วัดเป่าไต้ เขาซงซาน ในโถงหลัก หลวงจีนหัวโล้นนับสิบในชุดสีเหลือง กำลังพากันนั่งอยู่บนอาสนะ ตรงหน้าพวกเขา มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 3 องค์ตั้งอยู่
ใต้พระพุทธรูปนั่งไว้ด้วยหลวงจีนวัยกลางคนในชุดสีแดง ใบหน้าหลวงจีนเคร่งขรึมราวกับพระพุทธรูปที่มีชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นหลวงจีนวัยกลางคน หรือจะเป็นหลวงจีนชุดเหลืองข้างล่าง พวกเขากำลังนั่งอยู่พร้อมกับปิดตาอย่างไร้อารมณ์ราวกับรูปปั้นในโถงนี้
นอกจากหลวงจีนพวกนี้ สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือ มีสาวสวยในชุดโค้ตยาวสีแดง หญิงสาวคนนี้ต่างจากหลวงจีนพวกนี้ เธอมองไปรอบๆ อย่างลับๆ ล่อๆ ทั่วโถงหลักนี้
“ซูจี” หลวงจีนวัยกลางคนจู่ๆ ก็พูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงบ “นี่เป็นการทำวัตรเช้า อย่าว่อกแว่ก”
“อะ อาจารย์...” หญิงสาวบุ้ยปาก ทำท่าเหมือนเด็กไม่ดีที่ถูกตามใจต่อหน้าพ่อของเธอ และพูดกับหลวงจีนว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่หนูมาที่โถงหลักนี้ ดังนั้น หนูก็เลยอยากรู้อยากเห็นไปหน่อย”
กับเรื่องลูกศิษย์ผู้ร่าเริงคนนี้ของเขา หลวงจีนคนนี้ชื่นชอบอย่างมาก ความสามารถของซูจียอดเยี่ยม ยิ่งกว่านั้น เธอยังมีความสัมพันธ์กับพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิด และเป็นผู้ที่เกิดมาเป็นพุทธโดยธรรมชาติ ในอายุ 20 ปี เธอก็เข้าสู่ขั้นที่ 4 ของการฝึกตนแล้ว ในโลกของผู้ฝึกตนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากอย่างมาก
โชคไม่ดี ที่ไม่ใช่เพียงแค่เธอเป็นศิษย์สายนอก แต่ยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย ถ้าเธอเป็นผู้ชาย เขาคงแหกกฎและบวชให้เธอเป็นหลวงจีน จากนั้นก็รับเข้าเป็นศิษย์ส่วนตัวของเขาไปแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น วัดแห่งนี้ก็จะมีลูกศิษย์ของพุทธะที่ภาคภูมิใจ และวัดเป่าไต้เขาซงซานแห่งนี้ก็จะสามารถสร้างผู้เชี่ยวชาญวัยเยาว์ขึ้นมาได้
แต่ซูจีเกิดมาเป็นผู้หญิง ในประวัติศาสตร์นับพันปีของวัดเป่าไต้เขาซงซานนี้ ศิษย์หลักจะมีเพียงหลวงจีนเท่านั้น ไม่สามารถเป็นแม่ชีได้
อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่สามารถหยุดให้หลวงจีนวัยกลางคนนี้หยุดดูแลลูกศิษย์คนนี้ได้ เขาพูดด้วยรอยยิ้มคลุมเครือว่า
“ซูจี ความสนใจของเจ้าไม่ค่อยจดจ่อเลย เจ้าจึงไม่สามารถเรียนหัวใจเจ้าแม่กวนอิมนี้ได้อย่างเต็มที่ หนึ่งปีผ่านไป อาจารย์ได้ส่งผ่านเทคนิคนี้ให้เจ้า และเชื่อว่าภายใน 1 ปี เจ้าจะสามารถสำเร็จวิชาพื้นฐานนี้ได้ แต่ดูเอาเถอะ วันนี้ ข้าเห็นเจ้าเรียนได้แค่ 4 ตัว นี่ทำให้อาจารย์ผิดหวังจริงๆ”
“อาจารย์...” ซูจียังคงบุ้ยปาก และคร่ำครวญว่า “ท่านพูดเหมือนกับว่านี่เป็นแค่เทคนิคทั่วไป เมื่อซูจีเรียนมัน มันไม่มีพลังเลย”
“โอ้?” หลวงจีนวัยกลางคนยกคิ้วขึ้น “ไม่มีพลัง? อธิบายมา?”
“เอิ่ม มันเป็นเพราะพลังของวิชานี้ไม่แข็งแกร่ง ดังนั้น หนูเลยไม่ได้เรียนมันอย่างตั้งใจเท่าไหร่”
“เจ้าพูดผิดแล้ว” หลวงจีนวัยกลางคนยิ้ม และโบกมือให้กับหลวงจีนหนุ่มที่อยู่ถัดจากซูจี “ฟาเซียง ทำไมเจ้าไม่แสดงวิชาให้ศิษย์น้องเจ้าดูหน่อยล่ะ ว่าพลังที่แท้จริงของหัวใจเจ้าแม่กวนอิมนั้นเป็นยังไง”
“ครับ ท่านอาจารย์” หลวงจีนหนุ่มที่ชื่อ ฟาเซียง ทำท่ามือ ยืนขึ้น หันกลับไป และเดินไปที่ทางเข้าห้องโถง เผชิญหน้ากับท้องฟ้า และเริ่มผนึกปางมือ
“โอม มะ นี ปัท เม ฮุม!”
แตกต่างจากซูจี น้ำเสียงที่เขาเปล่งออกมา เหวี่ยงเข้าไปในหู และดังก้องทะลุวิญญาณ หลังจากที่ร่ายคาถาเสร็จ ฟาเซียงก็พุ่งปางมือ ขาว เขียว เหลือง ฟ้า แดง และ ดำ ภาพพระพุทธรูป 6 องค์ในสีที่ต่างกัน ลอยออกไป และรวมตัวกันเพื่อสร้างเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ข้างนอกโถงแห่งนี้ และลอยอยู่ใต้ท้องฟ้า
พระพุทธรูปสีทอง ทันใดนั้นก็เข้าไปนั่งในภาพพระพุทธรูปทั้ง 6 นี้ จากนั้น ภาพพระพุทธรูปทั้ง 6 ก็เข้ามาบรรจบกันที่ตรงกลางของพระพุทธรูปสีทอง แสงสีทองที่ทำให้ตาพร่าทันใดนั้นก็ทะลักออกมาเหมือนกับคลื่นน้ำ ไหลท่วมเข้าสู่โถงหลัก
พลังที่บริสุทธิ์ และเป็นมงคลชำระล้างทุกซอกมุมของจิตวิญญาณจนสะอาด ทันใดนั้นซูจีก็รู้สึกว่าในหัวของเธอกระจ่างขึ้น ความกดดันในใจเธอที่ไม่ได้เจอฉินเฉาเป็นเวลานานได้สลายหายไป
ในตอนนี้ ตลอดทั้งร่างของเธอผ่อนคลายอย่างมาก
หลังจากเสร็จสิ้น ฟาเซียงก็กลับเข้ามา คำนับแบบพุทธให้กับหลวงจีนวัยกลางคนและซูจี จากนั้นก็นั่งลงที่อาสนะและปิดตาลง
“พลังของฟาเซียงก้าวหน้าขึ้นมาก” หลวงจีนวัยกลางคนอดพยักหน้าไม่ได้ เขาภูมิใจกับฟาเซียงศิษย์เขาคนนี้มาก หลังจากที่อยู่ในบ้านเด็กกำพร้า 1 ปี เขาก็ตามอยู่ข้างๆ มาตลอดเพื่อร่ำเรียนพุทธศาสนา เมื่อเขาอายุ 19 ปี การฝึกตนของเขาก็เข้าสู่ขั้นที่ 5 ไปเรียบร้อยแล้ว
โชคไม่ดี ที่วัดเป่าไต้ เขาซงซาน มักจะอยู่ในสำนักท้ายๆ น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ท่ามกลางรุ่นเยาว์ยุคนี้ พวกเขาได้มีผู้เชี่ยวชาญที่เยาว์วัยอย่างนี้อยู่
ซูจีอ้าปากกว้างด้วยความตะลึง เธอไม่คิดว่าหลังจากที่เรียนหัวใจเจ้าแม่กวนอิมจนสำเร็จแล้ว มันจะทรงพลังขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม เธอกลอกตาของเธอ และจากนั้นพูดยิ้มๆ ว่า
“ขี้โกงนี่นา อาจารย์” ซูจีบุ้ยปากและแสดงท่าทางไม่พอใจ “ศิษย์พี่ตามอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพลัง แม้แต่การฝึกตนของเขาก็ยังสูงกว่าหนู! เอาอย่างนี้เป็นยังไง อาจารย์ก็สอนเทคนิคการฝึกตนที่สูงกว่านี้ให้หนู เอาเป็น พระสูตรหัวใจเพชรเป็นยังไง หนูได้ยินมาว่ามันไม่เลวเลย”
“เหลวไหล” หลวงจีนวัยกลางคนส่ายหัวไปมา “พระสูตรหัวใจเพชรนี้ เรียนได้แต่ผู้ชายเท่านั้น เพราะว่ามันเป็นธาตุหยางโดยธรรมชาติ เจ้าจะไปฝึกได้ยังไง?”
“ฮิฮิ งั้นก็สอนเทคนิคอื่นให้หนูนะอาจารย์ อาจารย์ดีที่สุด” ซูจีรู้ดีว่าอาจารย์ของเธอรักเธอ ดังนั้นจึงรีบพูด
“พระโกหกไม่ได้” หลวงจีนวัยกลางคนถอนหายใจ “ซูจี อาจารย์จะบอกเจ้านะ ในวัดเป่าไต้เขาซงซานนี้ ไม่มีแม้แต่เทคนิคเดียวที่เหมาะกับผู้หญิง เทคนิคทางพุทธเป็นธาตุหยางและแข็งตามธรรมชาติ ซึ่งเจ้าเรียนไม่ได้”
พร้อมกันนั้น หลวงจีนวัยกลางคนก็หลับตาลงช้าๆ และเริ่มท่องบทสวดทำวัตรเช้าต่อไป
“ฮึ่ม อาจารย์ขี้เหนียว!” ซูจีเมื่อเห็นว่าอุบายของเธอล้มเหลว จึงนั่งอยู่ที่นี่อย่างไม่พอใจ
ในตอนนี้เอง ฟาเซียง ที่นั่งอยู่ถัดจากเธอขณะที่หลับตาอยู่ ทันใดนั้นก็ดึงแขนเสื้อเธอ ซูจีกะพริบตา แม้ว่าตาของฟาเซียงยังหลับอยู่ เขาก็แอบเอาของบางอย่างมายัดใส่มือของซูจี
ซูจีเอาขึ้นมามองใกล้ๆ และเห็นว่ามีคำหลายคำพิมพ์อยู่ในนั้น
“ตราผนึก 9 อักษร”
พระเจ้า ซูจีรู้ว่าตราผนึก 9 อักษรนี้เป็นหนึ่งในเทคนิคลับของวัดเป่าไต้เขาซงซาน พระสูตรนี้ไม่ได้มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่ง แต่ตราผนึก 9 อักษรนี้ อักษรแต่ละตัวต่างมีเวทมนตร์ในตัวมันเอง ถ้าฝึกจนถึงจุดสูงสุดล่ะก็ มันจะสามารถแสดงร่างของพระศาสดาออกมาได้
เธอไม่คิดว่าศิษย์พี่ของเธอ ฟาเซียงจะมอบเทคนิคลับนี้ให้เธอ ซูจีอดไม่ได้จนต้องเผยรอยยิ้มที่งดงามบนปากของเธอ
“ขอบคุณ ศิษย์พี่” เธอรู้ว่าศิษย์พี่ของเธอมีประสาทหูเป็นเลิศ ดังนั้น เธอจึงใช้เสียงเบาพูดกับฟาเซียง
ทันใดนั้นหน้าของฟาเซียงก็ขึ้นสี เร่งอ่านบทสวดของเขาเร็วขึ้น
ในตอนนี้เอง หลวงจีนวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้น และเปิดปากพูดกับซูจี
“ซูจี”
“อ๊า! อาจารย์?” ซูจีเหมือนร้อนตัว แต่เธอรีบซ่อนหนังสือเทคนิคลับอย่างรวดเร็ว ยัดมันไว้ในแขนเสื้อโค้ตยาวของเธอ
“เจ้ารู้มั้ย ทำไมอาจารย์ถึงเรียกเจ้าจากเมืองซู่หนานมาที่นี่?”
“อะ? อาจารย์ หนูจะไปรู้ได้ยังไง! หนูไม่ใช่ผู้หยั่งรู้เหมือนอาจารย์นี่ ที่จะได้เดาได้ทุกสิ่งอย่างแม่นยำ”
หลวงจีนวัยกลางคนครุ่นคิดสักพัก และจากนั้นก็พูดอย่างช้าๆ ว่า
“เพราะว่า จู่ๆ อาจารย์ก็สังเกตพบว่าในพื้นที่ในเมืองซู่หนาน มีพลังหยินของปีศาจพรั่งพรูออกมา”
เมื่อเธอได้ยินอย่างนี้ ในใจซูจีจู่ๆ ก็ว้าวุ่น พลางคิดว่า ‘สวรรค์ หรือว่าอาจารย์จะพบการคงอยู่ของฉินเฉาแล้ว? ถ้าอาจารย์ส่งฉันไปจับฉินเฉา ฉันจะทำยังไงดี? ฉันจะเชื่อฟังอาจารย์ ผู้ที่ฉันเคารพที่สุด และจับฉินเฉามาลงโทษเหรอ? หรือฉันจะทรยศอาจารย์ และหนีตามฉินเฉาไป?’
‘ถ้าฉันหนีตามฉินเฉาไป แล้วเราจะไปที่ไหน? เมื่อถึงตอนนั้น โลกของผู้ฝึกตนแน่นอนว่าต้องตามล่าเพื่อกำจัดความสัมพันธ์ต้องห้ามของพวกเราแน่ๆ ฉันไม่สามารถจินตนาการถึงพลังของฝ่ายธรรมะที่มารวมตัวกันได้ พระเจ้า ฉันจะทำยังไงดี?’
เมื่อคิดถึงร่างของฉินเฉา ใจของเธอที่เพิ่งถูกชะล้างด้วยพลังของพุทธะ ก็เริ่มมีเมฆครึ้มเข้ามาปกคลุม
โดยที่ไม่รู้ปัญหาความรักของศิษย์ หลวงจีนวัยกลางคนเริ่มพูดต่อ
“ถ้าการคาดการณ์ของอาจารย์ถูกต้อง มันต้องเป็นราชาผีดิบที่มีอายุนับหมื่นปี”
“ราชาผีดิบ!” เมื่อได้ยินอย่างนี้ ในใจของซูจีที่ว้าวุ่นเมื่อกี้ ก็กระตุก คิดว่า ‘ดูเหมือนว่า อาจารย์จะไม่ได้หมายถึงฉินเฉา อย่างที่คาด เสนาธิการปีศาจตัวเล็กๆ อย่างฉินเฉาไม่สามารถดึงดูดความสนใจของอาจารย์ได้’
ราชาผีดิบ สองคำนี้ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในโถงหลัก แม้แต่ศิษย์พี่ของซูจี ฟาเซียงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“อาจารย์ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าผีดิบมันมีจริงๆ เหรอคะ?” แม้ว่าเธอจะเป็นศิษย์สำนักพุทธ แต่ซูจีก็เป็นแค่ศิษย์สายนอก ที่ยังไม่รู้อะไรหลายๆ อย่าง
“ใช่แล้ว” หลวงจีนวัยกลางคนพยักหน้า “ถ้าจะว่าไปแล้ว ต้นกำเนิดผีดิบนั้น มาจากอสูรแห่งภัยแล้งในตำนานของพวกเรา ซึ่งมีผีดิบอยู่ 6 ระดับด้วยกัน ซากขาว ซากดำ ซากกระโดด ซากบิน และอสูรแห่งภัยแล้ง ตามตำนานเล่าว่า หลังจากที่ผีดิบทำการฝึกตน มันจะกลายเป็นอสูรผีดิบแห่งภัยแล้ง มันสามารถสังหารได้กระทั่งมังกร (ในจีน มังกร หมายถึง เทพพิรุณ) ฉะนั้น มันจึงสามารถสร้างภัยแล้งไปทั่วพื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่นานก็จะมีราชาผีดิบกำเนิดในพื้นที่เขตเมืองซู่หนาน เป็นผีดิบระดับ 5 ซึ่งได้ขึ้นไปถึงระดับอสูรแห่งภัยแล้งแล้ว ถ้ามันตื่นขึ้นเต็มตัวล่ะก็ ในพื้นที่ 500 กิโลเมตร รอบตัวนั้น จะประสบปัญหาภัยแล้งขนาดใหญ่ เมื่อถึงตอนนั้น พื้นที่ขนาดใหญ่รอบเมืองซู่หนาน แม้แต่หญ้าสักต้นก็จะไม่สามารถงอกขึ้นมาที่นั่นได้”
“ทรงพลังมาก...” ซูจีลิ้นจุกปาก “อาจารย์ ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่าผีดิบมี 6 ระดับหรอกเหรอ?”
“จริงๆ แล้ว...” หลวงจีนวัยกลางคนพยักหน้า “มันสามารถพูดได้ว่าผีดิบระดับ 6 มีความเกี่ยวข้องกับสำนักพุทธของเราเล็กน้อย เพราะว่าผีดิบระดับ 6 มีพลังพอที่จะท้าทายเทพปีศาจได้ ซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียว ชื่อนั้นคือ ‘โฮ่ว’ ” (โฮ่ว : หมาป่าหัวมังกรที่ดุร้ายของมองโกเลีย)
“โฮ่ว?” ซูจีกะพริบตา “ไม่ใช่ว่านั่นเป็นโลกที่พระโพธิสัตว์เก็บรักษาไว้หรอกเหรอคะ (พระกษิติครรภโพธิสัตว์/พระโพธิสัตว์แห่งสัตย์สาบาน) ?”
“ใช่แล้ว พระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้สั่งสอนผีดิบระดับ 6 นี้ และเรียกมันว่า โฮ่ว”
“เป็นอย่างนี้หรอกเหรอ...” ซูจีพยักหน้า และจู่ๆ ก็พูดอย่างกังวลว่า “อาจารย์ ไม่ใช่ว่าเมื่องซู่หนานกำลังอยู่ในอันตรายเหรอคะ?”
“เจ้าวางใจได้” หลวงจีนวัยกลางคนยิ้ม “ตั้งแต่ที่ราชาผีดิบถือกำเนิด ทุกสำนักต่างพากันส่งผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาออกไป ซูจี ครั้งนี้ ข้าอยากให้เจ้าไปด้วยกันกับฟาเซียง สังหารอสูร และกำจัดปีศาจเป็นหน้าที่ของพวกเรา ผู้เป็นศิษย์ของตถาคต”
เมื่อได้ยินอย่างนี้ ซูจีก็โล่งอก ในตอนนี้ หลวงจีนวัยกลางคนก็โบกมือแล้วพูดว่า
“ทุกคนออกไปได้ ยกเว้น ฟาเซียง อาจารย์มีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
เมื่อเหลือแค่หลวงจีนวัยกลางคนกับฟาเซียง ภายในโถงหลัก หลวงจีนวัยกลางคนทันใดนั้นก็พูดว่า
“ฟาเซียง ตราผนึก 9 อักษร นั้นเป็นเรื่องง่ายที่จะเรียนตอนเริ่มต้น แต่จะให้ชำนาญนั้นเป็นเรื่องยาก ศิษย์น้องของเจ้าจะต้องได้รับอันตรายจากธรรมชาติ ดังนั้น เจ้าต้องคอยช่วยเหลือเธอ”
“ทะ...ท่านอาจารย์...” ฟาเซียงไม่คิดว่าท่านอาจารย์ของเขาจะรู้ความลับนี้ กังวลใจ เขาทำเรื่องผิดพลาดซ้ำอีกจนได้ “อาจารย์ ศิษย์ผิดไปแล้ว ได้โปรดอย่าลงโทษศิษย์น้องเลย”
“ฟาเซียง เอ๊ย” หลวงจีนวัยกลางคนส่ายหัว และมองไปที่ศิษย์รักอย่างรักใคร่ “ครั้งนี้ เมื่อเจ้าลงจากเขาไป เจ้าจะประสบกับเคราะห์กรรมเรื่องความรัก อย่างไรก็ตาม นี้ไม่ใช่เพราะซูจี เจ้าต้องมีสมาธิกับการฝึกตน และเจ้าต้องไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องกิจวัตรของศาสนาเข้าใจมั้ย”
“ครับ ท่านอาจารย์....” ฟาเซียงก้มกราบอย่างเคารพ แล้วพูดว่า “อาจารย์ ใครกันที่เป็นที่มาของเคราะห์กรรมเรื่องความรักของศิษย์?”
“พูดไม่ได้...พูดไม่ได้...” หลวงจีนวัยกลางคนปิดตาของเขา และพูดอย่างช้าๆ ว่า “ในเมืองตงชวน ได้มีอรหันต์ปีศาจถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ฟาเซียง เส้นทางที่เจ้าเลือกเป็นทางที่ยากอย่างมาก เจ้าต้องระวัง ถ้าเจ้าต้องเข้าไปเผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ได้ ในเมืองตงชวน ให้เจ้าไปหาอาจารย์ลุงชิฟางของเจ้า มีแค่เขาเท่านั้นที่สามารถช่วยเจ้าให้รอดจากหายนะได้”
“ทะ...ท่านอาจารย์....” ฟาเซียงตอบรับ แต่เขาพูดในใจว่า ‘ชื่ออาจารย์ลุงชิฟางช่างน่าเลื่อมใสจริงๆ เขาเป็นใครกัน?’
จบตอน