หลังจากชุนหลบหนีไปพร้อมหญิงสาวสักพัก ชายสวมชุดประณีตนำกลุ่มคนหลายสิบพร้อมอาวุธครบมือมาถึงจุดที่เกิดการต่อสู้ของชุนกับเหล่าชายร่างใหญ่ แต่สิ่งที่กลุ่มคนเห็นคือชายร่างใหญ่กว่าสิบกระจายไปคนละทิศคนละทาง ซ้ำยังสลบไม่ได้สติ บนร่างกายยังมีรอบฟกช้ำจ้ำเป็นเลือดจุดใหญ่บนร่างทุกคน
"คนส่วนหนึ่งหามคนเจ็บไปให้หมอรักษา ส่วนคนที่เหลือแบ่งเป็นสามกลุ่มเท่าๆกัน กลุ่มแรกให้เสี่ยวจ้านเดินไปดักรอผู้บุกรุกแถวบ้านพักน้องหญิงเฟย กลุ่มสองให้อาหลางนำคนไปวิ่งวนหารอบเขตที่พัก กลุ่มสุดท้ายตามข้ามา เราจะตามรอยเท้ามันไป" ชายสวมชุดประณีตสั่งเสร็จ เสียงขานรับสองเสียงพลันดังขึ้น
"ขอรับ! คุณชายสาม"
"ขอรับ! คุณชายสาม"
รับคำเสร็จสรรพชายร่างใหญ่สวมชุดสีดำผู้ถูกเรียกว่าเสี่ยวจ้านกับชายร่างกำยำผู้ถูกเรียกว่าอาหลางได้นำคนราวหกสิบคนแยกกันไปตามหาผู้บุกรุกตามคำสั่งของคุณชายสาม
หลังจากเสี่ยวจ้านกับอาหลางพาคนไปแล้ว คนที่เหลือได้ตามคุณชายสาม ผู้เดินตามรอยเท้าของผู้บุกรุกไปอย่างรวดเร็ว
. . .
ปั้ง!
ร่างหญิงสาวถูกชุนโยนกระแทกเข้ากับผนังของบ้านพักหลังหนึ่งเสียงดังลั่น แววตาเขาจ้องมองหญิงสาวอย่างไม่เป็นมิตร จิตสังหารยังเปลี่ยนภาพเขาในสายตาหญิงสาวเป็นปีศาจ
"เหมือนเจ้าจะหลอกลวงข้า ไม่ได้พาไปหลบในสถานที่ปลอดภัย" ชุนกล่าวทั้งๆที่ไม่อยากกล่าวมากเกินหนึ่งครั้ง แต่การกระทำของหญิงสาวไม่น่าให้อภัย เพราะตอนเขาลากตัวหญิงสาวให้ไปกับเขาเหมือนเป็นตัวประกัน เขาบอกหญิงสาวไปว่าให้พาไปยังที่ปลอดภัย ไม่น่าเชื่อว่ามาหลบได้ไม่ถึงสิบนาทีก็มีเสียงฝีเท้าเดินวนเวียนอยู่รอบบ้านพัก
"ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หลอกลวงท่าน..บ้านพักหลังนี้ไม่มีคนเข้าอาศัยร่วมปี ข้าเป็นหัวหน้าสาวใช้..ถูกนายหญิงใช้มาทำความสะอาดเดือนละครั้ง" หญิงสาวบอกกล่าวไปตามจริง มันทำให้ชุนหวนคิดว่าอะไรทำให้เขากำลังจะสถานการณ์เลวร้าย
'มาลองคิดดูดีๆ ถ้านางบอกความจริงทั้งหมดไม่ได้โกหกตามปาก มันจะมีอะไรละ..' จู่ๆชุนหยุดคิดและกันมองไปด้านหลัง สายตาเขามองต่ำไปยังพื้น เขาจึงพบเห็นรอยเท้าของเขาติดอยู่พื้นไม้ลึกแทบจะทะลุ ทุกอย่างพลันกระจ่างแก่ใจเขา เพราะเขาไม่เคยนึกถึงตนเองมาสักพัก ตลอดเวลาล้วนใช้พลังตลอดโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากความคุ้นชิน
แม้ว่าชุนจะเคยฝึกเรื่องง่ายๆ แต่หลังจากได้ใช้พลังเวทมนตร์กับพวกสกิลในโลกนั้นเขาจึงเปลี่ยนวิธีเคลื่อนไหวไม่เหมือนคนธรรมดา และถึงเขาจะผนึกพลังไปช่วงหนึ่งพลังสายอื่นก็ถูกใช้ในรูปแบบเดียวกันตามธรรมชาติ ไม่เพียงเขาจะเคลื่อนไหวไม่ทิ้งร่องรอย ยังต่อสู้เฉียบขาด รวมไปถึงความรู้สึกนึกคิดและจิตใจไม่เหมือนคนธรรมดา
"จริงสิ ตอนนี้เราเป็นแค่คนธรรมดาที่มีแค่วิชาติดตัว" ชุนพึมพำพลางแอบถอนหายใจ เขามองไปยังหญิงสาวด้วยสายตาขอโทษ ก่อนจะเดินไปยังประตูของบ้านพักพลางบอกตัวเองในใจ
'วิถีคนธรรมดาวัดกันด้วยหมัดเท้า แต่ถ้ามันเป็นนักสู้ต้องวัดกันด้วยวิชา ต่อให้เจอคนเป็นร้อยเราจะฝ่ามันออกไปสู่สถานที่ปลอดภัยแบบไม่ต้องสู้'
ปัง!
ชุนผลักประตูเสียงดังลั่นด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกยินดีกับการได้เป็นมนุษย์ธรรมดา ความรู้สึกเก่าๆอันน่าคิดถึงราวกับความรู้สึกใหม่ ต่อให้ก้าวเท้าออกประตูและมีสายตาไม่เป็นมิตรหลายคู่จ้องมองอยู่ รอยยิ้มน่ายินดีบนใบหน้าเขายังคงไม่เลือนหายไป
หลังจากก้าวเท้าผ่านประตู ชุนก็ยืนอยู่นิ่งๆมองสายตาไม่เป็นมิตรเหล่านั้น ก่อนจะหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
ผ่านไปเกือบหนึ่งนาทีชุนถึงหยุดหัวเราะพร้อมหันไปมองเหล่าผู้คนด้วยรอยยิ้มแฝงความน่าหวาดกลัว ก่อนจะกระโดดสูงขึ้นไปบนหลังคาและวิ่งจากไป
ผู้คนเหล่านั้นเห็นชุนกระโดดหนีไปบนหลังคาก็รีบเร่งตามกันไปโดยมีเสี่ยวจ้านกับคุณชายสามที่พึ่งมาถึงนำผู้คนวิ่งตามไป
"จับมันให้ได้!"
'หึ! พวกโง่..ถึงข้าจะอ่อนแออยู่ยังไงฝืนตัวเองนิดหน่อยก็หนีได้สบายๆ แค่จากนี้หาที่พักอาศัยและตัดผมซะหน่อย..รอผ่านไปสองสามเดือนใครมันจะไปจำได้' ชุนกล่าวในใจพลางเคลื่อนตัวไปบนหลังคาตามทิศทางซับซ้อนเพื่อไม่ให้มีใครตามทัน
. . .
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ชุนได้หนีออกจากเมืองร่มไม้ เข้าสู้ป่าอันคุ้นเคย เพียงแต่เขายังถูกคนของคุณชายสามนับร้อยไล่ตามมาติดๆไม่สามารถสลัดจากการไล่ตามได้ เพราะตัวเขาไม่อาจรับรู้สัมผัสที่หกได้ไกล มองเห็นได้ในระยะสั้น กระโดดและเคลื่อนที่ไม่สูงและเร็วดังเดิม เรียกได้ว่าสมรรถภาพทุกด้านเขาเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งในล้านตั้งแต่ผนึกพลังทั้งหมดไป
เลวร้ายสุดร่างกายเขาอาจจะกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับตอนเป็นนักฆ่า นั้นอาจทำให้เขาไม่คุ้นเคยกับการปรับตัวอยู่หลายขุม ถึงอย่างนั้นชุนค่อยๆปรับตัวเข้ากับสภาพร่างกายและสภาพแวดล้อมอย่างช้าๆ อีกไม่นานเขาจะรับรู้ถึง..ความรู้สึกแห่งอดีต ความรู้สึกของมนุษย์ที่เลือนหายไปนาน
"คุณชายสาม คนของเราเริ่มไล่ตามมาไม่ไหว ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปคงเหลือเพียงข้า อาหลางและคุณชายไล่ตามผู้บุกรุก ดีไม่ดีอาจมีสัตว์ร้ายโจมตีคงเกิดเรื่องยากแก้ไข"
"ไล่ตามไปเสี่ยวจ้าน เราต้องจับมันให้ได้..ไม่ว่าอย่างไรต้องจับมัน หาไม่แล้วคงเกิดเรื่องน่าเศร้าอีกครั้ง" คุณชายสามกัดฟันกล่าว อาหลางกับเสี่ยวจ้านได้ยินพลันหวนนึกเหตุการณ์ในอดีตอันเลวร้ายและไม่คิดกล่าวคำเตือนคุณชายสามอีก
"ขออภัยคุณชายสาม ข้าน้อยไม่เหลือแรงไล่ตามไปกับคุณชายแล้ว" เสียงผู้ติดตามดังขึ้น คุณชายสามได้ยินยังไม่สนใจ ทั้งยังไล่ตามชุนต่อไปด้วยแววตามุ่งมั่น
เวลาค่อยๆผ่านๆ
เสียงฝีเท้าเหยียบย่ำกิ่งไม้และใบไม้บนผืนดินเหลือเพียงหกฝีเท้าไล่ตามชุนผู้เคลื่อนไหวไปตามกิ่งไม้อย่างเชี่ยวชาญ
'พวกมันไม่เหนื่อยรึไง ตามมาตั้งพักใหญ่แล้ว' ชุนคิดพลางหันไปมองคนทั้งสามคล้ายกับคิดว่าทำยังไงถึงจะให้คนทั้งสามหยุดไล่ตามเขาได้
'พวกสัตว์ร้ายบางส่วนถูกเราจับไปเลี้ยงในมิติ ตัวที่เหลือมันก็หวาดกลัวแถวนี้เลยไม่มีพวกสัตว์ร้ายให้เห็น คงต้องไปไกลอีกหน่อยเผื่อมันจะอยู่แถวนั้น'
"คุณชายสามพวกเราไล่ตามผู้บุกรุกมานานกลับไม่พบเห็นสัตว์ร้ายมันช่างแปลกยิ่งนัก" อาหลางบอกคุณชายสาม คุณชายสามกลับไม่สนใจคำบอกกล่าว เสี่ยวจ้านเห็นกระนั้นคิดจะหยุดยั้ง แต่สุดท้ายก็ไล่ตามชุนไปจนเข้าสู่ป่าลึก
สามชั่วโมงต่อมา
เสี่ยวจ้านกับอาหลางก็วิ่งตามคุณชายสามไม่ไหว คุณชายสามเองยังถูกชุนทิ้งระยะห่างไปกว่าร้อยเมตร และไม่นานต้องยอมแพ้ปล่อยให้ชุนหลบหนีไปได้
ด้านชุนที่สลัดพวกคุณชายสามได้ เขาเลือกไปหาจุดปลอดภัยนั่งพักเอาแรง และจุดนั่งพักของเขาเป็นจุดไร้สัตว์ร้าย เขาจึงคลายใจได้
"เฮ้ออออออ..ได้นั่งพักสบายๆซะที" ชุนกล่าวด้วยความสบายใจโดยไม่รู้ว่าเขาจะพบปัญหาใหญ่ในเวลาอันใกล้