ค่ะ ท่านแม่' เสี่ยวอี๋ผิงแม้จะเป็ลูกอนุแต่นางกับมีใบหน้าที่งดงามกว่าพี่สาวอีก นางมีวรยุธ แต่ก็ไม่สามารถบอกคนอื่นได้เพราะมันอาจนำภัยมาสู่นาง
'ผิงเอ๋อแม่ขอเตือนเ้าหากวันใดแม่ไม่อยู่แล้วเ้าต้องดูแลตัวเองดีดีนะลูก'จู่ๆซูเมิ่งลู่ก็พูดขึ้นทำให้คนเป็ลูกถึกกับใจหาย 'ไม่มีอะไรจ้ะ' ผู้เป็แม่ตอบพรางยิ้มให้อย่างอบอุ่น
ต่อมาสามวัน ซูเมิ่งลู่ก็ล้มป่วยสุดท้ายก็จากไป ฮูหยินเฒ่าจึงรับเสี่ยวอี๋ผิงไปดูแลด้วยตนเอง ตามคำขอก่อนตายของซูเมิ่งลู่ เสี่ยวอี๋ผิงได้แต่ซึมเศร้าไม่พูดไม่จากับใคร