[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    119 สำรวจความเสียหาย

    ตึง~!


    หอสังเกตการณ์ล้มตัวลงมานอนบนพื้นดินหลังจากถูกพายุที่โหมกระหน่ำพัดโจมตีสงบลงไป เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับแสงสีฟ้าจากหัวรบไฮโดรเจนแอเรียล็อกค่อยๆสลายตัวจนทำให้ทุกๆอย่างกลับเข้าสู่ปกติ 


    “ผู้พันครับ ระบบจะกลับมาทำงานได้ในอีก 10 9 8…”


    เสียงนับถอยหลังของทหารที่อยู่ในห้องควบคุมดังขึ้น หลังจากพวกเขารีเซ็ตระบบใหม่อีกครั้งหนึ่งเพราะถูกคลื่นพลังงานจากหัวรบสร้างคลื่นรบกวนจนระบบล่มเสียหาย ทันทีที่ระบบรีเซ็ตกลับมาเปิดใช้งานใหม่อีกครั้ง ภาพภายในเขต F47 จากค่ายทหารชั่วคราวที่ทางกองทัพที่ 7 ก็เริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถมองเห็นความเสียหายทั้งหมดได้ชัดเจน


    “หัวหน้าแอนเดอร์สัน ได้ยินไหม”


    “ผู้พันผมได้ยิน ตอนนี้สภาพค่ายชั่วคราวเละเทะมาก เสียหายแทบทั้งหมด ยังดีที่คนของเราไม่ได้รับบาดเจ็บ”


    หัวหน้าแอนเดอร์สันลุกยืนพลางกวาดตาออกไปรอบๆ สั่งให้ทหารประกอบค่ายชั่วครามกลับขึ้นมาใหม่ การระเบิดจบลงแล้วก็จริงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร จึงจำเป็นต้องติดตามรอฟังข่าวจากทุกๆค่ายที่กำลังจับตามองพื้นที่เขต F47


    “แอชเชอร์ เห็นอะไรไหม”


    แอชเชอร์ที่กระโดดลงมาจากผนังหลังจากขึ้นไปส่องจากมุมสูง หันมองหัวหน้าพลางบอกสิ่งที่เขาเห็น


    “ไม่ครับ ไม่มีแมงมุมสักตัว ผมเห็นเพียงแค่รูกว้างราว 2 เมตรเท่านั้น”


    “นึกว่ากองทัพที่ 9 จะจำกัดขอบเขตให้เล็กกว่านี้  เล่นเจาะรูกว้างถึง 2 กิโลเมตรเลย แล้วแบบนี้มันทะลวงไปถึงความลึกเท่าไหร่กันละเนี๊ย”


    มีเพียงแค่การคาดการณ์ของความลึกที่เกิดจากหัวรบเท่านั้น จำเป็นต้องรอให้กองทัพที่ 9 ส่งหน่วยสำรวจเข้าไปสำรวจพื้นที่การระเบิด แม้พวกเขาจะเป็นทหารและผ่านเหตุการณ์ระเบิดมาด้วยกัน หน้าที่ของพวกเขากลับเป็นกองกำลังเสริมเท่านั้น จึงทำเพียงแค่รอข้อมูลจากกองทัพที่ 9 ผู้ดูแลเหตุการณ์ในครั้งนี้


    “เอาล่ะทุกๆคน ตั้งรั้วแล้วแยกย้ายกันพักเลย”


    เหล่าทหารล้วนพากันติดตั้งค่ายชั่วคราวขึ้นมาใหม่ บางคนที่ว่างต่างนำกล้องส่องไปสำรวจดูจุดที่ระเบิดทำงาน บางคนที่คิดว่าทุกๆอย่างจบลงไปแล้วล้วนถอนหายใจพลางลดการระวังลง  แต่ทันใดนั้นแผนดินก็เริ่มสั่นไหวจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่น เครื่องตรวจจับของค่ายล้วนรายงานผลตรวจที่เกิดขึ้นจนทำให้ทุกๆคนที่พึ่งยกเลิกการระมัดระวังตัวกลับมาจับอาวุธอีกครั้ง บางคนที่ถอดชุดเกราะเพื่อพักรีบสวมใส่แล้วกลับมาตั้งแถวเตรียมป้องกันเช่นเดิม


    “หัวหน้าแอนเดอร์สัน เกิดอะไรขึ้น ทำไมกราฟของการสั่นบนพื้นดินถึงได้เพิ่มขึ้นกัน” ผู้พันเจมส์รีบส่งคำถามมายังหน่วยที่อยู่ในเขต F47


    “ไม่รู้ ผมไม่รู้ ดูเหมือนว่าแรงสั่นมันจะมาจากรังแมงมุม”


    แอชเชอร์กระโดดขึ้นไปบนหอสังเกตการณ์ที่พึ่งตั้งเสร็จ หัวหน้าแอนเดอร์สันต่างก็กระโจนขึ้นไปพร้อมกัน เมื่อพวกเขาทั้งสองส่องกล้องไปยังใจกลางจุดที่มีการระเบิดเกิดขึ้นมานั้น แรงสั่นของพื้นดินก็เริ่มเพิ่มมากยิ่งขึ้นก่อนจะมีบางอย่างปรากฎในมุมมสายตาของพวกเขาทั้งสอง


    กร๊าซ~!


    แมงมุมตัวหนึ่งเดินออกมาจากรูขนาดใหญ่เป็นผลมาจากการทำลายของหัวรบ ทันทีที่มันปรากฎตัวก็ได้ล้มตัวลงไปนอนตายจากสภาพร่างกายบาดเจ็บหนักอย่างกับถูกไฟเผาไหม้เกรียมไปทั้งตัว เมื่อตัวที่หนึ่งออกมาก็มีตัวที่สองปรากฎ จากนั้นก็มีตัวที่สามสี่ห้าเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจนไม่สามารถนับได้ 


    ภายใต้การปรากฎตัวของแมงมุมที่รอดจากการระเบิด ก็ได้มีเสียงรายงานจากทุกๆค่ายดังขึ้นพร้อมๆกันเพื่อรายงานถึงแมงมุมที่ไต่ออกมาจากหลุมที่ถูกเจาะด้วยหัวรบ บนร่างกายของแมงมุมที่ปรากฎตัวล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล  แต่การปรากฎตัวของพวกมันกลับเป็นการคลานออกมาตาย ไม่ว่าจะเป็นตัวที่อยู่ระดับเพียง 3 ดาว 4 ดาว 5 ดาว หรือ 7 ดาว ล้วนแล้วคลานออกมาตายนอกรัง กระทั่งระดับ 8 ดาวปรากฎออกมานั้นมันก็ได้ทิ้งตัวลงไปนอนตายเช่นกัน สร้างความรู้สึกดีใจให้กับทหารที่กำลังสอดส่อง


    “มอนสเตอร์แมงมุมตัวที่ 2,351 ตาย ”


    …


    “มอนสเตอร์แมงมุมตัวที่ 2,365 ตาย ”


    เสียงรายงานจำนวนการตายของแมงมุมดังขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งไม่มีแมงมุมสักตัวออกมาจากหลุมพร้อมกับแรงสั่นที่หายไป เหล่าคนที่จับตามองดูการเคลื่อนไหวล้วนถอนหายใจหลังจากรู้ว่าสงครามกำลังจะจบลง หากทีมสำรวจจากกองทัพที่ 9 ตรวจสอบจนมั่นใจว่าแมงมุมตายไปทั้งหมด ภารกิจครั้งนี้ก็ถือว่าจบลงในทันที


     “แอชเชอร์ มีความคิดเห็นอะไรไหม” หัวหน้าแอนเดอร์สันขอความคิดเห็นจากแอชเชอร์ ภายในใจของเขารู้สึกได้ว่ามันยังไม่จบ แม้แมงมุมที่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มสุดท้ายจะคลานออกมาตายทั้งหมดพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนหายไป เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิดเดียว


    “ผมว่ามันยังไม่จบ” แอชเชอร์ตอบออกไปตามตรง การปรากฎตัวของมอนสเตอร์ที่คลานออกมาตาย บอกเขาได้ว่าแมงมุมที่อยู่ลึกลงไปมีโอกาสสูงที่จะรอดจากพลังทำลายของหัวรบ อีกอย่างเขายังไม่เห็นแมงมุมที่เป็นราชินี จึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่สงครามระหว่างพวกเขาและแมงมุมจะจบลง


    “ระบบทำการอัพเกรดระบบให้เป็น 7 ดาว”


    แอชเชอร์รีบอัพเกรดระบบในทันทีเขาคิดว่า 1 ชั่วโมงที่ระบบทำการอัพเกรดคงไม่มีอันตรายเกิดขึ้น คงได้เวลาแล้วที่ควรจะอัพมัน เดิมทีคิดว่าจะเก็บฟอสเอนเนอร์จี้ให้มากกว่านี้ก่อน แต่ดูท่าเขาคงไม่รอดหากอยากได้ฟอสเอนเนอร์จี้มากเกินไป จึงคิดที่จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง ด้วยค่าสถานะอีก 20 ที่จะได้จากการปลดล็อกระบบไป 7 ดาวเขาจะมีพลังต่อสู้อยู่ระหว่างมอนสเตอร์ 8 ดาวและ 9 ดาว 


    ส่วนฟอสเอนเนอร์จี้หากเป็นอย่างที่เขาคิด สงครามที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง คงจะทำให้เขามีโอกาสได้เก็บฟอสจากมอนสเตอร์ 7 ดาวที่น่าจะออกมาเป็นหมื่นๆตัว


    [แจ้งเตือน  ใช้งานหัวใจมอนสเตอร์ 7 ดาว 1 ดวง]


    [แจ้งเตือน ใช้งานฟอสเอนเนอร์จี้ 10,000 หน่วย]


    [แจ้งเตือน ระบบกำลังอัพเกรด จะเสร็จสิ้นภายใน 59 นาที 59 วินาที]


    ในระหว่างรอให้ระบบอัพเกรด ทางกองทัพที่ 9 ก็ได้ประกาศภารกิจสำรวจความเสียหาย จังหวะนี้เองพวกเขาก็ได้ถ่ายทอดสดการสำรวจให้กับทุกๆค่าย แอชเชอร์จึงเดินเข้าไปหาน็อตที่กำลังดึงวีดีโอถ่ายทอดสดมาดู


    “ให้มันจบจริงๆเถอะ ฉันเริ่มจะไม่ไหวแล้ว”


    “สาธุ ขอให้เป็นอย่างนั้น”


    เหล่าทหารเริ่มแสดงออกถึงความวิตก บางคนขอให้สงครามจบลงจริงๆ ไม่มีการปะทุของแมงมุมอีกต่อไป ด้วยพลังของหัวรบทั้ง 12 พวกเขาขอให้มันทะลวงลงไปจนถึงรังใหญ่ฆ่าแมงมุมที่อยู่ภายในนั้นให้ตายไปทั้งหมด


    “รายงาน ทีมสำรวจมาถึงเป้าหมายแล้ว”


    ภาพจากมุมกล้องของทีมสำรวจทั้ง 10 กวาดผ่านไปรอบๆ มองจ้องลงไปในหลุมลึกที่ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าใต้หลุมอันมืดมิดมีอะไรอยู่ ทันใดนั้นทีมสำรวจก็ได้หักแท่งไฟสีแดงก่อนจะโยนมันลงไปในหลุมหลายร้อยอัน เพื่อสร้างความสว่างให้พวกเขามองจ้องลงไปได้


    ตึง~!


    กล้องสำหรับตรวจจับในความมืดถูกติดตั้งพลางเปิดใช้งานการซูมลงไปยังจุดลึกสุดของหลุม ในระหว่างที่กล้องกำลังซูม ด้านข้างหน้าจอก็ได้บอกระยะความลึกของพื้นที่ที่กำลังซูมลงไป แอชเชอร์ที่เห็นจึงรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากว่าจุดลึกสุดที่เขากำลังมองจ้องในตอนนี้มีความลึกเพียงแค่ 1,810 เมตรเท่านั้น


    ชีวิตก่อนแมงมุมมีรังใหญ่อยู่ลึกใต้ดินราว 2,000 เมตรเท่าที่เขาจดจำได้ ชีวิตนี้จากจำนวนแมงมุมระลอกแรกมันก็เท่ากับระลอกสุดท้ายในสงครามชีวิตก่อนที่เขาต้องปะทะกับแมงมุม ด้วยระยะความลึกเพียง  1,810 เมตร ทำให้เขาอึ้งเนื่องจากว่าแมงมุมที่มีจำนวนมากมายตั้งแต่ระลอกแรก จะต้องมีรังที่ลึกกว่าชีวิตก่อน 


    “ไม่ถูกต้อง”


    “แอชเชอร์ อะไรคือสิ่งไม่ถูกต้อง”


    “ผมคิดว่ารังมันเล็กเกินไป ด้วยความกว้างของการทำลายจากหัวรบและความลึกมันแคบมาก”


    “นายจะบอกว่าแมงมุมจะต้องมีอีกและอยู่ลึกกว่านี้”


    “ครับ ผมคิดว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน”


    ทั้งสองมองไปยังหน้าจอจากทีมสำรวจที่กำลังมองจ้องลงไปยังส่วนลึกของหลุม ก่อนที่พวกเขาทั้ง 10 จะเปิดใช้งานไอพ่นบินลงไปสำรวจด้านใต้ภายใต้การบินลงไปช้าๆพร้อมกับลากสายสื่อสารลงไป ทำเอาแอชเชอร์วิตกมากยิ่งขึ้น เพราะอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขายืนยันได้ว่าสงครามยังไม่จบคือสัญญาณรบกวน ชีวิตก่อนหลังจากที่พวกเขาจัดการราชินีได้สัญญาณรบกวนในเขต F47 ก็กระจายหายไป ตอนนี้สัญญาณรบกวนยังอยู่จึงมั่นใจว่าแมงมุมยังคงมีชีวิต


    “ข้างใต้หลุมปลอดภัย เคลียร์~!”


    หน่วยสำรวจทั้ง 10 กวาดตามองออกไปรอบๆ สำรวจหน้าดินทั้งหมดว่ามีรูที่อาจจะเป็นอุโมงของรังแมงมุมเหลืออยู่หรือไม่ ภายใต้การกวาดสายตาไปเรื่อยๆ มองดูทุกๆอย่างภายใต้หลุมขนาดใหญ่ ทีมสำรวจก็เริ่มแยกย้ายกันไปจนมุมกล้องของพวกเขาแยกออกจากกัน


    ซ่า~!


    “เกิดอะไรขึ้น ทำไมกล้องที่อยู่ปากหลุมสัญญาณหายไป”


    บนใบหน้าของน็อตปรากฎความสงสัยพลางหาสาเหตุของสัญญาณกล้องด้วยการเจาะเข้าไปดูข้อมูลภายในค่ายที่อยู่ในสังกัดกองทัพที่ 9 ทันใดนั้นเขาก็อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับแอชเชอร์และหัวหน้าแอนเดอร์สันได้รับรู้


    “ทุกคน สัญญาณขาดเพราะถูกตัดสาย”


    “หมายความว่ายังไง”


    “ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้สายขาด แต่ที่แน่ๆสายสื่อสารที่เชื่อมต่อกับกล้องตัวเมื่อครู่ถูกตัดไปครับ ยังดีที่สายของทีมสำรวจยังไม่ถูกตัด”


    ซ่า~!


    สัญญาณจากหนึ่งในทีมสำรวจขาดหายจนหน้าจอปรากฎภาพสีดำ ระหว่างนี้เองกองทัพที่ 9 ก็เริ่มติดต่อไปยังทีมสำรวจเพื่อให้หันมองไปยังจุดที่คนในทีมขาดการติดต่อไปทันที


    ซ่า~!


    “เกิดอะไรขึ้น”


    ซ่า~!


    สัญญาณของทีมสำรวจค่อยๆหายไปทีละคน โดยทางกองทัพที่ 9 ยังไม่รู้ข้อมูลใดๆ ในช่วงที่ทีมสำรวจกำลังหันมองไปยังจุดที่มีคนหายจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆขึ้นเหมือนกันหมด นั่นคือการหายไปของสัญญาณของทีมสำรวจจนกระทั่งเหลือทีมสำรวจเพียง 1 คนเท่านั้นที่หันหลังกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขาหลังจากกองทัพติดต่อมาด้วยเรื่องเร่งด่วนบอกให้เขาหันกลับไปด้านหลัง


    “ทีมสำรวจคนอื่นๆอยู่ไหน”


    “ผมไม่เห็นครับ”


    “มองหาเร็ว มองหาพวกเขาเร็วเข้าว่าหายไปไหน”


    หน่วยสำรวจที่เหลือเพียงแค่ 1 หันมองไปรอบๆ ก่อนที่เขาจะเดินไปยังจุดที่มีแท่งไฟสีแดงหล่นลงมามากที่สุดเพื่อจะกวาดตามองหาเพื่อนร่วมทีม


    “ไม่เห็นครับ ไม่เห็นพวกเขาเลย”


    “จะเป็นไปได้ยังไง”


    แท่งไฟถูกหยิบขึ้นมาจากพื้นแล้วโยนไปรอบๆเพื่อกระจายให้ทั่วก้นหลุมแห่งนี้ ทันทีที่แท่งไฟกระจายไปทุกๆที่ ภายในหลุมแห่งนี้ก็ไร้ซึ่งทีมสำรวจที่มาด้วยกัน


    “เกิดอะไรขึ้น รายงานด่วน รายงานด่วน”


    ทีมสำรวจที่เหลือเพียงแค่ 1 ทำหน้าสงสัย เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น เพื่อนทั้ง 9 ที่เดินทางมาด้วยกันหายไปไหน ภายใต้การกวาดตามองไปเรื่อยๆเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นจากทิศทางหนึ่งจึงได้หันมองไป พริบตาที่มุมกล้องของชุดเกราะมองไปยังจุดที่สัมผัสได้ถึงแรงสั่น ภาพถ่ายทอดสดมุมสุดท้ายที่ทุกๆคนเห็นก็กลายเป็นสีดำพร้อมกับมีเสียงช็อตดังลั่นระบบสื่อสาร


    ซ่า~!


    “คุณน็อต ผมเห็นบางอย่างในตอนที่ภาพกำลังจะถูกตัดเล่นย้อนหลังกลับไปอีก 5 วินาทีแล้วทำให้มันช้าลง”