ข่าวเรื่องอาคารระเบิดเป็นจุยเมื่อเช้านี้โด่งดังไปทั่วทุกที่ เนื่องจากองค์กรโลกสมัยใหม่เป็นผู้นำมนุษยชาติ หากมีเรื่องราวแม้จะเล็กน้อยแค่ไหนมันก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ได้เช่นกัน
วันนี้ตลอดทั้งวันข่าวเกี่ยวกับการระเบิดของอาคารในองค์กร ได้มีผู้คนพากันคาดเดาไปต่างๆนาๆ แต่ที่มีความเป็นไปได้สูงคือมีผู้ก่อการร้ายระเบิดอาคารนั้นทิ้ง อย่างไรก็ตามส่วนเหตุจูงใจนั้นทุกคนก็คาดเดาไปในหลายทิศทาง
ทว่าน่าประหลาดใจที่ข่าวลือเหล่านี้กลับถูกเขียนเป็นข่าวใหญ่โต และผู้คนพากันเชื่อสนิทใจ จึงไม่แปลกที่หยาดทิยพ์เพื่อนของมายด์จะเชื่อเช่นนั้น เพราะสื่อข่าวทุกช่องต่างก็รายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนตัวการนั้นกำลังนั่งกินข้าวอย่างสบายอารมณ์ โจซัดสเต๊กไปหลายชิ้น ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นย่อมต้องกินมากขึ้นเช่นกัน แต่อีกสาเหตุที่ทำให้เขากินได้มากขนาดนี้ก็คือมันอร่อย
สถานที่แห่งอื่นในอวกาศย่อมต้องมีของอร่อยเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใกล้เขตสงครามทำให้ไม่มีการพัฒนาสักเท่าไร ความอร่อยจึงเทียบไม่ได้กับที่โลก
โจเหลือบมองโทรทัศน์ที่ถูกฝังอยู่ในกำแพงด้านบน มันกำลังเล่นช่องข่าวช่องหนึ่งและเป็นข่าวเกี่ยวกับอาคารในองค์กรที่ถูกระเบิดเป็นจุย แถมผู้สื่อข่าวยังรายงานว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายไม่ทราบฝ่าย ทำเอาสเต๊กในปากเขาแทบพุ่งออกมา
“แค่กๆ” โจสำลักแล้วรีบดื่มน้ำทันที เขาไม่อยากจะคิดว่าตัวเองกลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามเขากลับมาทำตัวเฉยเมยและตีเนียนเหมือนไม่ใช่เรื่องของตน
หลังจากที่เขากินเสร็จเขากำลังกลับไปที่ห้องพักของตน แต่เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางก็นึกขึ้นได้ว่าห้องของตัวเองไม่เหลืออะไรแล้ว
เขาจึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นนอกองค์กรและหาซื้อชุดมาเปลี่ยน หากให้ใส่แต่ชุดของกองกำลังสนับสนุนเดินไปไหนมาไหนประชาชนคนทั่วไปคงได้แตกตื่นแน่แท้
อย่างไรก็ตามหากออกไปตอนนี้ก็ไม่ต่างกับที่เขาคิด เขาจึงตัดสินใจทำตัวหน้าด้านเดินไปหาชายคนหนึ่งเพื่อของซื้อชุดธรรมดา
“เอ่อ…ขอโทษนะครับ พอจะมีชุดธรรมดาให้ผมซื้อต่อได้ไหมครับ?” โจปั้นหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุด
ทว่าชายคนนั้นหันกลับมาแล้วเห็นชุดของกองกำลังสนับสนุนเขาก็ตกใจ เนื่องจากตัวเขาเป็นเพียงผู้ช่วยในองค์กรและอยู่ในระดับล่างๆ มันจึงช่วยไม่ได้ที่จะตกใจหากมีคนของกำลังสนับสนุนกำลังพูดกับตัวเองด้วยความสุภาพ ใครๆต่างก็รู้ว่าพวกกองกำลังสนับสนุนเป็นพวกชอบอวดเบ่งเป็นที่สุด
“มีครับๆๆ ผมให้ฟรีเลย เดี๋ยวรอผมแปบนึงนะ” จากนั้นช่วยคนนั้นก็วิ่งกลับไปที่ห้องแล้วรีบกลับมาพร้อมกับถุงใส่ชุดสองสามชุดแล้วยื่นให้โจพร้อมกับวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
โจได้แต่ยืนอึ้ง เขาไม่คาดคิดว่าชื่อเสียงของกองกำลังสนับสนุนจะเป็นที่โจษจันขนาดนี้
หากชายคนนั้นหนีไปตอนกลับไปเอาชุดเขาก็ไม่ได้เอาเรื่องอะไร แต่เขาก็ไม่คิดว่าชายคนนั้นยังอุตส่าเอาชุดมาให้ก่อนจะหนีไปซะงั้น ดูท่าทางกองกำลังสนับสนุนจะดูน่ากลัวในสายตาของคนอื่นๆ
เรื่องนี้ทำให้เขานึกถึงหัวหน้าที่ส่งเขามาส่งเอกสาร ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าหัวหน้าคนนั้นไม่กล้าไปที่เขตทหารจึงส่งแพะเช่นเขาไปแทน
เขาไม่รู้ว่าหากหัวหน้าคนนั้นรู้ว่าแพะที่ส่งไปนั้นได้เข้าร่วมกองกำลังสนับสนุนชายคนนั้นจะทำหน้ายังไงกัน?
โจหาที่เงียบๆแล้วเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ชุดสามารถใส่ได้พอดีแต่เขาไม่ค่อยชอบชุดสีขาวดำสักเท่าไร ถือว่าใส่แก้ขัดไปก่อนเขาคิดเช่นนั้น
โจออกจากองค์กรจากนั้นก็โบกรถโดยสารไปห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่เคยเห็นในโทรทัศน์บ่อยๆ
ประมาณครึ่งชั่วโมงเขาก็มาถึง หากชายหนุ่มวิ่งมาด้วยตัวเองคงมาถึงโดยใช้ไม่เวลาเกิน 3 นาที
เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงิน เนื่องจากตอนนี้บนโลกได้ยอมรับการซื้อขายด้วยเงินเครดิตแล้ว เพราะหลายปีที่ผ่านมามนุษย์ได้ออกไปทำงานนอกโลก อย่างไรก็ตามพวกเขาทำงานไม่ไกลจากดาวโลกมากนักและไปไม่ถึงสหพันธ์กาแลคซี่ ดังนั้นจึงยังไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องพวกสเปคและสหพันธ์สักเท่าไรนัก ได้ยินเพียงข่าวลือเท่านั้น
โจเข้าไปในห้างและเดินดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย เนื่องจากในห้างเย็นฉ่ำทำให้เขาไม่รีบร้อนและเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ
กว่าหกปีที่เขาต้องใช้ชีวิตแขวนบนเส้นด้ายแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลยด้วยซ้ำ และเมื่อเขาได้กลับมาบนโลกอีกครั้งเขารู้สึกจิตใจสงบสุขไม่ต้องคิดเรื่องอะไรให้ปวดหัว
ด้วยความหล่อเหลาของเขาทำให้สาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมามองเขาตาเป็นมันปานจะกลืนกินทำเอาเขารู้สึกขนลุกคิดว่ามีศัตรูจ้องจะทำร้ายแต่พอเขาหันไปก็ไม่เห็นใครที่ดูคล้ายศัตรูเลยสักนิด ทำเอาเขาเริ่มสงสัยว่าสัญชาตญาณของตนกำลังเสื่อมถอยลง?
ราวครึ่งชั่วโมงที่เขาเดินดูอะไรไปเรื่อยและมองหาร้านขายเสื้อผ้าผู้ชาย เขาก็ได้ไปพบกับชายสองคนที่ใส่ชุดกองกำลังสนับสนุนกำลังขวางทางสาวสวยสองคนทั้งหน้าและหลัง
โจขมวดคิ้วและเห็นท่าไม่ดีเพราะสาวทั้งสองกำลังหวาดกลัวแต่ไม่กล้ากรีดร้องได้แต่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยากจะเข้าไปช่วยแต่พอเห็นชุดที่ชายสองคนนั้นใส่อยู่พวกเขาต่างก็เกรงกลัวไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วย
“พวกนายกำลังทำอะไร?” โจกล่าวถามพลางขมวดคิ้วเมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองกำลังร้องไห้ ในใจได้แต่คิดว่าพวกมันสองคนกล้าข่มขู่ผู้หญิงตัวเล็กๆกลางแจ้งอย่างนี้เลยเหรอ?
เมื่อมีคนมาขัดพวกมันทั้งสองก็ไม่พอใจแล้วหันไปพูดจาข่มขู่โจว่า “อะไร?อยากทำตัวเป็นฮีโร่? ตาบอดรึไงห๊ะ?ไม่เห็นชุดที่พวกเราสองคนใส่อยู่เหรอ? คุกเข่าขอโทษแล้วจะปล่อยแกไป”
ชั่วเวลานั้นใบหน้าของโจพลันมืดมน แขนของเขากระตุกอยู่สองสามครั้งเพราะกำลังข่มใจตัวเองไม่ให้ซัดพวกมันสองคนจนตาย
เนื่องจากที่นี่คือดาวโลกและหากเขาทำอะไรรุนแรงลงไปจะต้องเป็นข่าวและเขาจะไปอยู่หน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์กับหน้าเว็บไซต์ต่างๆ จากนี้เขาก็จะโด่งดังไปทั่วโลก นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้น
และอีกเหตุผลคือเนื่องจากสองคนนี้เป็นคนขององค์กรหากเกิดข่าวใหญ่โตขึ้นมาจริงๆ องค์กรจะเสียหายเอาได้และเขาเองก็ได้รับปากมายด์แล้วว่าจะช่วยเหลือเธอ ไม่ใช่สร้างปัญหาให้เธอ
โจสูดลมหายใจสงบสติอารมณ์และพูดราบเรียบว่า “ผมก็เป็นคนของกองกำลังสนับสนุนเหมือนกัน พวกนายสองคนทำแบบนี้มันจะทำให้ชื่อเสียงของกองกำลังเสียหายได้ ในฐานะที่เป็นคนในกองกำลังเดียวกันผมขอร้องให้นายสองคนปล่อยพวกเธอไป”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องมาขอร้องใครสักคน หากเป็นเมื่อก่อนเขาไม่มีทางมาอ้าปากเปลืองน้ำลายอย่างแน่นอนและคงเริ่มต้นด้วยหมัดไปแล้ว
ชายทั้งสองมองหน้ากันจากนั้นก็หัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆ แกเนี่ยนะคนของกองกำลังสนับสนุน ฉันไม่เคยเห็นหน้าแกมาก่อนด้วยซ้ำ เฮ้ยเอ็งเคยเห็นมันมั้ยวะ?” ชายที่พูดหันไปหาเพื่อนของตน
“ไม่ว่ะ” เนื่องจากคนของกองกำลังสนับสนุนไม่ได้อยู่ในเขตทหารทุกคน มีหลายคนที่ออกมาเที่ยวเล่นด้านนอกและไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้เรื่องของโจในเขตทหารที่ผ่านมา
หลังจากที่ได้คำตอบจากเพื่อนของตนเขาก็หันมาหาโจด้วยใบหน้าเย็นชา “แกแอบอ้างเป็นคนของกองกำลัง แกจะต้องถูกหักแขนหักขาแล้วพาไปสอบสวนในองค์กร”
ตอนนี้พวกมันสองคนได้ข้ออ้างกระทืบคนเรียบร้อยแล้ว
โจเริ่มใกล้หมดความอดทน เขาหันไปรอบๆเห็นตำรวจก็ตะโกนเรียก “คุณตำรวจครับสองคนนี้จะทำร้ายผม”
ทว่าเมื่อตำรวจคนนั้นเห็นชุดที่สองคนนั้นใส่ก็ทำเป็นไม่เห็นแล้วรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย แม้แต่ตำรวจก็พึ่งพาไม่ได้ กองกำลังสนับสนุนมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ โจได้แต่คิดในใจ