Leveling Up in the World of Immortals ( Remake )

    ตอนที่ 58 หลอมโอสถ ( Remake )

            ตอนนี้วิธีเดียวที่หวังเฟยหลงสามารถคิดได้คือออกไปหาโอกาสข้างนอกสถาบัน เมื่อคิดได้เช่นนี้หวังเฟยหลงเรียกเตาหลอมสี่ขาออกมา เขาจะเริ่มหลอมโอสถก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกไปหอภารกิจแล้วก็ออกไปทำภารกิจข้างนอกสถาบัน แต่การที่เขาออกไปข้างนอกมันจะเป็นการสร้างโอกาสให้เจ้าเมืองวางแผนลอบสังหารเขา

            ระหว่างที่หวังเฟยหลงกำลังจะเริ่มการหลอมโอสถอยู่นั้น ชิงเหมากับลู่หยางก็กำลังพูดคุยกันอยู่ พวกเขาพอจะรู้ว่าถ้าหวังเฟยหลงต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้รวดเร็วนั้นนอกจากการใช้โอสถเพิ่มระดับพลังแล้วก็ต้องออกไปนอกสถาบันเพื่อหาโอกาสที่จะช่วยเพิ่มระดับพลัง ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกเป็นห่วงหวังเฟยหลง

    “ ท่านคิดจะปล่อยให้หวังเฟยหลงออกไปจริงๆหรือ!? ” 

    “ เจ้าก็ได้เห็นความแน่วแน่ของเขาแล้วไม่ใช่หรือ!? ต่อให้พวกเราจะคิดว่าเขาไม่สามารถไปถึงระดับกลั่นปราณระยะต้นได้ก็เถอะ แต่การไปห้ามเขาก็มีแต่จะทำลายความมั่นใจของเขาเสียเปล่าๆ ” 

    “ แต่ว่าพวกนั้นคงไม่ปล่อยโอกาสนี้ไว้แน่ พวกนั้นจะต้องทำอะไรบางอย่างแน่นอน ” 

    “ พวกเราก็ต้องส่งคนไปกับเขาด้วย ให้พวกเขาไปเป็นกลุ่มซะ ” 

    “ เช่นนั้นข้าจะส่งให้ พวกต้วนหลิงเทียน ไปกับหวังเฟยหลง ” 

    “ เจ้าต้องบอกให้พวกเขาคอยระวังตัวกันด้วย เมื่อมีศิษย์ของเจ้า พวกนั้นจะต้องส่งคนที่แข็งแกร่งกว่าครั้งที่แล้วออกมาแน่นอน ” 

    “ ขอรับ ”

            กลับมาที่หวังเฟยหลง ตอนนี้เขาได้เตรียมสมุนไพรทั้งหมดแล้ว สมุนไพรทั้งหมดที่เขาเตรียมมันคือสมุนไพรระดับต่ำ ที่หาได้ง่าย เพราะโอสถที่เขาจะหลอมคือ โอสถฟื้นฟู มันเป็นโอสถธรรมดาที่มีราคาไม่แพงมาก เพราะมันช่วยแค่ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้เล็กน้อย และมันยังช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าด้วยเช่นกัน แต่ผลของมันไม่ได้ดีและเห็นได้ชัดขนาดนั้น มันจึงมีราคาที่ไม่แพง

            หวังเฟยหลงหยิบหินเพลิงออกมา วางไปใต้เตาหลอม จากนั้นหวังเฟยหลงก็ยื่นมือข้างขวาไปที่เตาหลอมพร้อมกับส่งพลังปราณเข้าไปในหินเพลิง เปลวไฟลุกโชนขึ้นมา หวังเฟยหลงก็ใช้พลังปราณในการควบคุมเพลิง จากนั้นเขาก็เริ่มทยอยใส่สมุนไพรลงไปทีละอย่าง พร้อมกับควบคุมไฟแรงเบาตามสูตรที่เขาได้รับมา และเนื่องจากสกิลทักษะการหลอมโอสถที่เขาได้รับ ทำให้การหลอมโอสถครั้งแรกของเขาเป็นไปได้อย่างราบรื่น

            การหลอมโอสถของหวังเฟยหลงผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมง ในที่สุดหวังเฟยหลงก็หลอมโอสถสำเร็จ จากนั้นหวังเฟยหลงก็หยุดส่งพลังปราณ เปลวเพลิงจากหินเพลิงก็ดับลง หินเพลิงที่แต่เดิมมีสีแดงเพลิงสด ตอนนี้มันหมองคล้ำลงไปหลายส่วน และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นหวังเฟยหลงก็ได้รับข้อความจากระบบ 

    [ ท่านหลอมโอสถฟื้นฟูสำเร็จ ] 

    [ ท่านได้รับ โอสถฟื้นฟูขั้นกลาง ] 

    [ ท่านได้รับ EXP คลาสนักหลอมโอสถ ] 

    [ อัปเกรดรายการ โอสถฟื้นฟู ในเมนูคราฟ ] 

    “ ขั้นกลาง?...ไม่ใช่ว่ามันต้องเป็นขั้นต่ำหรอกหรือ? ”

            ไม่รอช้าหวังเฟยหลงเปิดฝาเตาหลอม เมื่อเขาเปิดกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องของหวังเฟยหลง แค่ได้กลิ่นของมันหวังเฟยหลงก็รู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันหมายความว่าการหลอมโอสถครั้งนี้ประสบความสำเร็จ แต่มันก็สร้างความสับสนและประหลาดใจให้หวังเฟยหลงด้วยเช่นกัน เพราะจากความทรงจำและความรู้ของหวังเฟยหลงที่ได้รับมา มันควรจะเป็นโอสถฟื้นฟูขั้นต่ำ

            การจะสร้างโอสถฟื้นฟูขั้นกลางหรือสูงกว่านี้จะต้องเปลี่ยนสมุนไพรให้เป็นสมุนไพรที่มีระดับที่สูงขึ้นด้วย แต่การที่หวังเฟยหลงใช้สมุนไพรระดับต่ำสามารถสร้างโอสถฟื้นฟูขั้นกลางได้ มันหมายความได้ว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่สมุนไพรที่ใช้ในการหลอมเท่านั้น แต่คงจะเป็นกระบวนการหลอม การควบคุมเพลิงในการหลอม ด้วยสิ่งนี้หวังเฟยหลงจะสามารถใช้สมุนไพรระดับต่ำเพื่อสร้างโอสถขั้นกลางได้

            หวังเฟยหลงหยิบโอสถออกมาจากเตาหลอม เขาก็พบว่าลักษณะมันต่างจากโอสถฟื้นฟูขั้นต่ำที่เขาเห็น มันมีลักษณะเงาวาว และกลิ่นที่กระจายออกมาจากโอสถนั้นหอมมากกว่า โดยรวมแล้วมันคือลักษณะของโอสถฟื้นฟูขั้นกลาง ที่เขาเคยเห็นขายที่สมาคมพ่อค้าทมิฬ

            เมื่อสำรวจโอสถเสร็จแล้ว หวังเฟยหลงก็ละความสนใจจากโอสถและเปิดหน้าต่างการคราฟขึ้นมา เพราะมีการอัปเกรดรายการ และหวังเฟยหลงก็พบว่า จากเดิมที่เป็นโอสถฟื้นฟูขั้นต่ำมันถูกอัปเกรดเป็นโอสถฟื้นฟูขั้นกลางโดยใช้สมุนไพรเหมือนเดิม จากนั้นหวังเฟยหลงก็ไปดูที่หน้าสเตตัสของตัวเอง พบว่า EXP ของคลาสนักหลอมโอสถที่ได้รับนั้นเขาได้มาน้อยมาก เขาได้มาเพียง 0.01% เท่านั้น

            เขาลองเปรียบเทียบคุณภาพโอสถขั้นกลางที่เขาสร้างนั้น มันไม่ต่างจากโอสถฟื้นฟูขั้นกลางที่สร้างโดยใช้สมุนไพรระดับกลางหรือระดับสูงเลยด้วยซ้ำ โอสถฟื้นฟูขั้นต้น สามารถฟื้นฟูได้ 10% ส่วนโอสถฟื้นฟูขั้นกลาง สามารถฟื้นฟูได้ 30% และราคาขายของโอสถฟื้นฟูขั้นกลางมากกว่าราคาของโอสถฟื้นฟูขั้นต่ำอย่างน้อยสองเท่า

            จากนั้นก็เปิดดูหน้าต่างไอเทมของเขา เขาก็เห็นว่ายังมีสมุนไพรเพื่อใช้ในการหลอมโอสถฟื้นฟูเหลืออีก 2 ชุด หวังเฟยหลงจึงเริ่มทดลองการหลอมโอสถด้วยอาศัยการคราฟด้วยระบบแทน หวังเฟยหลงเลือกรายการเป็นโอสถฟื้นฟู จากนั้นก็กดเลือกจำนวนที่ต้องการคราฟเป็นทั้งหมด แล้วจึงกดยืนยันการคราฟ เมื่อกดเสร็จหวังเฟยหลงก็ได้ยินเสียงข้อความจากระบบ [ ท่านคราฟโอสถฟื้นฟูขั้นกลาง ] [ การคราฟโอสถฟื้นฟูขั้นกลางใช้เวลา 30 นาที ]

            ตอนนี้หวังเฟยหลงก็ได้เข้าใจระบบการคราฟแล้ว มันให้อารมณ์เหมือนการปล่อยบอทเสียมากกว่า เพราะเวลาที่หวังเฟยหลงใช้ในการหลอมโอสถคือ 30 นาทีเช่นกัน และถ้าเป็นไปตามที่หวังเฟยหลงเข้าใจนั้น เขาสามารถอัปเกรดโอสถโดยใช้สมุนไพรขั้นต่ำได้ ขอเพียงเขาสามารถหลอมมันออกมาได้สักครั้งหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเขาจะสามารถปล่อยให้ระบบคราฟ ช่วยคราฟโอสถให้เขา และเขาก็สามารถเอาไปขายได้ในราคาสูง ยิ่งเขามีความเชี่ยวชาญมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เหลือเพียงการตีเหล็กที่เขายังไม่ได้ทดลอง ‘ มันเป็นวิธีการหาเงินที่ดี…เอาเป็นว่าคืนนี้หลอมโอสถอื่น ๆ ด้วยเลยแล้วกัน ’

            โชคดีที่หวังเฟยหลงเก็บรวบรวมสมุนไพรไว้มากมาย ทั้งระดับต่ำระดับสูง เสียดายที่ตอนนี้หวังเฟยหลงสามารถหลอมได้เพียงโอสถทั่วๆไปขั้นต่ำเท่านั้น เมื่อตัดสินใจหวังเฟยหลงก็เริ่มเตรียมสมุนไพรสำหรับโอสถอื่นๆอีกครั้ง เขากลับเข้าไปในมิติจักรพรรดิ เขาก็พบเจ้านกอ้วน ฉ่ายฟู

            เจ้านกอ้วนบินเข้ามาอยู่บนไหล่ของหวังเฟยหลงมันมาอ้อนเขาอย่างกับไม่เจอกันมานาน แม้เขาจะเข้ามาหามันทุกๆวันก็ตาม หวังเฟยหลงลูบมันอย่างอ่อนโยน เขาเดินไปที่คลังเพื่อรวบรวมสมุนไพรเพราะเขาจะทำการหลอมโอสถเพื่ออัปเกรดรายการในหน้าการคราฟ

            ทันทีที่เขามาที่คลังเจ้านกอ้วนก็บินไปที่กองสมุนไพร ก่อนจะใช้เท้ามันหยิบสมุนไพรระดับสูงขึ้นมาก่อนจะร้องเรียกความสนใจจากหวังเฟยหลง เขากุมขมับทันที เพราะว่าตอนนี้มันกินหินวิญญาณขั้นสูงสองวันต่อหนึ่งก้อน เขาไม่ได้ห้ามมันกิน แต่เหมือนว่ามันจะอิ่มไปตลอดสองวันต่อหนึ่งก้อน แต่นั่นก็คือส่วนของหินวิญญาณเท่านั้น เพราะมันยังต้องการกินพวกสมุนไพรด้วย แต่หวังเฟยหลงไม่ได้ตามใจมัน เพราะเขาเคยลองให้มันกินแล้ว มันไม่ได้เพิ่ม EXP ของมัน มันกินสมุนไพรเพราะมันตะกละเท่านั้น เขาให้สมุนไพรระดับกลางหรือระดับสูงในบางครั้งเท่านั้น “ ให้แค่หนึ่งต้นเท่านั้น ”

            หวังเฟยหลงมองไปที่สายตาแวววาวออดอ้อนของมันแล้วเขาพยักหน้า ปล่อยให้มันกินสมุนไพรที่มันหยิบไว้ ต้องบอกว่าโชคดีที่มันค่อนข้างเชื่อฟังหวังเฟยหลง ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าปล่อยมันไว้ที่คลังสมบัติของเขาเช่นนี้แน่นอน และเมื่อมันได้รับอนุญาตจากหวังเฟยหลงแล้วมันก็บินกลับไปที่กองหินวิญญาณที่ประจำของมัน จากนั้นก็เริ่มกลืนสมุนไพรลงไปทั้งต้นรวดเดียว ก่อนจะเรอออกมาเสียงดัง หวังเฟยหลงส่ายหน้า มันเป็นสัตว์คู่สัญญาของเขา เขารู้สึกว่ามันไม่ได้มองเขาเป็นเจ้านาย มันน่าจะมองเขาเป็นคลังอาหารของมันเสียมากกว่า

            ละความสนใจจากเจ้านกอ้วน ไปรวบรวมสมุนไพรระดับต่ำที่เขามี เพื่อใช้ในการหลอมโอสถ หวังเฟยหลงใช้เวลาไม่นานก่อนจะรวบรวมครบทั้งหมด เขาหันกลับไปมองเจ้านกอ้วนที่นอนแผ่พุงอย่างสบายใจ เขาส่ายหน้าพร้อมยิ้มออกมา เพราะมันน่ารักอย่างมาก ใครเห็นก็คงจะต้องตกหลุมรักมันอย่างแน่นอน เขาออกจากมิติจักรพรรดิ แล้วจากนั้นเขาก็เริ่มต้นการหลอมโอสถอีกครั้ง

            การหลอมโอสถมาราธอนตลอดทั้งคืนของหวังเฟยหลงได้เริ่มขึ้น หวังเฟยหลงใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการหลอมโอสถอีก 10 เม็ด มีทั้งโอสถที่ใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บ มีทั้งโอสถที่ช่วยการบ่มเพาะ และโอสถอื่น ๆ อีก และทั้งหมดถูกยกระดับให้เป็นขั้นกลางทั้งหมด โดยใช้สมุนไพรเหมือนเดิม หวังเฟยหลงเองก็ใช้ระบบคราฟโอสถไว้ตลอดเวลาโดยใช้สมุนไพรระดับต่ำทั้งหมดที่เขามี

            ทั้งหมดที่เขาทำคือเขาต้องการเพิ่ม EXP ของคลาสนักหลอมโอสถเป็นหลัก แม้ว่าหวังเฟยหลงจะไม่ได้นอนแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกง่วง เพราะเขากินโอสถฟื้นฟูขั้นกลางเข้าไปทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้น หวังเฟยหลงเตรียมที่จะออกไปขายโอสถขั้นกลางที่เขาสร้างขึ้นมาที่หอโอสถเพื่อไปซื้อสมุนไพรมาคอยคราฟโอสถ เขาจะได้ทั้งกำไร และ EXP ของคลาส หวังเฟยหลงเดินออกมาจากห้องเขาก็พบต้วนหลิงเทียนกำลังเดินตรงมาที่เขาพอดี หวังเฟยหลงจึงทักทายต้วนหลิงเทียน

    “ ศิษย์พี่ต้วน!! ” 

    “ หวังเฟยหลง เจ้าออกมาพอดีเลย ” 

    “ ท่านมาหาข้า!? ”

    “ ใช่ แต่เจ้ากำลังจะไปไหนแต่เช้าเช่นนี้!? ” 

    “ ข้ากำลังจะไปหอโอสถขอรับ แล้วท่านล่ะ มาหาข้ามีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือเปล่า? ” 

    “ มันก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรหรอก แต่ไปหาท่านผู้นำกันเถอะ เดี๋ยวเขาเป็นคนอธิบายให้เจ้าฟังเอง ”

            หวังเฟยหลงสงสัยว่ามันคือเรื่องอะไร เขาเดินตามไปถึงโถงผู้นำ ตามคาด เขาเห็นลู่หยางกับชิงเหมากำลังคุยกันอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นหวังเฟยหลงพวกเขาหยุดและหันมาสนใจหวังเฟยหลง แต่นอกจากพวกเขาทั้งสองคนแล้ว ยังมีศิษย์ที่อยู่ภายในห้องอีกสามคนที่อยู่ภายในห้องนั้นด้วย มีผู้ชายสองคน ผู้หญิงหนึ่งคน หวังเฟยหลงสามารถรู้ชื่อพวกเขาและเลเวลได้ทันที ตามที่หวังเฟยหลงเห็นพวกเขาถือเป็นศิษย์ที่ต้องอยู่ใน สิบอันดับแรกแน่นอน

            “ ท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสชิงเหมา ” “ เจ้ามาแล้ว มา!! ข้าจะแนะนำศิษย์พี่ของเจ้าให้รู้จัก ”

            จากนั้นชิงเหมาก็ได้แนะนำศิษย์พี่ทั้งสามคน คนแรกคือ [ หวูจง Lv.31 ] ชายร่างกายใหญ่โต บึกบึน มีกล้ามเป็นมัดๆ ต้องบอกว่าเขาให้อารมณ์เหมือนนักเพาะกาย เขาอยู่ระดับกลั่นปราณขั้นต้น นอกจากร่างกายที่โดดเด่นของเขาแล้วสิ่งที่สะดุดตาของหวังเฟยหลงคือถุงมือเหล็กที่เขาใส่อยู่ โดยร่างกายที่ใหญ่โตของเขาทำให้ถุงมือที่ถูกสร้างมาใหญ่เป็นพิเศษนี้ดูอย่างไรมันก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขา เขามีสเตตัสที่ค่อนข้างเทไปทาง Str ส่วนมาก เขามีความเร็วที่ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบชายอีกคนที่มีร่างกายสมส่วน

            ศิษย์คนที่สองที่ชิงเหมาแนะนำคือชายที่มีร่างกายสมส่วน เขาคือ [ จ้าวลี่จ้ง Lv.28 ] เขามีระดับหลอมรวมระยะปลาย เมื่อดูจากสเตตัสแล้ว เขาเป็นคนที่เน้นไปที่ความสมดุลของสเตตัส แต่ความเร็วของเขายังมากกว่า หวูจงเล็กน้อย อาวุธของเขาคือดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเขา

            คนสุดท้ายคือศิษย์พี่หญิง นางเป็นน้องสาวฝาแฝดของจ้าวลี่จ้ง นางคือ [ จ้าวจางลี่ Lv.28 ] เมื่อเทียบกับสตรีคนอื่นๆที่หวังเฟยหลงเคยเจอมาทั้งหมดแล้ว นางถือเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวย ถึงจะไม่สามารถเทียบกับหมิงซูเมิ่ง แต่นางก็ยังสวยในระดับที่ถือว่าหาได้ยากอยู่ดี นางยิ้มให้หวังเฟยหลง แน่นอนว่าหวังเฟยหลงก็ยิ้มตอบนางด้วยเช่นกัน

    “ ข้าหวังเฟยหลง ขอฝากให้พวกท่านดูแลข้าด้วยขอรับ!! ”

            หวังเฟยหลงทักทายศิษย์พี่ทั้งสามคน เขารู้ความคิดของชิงเหมากับลู่หยาง เพราะหวังเฟยหลงต้องออกจากสถาบันและจะต้องเผชิญกับอันตรายแน่นอน ดังนั้นศิษย์กลุ่มนี้จะเป็นศิษย์ที่หวังเฟยหลงต้องออกเดินทางไปทำภารกิจและเสาะหาโอกาสพร้อมกับพวกเขา