ตอนที่ 15 ว้าวุ่นใจ
“งึ งื้อ~” มือน้อยๆ สองข้างที่วางทาบอยู่บนหน้าอกเขา แล้วไหนจะน้ำลายที่ยืดอยู่ข้างปากเลอะเสื้อนอนเขา ธนวินท์นอนหลับคดขู่ตัวอยู่ชิดอกแกร่ง หมอนใบโตที่คั่นกลางเมื่อคืนนะเหรอ ตอนนี้มันหล่นร่วงไปนอนอยู่บนพื้นเรียบร้อยแล้ว
“ธนวินท์” ชายหนุ่มเรียกคนที่หลับไหลปลุกให้ตื่ นขึ้นมาดูผลงานตัวเอง แต่ยิ่งปลุกคนตัวเล็กก็ยิ่งขยับเรือนกายจนเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม ไม่พอกลับยกแขนเรียวเล็กพาดมากอดไปบนกล้ามท้องเขาอีกต่างหาก จนชายหนุ่มที่จะขยับตัวลุกขึ้นกลับต้องนอนลงไปที่เดิม หากที่จริงแล้วชายหนุ่มแค่เพียงกระชากร่างเล็กออกไปจากตัวก็สิ้นเื่
‘หรือว่ายังไม่สบาย’ หลังมือใหญ่แตะอังลงบนหน้าพากมล อุณหภูมิร่างกายเด็กหนุ่มกลับมาปกติแล้ว
“หนูวิน” เสียงกระซิบข้างหูทำคนหลับขยับตัวยุกหยิก ขาของธนวินท์ได้จังหวะก็พาดไปบนกลางตัวชายหนุ่ม เรียวขาขาวที่โผล่พ้นจากผ้าห่มออกมาทำชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปได้ มือใหญ่วางหมับลงบนต้นขาอ่อนชายหนุ่มหลับตาลูบไล้จากต้นขาขึ้นมาจนถึงขอบกางเกงขาสั่นที่เ้าตัวใส่อยู่
เด็กหนุ่มสวมเสื้อยืดตัวโคร่งแต่หากกางเกงที่ใส่เกือบจะเป็กางเกงในด้วยซ้ำเพราะมันสั่นจนรัดไว้แค่ต้นสะโพ้กเท่านั่น
ติณภพไม่อาจสะกดกลั่นอารมณ์ดิบที่ชอบตื่นขึ้นในตอนเช้าได้อีกต่อไป มือใหญ่วางลงบนขาขาวค่อยๆ เลื่อยเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงขาอ่อนผิวเด็กลื่นมือจนเขาเผลอบีบเค้นหนักมือ มือใหญ่กอบกุมก้นงอนขยำอยู่หลายครั้ง ชายหนุ่มหลับตาลงเผลอกลั่นหายใจชั่วขณะเมื่อรู้สึกถึงท่อนเนื้อตรงกลางลำตัวที่กำลังตื่น เขาขย่ำบีบเคล้นก้นงอนด้วยมือข้างเดียวอย่างย่ามใจ ยิ่งเค้นคลึงร่างนุ่มนิ่มยิ่งขยับกายเบียดเข้ามาแนบชิดถู่ไถร่างกายบดเบียดเข้ากับตัวเขา
ความรู้สึกวาบหวิวที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเด็กหนุ่มตอนนี้ เขาคิดว่ามันเป็แค่เพียงฝัน เขาแค่กำลังฝั่นไปเท่านั่น
“น้องวิน อือ~” เสียงคราวหวิวเรียกชื่อเด็กหนุ่มในลำคอทำธนวินท์ได้สติลืมตาตื่น ติณภพแทบหยุดหายใจเมื่อน้องลืมตาขึ้นมามองสบกัน ทั้งที่มือเขายังวางหมับอยู่บนก้นงอนสองคนจ่องตากันเสียงหัวใจของเด็กหนุ่มดังแข็งกับเสียงเสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอน
“อาภพ~” ติณภพผละออกมาทันที ขยับลุกขึ้นนั่งคนตัวจาวก็เช่นกัน ต่างคนต่างหันหน้าหนี ไม่มองหน้ากัน
“ฉันจะไปอ่าบน้ำ!” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเกเกกังกัง คว้าหยิบผ้าเช็ดตัวผื่นใหญ่มาถือไว้ในมือ ส่วนธนวินท์ก็ไม่ได้พูดอะไรเขาล้มตัวลงนอนดึงผ้าห่มมาคลุ่มโป่งไว้แทน เขินจนหน้าแดงตัวแดง
ในความฝันััเบาหวิวที่เกิดขึ้นกับร่างกายพวกนั่น ที่แท้ก็เป็เื่จริง เขาไม่ได้ฝันไป เด็กหนุ่มค่อยๆ ดึงผ้าห่มลงมาจนเห็นดวงตา เหลือบสายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างโล่งอกที่ชายหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว
เสียงน้ำในห้องน้ำยังดังไม่หยุดบ่งบอกว่าคนตัวโตยังอยู่ข้างใน ธนวินท์ขยับลุกขึ้นมานั่งขาสองข้างห้อยลงบนพื้น เขามองหาโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ใช้มาั้แ่เมื่อวาน จนพบว่ามันนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง มือเล็กรีบหยิบมาขึ้นมากดโทรหาเพื่อนทันที เขาอยากคุยกับมุกรวี ตอนนี้หัวใจเขาเต้นแรงมาก มากจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอกเลย
“วิน ลูกวินโทรมาทำไมตอนเช้าหื้อ~ มุกง่วง!” รอสายไม่นานปลายสายก็กดรับสาย ใบหน้าเล็กแย้มยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนสนิท ถึงจะติดงัวเงียหงุดหงิดบ้างก็เถอะ
“เมื่อคืนเรานอนกับอาภพแล้ว” เด็กหนุ่มรีบพูดบอกทันที
“คุยอะไรตอนนี้~ oO!!! ห๊า~นอนกับอาภพ เหรอ!!!” ถ้าเป็เื่ของธนวินท์กับติณภพ เพื่อนอย่างมุกรวีแค่ได้ยินอะไรเล็กๆ น้อยเกี่ยวกับสองคนนี้ก็เก็บไปชวนฝันได้ตลอด แล้วยิ่งเป็เื่นี้ที่เขาคอยให้คำปรึกษามาตลอดแล้วด้วยดวงตาสองข้างเบิกกว้างขึ้นทันที ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนอย่างไว เขาสนใจใคร่รู้ขึ้นมาทันใด
“เล่าๆ เลยลูกรัก แม่รอฟังอยู่”
“งื้อ มุกอ่าเราเขินนะ~”
“ไม่ต้องเขินแล้วมาถึงขนาดนี้แล้วเล่าเลยวิน~”
“มุกคิดอะไรอยู่”
“ ถึงขั้นไหนแล้ววิน นะนะเล่ามาเถอะ มุกอยากรู้”
“เราหมายถึงแค่นอนห้องเดียวกันเฉยๆ มุกก็รู้ว่าอาภพเกลียดเราจะตาย” คำพูดของธนวินท์ดับภาพชวนฝันในหัวของมุกรวีจนหมดสิ้น เสียงถอนหายใจของเด็กสาวทำธนวินท์กลั่นหัวเราะไม่อยู่
“ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ เห้อ! วินแล้วจะโทรมาปลุกมุกเพื่ออะไรเนี๊ย หมดกันตอนเช้าที่แสนสดใส่ของแม่” เด็กสาวเกาศีรษะแกรกๆ ด้วยความโมโหเพื่อนตัวดี ทั้งยังพูดจาเพ้เจ้อคนเดียวอีกต่างหาก
“แค่จะโทรมาเล่าว่าเมื่อเช้า เรารู้สึกหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก ตอนแรกคิดว่าฝันไปแต่ที่ไหนได้เราไปนอนเกยอกอาภพอยู่อายแทบแทรกแผ่นดินหนี มุกช่วยเราคิดหน่อยซิ ตอนนี้เราอยู่ห้องอาภพแล้ว วินไม่อยากกลับไปนอนห้องตัวเองแล้วแต่ก็เขินอาภพอ่า”
“อยู่ต่อไปเลยวิน ไม่ต้องกลับห้องตัวเองแล้วเชื่อมัก”
“มันจะดีเหรอมุก ถ้าอาภพไล่ขึ้นมาล่ะ”
“ดีซี่เชื่อมุก อาภพไม่ว่าอะไรหร่อกเชื่อมุก ถึงไล่วินก็ต้องหน้าด้านอยู่นะรู้ไหม”
“แต่วินเขินนี่น่า~”
“หยุดเขินได้แล้วค่ะเพื่อนมรึงเป็เมียอาภพมากี่เดือนแล้วคะ”
“งื้อ! ก็ตอนนั่นเราไม่รู้ตัวสักนิดนี่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” เด็กหนุ่นถอนหายใจอย่างแสนเสียดาย
“วินก็ทำให้มันเกิดขึ้นอีกซิ”
“เกิดอีก! จะเกิดขึ้นได้ยังไงอาภพไม่สนใจเราเลยสักนิด มุกจะให้เราไปปล้ำอาภพเหรอ!!”
“มุกไม่ได้หมายถึงแบบนั่นซักหน่อยวิน คิดไปไกลเกิ๊น!” เด็กสาวได้แต่ถอนหายใจเมื่อเพื่อนคิดตามคำพูดของเขาไม่ทัน
“อ่าว แล้ว!” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วคิดไม่ออกจริงๆ ว่าต้องทำยังไง
“ยั่วอาภพซิ”
“ห่าาาาา!!!!!!!”
“มุกคิดว่าวินทำได้”
“ถ้าเราทำได้แบบมุกว่าก็ดีซิ!แต่แค่หน้าเราอาภพก็ยังไม่อยากมอง แล้วเราจะเอาอะไรไปยั่วอาภพได้ ให้ยั่วโมโหก็ว่าไปอย่าง~”
“ก็ทำให้มันเป็ธรรมชาติซิ ยั่วแบบไม่ได้ยั่วอ่ะ แต่ฉันกำลังยั่วคุณอยู่น่ะไรงี่”
“มุก how to ยั่วแบบไม่ได้ยั่วหน่อยซิ” มุกรวีถอนหายใจเสียงดังลอดผ่านเข้ามาในโทรศัพท์อีกครั้ง
“มุกอย่าเพิ่งเบื่อซิ! ก็เราไม่รู้นี่น่า วินทำไม่เป็”
“อันดับแรกถอดเสื้อผ้าก่อนเลย!”
“ถอด! ถอดทำไมอะ?” มือเล็กกำคอเสื้อตัวเองแน่น
“เราหมายถึงเวลาจะอ่าบน้ำก็ถอดเสื้อผ้าโชว์อาภพไปเลยแบบไม่ต้องเข้าไปทำในห้องน้ำอะ แบบนั่นเข้าใจไหม”
“อือ เข้าใจแล้ว แต่จะดีเหรอมุก” เด็กหนุ่มพยักหน้าคิดตามแต่ก็ยังคงมีความกลัวอยู่บ้าง เขากลัวโดนติณภพดุ
“ดีซิ มีอะไรบ้างที่แม่คนนี้แนะนำลูกวินแล้วไม่ได้ผล หึหึหึหึ!!!!”
“ขอบใจนะมุก นอนต่อเถอะเราไม่กวนแล้ว”
“อืม”
มุกรวีวางสายไปได้สักพักติณภพก็เดินออกมาจากห้องน้ำ บนร่างกายมีเพียงผ้าขนหนูพื้นเดียวพันปิดไว้รอบเอวหมินเหม่จะหลุดไม่หลุด ชายหนุ่มเดินมาหยิบผ้าเช็ดตัวผื่นเล็กขึ้นมาซับน้ำออกจากเส้นผม
ธนวินท์นั่งกลื่นน้ำลายลงคออึกใหญ่ นี่เขาโดนอาภพยั่วให้แล้วใช้ไหม ไม่ไหวเขาไม่ไหวทนมองร่างกายอาภพไม่ไหวแล้วกล้ามท้องเป็ลอนคลื่น กล้ามแขนเป็มัดๆ แผ่นหลังแข็งแรงทั้งร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อทำเด็กหนุ่มจ่องมองไม่วางตาจนมวลท้องไปหมด
“อื่อ~” จู่ๆ ติณภพก็หันหน้ากลับมาเขาพุ่งตัวเข้ามาคร่อมร่างเล็กทันที
“อือออ อาภพจะทำอะไรคับ”
“ฉันต่างหากละที่ต้องถามเธอ มองอะไรหนักหนาวะ”
“ป่าวมอง ไม่ได้มอง” เด็กหนุ่มส่ายหน้าแต่สายตายังจดจ่องกันไม่วางตา ลิ้นเล็กแลบออกมาตวัดเลียรอบริมฝีปาก
“หึๆๆ” ชายหนุ่มมองตามสายตาจ่องมองมาของธนวินท์ มือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนไปจับผมผ้าเช็ดตัวที่มัดเอวไว้ ก่อนจะดึงกระชากออกทันที
“อาภพทำอะไรนะ!!!” ธนวินท์หลับตาทันทีที่ผ้าเช็ดตัวผื่นหนาคลายออก ชายหนุ่มทิ้งมันลงข้างเตียงนอน ร่างกายใหญ่ั์ยังคงคร่อมร่างเล็กไม่ไปไหน
ธนวินท์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้างก็พบว่าชายหนุ่มไม่ได้ตัวเปล่าเปลื่อยอย่างที่คิดภาพไว้ในหัว แต่กลับส่วมกางเกงในไว้เรียบร้อยแล้ว ร่างกายชายหนุ่มดูเซ็กซี่เย้ายวนใจจนธนวินท์เผลอกลื่นน้ำลายลงคอไปหลายอึก เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ระงับสติอารมณ์ตัวเอง
“หึๆๆ” แต่จู่ๆ ติณภพก็ผละตัวออกจากการคร่อมเด็กหนุ่ม เ้าตัวเดินไปหยิบชุดทำงานมาส่วมใส
“อาภพ” เด็กหนุ่มถลึงตาใส่คนตัวโตที่ชอบแกล้งกันนัก
ติณภพแต่งตัวเรียบร้อยเตรียมจะออกไปทำงานแต่ธนวินท์ยังอยู่บนที่นอน นั่งมองชายหนุ่มไม่วางตา คนเป็ผู้ใหญ่หยิบกระเป๋าเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหันมองคนตัวเล็กบนเตียง ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาธนวินท์เด็กหนุ่มก็เงยหน้ามองกันเขาเคลื่อนใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนเกือบจะแตะจูบลงบนกลีบปากอิ่ม แต่แล้วนิ้วมือของชายหนุ่มก็เคาะลงบนกลีบปากอิ่มเบาๆ สองสามทีพรางหัวเราะในลำคอก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องนอนเด็กหนุ่มได้สติลืมตาก็รีบพาตัวเองเดินตามออกมาเช่นกัน
“อาภพ” ติณภพกำลังจะลงบรรได เขาหันกลับมามองเด็กหนุ่มพรางเลิกคิ้วถาม
“คืนนี้อาจะกลับมานอนนี่ไหม~” เด็กหนุ่มกล้าๆ กลัวๆ ที่จะถามแต่เพราะอยากรู้เกินกว่าจะเก็บคำถามของตัวเองเอาไว้ได้
“หึ!เธอคิดว่าไงล่ะ” พูดเสร็จก็เดินลงบรรไดบ้านไปทันที ทิ้งธนวินท์ไว้กับความสงสัย
21:00น.
ตกเย็นเด็กหนุ่มลงมารอติณภพที่ห้องรับแขก แสงจันทร์กลับมานั้งแต่บ่ายแล้ว ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะถึงสามทุ่มแล้วแต่ติณภพก็ยังไม่กลับมา เด็กหนุ่มไม่ยอมทานข้าว บอกน้อยว่าจะรอทานพร้อมติณภพ
จนเมื่อรถของติณภพเคลื่อนเข้ามาจอดในโรงจอดรถนั่นแหละธนวินท์ก็รีบลุกเดินออกไปจากบ้านทันที น้อยที่ยืนมองคุณหนูของคนอยู่ห่างๆ ก็เดินยกถาดน้ำออกมาให้ธนวินท์ ติณภพเข้าบ้านมาก็เจอน้อยกับธนวินท์ที่ยืนถือน้ำรอเสิร์ฟเขา ชายหนุ่มถอนหายใจหยิบน้ำขึ้นมาดื่มให้สิ้นเื่
“อาภพทำไมเพิ่งกลับละคับ” เด็กหนุ่มถามอย่างอยากรู้
“อาทำงาน” มือใหญ่สอดเข้ามารัดเอวบางจนแนบชิดไปกับตัว ทำธนวินท์ขมวดคิ้วก่อนจะเข้าใจว่าตรงนี้มีป้าน้อยยืนมองอยู่จากที่ดีใจเด็กหนุ่มหน้าถอดสีลงทันทีเขาพยายามเบี่ยงตัวกลบการกอดรัด แต่ก็ไม่เป็ผล
“คุณภพทานอะไรมาหรือยังค่ะ”
“ผมทานมาจากข้างนอกแล้วครับ”
“โอ๊ยย!!!” สิ้นคำพูดของชายหนุ่มเท้าเล็กก็กระทืบลงบนเท้าของติณภพแรงๆ หนึ่งที แล้วสบับตัวออกจกาการกอดวิ่งขึ้นข้างบนไปทันที
“หนูวินเป็อะไรครับป้าน้อย” ชายหนุ่มถอนหายใจมองตามแผ่นหลังเด็กน้อยที่วิ่งขึ้นข้างบนไป
“สงสัยคงงอลคุณภพละมั่งค่ะ แกรอทานข้าวพร้อมคุณอยู่ค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะเดินตามขึ้นไปข้างบน
เขาหมุ่นเปิดประตูเข้าห้องตัวเองแต่ปรากฏว่ามันล็อกจากข้างในทั้งที่เมื่อเช้าเขาไม่ได้ล็อกประตูเพราะคิดว่าธนวินท์ยังอยู่ในห้อง ถึงตอนนี้เขาแน่ใจแล้วเด็กหนุ่มยังอยู่ในห้องเขาอยู่
เสียงไขประตูห้องเข้ามาทำธนวินท์ดึงผ้าห่มมาคลุมปิดไปทั้งตัว เขานอนร้องไห้เพราะชายหนุ่มอีกแล้ว
“เธอเป็อะไร” ติณภพเดินมาหยุดถามข้างเตียง
“อาภพใจร้าย”
“นี่!” จู่ๆ แขนเล็กก็ถูกกระชากออกมาจากผ้าห่ม เขาดึงเด็กหนุ่มให้ให้ลุกขึ้นมานั่ง คนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้สอึกสอื่นสบัดมือออกทันทีที่ลุกขึ้นนั่งได้
“ฉันถามว่าเป็อะไร?”
“จะตอบไม่ตอบฉันจะนับหนึ่งถึงสามถ้าไม่พูดโดนฟาดก้นแน่ หนึ่ง สอง สา…”
“ก็อาภพอะน้องวินรอทานข้าวอยู่ ทำไมถึงกลับมาช้าล่ะ แล้วไปกินข้าวกับใครมาทำไมบนคอเสื้อคอถึงมีรอยลิปสติกละคับ” เด็กหนุ่มยังคงฟูมฟายโวยวายใส่เขาไม่หยุด จนมือใหญ่ยืนไปจับรอบกรอบหน้าเล็กออกแรงบีบเหมือนที่ชอบทำเวลาธนวินท์ดื้อใส่
“นี่หยุด!แล้วฟังฉันน่ะ เราพูดกันรู้เื่แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะไม่ก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของกันน่ะ”
“อาภพรู้เื่คนเดียวซิคับ น้องวินไม่รู้เื่ด้วยหร่อกนะ รู้ไหมว่ามันหิวแค่ไหน ที่ต้องอดทนรออาภพอ่ะ ฮือ~”
“หยุดร้องก่อน”
“ไม่!”
“อื่อออออ” ปากเล็กถูกลงน้ำหนักมือบีบอีกครั้งคราวนี้เขาบีบแรงไปหน่อยจนใบหน้าเล็กเยเกบู้บี้ ธนวินท์เจ็บไปทั้งกรอบหน้าแต่ติณภพก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกทั้งที่เขาพยายามดึงออกแล้วแท้ๆ
“ปล่อย เจ็บ! ฮึก~”
“หึ!หิวก็ลงไปกินข้าวไม่ใช้มาโวยวายแบบนี้” ชายหนุ่มพลักมือออกจนหน้าหันเล็กไปตามแรงมือ
“ใจร้าย!”
“ธนวินท์!!”
“ไม่พูดแล้วก็ได้~” เด็กหนุ่มขยับตัวขึ้นไปอยู่ในผ้าห่มทิ้งตัวนอนลงเหมือนเดิม ติณภพได้แต่ถอนหายใจกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ทั้งที่เขากลับมาจากทำงานด้วยความเหนื่อยล้าแต่กลับต้องมาเจอเื่ปวดหัวอีกจนได้
“หิวก็ลงไปกินข้าวซิแล้วจะนอนอยู่ทำไมอีกละ!”
“ไม่ต้องมายุ่ง ฮึก~ ไม่ต้องสนใจเลย~”
“เด็กดื้อ!”
“oO อาจะทำอะไรปล่อยนะ” ธนวินท์ถูกมือใหญ่ลากขาออกมาจากผ้าห่มได้ก็ถูกช้อนขึ้นมาอุ้มทันที ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนให้มั่นคงแ่ากันคนตัวเล็กดิ้นจนตกลงพื้น
“ก็พาเธอไปกินข้าวไง~”
“ไม่เอาไม่ไป! ไม่ไปนะ!”
“หึ!” เขาไม่ได้วางเด็กหนุ่มลงพื้น กลับพาเดินออกมาจากห้องนอนทันที
“ตายแล้วตาภพ น้องเป็อะไร?” แสงจันทร์เพิ่งจะเดินกลับมาจากห้องพระก็เจอสองคนเข้าจึงถามด้วยความใ
“คุณยายช่วยน้องวินด้วยคับ~”
“น้องวินอย่าเขินคุณยายสิครับ เมื่อกี่ยังอ้อนให้อาอุ้มอยู่เลยนะ”
“อ้อนกันอยู่เหรอ ยายก็ตกอกใหมดคิดว่าน้องวินยังไม่สบาย”
“คุณยาย~” แสงจันทร์พูดเสร็จก็เดินเข้าห้องตัวเองไป ปล่อยเด็กหนุ่มดิ้นต่อ
“หยุดดิ้นตกบรรไดแข่งขาหักขึ้นมาอาไม่รับผิดชอบนะ” เด็กหนุ่มหันมองทางลงบรรไดก็รีบหันกลับมาคว้ากอดไปรอบลำคอหนาของชายหนุ่มทันที
“หึ!” ใบหน้าน่ารักซบอยู่บนอกยอมให้ชายหนุ่มอุ้มลงมาไม่ต่อต้านอีกแล้ว ระหว่างเดินลงมาข้างล้างธนวินท์ชายตามองปลายคางติณภพเป็ระยะๆ เขาหลงรักอาภพหมดใจ หลงรักผู้ชายคนนี้โดยไม่รู้ตัว
“หลงฉันขนาดนั่นเลยเหรอ~” ร่างเล็กถูกวางลงบนเก้าอี้ในห้องรับประทานอาหาร ชายหนุ่ทยังคงโน้มตัวอยู่ใกล้คนตัวเล็กไม่ปละออก
“ไม่ได้หลง~ แค่รัก” ท่อนสุดท้ายเบาหวิวแต่ชายหนุ่มกลับได้ยินมันชัดเจน คำพูดของธนวินท์ทำชายหนุ่มเงียบไปบ้างสองคนสบตากันคนหนึ่งมองมาอย่างเว้าวอนขอความรัก แต่อีกคนกลับเฉยชาไม่มีแววตาของความรู้สึกใดๆ อยู่ในแววตาคู่นั่น
สบตากันอยู่ไม่กี่อึดใจน้อยที่รอเด็กหนุ่มลงมาทานข้าวก็เดินออกมาจากห้องครัวนำให้เด็กรับใช้มาอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
คืนนั่นเด็กหนุ่มทำตามคำแนะนำของมุกรวี โดยการไม่กลับไปนอนที่ห้องตัวเองทั้งที่เขาโกรธติณภพมากมายขนาดไหนก็ตามเขานอนร่วมเตียงกับติณภพเหมือนคืนก่อนหมอนใบโตยังคั่นกลางเอาไว้ที่เดิม แต่เพิ่มตุ๊กตาแมวอ้วนมาด้วยหนึ่งอีกหนึ่งตัวคืนนั่นเด็กหนุ่มนอนกอดมันทั้งคืน