พอถึงคิวของฟ็อกซ์และกลุ่มคนที่มาจากโลกเดียวกับเขา กลับมีสายตาดูถูกจากกลุ่มผู้พิชิตหลายๆ กลุ่มมองมา ซึ่งมันก็เป็นเพียงเรื่องปกติของหอคอยพระเจ้า เหล่าผู้พิชิตส่วนมากที่เข้ามาก่อนล้วนมีความแข็งแกร่งมากพอตัว พวกเขาย่อมไม่เห็นพวกมือใหม่อยู่ในสายตาอยู่แล้ว
เพียงแต่บริเวณชั้นที่ 10 ด้านนอกห้องของบอส มีผู้พิชิตรุ่นอาวุโสจากสถาบันต่างๆ มาคอยสังเกตุการณ์เพื่อเฟ้นคัดเลือกศิษย์เข้าร่วมสถาบัน ทำให้ผู้พิชิตส่วนมากไม่กล้าทำตัวกร่างนั้นเอง ในขณะที่ฟ็อกซ์และคนอื่นๆ กำลังจะเข้าไปในห้องเพื่อพิชิตบอส ก็ถูกผู้พิชิตวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ
"ทำไมกลุ่มของพวกเจ้าถึงมีกันแค่ 7 คนละ!?"
"มีกฏห้ามไว้หรอว่าต้องเข้าครบ 10 คนตลอดน่ะ!!" ซารีน่าเอ่ยสวนกลับทันควัน
"หืม!! เด็กน้อยเจ้านี่ปากดีใช้ได้เลยนะ" ชายวัยกลางคนตอบกลับอย่างไม่ยี่หร่ะ ก่อนจะจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าเหมือนกัน "เศษสวะไม่เจียมตัวอย่างพวกเจ้า ถ้าอยากเข้าไปตายมากนัก ไว้รอเข้าหลังจากพวกข้าก็แล้วกัน"
สิ้นเสียงชายวัยกลางคนเขาก็เดินนำพากลุ่มของเขาแซงคิวเพื่อที่จะเข้าห้องบอส ทำเอาซารีน่าถึงกับปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที เธอถึงกับปลดปล่อยออร่าจิตสังหารออกมาราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่แตกทะลัก ทำเอากลุ่มของชายวัยกลางคนถึงกับต้องรีบหยุดชะงัก พลางเริ่มที่จะหลั่งเหงื่อเย็นออกมา เพราะแค่ออร่าของเด็กสาวตรงหน้า ก็รับรู้ได้ทันทีว่าพลังของเธอแข็งแกร่งกว่าพวกเขาแน่นอน
"เมื่อกี้เรียกใครว่าเศษสวะนะ!?" ซารีน่าหันไปถามชายวัยกลางคน ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาราวกับจะสื่อว่า ขอเพียงพูดออกมาชัดๆ อีกสักครั้ง มันต้องตายอย่างน่าสมเพศแน่นอน
ทำเอาชายวัยกลางคนถึงกับตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ฟ็อกซ์และคนอื่นๆ ล้วนไม่แปลกใจที่เห็นอาการซารีน่าเป็นแบบนั้น เพราะในอดีตเธอได้รับฉายาว่า "นางฟ้าสีเลือด" นั่นเป็นเพราะซารีน่ามีสองบุคลิก ในหากยามปกติเธอจะเป็นคนสดใสร่าเริงเหมือนเด็กสาวทั่วไป แต่ยามใดมีคนหาเรื่องเธอไม่พิการก็ตายอย่างอนาถทุกราย
ยิ่งเกมส์เสมือนจริงที่พวกเขาเล่นนั้น มันสมจริงมากทั้งเลือดสดๆ จากการสังหารผู้เล่น หรือมอนส์เตอร์ในเกมส์ ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่สมจริง ฉะนั้นผู้เล่นในเกมส์เสมือนจริงทุกคน หากไม่แข็งแกร่งจริงก็อยู่ไม่ได้ พวกเขาที่มีประสบการณ์หลายสิบปีในเกมส์เสมือนจริง การฆ่าคนนั้นแทบจะทำกันทุกวัน จะมีจิตสังหารที่รุนแรงก็ไม่แปลกมากนัก ผิดกับลูเคียที่ยังไม่รู้จักฟ็อกซ์และคนอื่นๆ ดีพอ
กลับมาทางด้านชายวัยกลางคนที่แม้จะมีอาการหวาดกลัว แต่ก็พยายามเก็บซ่อนอาการเป็นอย่างดี ทว่าตัวมันเองก็ไม่กล้าที่จะปริปากพูดอะไรออกมาเลย ขณะเดียวกันนั้นเองเมื่อรับรู้ได้ถึงบางอย่าง โซระ ฟ็อกซ์ ฟรานเชส ซารีน่า วาร์ด และยูริ ถึงกับระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรง ทำเอาเหล่าผู้พิชิตที่อยู่รอบๆ บางส่วนถึงกับหมดสติไป
"คิดสังหารผู้พิชิตด้วยกันเอง ช่างกล้าเกินตัวจริงนะเจ้าเด็กน้อยทั้งหลาย" ชายชราที่โผล่ออกมายืนอยู่ด้านหน้าของพวกเขา และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง แม้จะตกตะลึงในระดับพลังของเด็กๆ ตรงหน้าก็ตาม
ถึงฟ็อกซ์และคนอื่นๆ จะแข็งแกร่งขึ้นมากแค่ไหนก็ตาม หากแต่ชายชราผู้นี้กลับให้บรรยากาศที่น่าเกรงขาม แม้จะมีออร่าที่ดูเรียบง่ายแต่กลับอัดแน่นไปด้วยพลังที่มหาศาล ถ้าต้องสู้กันตัวต่อตัวพวกเขาคงไม่อาจเอาชนะได้แน่ แต่ผิดที่วันนี้พวกเขาอยู่กัน 6 คน [ไม่นับลูเคีย] การจะเอาชนะพวกเขาได้นั้นมันเป็นอะไรที่สิ้นคิดมาก
"ตามกฏพิชิตห้องบอสใครคิดแซงคิวสามารถฆ่าได้ทันที ผู้อาวุโสอย่างท่านอย่าคิดว่าจะรังแกเด็กอย่างพวกเราได้ง่ายๆ" โซระเอ่ยปากอย่างไม่วิตกกังวลมากนัก
"ผู้อาวุโสท่านอาจจะแข็งแกร่ง แต่หากคิดร้ายพวกเราคงต้องดูว่ามีความสามารถมากพอไหม" ฟ็อกซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! ถ้าเช่นนั้นตาแก่อย่างข้าคงต้องขออภัยด้วย คุณชายและคุณหนูทั้งหลาย ถือซะว่าเห็นแก่หน้าตาแก่อย่างข้า ช่วยปล่อยพวกเขาไปจะได้หรือไม่!?" ชายชราจู่ๆ ก็เปลี่ยนอากัปกริยาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกมขอร้องแทน ทำเอาฟ็อกซ์และคนอื่นๆ งงไปตามๆ กัน
"ได้ วันนี้จะเห็นแก่หน้าท่านอาวุโสก็แล้วกัน" โซระเอ่ยตอบอย่างเยือกเย็น
"เดี๋ยวสิ!! ชั้นยังไม่.........." ซารีน่าที่พยายามจะทักท้วง แต่กลับถูกฟ็อกซ์เอ่ยตัดบทไป
"ช่างเถอะ ซารีน่า พวกเราเสียเวลามามากเกินไปแล้วนะ อยากโดนทิ้งห่างมากกว่านี้รึไง"
"ตะ..แต่....." ซารีน่ายังคงจะเถียงกลับ สุดท้ายฟรานเชส วาร์ด และยูริ จึงต้องเข้ามาห้ามปราม ทำให้ซารีน่ายอมตัดใจไม่ฆ่าไอ้คนปากเสียที่ดูถูกพวกเธอแต่โดยดี พลางสายตายังคงจับจ้องไปทางกลุ่มคนเหล่านั้น เหมือนจะสื่อสารกรายๆ ว่า ถ้าเจอกันที่ชั้นอื่นอย่าหวังว่าจะรอดไปได้
"เช่นนั้น พวกเราขอตัว" โซระกับฟ็อกซ์เอ่ยแทบจะพร้อมกัน ซึ่งชายชราก็ได้แต่ยิ้มตอบรับเท่านั้น
หลังจากฟ็อกซ์และคนอื่นๆ เข้ามาที่ห้องบอสชั้นที่ 10 แล้ว ประตูขนาดสูงใหญ่ก็ปิดลงทันที เบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏวงเวทย์อัญเชิญขึ้นมา 5 วง ก่อนจะมี ร่างของอสูรกายออกมา 5 ตน มีตนนึงที่มีร่างกายคล้ายคลึงกับพวกโอเกอร์ ผิดแผกตรงที่ขนาดตัวของมันกลับไม่ได้ใหญ่โต แลดูคล้ายคลึงกับมนุษย์ซะมากกว่า เหมือนพวกที่วิวัฒนาการกลายเป็นคิจิน ส่วนอีก 4 ตนที่เหลือเหมือนพวกโอเกอร์ทั่วๆ ไป แตกต่างแค่อาวุธที่พวกมันถือซึ่งมี ดาบกับโล่ ทวน ธนู และค้อน
เมื่อเห็นศัตรูตรงหน้าพวกเขาเพียงพยักหน้าให้กันเล็กน้อย ก่อนที่ยูริจะร่ายมนตราเสริมพลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็ว ให้กับทุกคนในกลุ่ม พลางร่ายมนตราบทใหญ่ที่จำต้องใช้เวลานานทันที ส่วนโซระกับฟ็อกซ์พุ่งทะลวงฝ่าเข้าไปพร้อมกัน เพื่อเปิดฉากโจมตีไปที่คิจินโดยไม่สนใจโอเกอร์ 4 ตนที่ขวางหน้าเลยแม้แต่น้อย
ทว่าโอเกอร์ทั้ง 4 ตนก็ราวกับเชี่ยวชาญศึกสงคราม พวกมันจัดขบวนทัพต่อสู้อย่างรวดเร็ว ตัวที่ถือดาบกับโล่ทำหน้าที่คอยป้องกัน ส่วนตัวที่ถือหอกกับค้อนพุ่งเข้าโจมตีโซระกับฟ็อกซ์ทันที และตัวที่ถือธนูมันกลับง้างธนูเวทย์โจมตีสวนเช่นกัน
"เพล้ง!! เพล้ง!!"
"ตู้มมมมม!!"
ทว่าในจังหวะนั้นเองฟรานเชสกับซารีน่า กลับใช้ความเร็วที่เหนือกว่ามาขวางหน้าโอเกอร์ที่ถือทวนกับค้อน พลางใช้พละกำลังที่อัดแน่นเตะพวกมันออกไปคนละทิศละทาง เพื่อเปิดทางให้โซระกับฟ็อกซ์เข้าถึงตัวคิจิน ที่เสมือนเป็นหัวหน้าบอส ส่วนลูกธนูเวทย์ที่โจมตีใส่โซระกับฟ็อกซ์ ก็ถูกวาร์ดใช้มนตราธาตุแสงผ่านอุปกรณ์เวทย์ที่เขาสร้างขึ้นเอง [ปืน] ยิงใส่ลูกธนูเวทย์ทั้งสองดอกที่โจมตีโซระกับฟ็อกซ์
ก่อนที่วาร์ดจะใช้โล่เหล็กป้องกันโอเกอร์ที่ถือดาบและโล่ที่พุ่งเข้ามาโจมตีเขา เพราะในเวลานี้ขาดแท็งสำคัญๆ ไป ทำให้วาร์ดต้องยืนตำแหน่งนี้แทน เพื่อป้องกันยูริที่กำลังร่ายมนตราบทใหญ่ มีเพียงลูเคียที่ยืนเอ๋อๆ อยู่เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหนดี จนได้ยินเสียงของอาจารย์หญิงให้จัดการเจ้าตัวที่ถือธนู เธอจึงรับคำสั่งไปจัดการทันที
ทางด้านคิจินหัวหน้าบอส เมื่อเจอโซระกับฟ็อกซ์จู่โจมแบบประสาน ทำให้มันถึงกับแทบตั้งรับไม่ทัน พวกโอเกอร์นั้นจัดเป็นอสูรที่ทรงพลังกว่ามิโนทอร์มากนัก แต่ก็ยังไม่สามารถใช้เวทย์ได้มีเพียงพละกำลังและความเร็ว ผิดกับโอเกอร์ที่วิวัฒนาการกลายเป็นคิจิน พวกนี้สามารถใช้เวทย์ได้และรุนแรงมากอีกด้วย
ทว่าในการต่อสู้ตัดสินเป็นตายนั้นการใช้เวทย์หรือมนตราจำต้องมีสมาธิอย่างมาก นั่นคือเหตุผลที่คิจินได้แต่ตั้งรับโดยไม่อาจใช้เวทย์ได้ ฟ็อกซ์และคนอื่นๆ ที่มาจากโลกล้วนเคยชินกับการต่อสู้ แม้จะไม่เคยร่วมทีมกันต่อสู้มาก่อน แต่พวกเขาเคยต่อกันสู้กันเองมานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้รู้ถึงศักยภาพของแต่ละคน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า ทำให้แบบแผนการต่อสู้ของพวกเขาประสานกันได้อย่างลงตัว
คิจินที่โดนโซระกับฟ็อกซ์โจมตีมาอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง มันจึงพยายามที่จะร่ายเวทย์บทสั้นโจมตีกลับ เพื่อเปิดช่องว่างให้มันได้มีโอกาสพักและหาจุดอ่อนของศัตรู ทว่าการโจมตีด้วยเวทย์ของคิจินนั้น นอกจากจะโจมตีไม่โดนแล้ว ยังทำให้ตัวมันพลาดพลั้งเสียทีเองอีกด้วยในช่วงเสี้ยววิ ที่มีการปล่อยเวทย์โจมตีออกไป
ผ่านไปราว 5 นาที ลูเคียเป็นคนแรกที่สังหารโอเกอร์ที่ถือธนู เพราะมันแพ้ทางพวกระยะประชิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่อมาไม่นานฟรานเชสและซารีน่าก็สามารถสังหารโอเกอร์ที่ถือทวนกับค้อนลงได้ ก่อนที่วาร์ดจะสังหารโอเกอร์ที่ถือดาบกับโล่ได้เป็นลำดับต่อไป เหลือเพียงแค่คิจินหัวหน้าบอสตัวเดียวเท่านั้น ที่ยังไม่อาจเอาชนะได้
แม้ว่าคิจินจะโดนโซระกับฟ็อกซ์โจมตีจนมีบาดแผลนับไม่ถ้วน แต่ร่างกายมันสามารถฟื้นฟูได้รวดเร็วมาก ด้วยอาวุธของโซระกับฟ็อกซ์แล้ว ย่อมไม่อาจตัดเฉือนเนื้อของมันได้ลึก ทำให้ค่อนข้างเสียเปรียบไม่ใช่น้อย พอครบ 10 นาที โซระกับฟ็อกซ์และคนอื่นๆ ต่างก็กลับมายืนรวมกับยูริ พร้อมๆ กับวงเวทย์ขนาดใหญ่สองวงบนพื้นและอากาศ ก่อนจะปรากฏเป็นม่านบาเรียโปร่งแสงสีทองจางๆ กับมหาเวทย์ฝนดาวตกที่รุนแรงมาก จนเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน พอวงเวทย์มหาเวทย์ฝนดาวตกสลายไป ยูริก็คลายม่านพลังบาเรียออกทันที
ก่อนที่ยูริจะยิงเวทย์น้ำแข็งพุ่งไปยังทิศทางนึง พร้อมๆ กับร่างของโซระ ฟ็อกซ์ ฟราเชส ซารีน่า และวาร์ด จะผสานการโจมตีคิจิน ในจังหวะเดียวกันกับเวทย์น้ำแข็งของยูริที่พุ่งไปถึงร่างของมันพอดี เพราะถึงแม้มหาเวทย์ฝนดาวตกจะรุนแรง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสังหารคิจินได้ ทว่ามันก็ทำให้คิจินมีบาดแผลนับไม่ถ้วน ทั้งยังลึกมากพอที่พวกเขาที่เหลือจะปิดฉากจบการโจมตีนี้ได้
ทว่าสิ่งที่น่าหดหู่ที่สุดก็คือของที่ดรอปได้จากบอสและลูกน้องอีก 4 ตัว มีแค่เงินนิดๆ หน่อยๆ กับธนูและมีดสั้นอย่างละ 1 ชิ้น เพราะอาวุธจำพวกธนูพวกเขาไม่ได้ใช้จึงถือว่าไร้ค่า ส่วนมีดสั้นนั้นแม้ว่าฟ็อกซ์จะเคยใช้ แต่เขาใช้มีดสั้นคู่หรืออาวุธจำพวกดาบกับเคียวเท่านั้น มีดสั้น 1 เล่มจึงไร้ค่าเช่นกัน ทำให้ของทั้ง 2 ชิ้น ให้ยูริเก็บเอาไว้ไปขาย แล้วค่อยมาแบ่งเงินกันทีหลัง เพราะยูริเชี่ยวชาญในเรื่องพวกนี้
เมื่อผ่านการพิชิตบอสชั้นที่ 10 ได้แล้ว ประตูสู่ชั้นถัดไปก็เปิดออก แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือมีเหล่าผู้ชิตหลายร้อยคน เตรียมที่จะลงไปชั้นล่างด้วยเหตุผลที่ว่าราคาวาร์ปมันมีราคาสูงมาก แล้วพวกเขาที่ต้องการจะกลับโลกของตนเอง จึงจำเป็นต้องใช้การเดินทางลงไปชั้น 1 เพื่อใช้เกจวาร์ปกลับโลกของแต่ละคน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์นั่นเอง และนอกเหนือไปจากกลุ่มผู้พิชิตที่จะลงไปชั้นล่าง ยังมีอีกกลุ่มที่น่าตกใจคือเหล่าอาวุโสจาก 5 สถาบันใหญ่ ที่มาดักรอกลุ่มของฟ็อกซ์ทั้ง 7 คน