(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 155 มุ่งหน้าสู่ภาคใต้

     

    ตอนที่ 155 มุ่งหน้าสู่ภาคใต้

     

     

    พีท รดา หัวหน้าเฉินและภรรยา รวมถึงพนักงานจากบริษัทสยามโนวากรุปอีกราวๆ 5 คน ได้เดินทางกันมาทางภาคใต้ โดยการนั่งเครื่องบินมาลงที่จังหวัดใกล้เคียงและเดินทางต่อด้วยรถยนต์เพื่อเข้าสู่จังหวัดพังงา

    จังหวัดพังงายังคงเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติ ในตัวเมืองยังคงให้กลิ่นอายของความเป็นเมืองเก่าอยู่ บ้านเรือนและตึกรามบ้านช่อง ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยสักเท่าไรนัก

     

    แต่พีทกลับรู้สึกว่าจังหวัดแห่งนี้ไม่ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยเลย ขอเพียงพวกเขาอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์นี้เอาไว้ เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะดึงดูดให้คนมาท่องเที่ยวได้แล้ว

    เพราะตลอดรายทางที่พีทนั่งรถเข้ามาในตัวจังหวัดพังงา เขาเห็นถึงภูเขาที่อุดมสมบูรณ์และสายหมอกลอยอ่อนๆ ให้ความรู้สึกที่สงบ สะอาดและบริสุทธิ์มากจริงๆ

     

    “ที่นี่สวยงามมาก สวยกว่าทะเลที่ประเทศจีนของพวกเราเสียอีก” หัวหน้าเฉินและภรรยามองวิวตามสองข้างทาง ก็รู้สึกตื่นเต้น หยิบกล้องดิจิตอลขึ้นมาถ่ายรูปอยู่เรื่อยๆ เพื่อเก็บภาพความประทับใจของประเทศไทย

     

    ทะเลของจังหวัดพังงา ที่มันสวยงามกว่าประเทศจีน ที่ถึงแม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเหมือนกัน แต่มันเป็นทะเลที่ปั่นแต่งขึ้นมาให้สวยงามด้วยฝีมือของมนุษย์ ปั่นแต่งออกมาให้ดูดี ดูทันสมัย ดูหลอกตา จนหลงลืมความเป็นธรรมชาติที่จนเสียตัวตนไป เลยทำให้ภาพที่ออกมาแม้จะดูสวย แต่มันคือธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มจนป่นเปื้อนต่างหาก

     

    “คืนนี้คุณอยู่กับหัวหน้าเฉินก่อนนะ ผมจะล่วงหน้าไปยังที่ดินในเขตของผมเพื่อไปเตรียมตัวให้ก่อน” พีทพูดกับรดาและบอกให้เธอ พาหัวหน้าเฉินไปท่องเที่ยวในจังหวัดก่อน

    ประหนึ่งว่าอยากให้หัวหน้าเฉินได้พักผ่อนกับภรรยาให้เต็มที่ ส่วนวันพรุ่งนี้หัวหน้าเฉินและรดา รวมถึงพนักงานจะบุกสำรวจไปยังป่าทางตอนเหนือของจังหวัด เพื่อไปยังเขตที่ดินของพีทที่ได้ซื้อต่อมาจากลุงวรชัย

     

    “ฉันไปด้วยกับคุณ ไม่ดีกว่าเหรอ?” รดานั้นค่อนข้างเป็นห่วง เพราะเธอก็พอจะรู้มาบ้าง ว่าที่ดินของพีทนั้นอยู่ลึกเข้าไปจากตัวเมืองพอสมควร อีกทั้งถนนหนทางก็ไม่ได้เอื้ออำนวย เพราะหลังจากเดินทางจากทางถนนหลักแล้ว ยังต้องเดินทางต่อด้วยทางลูกรังเข้าไปอีกหลายกิโลเลยทีเดียว

    “คุณอยู่ต้อนรับแขกก่อนดีกว่า ที่นั่นอันตราย…หากคุณไปด้วย ผมนะสิที่จะอดเป็นห่วงคุณไม่ได้” พีทปฏิเสธเพราะต่อหน้าคนอื่น พีทกับรดายังไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขามากนัก ดังนั้นคำพูดและการพูดคุยกันจึงดูอิหลักอิเหลื่อสำหรับพวกเขาทั้งสองคนอยู่บ้าง

     

    รดาเข้าใจพีทดีว่าที่เขาปฏิเสธไม่ให้เธอติดตามเขาไปในวันนี้เลย ก็เพราะว่าเขาเป็นผู้หญิงและยังเป็นแฟนของเขาอีก

     

    ดังนั้นพีทจึงตั้งใจเข้าไปก่อน อย่างน้อยๆ ก็เพื่อจัดเตรียมอะไรหลายๆ อย่างให้เข้าที่เข้าทาง

     

    แน่นอนพีทได้ให้เพื่อนของลุงวรชัย จัดเตรียมที่พักแบบง่ายๆ มีน้ำ มีไฟเอาไว้ให้แล้ว แต่มันก็คือที่พัก ที่สร้างขึ้นมาอย่างลวกๆ ในเวลาอันสั้น

    มีแค่บ้านพักเล็กๆ ไว้สำหรับรองรับแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องตั้งเต็นท์สนามนอนด้านนอกกันเอาเอง

     

    พีทเองก็ไม่รอช้า หลังจากที่เขาบอกลารดาเสร็จ เขาและคนในพื้นที่ที่ชื่อว่า ‘บ่าวทิด’ ก็ได้ขับรถกระบะออกลุยไปยังที่ดินของพีทกันในทันที โดยพีทได้ขนอุปกรณ์บางอย่างที่เป็นตัวอย่างเก็บแร่ในดิน ติดตัวเข้าไปด้วยเป็นจำนวนมาก

    รวมไปถึงข้าวสาร อาหารแห้งและเนื้อต่างๆ เพื่อเอาไปทำกินเป็นอาหารสำหรับคนงานที่ถูกว่าจ้างให้ไปประจำอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ราว 10 กว่าคน

    ซึ่งคนที่ถูกว่าจ้างล้วนเป็น คนรู้จักของบ่าวทิดเป็นชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงและทนแดดทนฝน ไม่เกี่ยงงานหนักและที่สำคัญพวกเขาค่อนข้างเชี่ยวชาญในพื้นที่ในจังหวัดพังงาของพวกเขามาก

     

    กลุ่มของบ่าวทิด ล้วนเกิดและโตที่นี่ ดังนั้นเขาและพรรคพวกสามารถเอาตัวรอดจากผืนป่าแห่งนี้ได้อย่างสบายๆ รู้ว่าต้นไม้ไหนให้ผลอะไรกินที่กินได้หรือไม่ได้ รู้วิธีการสร้างที่พักเพื่อเอาชีวิตรอด

     

    ฉะนั้นการได้รับการว่าจ้างจากพีท ด้วยจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง ทำให้บ่าวทิดและพรรคพวก ทุ่มเทแรงกายและแรงใจอย่างสุดแรงเกิด ช่วยกันหักร้างถางพง ให้พีทและคณะสามารถอยู่อาศัยในที่ดิน ที่พีทได้ซื้อไว้ได้อย่างสบายๆ

    การเดินทางเข้าไปในป่าลึกทางตอนเหนือ เป็นอะไรที่ยากลำบากมาก หลังจากพ้นถนนหลักแล้ว สัญญาณโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว

     

    ตอนนี้พีทถูกล้อมไปด้วยขุนเขาจากธรรมชาติ หมู่เมฆไม้ ต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกว่าพีทเหมือนเป็นแค่คนตัวเล็กๆ ในผืนป่าแห่งนี้

     

    แต่กระนั้นสำหรับพีท ที่นี่แหล่งขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ที่มันจะช่วยพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับต่างประเทศ

     

    พีทเองก็เสียดายและรู้สึกผิดไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อรู้ว่าตัวเขาจะเป็นคนที่เข้ามาทำลายผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้และมันจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ไม่มีวันกลับมาสวยงามตามธรรมชาติได้อีกแล้ว

     

    ‘พีทเก็บความเงียบเอาไว้ในใจ ในใจแบกรับความรู้สึกผิดที่ต้องเห็นต้นไม้ใหญ่ ที่ต้องถูกโค่นลง ดินและเนินดินที่เคยเป็นแหล่งทางเดินของสัตว์ป่าจะถูกพวกเขาบุกรุกและทำให้มันต้องพลัดถิ่น ไม่อาจเข้าใกล้ที่ดินแห่งนี้ในรัศมีหลายกิโลเมตรไปตลอดกาล’

     

    “คุณพีทพวกเราถึงแล้วครับ” บ่าวทิดพูดกับพีทเป็นภาษากลางที่ติดสำเนียงใต้อยู่ในทุกคำพูด “ที่นี่คือที่ดินของผมใช่ไหมครับ?” พีทได้กางเอกสารที่ดินของเขา ตามที่ได้ซื้อมาจากลุงวรชัยมาดู

    ซึ่งเหล่าคนงานของบ่าวทิดก็ได้ ช่วยกันถางต้นไม้ตามแนวเขตรอบๆ ไว้หมดแล้ว แม้จะไกลสุดสายตาที่พีทจะประเมินได้ แต่ทางด้านของคนงานก็ได้กำหนดและปักธงสีแดงเอาไว้ให้พีทได้รับรู้แล้วว่านี้คือเขตที่ดินของเขา

     

    “พวกเราทำตามที่คุณพีทสั่งไว้เรียบร้อยแล้วครับ บ้านของคุณพีทและคนอื่นๆ จะอยู่ตรงนี้ครับ” บ่าวทิดเดินนำพีทเข้าไปด้านใน เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้ทำการเคลียร์พื้นที่รอบป่าให้เป็นทางที่รถแล่นผ่านได้

    ทำให้พีทและคนงานต้องอาศัยจอดรถของพวกเขาไว้ด้านนอกและเดินเท้าเปล่าเข้าไปตามเส้นทางเดินเท้าที่คนงานทำเอาไว้ให้แทน

     

    เมื่อเข้ามาถึงด้านในของที่ดินของพีท พีทก็พบกับบ้านไม้จำนวนสามหลัง มันเป็นบ้านไม้ที่สร้างแบบง่ายๆ ไม่ได้เล็กไม่ได้ใหญ่ แต่ก็แข็งแรงพอให้อยู่อาศัยได้หลายปี ทั้งนี้ห้องน้ำก็อยู่ทางด้านหลังของบ้าน มีรั้วไม้ปิดกั้นบดบังสายตาเพื่อป้องกันการอุจาดและความเป็นส่วนตัว

    ภายในห้องน้ำมีตุ่มน้ำเอาไว้ให้ตักอาบ ส่วนส้วมก็เป็นส้วมสมัยโบราณที่ต้องเก็บและนำไปทิ้งด้วยตัวเอง

     

    ทั้งนี้ในส่วนบ้านพักไม่อาจรองรับคนงานที่มากับพีทได้หมดอยู่แล้ว ฉะนั้นเหล่าวิศวกรจากบริษัทสยามโนวา จึงต้องตั้งแคมป์และเต็นท์กันอยู่อีกฝั่ง ซึ่งก็มีห้องน้ำลักษณะเดียวกันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

     

    ส่วนทางด้านของกลุ่มเพื่อนของบ่าวทิด พวกเขาก็ได้สร้างบ้านด้วยแผ่นเหล็กสังกะสีเก่าๆ มามุงเป็นตัวบ้าน มีการก่อไฟไว้ด้านหน้าของแคมป์คนงานของพวกเขา เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นในตอนกลางคืน

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความเป็นอยู่ไม่ได้สู้ดีเลยหากต้องนอนอยู่ที่นี่เป็นเวลานานๆ

     

    “บ่าวทิดให้คนงานไปพักก่อนก็ได้ครับ เอาเนื้อสัตว์พวกนี้ไปทำกินกันได้เลย” พีทขนเนื้อสัตว์สดๆ มาปริมาณหนึ่งเพื่อนำมาให้คนงาน ส่วนอาหารที่พวกเขาจะใช้รับประทานหลังจากนี้จะเป็นเนื้อสัตว์ที่ถูกถนอมเอาไว้แล้ว

    คนงานได้เนื้อสัตว์ที่คุ้นเคยก็พากันดีใจ ต่างแยกย้ายกันไปทำอาหารที่อยากกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนตัวของพีทก็ได้แยกตัวไปกับบ่าวทิดเพื่อเดินสำรวจพื้นที่รอบๆ

     

    “ผมขอถามได้ไหมครับ ว่าคุณพีทซื้อที่รกร้างแห่งนี้ไปทำไมหรือครับ?” บ่าวทิดเห็นว่าพีทยังดูอายุน้อยและดูไม่ค่อยถือตัววางมาดเหมือนกับเจ้าของคนเก่าๆ ที่เคยซื้อที่ดินในละแวกจังหวัดพังงาของตน จึงถามกับพีทไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

    “คำตอบของผมอาจทำลายจิตใจของบ่าวได้ แล้วแบบนี้บ่าวจะยังอยากรู้อีกไหมครับ?” พีทถามกลับ ก่อนจะมองที่ดินรอบๆ ด้วยความรู้สึกผิด ที่ทอประกายออกมาจากหัวใจของเขาจริงๆ

     

    “ผมอยากรู้ครับ” บ่าวทิดตอบอย่างหนักแน่น ครอบครัวของเขาเติบโตมากับที่นี่ เห็นจังหวัดเปลี่ยนแปลงไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร มีโรงแรม มีรีสอร์ต มีนายทุนเข้ามายึดครองพื้นที่ริมชายหาดมากมาย เขายังทนได้

    แต่ป่ารกๆ พวกนี้ ที่ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวเลย มันจะไปสร้างอะไรได้ในความคิดของบ่าวทิดและคนงาน

     

    “ผมจะทำเหมืองแร่และโรงโม่ครับ” พีทตอบพลางถอนหายใจออกมา แม้ตอนนี้มันจะยังไม่ถึงขั้นทำเป็นเหมืองแร่และโรงโม่อย่างที่เขาพูด แต่ในอนาคตหรือในอาจไม่กี่ปีข้างหน้า ทุกอย่างมันจะเป็นไปตามที่พีทพูดจริงๆ

     

    “เหมืองแร่ โรงโม่?!” บ่าวทิดได้ยินก็ตกใจ เพราะจังหวัดของเขาไม่เคยมีการตั้งโรงงานหนักขนาดนี้มาก่อน

    และที่สำคัญ โรงงานอุตสาหกรรมหนักแบบนี้ แน่นอนมันต้องทำลายธรรมชาติไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

     

    “ผมรู้ครับว่าบ่าวรู้สึกยังไง…ผมเองก็รู้สึกผิดกับธรรมชาติของที่นี่ไม่ต่างกัน แต่ผมสัญญาว่าผมจะนำทรัพยากรที่ได้จากพื้นที่ตรงนี้ทั้งหมด มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและจะคืนผืนป่าและธรรมชาติของมันให้เป็นเท่าทวี” พีทก้มลงไปสัมผัสต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่ใจกลางที่ดินของเขา ก่อนจะพูดบางอย่างที่บ่าวทิดเองก็ได้ยินมันเช่นเดียวกัน

     

    “ผมรู้… การขุดลงบนผืนป่าคือรอยแผล แต่ทุกแผลย่อมมีเหตุผลของมัน ถ้าวันนี้ผมไม่ยอมให้ดินตรงนี้เสียสละ อีกสิบปีข้างหน้า… ประเทศเราจะเสียมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า”

    “ผมไม่ได้มาทำลายความงามของที่นี่ ผมมาทำให้มันมีคุณค่าในอนาคต เมื่อเราสร้างเทคโนโลยีที่สะอาดยิ่งกว่า ผืนป่าใหม่ที่งอกขึ้นมาใหม่ จะงดงามกว่าสิ่งที่เราต้องเสียไปในวันนี้”

     

    ประโยคนี้ทำให้บ่าวทิดเองก็สะเทือนใจไม่แพ้กัน จากตอนแรกที่รู้สึกรังเกียจว่าพีทจะเอาพื้นที่ตรงนี้ไปทำเป็นเหมืองแร่หรือโรงโม่ มันทำให้บ่าวทิดโกรธมากเพราะนี้คือการหากินกับธรรมชาติ ไม่ต่างจากนายทุนชั่วร้ายที่เข้ามาทำลายทะเลของพวกเขา

     

    ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำของพีทมันยังทำให้สัตว์ป่าและระบบนิเวศในละแวกนี้ทั้งหมด เสียหายด้วยเช่นกัน

     

    “ที่นี่มีอะไรเหรอครับ ทำไมถึงต้องเป็นที่นี่” บ่าวทิดถามไปอย่างนั้น แต่ก็พอจะรู้เรื่องรู้ราวอยู่บ้างว่า ถ้าหากที่นี่ไม่มีทรัพยากรที่ล้ำค่า จะมีนายทุนเข้ามาหาประโยชน์จากมันไปทำไม

     

    “ผมบอกได้แค่ว่า ที่นี่มีแร่สำคัญที่หายากมากที่สุดในโลก แต่แร่ของมันในที่แห่งนี้มีปริมาณความเข้มข้นที่น้อยมากๆ มีแค่ผมคนเดียวที่สามารถจะสกัดมันและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นแร่ล้ำค่า ดั่งเช่นนำไปสร้างเป็นหัวใจของรถยนต์ นำไปสร้างเป็นโทรศัพท์มือถือ นำไปสร้างเป็นเครื่องมือแพทย์ ที่ช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วย หรือแม้กระทั่งนำไปสร้างดาวเทียมให้กับประเทศไทย โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาส่วนประกอบจากชาติอื่นๆ อีกต่อไปครับ” สิ่งที่พีทพูดมันดูน่าเหลือเชื่อในสายตาของบ่าวทิดอยู่ไม่น้อย แต่ไม่รู้ทำไม บ่าวทิดกับคิดว่าถ้ามันเป็นเรื่องจริง

     

    มันจะสุดยอดเอามากๆ รถยนต์ของคนไทย มือถือของคนไทย ไม่ต้องพึ่งชาวต่างชาติอีกต่อไป หากจังหวัดพังงายอมเสียสละผืนป่าเพื่อคนในประเทศ บ่าวทิดก็มองว่ามันคุ้มค่าอยู่ดี

     

    “ในตอนนี้มันอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้น ก่อนที่ผมจะยื่นขอสร้างเหมืองแร่หรือโรงโม่ มันต้องผ่านการตรวจสอบของรัฐบาลเสียก่อน เพราะทรัพยากรในประเทศล้วนเป็นของชาติ หากคิดจะขุดมันขึ้นมา ผมจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบและประมูลมันกลับคืนมาเสียก่อน…ส่วนที่ดินนี้ แม้ตอนนี้จะเป็นของผม แต่ถ้าหากผมส่งเรื่องให้กับกรมทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ที่ดินนี้จะถูกเวนคืนกลับไปอยู่ดีครับ” พีทพูดไปตามความจริง ถึงเขาจะเป็นเจ้าของที่ดินนี้ แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาทำเหมืองแร่ตามอำเภอใจ

     

    เขาทำได้แค่เพียงเก็บตัวอย่างดินหรือแร่นี้เท่านั้น เพื่อนำไปทำการวิจัยเป็นแร่แรร์เอิร์ธต่อไป ส่วนที่ดินตรงนี้จะมีคนมาตรวจสอบและถ้าให้พีทเดา รัฐบาลจะส่งทีมเข้ามาเก็บตัวอย่างและสกัดมันด้วยตัวเองก่อน

    ซึ่งพีทก็มั่นใจอีกว่า มันจะต้องล้มเหลวและเมื่อนั้น รัฐที่ทุ่มเงินไปหลายร้อยล้านจะต้องยอมคลายที่ดินผืนนี้กลับคืนมา

    อาจจะหานายทุนชาวต่างชาติให้มารับช่วงต่อเพื่อเอางบที่เสียไปกลับคืนมา แต่ในจุดนี้พีทจะต้องสู้สุดตัวเช่นกันเพื่อซื้อสัมปทานนี้กลับคืนมาเป็นของเขาให้ได้

     

    ฟังดูอาจจะยากและมันยากมากจริงๆ เพราะอย่างที่รู้กันดี กลุ่มผู้มีอำนาจในประเทศไทย สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ถึงจะฟังดูหมิ่นเกียรติไปเสียหน่อย แต่ยอมรับเถอะว่ามันคือเรื่องจริง

     

    ลำพังทุกวันนี้ชาวบ้านๆ หลายคนเอง ยังยอมขายสิทธิ์ขายเสียงของตัวเอง ด้วยเงินเพียง 500-1000 บาท ให้กับการเลือกตั้งอยู่เลย ไฉนเลยที่ผู้มีอำนาจเหล่านั้นจะไม่คิดหาทุนคืนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองกลับคืนมาล่ะ?

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน