น่าสนุกกว่าการเก็บเงียบไว้เยอะเลย
อุตส่าห์ให้เวลาไม่ฆ่าปิดปากไปตั้งเป็อาทิตย์เพราะอยากรู้สึกสนุกบ้างหลังจากเบื่อมานาน แต่เธอกลับไม่เคลื่อนไหวและไม่บอกใครทำเหมือนจงใจเก็บซ่อนเอาไว้
ผมก็เลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่มันไม่เป็ดังใจหวัง
“เหตุผล?” ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วรอมันพูดต่อ
“เห็นว่าถูกเพื่อนในห้องแบนครับ ส่วนใหญ่เธอมักจะอยู่คนเดียว ผมคิดว่าที่เธอยังนิ่งอยู่อาจเป็เพราะกลัวมากกว่า”
“อืม” ผมตอบแบบขอไปที
ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าเบื่อ
เพราะไม่ต่างไปจากเหยื่อรายอื่นเท่าไร เอาแต่กลัวหัวหด อย่างน้อยถ้ามีใครมาทำให้ผมรู้สึกสนุกขึ้นบ้างก็ดี
“แต่มีจุดน่าสนใจอยู่ครับ” หารคงเห็นสีหน้าผมที่กำลังบ่งบอกชัดเจนถึงความไม่พอใจ มันก็เลยหยอดข้อมูลให้เพิ่มเข้ามา
“ถ้าไม่น่าสนใจอย่างที่พูดรู้นะว่าจะต้องเจออะไร” ผมขู่มันเสียงเข้ม แต่ดูมันสิ...เสือกยิ้มออกมาแทน
ไม่กี่นาทีต่อมา
ระหว่างทางเดินลับ
“จะให้ผมฆ่าเธอเมื่อไรดีครับ” เสียงของคนมาใหม่ดังขึ้นหลังพุ่มไม้ใหญ่
“ยังไม่ต้อง” ผมหยุดเดินตรงที่อีกฝ่ายยืนแอบอยู่
“งั้นให้ผมตามดูเธอเหมือนเดิมใช่ไหมครับ”
“อืม...ตามไปก่อน แต่ถ้าเธอรู้ตัวเมื่อไร” ผมเงียบพลางหันไปมองฝั่งตรงทางที่อีกฝ่ายยืนแอบอยู่
“มึงต้องรับผิดชอบด้วยชีวิตนะไอ้โตน” สิ้นเสียงผมแสงแดดยามบ่ายก็ส่องสว่างเข้ามาทำให้เห็นว่าผู้ชายที่ไว้ผมทรงสกินเฮดและมีดวงตาดุกำลังกระตุกมุมปากยกขึ้นจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มแสดงอาการทางจิตผ่านใบหน้าหล่อ ยิ่งตรงคิ้วมีรอยแผลเป็เส้นยาวและเจาะจมูกก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่า ‘นิสัย’ ที่แท้จริงของมันเป็ยังไง
รอยยิ้มแบบนี้ทำให้ผมนึกสมัยก่อน
สมัยที่เก็บมันมาจากใต้สะพาน
ตอนนั้นมันก็เคยใช้สายตาและรอยยิ้มแบบนี้มองมาที่ผม
อดีตขอทานบ้าคลั่ง วัน ๆ เอาแต่หาเื่ขอทานด้วยกันจนฆ่าตายไปหลายศพและก็จ้องจะฆ่าผมทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะมันเป็อย่างนั้นผมก็เลยชอบมัน
ก็มันทำให้แต่ละวันของผมไม่น่าเบื่อดีถ้าเทียบกับไอ้หาร
“ชี้เป้ามันเกินไปหรือเปล่าครับ” ไอ้หารที่เดินตามมากระซิบถามเสียงเบา
“ก็ต้องมารอลุ้นเอาว่าผู้หญิงคนนั้นจะจับได้เมื่อไร” อาการตื่นเต้นที่ไม่มีมานานกำลังพลุ่งพล่านในตัวผม
ดูท่าไอ้โตนคงจะตามดูเธอแบบเปิดเผยแน่
ก็มันอยากให้ผมฆ่ามันก่อนจะตาย แล้วมันจะได้ใช้ข้ออ้างได้ไงว่าป้องกันตัวหากมันฆ่าผมได้ขึ้นมา
แค่นี้ก็ไม่ถูกพ่อผมสั่งเก็บแล้ว
เพราะคนอ่อนแอจะมีค่าอะไรให้สนใจ
นั่นแหละคือนิสัยของพ่อผม
เดือนดาว Talks
06:45 p.m.
“วันนี้ไม่นั่งวินเหรอจ๊ะน้องเดือนดาวของพี่” พอก้าวขาออกมาจากมหา’ ลัยได้ไม่ถึงนาทีเสียงพี่วินเ้าเดิมเ้าประจำก็เอ่ยแซวต่อ
ปัก!
“มึงว่าไงนะ!” จากนั้นพี่วินก็โดนฝ่ามือเมียที่นั่งกดมือถืออยู่เมื่อกี้ฟาดลงตรงท้ายทอยเสียงดัง
และศึกผัวเมียก็เริ่มขึ้น ส่วนฉันผู้ไม่เกี่ยวข้องเลยเดินไปตามทางของตัวเองต่อ
เพราะรู้ว่าต้องเจอเื่ราวประมาณนี้ฉันเลยตัดสินใจเดินกลับหอแทนการนั่งวินมาได้สักพักแล้ว
ระหว่างทาง
จากมหา’ ลัยมาหอพักก็ไม่ได้ไกลแล้วก็ไม่ได้ใกล้เท่าไร แต่มันก็ต้องใช้เวลาในการเดินอยู่ดี ยิ่งเดินทอดน่องอย่างฉันก็ยิ่งใช้เวลามากกว่าเดิมกว่าจะถึงห้อง
ก็แหมระหว่างมันมีของกินตั้งแผงไว้ล่อนางเดือนดาวคนนี้ตลอดทางเลยน่ะสิ แล้วนักกินอย่างฉันมีเหรอจะพลาด
โรงรับจำนำศรีวรรณวิไล
หลังจากซื้อของกินกระจุบกระจิบเสร็จฉันก็มองหน้าตึกใหญ่ที่เคยเข้าไปเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนนั้นจำได้ว่าไม่รู้เื่ราวอะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย รู้แค่ต้องมาขอความช่วยเหลืออย่างเดียว
แต่พอมาวันนี้ถือว่าฉันรู้เยอะกว่าเดิมมากแล้ว
ยังรู้ด้วยว่าเ้าของตึกนี้เป็ของครอบครัวพี่ทารัสผู้มีเื้ัน่ากลัวคนนั้น ถึงคนอื่นจะไม่รู้ว่าหน้าตาเ้าของเป็ยังไงแต่ฉันคนนี้ก็รู้หมดแล้ว
และก็มีอีกเื่เกี่ยวกับโรงรับจำนำนี้ คือชาวบ้านทุกคนต่างยกย่องเ้าของว่าเป็คนใจบุญมีเมตตา เพราะเวลาเอาของไปจำนำก็จะได้ในราคาสูงแถมยังให้ระยะเวลาไปหาเงินมาไถ่คืนนานกว่าที่อื่น
ก็เลยทำให้โรงรับจำนำแห่งนี้มีชื่อเสียงไปถึงเขตรอบข้าง
และขณะที่ฉันกำลังเล่าอยู่เป็เวลาใกล้มืดแล้วแต่ก็ยังมีผู้คนมากมายเดินเข้าออกไม่ขาดสายเลย
พี่แจมเองก็แนะนำฉันอยู่ว่าถ้าเงินไม่พอให้เอาของไปจำนำโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโกง ฉันเองก็ฟังหูไว้หู เพราะมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรที่จะรับฟังข้อมูลไว้ แต่ว่า ณ ตอนนี้ฉันยังไม่จำเป็ต้องทำอย่างนั้นก็เท่านั้นเอง
อีกอย่างนะ...พอรู้ว่าเ้าของคือครอบครัวพี่เขาฉันก็ตั้งปณิธานไว้แล้วละว่าห้ามตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด
คนอันตรายอย่างพี่ทารัสน่ากลัวจะตายไป
ดูจากที่พี่เขาไม่ทำอะไรแถมยังปล่อยให้ฉันยังมีลมหายใจมาถึงทุกวันนี้ได้อย่างหวาดผวาก็คงเพราะฉันยังเก็บเงียบเื่นั้นไว้อยู่
ขอบคุณตัวเองที่ตอนนั้นตัดสินใจว่าจะไม่เที่ยวไปบอกใคร เลยทำให้ตอนนี้ฉันยังสามารถเดินเหินได้อยู่ แต่ก็แอบมีระแวงบ้างเล็กน้อยตามประสาคนพะวงนั่นแหละ
แถมยังชอบเก็บไปฝันเป็ตุเป็ตะอีก
“ตายจริง” ฉันพึมพำเสียงเบาพลางมองภาพที่เห็นตรงหน้า ดูเหมือนจะมีลุงสูงอายุกำลังเข็นรถด้วยท่าทางลำบาก คนที่เดินผ่านไปมาก็ไม่สนใจจะช่วยแกเลย
“ให้หนูช่วยนะคะ” ฉันรีบเข้าไปจับคันจับของรถเข็นจังหวะที่ลุงแกเหมือนจะล้ม
“ขอบใจนะหนู”
“ดมยาดมก่อนนะลุงเดี๋ยวเป็ลมเป็แล้งไปจ้ะ” ฉันใช้มืออีกข้างล่วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายแล้วควานหาปัจจัยห้า
“เออ...ค่อยยังชั่วหน่อย ว่าแต่หนูนี่หน้าคุ้นจังเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า” ฉันเข็นรถไปตามทางที่ลุงชี้นิ้วบอกพลางฟังแกพูดไปด้วย แต่พอแกทักว่าคุ้นหน้า ฉันก็เลยเพ่งพิจารณาลุงอีกที
“อ้อ! ลุงคนนั้นนี่เอง จำหนูได้ไหมคะ ตอนนั้นที่หนูขอให้ลุงช่วยเพื่อนของหนู” พอนึกออกฉันก็รีบเด้งตัวโยนอย่างใ
“อืม…” ลุงแกลูบคางพลางมองฉันอยู่หลายนาที
“อ่า! เด็กขี้แยคนนั้นนี่เอง”
หลายนาทีผ่านไป
“รับไปเถอะน่าหนู อุตส่าห์มาช่วยลุงแก่ ๆ คนนี้เสียเวลาไปตั้งเท่าไรจะกลับไปตัวเปล่าได้ไง”
“มันดูมีค่ามากเลยนะลุง หนูรับไว้ไม่ได้หรอกจ้ะ” ฉันดันรูปปั้นทรงเสือดำเลี่ยมทองกลับไปให้คุณลุงตรงหน้า
ผ่านไปมากกว่าห้านาทีแล้วที่ฉันและลุงพากันดันไปมาอยู่อย่างนี้
ก็เข้าใจที่ลุงอยากตอบแทน แต่คือมันมากเกินไปสำหรับฉัน ดูจากทองที่เลี่ยมไว้ไม่น่าจะใช่ของปลอมด้วยซ้ำ
“ฮึ่ย! อย่าขัดใจคนแก่สิ รับไป ๆ ลุงไปละไว้เจอกันนะหนู” ลุงแกจับเ้าเสือดำนั้นยัดมาในกระเป๋าฉันก่อนที่ตัวเองจะรีบเข็นรถไปอีกทาง
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ลุงแกยังเดินช้าและเข็นรถแบบคนไม่มีเรี่ยวแรงอยู่เลย ไหงตอนนี้คล่องแคล่วยังกับคนอายุสามสิบต้น ๆ แทนซะแล้วล่ะ ไวชะมัด
‘หนูจะเอาไปจำนำก็ได้ถ้าเงินไม่พอ ลุงไม่ว่าหรอกนะเพราะถือว่าลุงให้หนูแล้ว’ คำพูดตอนที่ลุงแกหยิบขึ้นมาหมายจะให้แรก ๆ ดังก้องในหัว
ให้ของมีค่าง่าย ๆ ไม่พอ ยังบอกว่าจะเอาไปจำนำก็ได้อีก
เห็นทีคนที่นี่มีแต่แปลก ๆ แฮะ
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————