ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 5 บทที่ 132 เจ้าของอาวุธราชันย์ (2)

            สมมุติว่าเป็นหมิงกวงจงจริงๆ ถ้างั้น...คดีโอสถแดงที่สั่นสะเทือนวงการประวัติศาสตร์คดีนี้ จะต้องมีสิ่งที่เชื่อมโยงและบุคคลที่เกี่ยวข้องมากกว่าข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

            มีบางสิ่ง บางเนื้อหา บางบุคคล และบางช่วงเหตุการณ์หลบซ่อนอย่างเงียบงำอยู่ภายใต้น้ำหมึกปลายพู่กันในหน้าบันทึกทางประวัติศาสตร์...

            จักรพรรดิหมิงกวงจงไม่ได้สวรรคตเพียงเพราะคดีโอสถแดงแต่เขาเข้าไปข้องเกี่ยวกับความลับของผู้ฝึกตนยุคโบราณเป็นเหตุการณ์ให้ถูกกระบี่เซวียนหยวนคร่าชีวิตสินะ

            ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาไม่นานก็ฝังรากลึกลงในห้วงสมองเขาทันที!

            เขานั่งลูบเคราเงียบขรึม... หากเป็นแบบนี้ เขาก็พอจะสันนิษฐานได้คร่าวๆว่ากล่องจิ๋วใบนี้ต้องการจะสื่ออะไรกับเขา

            ความจริงในช่วงนั้นและความลับอันยิ่งใหญ่สะท้านโลกบางอย่างความจริงที่ไม่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ความลับบางอย่างที่เป็นเหตุให้เหล่าผู้ครอบครองอาวุธราชันย์ชนิดตายถูกสังหาร

            นี่เป็นเพียงสมมุติฐานที่เกิดจากความคาดเดาด้วยข้อมูลที่มีสวีหยางอี้พยายามสะกดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ลง สายตามองกล่องจิ๋วอย่างพินิจ

            ถ้ากล่องใบนี้เป็นของจักรพรรดิหมิงกวงจงจริงๆ ก็หมายความว่า...

            “คุณเกาครับ (ชื่อสมมุติ) ถ้าข้อมูลที่คุณให้เป็นเรื่องจริง!กล่องใบนี้... อาจจะเป็นกล่องที่บรรจุโอสถแดงในตอนนั้นก็เป็นได้! กล่องภาชนะใส่เม็ดโอสถสสีแดงที่เป็นเหตุให้จักรพรรดิหมิงกวงจงสวรรคต!”หลิ่วซู่เหรินมองสวีหยางอี้ด้วยสายตาเป็นประกาย ตลอดทั้งชีวิตนักโบราณคดีของเขานี่อาจเป็นสมมุติฐานที่บ้าระห่ำที่สุดของเขาแล้วเขาต้องการให้สวีหยางอี้เห็นด้วยกับสมมุติฐานของเขายิ่งนัก

            แต่สวีหยางอี้ไม่ได้คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์ขนาดนั้นเขาสนใจแค่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการฝึกตนของเขาเท่านั้น

            ตอนนี้ ปริศนาแรก ‘ดูเหมือน’ จะคลี่คลายแล้ว เจ้าของกล่องจิ๋วใบนี้ตอนนี้ตัวเลือกที่เป็นไปได้ที่สุดน่าจะเป็นจักรพรรดิหมิงกวงจงแต่ว่าการสวรรคตของจักพรรดิองค์นี้ เกรงว่าคงยากจะคลี่คลาย

            สายธารแห่งประวัติศาสตร์อันเหยียดยาวกำลังปกปิดอะไรอยู่กันแน่...จิตอาฆาตพันปีของจักรพรรดิหมิงกวงจงเดินทางข้ามกาลเวลามาเพื่อเลือกเขาแท้จริงแล้วมันต้องการบอกอะไรเขากันแน่?

            ความลับสะเทือนสวรรค์อันเป็นเหตุให้องค์จักรพรรดิสวรรคตคืออะไรกัน?

            ไม่ใช่แค่กองกำลังมนุษย์ประจำราชวงศ์...แต่เกรงว่าอาจจะมีสำนักเซียนสมัยราชวงศ์หมิงเข้าร่วมกับแผนสังหารครั้งนี้ด้วย

            สวีหยางอี้ขมวดคิ้ว... อาวุธราชันย์ที่ดูเรียบง่ายความจริงกลับซุกซ่อนปมปริศนาอันยิ่งใหญ่ทุกครั้งที่ตัวเขาคิดว่าคลี่ปริศนาคลายความจริงของมันได้แล้ว ก็กลับต้องพบมุมปริศนาชิ้นใหม่อยู่ตลอด

            นิ่งเงียบไปพักใหญ่ ไม่มีใครเอ่ยปากพูด กระทั่งผ่านไปอีกหลายนาทีสวีหยางอี้จึงปริปากพูด “สุดท้ายก็เป็นแค่การคาดเดา”

            “แล้วตรงนี้หมายความว่าอะไร” ไม่รออีกฝ่ายพูดขึ้น เขาจึงชิงเปลี่ยนประเด็นชี้นิ้วไปที่ลวดลายอักขระตรงขอบกล่อง “มีคนบอกฉันมาว่า นี่คือประโยคข้อความ”

            “ใช่ครับ มันเป็นอักษรรูปภาพ” หลิ่วซู่เหรินหายใจเข้าออกสองสามห้วงลม“ประโยคนี้หมายความว่า ‘จงไขความลับ’ ของมันครับ”

            สวีหยางอี้พยักหน้า ปี้ปัวเจินเหรินไม่ได้โกหก

            “คุณครับ...” หลิ่วซู่เหรินจับกล่องแน่น กล้ามเนื้อบนใบหน้าเกร็งกระตุก“ที่บอกไปเมื่อครู่ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น...”

            “กล่องใบนี้... ยังซ่อนสุดยอดปริศนาเอาไว้อีก! ต่อจากนี้สิ่งที่ผมจะบอกคือความลับของจริง!”

            เมื่อพูดจบ เขาก็หยิบแผนที่ประเทศหวาซย่าผืนใหญ่ผืนหนึ่งออกมาจากนั้นก็วางกล่องจิ๋วไว้บนแผนที่ และยืนรักษาระยะห่างกับเขาประมาณหนึ่ง

            หลิ่วซู่เหรินจ้องมองสวีหยางอี้สวีหยางอี้จ้องมองเบื้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ

            แผนที่ยังคงเป็นแผนที่ปกติ แต่ดูต่างจากแผนที่ปัจจุบันอยู่บ้างนอกจากนั้นก็ไม่มีอะไร... เอ๊ะ! ไม่สิ!

            วินาทีต่อมา ทันใดนั้นดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้าง!

            ใช่... ไม่มี! ไม่มีอะไรเลย!

            กล่องที่ต้องแสงอาทิตย์ไม่มีเงาปรากฏขึ้นมาเลย!

            “ตอนนี้เวลาสิบเอ็ดโมงห้าสิบนาที” ดวงตาหลิ่วซู่เหรินแดงเรื่อ“รออีกสิบนาที... เพียงสิบนาทีเท่านั้น!”

            “หลังจากสิบนาที...คุณจะได้เห็นเรื่องปาฏิหาริย์สุดยิ่งใหญ่ของแวดวงนักโบราณคดี!”

            สวีหยางอี้ยืนนิ่งไม่เอื้อนเอ่ย

            เวลาสิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนกินเวลาเป็นปีอาวุธราชันย์ชนิดเป็น หรืออาวุธจุติราชันย์ชิ้นนี้ สุดยอดวัตถุเวทมนตร์ระดับสูงของประเทศหวาซย่าที่ปรากฏทุกๆห้าพันปีชิ้นนี้ จะนำพาอะไรมา...โดยมีสวีหยางอี้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้เปิดเผยความลับ ค่อยๆชะล้างหน้าดินตะกอนแห่งประวัติศาสตร์ที่ทับถมออกไปทีละชั้น

            “ตึ้ง...” เมื่อเสียงนาฬิกาแขวนผนังดังขึ้น บ่งบอกเวลาเที่ยงตรงดวงตาของสวีหยางอี้คุวาวขึ้นมาทันที

            มีบางอย่าง...

            ณ เวลาเที่ยงตรงในที่สุดอาวุธราชันย์ไร้เงาที่วางอยู่บนแผนที่ก็ปรากฏเงาขึ้นมา!

            แต่... กลับไม่ใช่เงาปกติ!

            เป็นเข็มหนึ่งเล่ม

            หรืออาจพูดได้ว่าเป็นเงารูปเข็มที่เกิดจากแสงอาทิตย์ทาบส่องไปที่ที่หนึ่ง

            “นี่คือนาฬิกาแดด!” ร่างของหลิ่วซู่เหรินสั่นจากความตื่นเต้น“นาฬิกาแดดที่ปรากฏเข็มเงาเฉพาะเวลาเที่ยงตรง!”

            “คุณสังเกตเห็นหรือไม่ แผนที่ที่ผมให้ดูกับแผนที่ในปัจจุบันมีบางอย่างไม่เหมือนเดิม” หลิ่วซู่เหรินชี้นิ้วไปที่ที่หนึ่ง“นี่คือ... แผนที่ในยุคราชวงศ์หมิง!”

            สวีหยางอี้มองตามไป ที่นั่นไม่ได้เขียนว่ามณฑลหลงซู่ แต่เขียนว่าแคว้นฉิน[1]

            เขาลูบพื้นที่ตรงนั้น นิ่งเงียบลงไปสักพักก่อนเอ่ยถาม“นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”

            “คุณเกาครับ...นี่หมายความว่าที่แห่งนั้นซุกซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้อยู่!”หลิ่วซู่เหรินมองแผนที่ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เป็นวิธีที่จักรพรรดิสมัยก่อนหน้าใช้สื่อสารกับคนยุคหลังๆ! และความลับนี้มีเพียงผู้พิเศษเท่านั้นที่จะได้เห็นมัน!ซึ่งเขาคนนั้นห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้บอกใคร! แม้กระทั่งลูกหลานของตัวเอง!”

            แววตาของสวีหยางอี้ลุ่มลึกลง เขาหยิบอาวุธราชันย์ขึ้นมาอย่างเงียบๆและเก็บมัน จากนั้นก็นั่งลงเงียบๆ ไม่พูดอะไร

            อาวุธราชันย์บอกเขาว่าให้ไปที่นั่นงั้นเหรอ?

            ที่นั่นซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่?

            ที่นั่น...เกี่ยวข้องอะไรกับสังคมผู้ฝึกตนยุคโบราณที่ซ่อนอยู่ภายในหน้าประวัติศาสตร์?

            ความคิดมากมายจู่จับเข้ามาในห้วงสมองเขาเข็มเงาของนาฬิกาแดดชี้ตรงไปที่มณฑณหลงซู่ หรือแคว้นฉินในยุคโบราณ...ผ่านไปเพียงไม่กี่วิฯ สวีหยางอี้ก็ตัดสินใจบางอย่างขึ้นทันที

            จะต้องไปสำรวจที่นั่นให้ได้!

            ความสำเร็จมักเกิดจากรายละเอียดเพียงเล็กน้อยความร่ำรวยมักเกิดจากความเสี่ยงอันน้อยนิดคล้ายเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับอาวุธราชันย์คือเส้นใยข้ามกาลเวลาที่ชักนำให้เขาเข้าไปสำรวจค้นหาและคลี่คลายความลับที่ถูกกลบด้วยฝุ่นตะกอนของประวัติศาสตร์

            ภายในอก เลือดลมเดือดพล่านร้อนผ่าวเขารู้ดีว่านี่คือความรู้สึกของความกระหาย

            “มีเท่านี้เหรอ?” ผ่านไปหลายวินาทีสีหน้าของสวีหยางอี้กลับมาเป็นปกติ เขาเห็นหลิ่วซู่เหรินคลี่ยิ้ม “ยังมีอีกไหม?”

            “ยังมีอีกครับ...” หลิ่วซู่เหรินละล่ำละลัก และไอกระแอมอย่างเคอะเขิน“ถ้า... คุณเกาต้องการไปสำรวจที่นั่น... เอ่อ หวังว่า... อืม...หวังว่าคุณจะพาผม...”

            สวีหยางอี้คลี่ยิ้มส่ายหน้า

            “คุณเกา!” หลิ่วซู่เหรินไม่อยากเชื่อ เพราะเขาวิเคราะห์ของชิ้นนี้มาสองปีเต็มแล้วทำไมไม่คิดจะพาตัวเองไปด้วย

            “เตรียมคำสั่งเสียไว้ได้เลย” สวีหยางอี้หุบยิ้ม “แม้ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใครแต่ว่านายเล่นผิดคนแล้ว”

            “คุณเกา ผมไม่แน่ใจว่าคุณกำลังพูดอะไรอยู่”หลิ่วซู่เหรินมองสวีหยางอี้อย่างแปลกใจ “ต่อให้คุณไม่อยากให้ผมไปด้วยก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงขนาดนี้...”

            เวลานี้ ดวงตาของสวีหยางอี้ปะทุจิตสังหารขึ้นมาอย่างท่วมท้น “งั้นเหรอ?”

            “ยังจำที่ฉันจับมือนายก่อนหน้านี้ได้หรือไม่?”

            “ฉันกังวลว่านายจะถูกคนหลอกใช้ ดังนั้นฉันจึงทำอะไรบางอย่างที่แขนนาย”เขาจ้องมองหลิ่วซู่เหรินอย่างไม่ละสายตา “ฉันใช้พลังจิตไป หรือพูดง่ายๆก็คือมันสามารถตรวจสอบร่างกายของนายว่ามีร่องรอยพลังจิตของคนอื่นแฝงอยู่หรือไม่”

            “คุณกำลังพูดอะไร...”

            สวีหยางอี้แสยะยิ้มพล่างส่ายหัว “คำตอบคือไม่มีแต่บนตัวของนายมีเพียงพลังจิตของตัวเอง ซึ่งหมายความว่า...”

            เขาสบตาหลิ่วซู่เหรินโดยตรง “นายเป็นผู้ฝึกตน”

            คำพูดยืนยันหนักแน่นปราศจากข้อความสงสัยแม้แต่น้อย

            หลิ่วซู่เหรินไม่พูดอะไร และได้แต่ถอนหายในเสียงแผ่ว

            “นอกจากนี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือ...” สวีหยางอี้ยกนิ้วขึ้นมาส่ายไปมา“นายโชคไม่ดีเอาเสียเลย เพราะฉันเปิดประสาทสัมผัสของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว และยังสามารถกางอาณาเขตพลังจิตได้กว้างกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปหลายเท่าตัว”

            รอยยิ้มเสี้ยวสุดท้ายบนใบหน้าของหลิ่วซู่เหรินเลือนหาย

            “ที่นี่ นอกจากฉันแล้ว มีทั้งหมดเจ็ดคน”

            “ตำรวจห้าคนและนาย รวมเป็นหก” สวีหยางอี้จ้องตาเขาพูด“ตั้งแต่เดินเข้าประตูมา ฉันก็เริ่มหาคนที่เจ็ดว่าอยู่ที่ไหน และแล้วฉันก็เจอแล้ว”

            “ห้องใต้ดินลึกลงไปสองเมตร มีอีกหนึ่งคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง และคนๆนั้นก็ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ฉันจะสรุปแบบนี้ได้หรือไม่...”มือของสวีหยางอี้มีเปลวไฟเร่าร้อนปะทุขึ้นมา “หลิ่วซู่เหรินตัวจริง ไม่สิศพของหลิ่วซู่เหรินตัวจริงอยู่ที่นั่น และนายก็รับบทเป็นหลิ่วซู่เหรินเสียเอง”

            “ฉันต้องขอยอมรับเลยว่าฝีมือการแสดงของนายแยบยลมากแต่น่าเสียดายที่ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่านายเป็นผู้ฝึกตน”

    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] แคว้นฉิน หรือรัฐฉินเป็นชื่อแคว้นในยุคแห่งสงครามแว่นแคว้น (ยุครณรัฐ)เป็นยุคที่ประเทศจีนแตกออกเป็นแคว้นย่อยๆ กระจายไปทั่ว ต่างคนต่างปกครองตัวเอง

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185