เย่เทียนถอนหายใจเมื่อซุนเฟิงเดินจากไป
อีกฝ่ายไม่เพียงแต่จะส่งทักษะดาบระดับทองแดงที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้เขาเพียงเท่านั้นแต่ยังมอบพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงให้เขาอีกด้วย
ในขณะที่เขากําลังพูดคุยกับซุนเฟิง เขาก็แอบคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงของอีกฝ่ายมาไว้เรียบร้อยแล้ว
ในความเป็นจริงเย่เทียนต้องการคัดลอกทักษะดาบระดับกลางแต่ถ้าให้เลือกระหว่างทักษะดาบระดับกลางและพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงเย่เทียนต้องการคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงมากกว่าเนื่องจากพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงของเขาตอนนี้มาถึงขีดสุดแล้วและก็ใกล้จะทะลวงไปสู่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดแล้ว
หากเขาคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับกลางมาพรสวรรค์ในด้านดาบระดับกลางของเขาไม่มีทางเพิ่มขึ้นจนบรรลุขั้นต่อไปได้แต่หากเขาคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงเขาจะสามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงได้อย่างแน่นอน
เมื่อกลับเข้ามาในบ้าน
เย่เทียนก็เริ่มหลอมรวมพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงที่เพิ่งคัดลอกมาทันทีกระบวนการประสานพรสวรรค์ในครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรเย่เทียนสามารถหลอมรวมมันได้อย่างราบรื่น ร่างกายของเขามีเพียงแค่เหงื่อบางๆเท่านั้นที่ปรากฏออกมา
[มนุษย์ : เย่เทียน
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ความเร็ว : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับปานกลาง
พรสวรรค์เงาทมิฬ : ระดับเริ่มต้น
พรสวรรค์ในการรักษา : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง : ระดับสูง]
“เป็นอย่างที่คิด พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเรากลายเป็นระดับสูงสุดแล้วจริงๆด้วย” เย่เทียนเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
นี่คือพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด! ตราบเท่าที่เขาฝึกฝนต่อไปเขาจะสามารถบรรลุถึงระดับปรมาจารย์ได้อย่างแน่นอนพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงก่อนหน้านี้มีโอกาสบรรลุเป็นปรมาจารย์ได้เพียง 10-20%เท่านั้น และแม้ว่าเขาจะสามารถเลื่อนขั้นเป็นระดับปรมาจารย์ได้ แต่เส้นทางของเขาก็จะถึงทางตันยากที่จะเลื่อนระดับต่อไป
แต่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดนั้นต่างกันไม่ว่าจะเป็นปรมาจารย์ขั้นต้น กลาง หรือแม้แต่ขั้นปลายเขาก็สามารถบรรลุได้อย่างง่ายดายเฉพาะตอนที่ต้องทะลวงผ่านไปยังระดับถัดไปก็จะพบเจอแค่ปัญหาคอขวดเท่านั้นขอเพียงแค่ทำลายคอขวดนั้นได้ เขาก็จะสามารถเลื่อนขั้นไปยังระดับถัดไปได้
“ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด เราไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการบรรลุไปยังระดับปรมาจารย์จะถึงขั้นนั้นเมื่อไหร่ก็อยู่ที่เวลาแล้ว!”
เย่เทียนได้ทดลองผลของพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดและเขาก็พบว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้นั้นเหนือกว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงถึง2 เท่า หากรวมกับเทคนิครวบรวมลมปราณระดับกลางและเลือดของสัตว์อสูรระดับสูงที่มีผลลัพธ์โดยรวมน่าจะเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าเนื่องจากยิ่งมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องใช้เลือดของสัตว์อสูรมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยพรสวรรค์ในการฝึกฝนระดับสูงสุดนี้ เย่เทียนมั่นใจว่าภายในสองเดือนเขาจะสามารถยกระดับกลายเป็นนักรบชั้นยอดขั้นสูงสุดที่มีพลังถึง 100,000 จิน ได้
วันรุ่งขึ้นก่อน 10:00 น.
เย่เทียนมาถึงจัตุรัสฮุ่ยหมิง
จัตุรัสฮุ่ยหมิงเป็นลานของห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และยังเป็นทางเข้าของตลาดมืด
เมื่อเย่เทียนมาถึงที่นี่ เขาก็เห็นคนมากมายมายืนรออยู่ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นนักรบ
“เย่เทียน ในที่สุดนายก็มา!”
ซุนเฟิงเดินไปหาเย่เทียนและพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทําไมคนเยอะขนาดนี้?”
เย่เทียนมองไปรอบๆ และถามด้วยความสงสัย
ปกติแล้วที่นี่ไม่ควรจะมีคนมากมายขนาดนี้อีกทั้งในบรรดาคนคนเหล่านี้ยังมีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากมารวมตัวกันเหตุการณ์เช่นนี้มันจะต้องเกี่ยวข้องกับซุนเฟิงอย่างแน่นอน
“ไม่มีอะไร ฉันแค่ประกาศเรื่องการเดิมพันของพวกเราเท่านั้นเอง!”
ซุนเฟิงพูดเบาๆ
สิ่งที่เขาต้องการคือชื่อเสียง มิฉะนั้นเขาคงจะไม่ท้าทายผู้คนไปทั่วเช่นนี้นี่มันเป็นนิสัยจากความหยิ่งยโสของเขา
แม้ว่าเขาจะดูเหมือนเอาเปรียบผู้ฝึกยุทธ์จากฐานหลินไห่อยู่บ้างแต่เขาก็ไม่สนใจ
ในความคิดของเขา อัจฉริยะของฐานหลินไห่มันก็แค่ชื่อเท่านั้นหากอยู่ในฐานเขี้ยวเหล็ก คนเหล่านั้นล้วนไม่ใช่อัจฉริยะ
การเอาชนะอัจฉริยะของฐานหลินไห่และโจมตีผู้ฝึกยุทธ์ของฐานหลินไห่นั้นเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนของฐานเขี้ยวเหล็กในการควบคุมฐานหลินไห่
อัจฉริยะคนอื่นๆ ในฐานหลินไห่ล้วนถูกเขาจัดการไปเกือบหมดแล้วเหลือแต่เย่เทียนเท่านั้น
ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จะต้องยิ่งใหญ่!
“เอาสิ่งเดิมพันออกมา!”
ซุนเฟิงรีบเปิดปากของเขาก่อนที่เขาจะประลองเขากลัวว่าเย่เทียนจะไม่มีทักษะดาบระดับทองแดง
“ตกลง!”
เย่เทียนหยิบตําราลับของทักษะดาบระดับทองแดงออกมา
ซุนเฟิงเองก็หยิบตําราทักษะดาบระดับทองแดงออกมาเช่นกัน
ทั้งสองตรวจสอบตําราลับของอีกฝ่าย การดูง่ายๆเช่นนี้ไม่มีทางแอบเรียนรู้ทักษะดาบได้ เพราะทักษะดาบนั้นซับซ้อนมากทั้งยังมาพร้อมกับภาพหลายภาพภาพแต่ละภาพยังแฝงไว้ด้วยความลึกลับของทักษะดาบระดับทองแดงที่ถึงแม้จะมีความจำที่ดีแต่ก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาสั้นๆมันต้องอาศัยการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจึงจะสามารถเรียนรู้ทักษะดาบได้
ดังนั้นการสร้างตําราทักษะดาบทุกเล่มจึงเป็นเรื่องยากนี่เป็นเหตุผลว่าทําไมทักษะดาบจึงไม่แพร่หลาย
“ตําราลับเป็นของจริง งั้นเรามาเริ่มกันเลย!”
เย่เทียนและซุนเฟิงยืนอยู่กลางจัตุรัสฮุ่ยหมิง คนอื่นๆแยกย้ายกันไปยืนห่างๆ
ในเวลานี้ นักรบหลายคนต่างพูดคุยกัน
“เย่เทียนเป็นใคร? เขาเป็นนักรบชั้นยอดด้วยเหรอ?”
“ฉันได้ยินมาว่าเย่เทียนมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงตอนนี้เขาเป็นนักรบชั้นยอดแล้ว แต่ตัวตนของเขาค่อนข้างลึกลับดังนั้นคงไม่แปลกที่พวกเราจะไม่รู้จัก”
“เย่เทียนมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงซุนเฟิงเองก็เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงเช่นกันแต่ซุนเฟิงนั้นอายุมากกว่าเย่เทียนความแข็งแกร่งของเขาย่อมเหนือกว่าเย่เทียนอย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร?”
“ฉันเองก็คิดว่าซุนเฟิงจะต้องชนะ เพราะซุนเฟิงมีพรสวรรค์ด้านดาบแถมยังฝึกฝนทักษะดาบระดับทองแดงจนถึงขั้นเชี่ยวชาญอีกด้วยอีกฝ่ายสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ถึงสามเท่า! ด้วยพละกําลัง 50,000 จิน เขาสามารถระเบิดพลังโจมตีได้ 150,000 จินนักรบชั้นยอดของฐานหลินไห่ของเราไม่ใช่คู่มือของซุนเฟิง และนักรบผู้เชี่ยวชาญก็ไม่กล้าลงมือดูๆ แล้วคงไม่มีใครสามารถเอาชนะซุนเฟิงได้!”
“ใช่แล้ว โอกาสที่เย่เทียนจะชนะมันน้อยเกินไป!”
เกือบทุกคนพากันคิดว่าเย่เทียนจะพ่ายแพ้อย่างแน่นอนมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงมีหวัง
คนกลุ่มนี้ก็คือทีมล่าหมาป่าวายุ!
“หัวหน้า เย่เทียนน่าจะมีโอกาสชนะใช่ไหมครับ?” นักรบจากทีมล่าหมาป่าวายุถามเสียงต่ำ
“น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็ค่อนข้างยากซุนเฟิงมีพลังโจมตีที่เทียบได้กับนักรบผู้เชี่ยวชาญแม้ว่าเย่เทียนจะมีพรสวรรค์ด้านความเร็ว และวิชาดาบของเขาก็แข็งแกร่งมากแต่ความได้เปรียบของเขาก็ไม่ได้มากมายนักแต่บางทีเขาก็อาจจะสามารถเอาชนะได้อย่างฉิวเฉียด!”
หมาป่าวายุประเมิน
เขาคํานวณจากความเข้าใจของเขาที่มีต่อเย่เทียนแต่เขายังไม่เคยคิดว่าเย่เทียนจะมีพลังที่แท้จริงเกินกว่าขีดจํากัดของนักรบผู้เชี่ยวชาญ
ไม่นานนัก การต่อสู้ก็ปะทุขึ้น!
พรึบ!
ร่างของซุนเฟิงกลายเป็นภาพติดตาพุ่งเข้าใส่เย่เทียนเขายกดาบขึ้นและฟันออกไปอย่างฉับไว
ทักษะดาบฟาดฟันวายุครามถูกใช้ออกมา ปราณดาบพุ่งเข้าใส่เย่เทียนพลังโจมตีของดาบนี้เพิ่มขึ้นถึง 300,000 จินแม้ว่าความเร็วของดาบจะไม่เร็วนักแต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าขั้นนักรบผู้เชี่ยวชาญก็ยากที่จะหลบ
อย่างไรก็ตามฉากที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น
ร่างของเย่เทียนหายไปและดาบฟาดฟันวายุครามก็ฟันลงไปที่พื้นจนเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่ยาวกว่า10 เมตร แผ่นหินสีเขียวจำนวนมากแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ไม่ดีแล้ว!”
ซุนเฟิงตระหนักได้ถึงความอันตรายประเดี๋ยวนั้น
แต่ทันทีที่เขาคิดจะหลบ คมดาบก็พาดอยู่บนลำคอของเขาอย่างแผ่วเบา
“ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ซุนเฟิงเหงื่อแตกพลั่กเขาไม่ทันสังเกตการเคลื่อนไหวของเย่เทียนเลยไม่รู้ว่าเย่เทียนมาอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่
นี่มันน่ากลัวมาก!
ซุนเฟิงรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร หากเย่เทียนต้องการอีกฝ่ายก็สามารถที่จะฆ่าเขาได้ในพริบตา
“มันมีพรสวรรค์ด้านความเร็วที่สูงมาก!!”
ซุนเฟิงกล่าวออกมาอย่างไม่รู้ตัว