ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 100 มุ่งหน้าไปยังสุสาน

            “ตำแหน่งราชามาร? ท่านราชามารทำข้าน้อยตกใจจริงๆข้าไม่เคยกล้าคิดขึ้นรับตำแหน่งราชามารเลย”

            เมื่อได้ยินว่าตำแหน่งราชามารทิศใต้กำลังว่างอยู่เหลยป้าเทียนถึงกับตัวสั่นเทิ้ม คุกเข่าลงตรงหน้าราชามารตะวันตกทันที

            “ลุกขึ้นเถอะเจ้ากับข้าได้รู้จักกันก็ดีมากแล้ว ข้าเพียงบอกความในใจออกไปเท่านั้นเมื่อมองดูหุบเขาสุขาวดีแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าเหมาะกับตำแหน่งราชามารทิศใต้มากที่สุด”

            ราชามารตะวันตกหัวเราะเสียงดังคำของเขามีทั้งจริงและเท็จ แต่ดูไม่ออกเลย

            “เรื่องนี้เจ้าจดจำไว้กลับไปบอกเจ้าเหนือว่า ข้าคิดว่าเขาเป็นคนฉลาด ต้องเข้าใจข้อดีข้อเสียได้อย่างแน่นอน

            “ขอรับขอรับ ข้าน้อยมิบังอาจ! มิบังอาจ!”

            เหลยป้าเทียนลุกขึ้นแต่ร่างของเขายังสั่นอยู่ หากกล่าวถึงการแสดง เหลยป้าเทียนเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะน่าตะลึงที่ไม่มีใครจับผิดเขาได้เลย

            “ท่านราชามารข้าน้อยขอตัวก่อน พวกเรายังมุ่งหน้าไปยังสุสานตามนัดหมายเดิมแล้วข้าจะไปชักชวนราชามารทิศเหนือเอง”

            เหลยป้าเทียนคารวะราชามารตะวันตกอีกครั้งจากนั้นเขาจึงถอยหลังออกไปจากห้อง เรียกได้ว่าทำตามมารยาทได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง

            กระทั่งเขาถอยหลังออกไปจากโรงเตี๊ยมแล้วเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนจึงเข้าไปในห้อง

            “เตรียมการเรียบร้อยแล้ว”

            “เรื่องการแสดงข้าเลื่อมใสท่านราชามารตะวันตกยิ่งนัก”

            เริ่นเสี้ยวเทียนยกนิ้วโป้งให้ราชามารตะวันตกด้วยความชื่นชมหลายวันมานี้เขาได้เห็นกับตาตัวเอง มีเพียงคำว่า ‘เลื่อมใส’ เท่านั้น

            “ฮ่าๆแน่นอนอยู่แล้ว พวกเจ้าเตรียมการอย่างไรแล้วบ้าง”

            “เกือบพร้อมแล้วสามารถดำเนินการได้ทุกเมื่อ” เสิ่นเสวียนพยักหน้าพลางกล่าว

            “ได้ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราออกเดินทางกันคืนนี้เลย ถ้าเดินเท้าเข้าไปพรุ่งนี้เช้าก็น่าจะถึง”

            ราชามารตะวันตกเสิ่นเสวียน และเริ่นเสี้ยวเทียนเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างลงตัวราชามารตะวันตกรับผิดชอบปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาอยู่ที่นี่ส่วนเสิ่นเสวียนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยจะออกไปเตรียมตัวที่เรียกว่าเตรียมตัวก็คือเตรียมหาอาหาร สุราเอย เนื้อเอย ห้ามขาดแม้แต่อย่างเดียวส่วนเริ่นเสี้ยวเทียนบอกว่าตนเองมีธุระจึงออกไปข้างนอกอีกครั้ง กระทั่งตกดึกจึงกลับมา

             

            ตอนกลางคืนทั่วทั้งเมืองเงียบสงบ

            จวนราชามารทิศเหนือยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากตะเกียงตอนนี้เหลยป้าเทียนและราชามารทิศเหนือกำลังหารือเรื่องสุสานกันอยู่

            พวกของราชามารตะวันตกค่อยๆออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามราตรี พวกเขานั่งอยู่บนพรมวิเศษมุ่งหน้าไปทางสุสาน

            ณจวนราชามารทิศเหนือ ราชามารทิศเหนือนั่งอยู่ด้านบนส่วนเหลยป้าเทียนนั่งในตำแหน่งรองลงมา

            “พวกเขาออกเดินทางกันแล้ว”

            ราชามารทิศเหนือกล่าวขึ้นในเมืองนี้ หากเขาต้องการสืบค้นเรื่องใดแล้ว ใครก็หลบไม่พ้นสายตาของเขา

            “น่าจะไปยังสุสานกันแล้วท่านราชามาร พวกเราจะออกเดินทางกันเมื่อไร”

            เหลยป้าเทียนกล่าวกับราชามารทิศเหนือหลายวันมานี้เขาต้องเทียวไปเทียวมา สร้างประโยชน์ให้ราชามารทิศเหนือไม่น้อยแม้ราชามารทิศเหนือกับราชามารตะวันตกจะไม่ได้เจอหน้ากันแต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนคลี่คลายลงไปมากแล้ว

            ต้นเหตุเกิดขึ้นเพราะเขาและจบลงที่เขา ทำให้ราชามารทิศเหนือพึงพอใจเหลยป้าเทียนเป็นอย่างมาก

            “ไม่รีบพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทาง ใช่แล้ว กริชนิลนาคาเป็นอย่างไรบ้าง” ราชามารทิศเหนือถามเหลยป้าเทียน

            “ตอบกลับท่านราชามารข้าน้อยฝึกใช้จนเคยชินแล้ว สามารถแสดงอานุภาพได้ถึงเจ็ดส่วน”

            “อานุภาพเจ็ดส่วนยังไม่เพียงพอตอนที่ราชามารตะวันตกใช้กริชนิลนาคาเล่มนี้เขาเคยสังหารผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกันตายไปแล้วหลายคนจำไว้ว่ากริชนิลนาคาเล่มนี้ห้ามเปิดเผยออกมาเด็ดขาดหากเปิดเผยออกมาแสดงว่าจะต้องมีคนตาย มันจะได้ผลสูงสุดก็ต่อเมื่อไม่ทันได้ระวังตัว”

            “หากข้าเดาไม่ผิดเมื่อใดที่สุสานปิดลง เมื่อนั้นคือวันที่พวกเราจะโดนล้อมสังหาร”ราชามารทิศเหนือมีสีหน้าเคร่งขรึม แม้เขาจะเลื่อนขั้นเป็นขั้นจักรพรรดิแล้วแต่เขายังไม่มั่นใจว่าจะเอาชีวิตรอดจากการล้อมสังหารครั้งต่อไปได้

            ครั้งก่อนเพราะตนเองทะลวงเลื่อนขั้นอย่างกะทันหันรวมกับเหลยป้าเทียนเข้ามาช่วยไว้จึงทำให้อีกฝ่ายล่าถอยออกไปได้แต่ไม้ตายเหล่านี้ถูกเปิดเผยออกไปแล้ว คิดจะเอาชนะให้ได้อีกครั้งคงเป็นเรื่องยาก

            “ท่านราชามารวางใจได้ครั้งนี้แม้ต้องตายข้าก็จะปกป้องท่านราชามารให้ได้”

            เหลยป้าเทียนทำท่าทางจงรักภักดีใครเห็นก็ต้องเชื่ออย่างนั้น

            “หากสู้ไม่ได้จริงๆเจ้าต้องหนีไป เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าเลย”

            ราชามารทิศเหนือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวราวกับสั่งเสีย

            “ท่านราชามารไม่ต้องกล่าวอะไรแล้วหากพวกเขาคิดสังหารท่านราชามารต้องข้ามศพข้าไปก่อน”

            เหลยป้าเทียนกล่าวออกมาทันทีเพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ

             

            เมื่อออกจากเมืองไปแล้วทุกคนที่นั่งอยู่บนพรมวิเศษขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปยังเขตกู่ซวี

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยเหมือนกับก่อนหน้านี้นางนั่งฝึกฝนอยู่ภายในกระโจมบนพรมวิเศษ เริ่นเสี้ยวเทียน เสิ่นเสวียนและราชามารตะวันตกต่างก็เข้าไปในกระโจมเช่นกัน แต่พวกเขากำลังดื่มสุรากันอยู่และคิดว่าจะดื่มกันทั้งคืน

            ไม่รู้เลยว่าท้องของพวกเขาทำมาจากอะไรเหมือนกับกินเท่าไรก็ไม่เมา

            ราชามารตะวันตกชื่นชอบการดื่มสุรามากที่สุดส่วนเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนทำหน้าที่เป็นสหายร่วมทางไม่อย่างนั้นคงเข้าไปฝึกฝนตั้งนานแล้ว

            ส่วนเสิ่นเลี่ยนหลังจากที่เข้าไปฝึกฝนในมิติครั้งก่อน เขายังไม่กลับออกมาเลย

            หุ่นเชิดทั้งสองเป็นคู่ซ้อมให้โดยไม่ปริปากบ่นการฝึกฝนในระดับนี้ไม่รู้ว่ามีคนอิจฉามากแค่ไหน

             

            เขตกู่ซวีตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาสุขาวดีแม่น้ำเจ็ดสายที่ไหลผ่านในหุบเขาสุขาวดีต่างไหลมาบรรจบกันในทะเลสาบภายในเขตกู่ซวีกลายเป็นทะเลสาบธรรมชาติที่กว้างใหญ่

            ที่นี่คือสถานที่ที่ไอพลังหลิงชี่ภายในหุบเขาสุขาวดีเข้ามารวมตัวกันและที่นี่ยังเป็นสถานที่แห่งชีวิตภายในหุบเขาสุขาวดีอีกด้วย

            ภายในหุบเขาสุขาวดีมีสี่ราชามารผู้ยิ่งใหญ่ปกครองอาณาเขตทิศเหนือทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตกมีเพียงในเขตกู่ซวีเท่านั้นที่ไม่มีใครกล้าเรียกตนเองว่าราชาเพราะอำนาจของที่นี่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ผู้แข็งแกร่งไม่ได้มีเพียงคนเดียวแม้พลังของพวกเขาแต่ละคนมิอาจเทียบเท่าราชามารได้แต่เมื่อรวมพลังกันแล้วหาใช่สิ่งที่ราชามารจะรับมือได้

            แต่เป็นเพราะสี่ราชามารผู้ยิ่งใหญ่ต่างร่วมมือกันอยู่ส่วนคนเหล่านี้เหมือนเม็ดทรายแตกระแหง สุดท้ายแล้วจึงไม่มีความก้าวหน้าใดๆ

            สุสานใหญ่เปิดออกกลายเป็นเรื่องคึกคักในหุบเขาสุขาวดีผู้คนมหาศาลเข้ามารวมตัวกันที่นี่แม้ไม่ใช่คนในหุบเขาสุขาวดีก็อยากเข้าไปรับส่วนแบ่งบ้าง อัจฉริยะมากมายทั่วแคว้นชิงหยุนต่างเดินทางมาที่นี่เพื่อแสวงหาโอกาสและโชค

            ตกกลางคืนหลายคนต่างกำลังกินอาหาร ส่วนพรมวิเศษก็มุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเหาะไปเหนือเขตกู่ซวีอย่างรวดเร็ว

            “ดูนั่นพวกเราถึงแล้ว”

            ราชามารตะวันตกเดินออกมาจากกระโจมยืนมองลงไปจากพรมวิเศษ

            ทะเลสาบสีฟ้าขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางไอพลังหลิงชี่มากมายนับไม่ถ้วนรวมตัวเข้าด้วยกัน รอบๆ คือเทือกเขาสูงตระหง่านมีไอพลังยิ่งใหญ่แอบซ่อนอยู่มากมาย

            “มองจากด้านบนลงไปให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจริงๆ!”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองลงไปด้านล่างด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจแม้เขาจะเหาะได้เหมือนกัน แต่ยังไม่เคยเหาะได้สูงขนาดนี้มาก่อน

            ความสูงระดับนี้สำหรับเสิ่นเสวียนไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรเสิ่นเสี่ยวเม่ยเดินออกมาจากกระโจม สิ่งที่เห็นทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นมาก

            “สี่เซี่ยงขั้นราชันจี๋เล่อน้อย ดูเหมือนด้านล่างมีคนแอบซ่อนอยู่ไม่น้อย!”

            ราชามารตะวันตกสัมผัสเล็กน้อยพลางหัวเราะเสียงดังคนเหล่านี้ต่างมีชื่อเสียงในหุบเขาสุขาวดี แม้จะด้อยกว่าราชามารอยู่เล็กน้อยแต่พวกเขาล้วนไม่ธรรมดา

            “พวกเราลงไปกันเถอะจะได้สังเกตสภาพแวดล้อมล่วงหน้า”

            ราชามารตะวันตกควบคุมพรมวิเศษให้เหาะลงไปอย่างช้าๆเขาไม่ได้ตั้งใจเก็บซ่อนพลัง ทำให้ผู้แข็งแกร่งเบื้องล่างรับรู้ได้อย่างชัดเจนพลังที่แข็งแกร่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้าดึงดูดสายตาคนส่วนใหญ่ไปทันที

            “นี่ไม่ใช่พาหนะของราชามารตะวันตกหรอกหรือหรือเขาไม่ได้เป็นอะไรไป”

            ภายในค่ายแห่งหนึ่งด้านล่างบุรุษวัยกลางคนร่างสูงสี่คนจากสำนักจตุรเทพนั่งอยู่ด้วยกันสี่คนนี้คือสี่เซี่ยงแห่งสำนักจตุรเทพ พลังของแต่ละคนอยู่ในขั้นราชันระดับสูงเมื่อทั้งสี่คนรวมพลังกัน แม้แต่ราชามารยังต้องหลบหลีกไป

            “ดูเหมือนข่าวลือจะเป็นเท็จพวกเรามารอดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก” บุรุษวัยกลางคนที่เป็นผู้นำกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตากลับฮึกเหิมขึ้นมาอย่างรุนแรงเขากังวลอยู่ว่าสี่ราชามารผู้ยิ่งใหญ่จะตายไปทั้งหมดแล้ว ทำให้เขามิอาจหาคู่ต่อสู้ได้ตอนนี้ราชามารตะวันตกมาถึงแล้ว นับว่าเป็นไปตามความต้องการของเขาพอดี

            “เอ๋?พาเด็กๆ มาหลายคนเลย”

            บนยอดเขาลูกหนึ่งในเขตกู่ซวีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งมองพรมวิเศษบนท้องฟ้าพลางกล่าวเสียงเรียบ

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน