การหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง

    บทที่ 54 จิตหยินหยาง

    บทที่ 54

    จิตหยินหยาง

    นักฆ่าปริศนาผู้นั้นโดนต่อยจนหัวระเบิดร่างกายของมันร่วงลงไปกับพื้น  ในตอนนี้มันสิ้นชีวิตลงในพริบตา

    ไม่ว่าผู้ใดเองก็ไม่คาดคิดว่านักฆ่าที่เป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตห้า จะโดนสังหารตายในลมหายใจเดียว

    การลงมือในครั้งนี้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน

    ภายในเมืองแห่งนี้มีผู้ฝึกตนที่ซ่อนตัวมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ไกลๆ

    ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเองก็เป็นผู้ฝึกตนที่ขอบเขตไม่ได้สูง

    ไม่ได้มีใครที่มีขอบเขตสูงกว่าขอบเขตห้า

    ทุกคนที่มองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นยังรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่างกาย

    การลงมือในครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่รุนแรงและเด็ดขาดเท่านั้น แต่มันยังโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก

    ในช่วงจังหวะที่หมัดของอีกฝ่ายต่อยเข้าไปที่ศีรษะ พวกเขาที่มีประสาทสัมผัสรวดเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไป

    จึงมองเห็นภาพที่กล้ามเนื้อค่อยๆฉีกขาดตามด้วยอวัยวะภายในหัวจากนั้นก็หัวกระโหลกที่โดนบดขยี้

    เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงมองเห็นภาพพวกนั้นเป็นภาพที่โหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง

    ในตอนนี้ทุกคนที่จ้องมองภาพเหตุการณ์พวกนี้อยู่เพื่อมองดูความสนุกสนาน พวกเขาเองก็รีบเบนสายตาของตนเองไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว

    แน่นอนว่าทุกคนไม่ได้อยากจะไปยุ่งกับสัตว์ประหลาดที่มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาตรงนี้

    ถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการที่จะเล่นงานตนเองขึ้นมา พวกเขาเองก็คงจะไม่สามารถรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้

    นี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงรีบหลบสายตาแล้วก็จ้องมองไปทางอื่น

    ทุกคนต่างหวาดกลัวผู้ที่แข็งแกร่ง ในตอนแรกที่บุรุษหนุ่มผู้นี้แสดงท่าทางบ้าๆบอๆทุกคนเองก็มองดูราวกับว่าเป็นเรื่องสนุก 

    แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งทุกคนเองก็จะมองเขาเปลี่ยนไป 

    เรื่องนี้เป็นสัจธรรมของมนุษย์อยู่แล้ว 

    แต่ว่าเจียงเฟิงนั้นแตกต่างจากทุกคน 

    เขามองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ใกล้ๆ แล้วก็เป็นคนที่ล่วงรู้สถานการณ์ทั้งหมด 

    แถมยังเป็นคนที่สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้า 

    หลังจากที่เขามั่นใจบางอย่างแล้วเขาเองก็หลุดปากออกมาว่า “มารดามันเถอะ! จิตหยินหยาง”

    แน่นอนว่าคำพูดที่พูดออกมามันบ่งบอกให้รู้ว่าตัวของเขานั้นรู้บางอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้ 

    เจียงเฟิงรู้ว่าเพราะเหตุใดบรรยากาศรอบร่างกายของอีกฝ่ายนั้นเปลี่ยนไป 

    ในตอนแรกตัวของเจียงเฟิงเองก็ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะว่าบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้ามีนิสัยแปลกประหลาดเกินไป 

    ตั้งแต่พบเจอกันในครั้งแรก มีบางอย่างภายในกายของอีกฝ่ายที่แปลกประหลาด 

    มันเลยทำให้ตัวของเขานั้นอยากจะอยู่ห่างแล้วก็ไม่ได้อยากจะอยู่ใกล้ๆบุรุษหนุ่มผู้นี้ 

    ยกตัวอย่างเช่นขอบเขตที่สูงของเขาด้วยอายุของอีกฝ่ายน่าจะอายุเพียงแค่ยี่สิบปีเท่านั้น 

    อีกฝ่ายก็สามารถก้าวเข้ามาอยู่ในระดับขอบเขตห้าแล้ว แสดงว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นอัจฉริยะอย่างแน่นอน 

    แต่ว่าข้อขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คืออีกฝ่ายที่ถูกเรียกอัจฉริยะ กลับมีนิสัยที่แปลกประหลาด 

    ไม่เพียงแค่นิสัยที่ไร้เดียงสาจนโง่เขลา

    แต่ยังรวมไปถึงทักษะวรยุทธที่แสดงออกมาที่ดูไม่สมเหตุสมผลกับขอบเขตของตนเอง 

    ด้วยปัจจัยพวกนี้มันเลยทำให้เจียงเฟิงไม่อยากจะเข้าใกล้อีกฝ่าย 

    เจียงเฟิงมีนิสัยอย่างนึงสำหรับคนที่เขาไม่สามารถวิเคราะห์นิสัยของอีกฝ่ายได้ และก็ไม่สามารถคาดเดานิสัยของอีกฝ่ายได้เขาจะไม่ค่อยอยากเข้าใกล้คนประเภทนี้ 

    เพราะเขาคิดว่าคนประเภทนี้มีอันตรายแฝงเร้นอยู่รอบตัว 

    แน่นอนว่ามันจะทำให้ตัวของเขานั้นอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย 

    เพราะแบบนั้นเมื่อเห็นบุรุษหนุ่มที่มีท่าทางแปลกประหลาดก็เลยตีตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว 

    แต่ในตอนนี้หลังจากที่พบเจอสถานการณ์ทั้งหมดมาแล้ว เจียงเฟิงรู้แล้วว่าอีกฝ่ายที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร 

    มันคือความพิเศษแบบนั้นนึงที่เรียกว่าจิตหยินหยาง

    โดยจิตหยินหยางเป็นสิ่งที่จะถือกำเนิดขึ้นน้อยมาก

    แม้แต่ตั้งแต่ตอนที่ทวีปแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นยังมีบันทึกเกี่ยวกับคนที่มีจิตหยินหยาง ไม่ถึงร้อยคนในช่วงตลอดหลายหมื่นหลายแสนปีที่ผ่านมา 

    คำว่าจิตหยินหยางมันคือจิตดั้งเดิมภายในร่างกายที่ถูกแบ่งออกเป็นหยินและหยาง 

    เป็นสองตัวตนที่แตกต่างกันสุดขั้ว 

    แน่นอนว่าคนที่คิดว่าจิตหยินหยางเป็นเหมือนกับโลกสองบุคลิก นั่นต้องบอกด้วยว่าอีกฝ่ายนั้นคิดผิดอย่างมหันต์

    สำหรับโลกสองบุคลิกมันคือการที่คนคนนึงสร้างสองตัวตนขึ้นมา จากสภาพจิตใจของตนเองเท่านั้น

    แต่ในขณะเดียวกันจิตหยินหยางเมื่อคนถือกำเนิดขึ้นมา พวกเขาเองก็จะมีสองตัวตนตั้งแต่ในตอนแรก

    มันเหมือนว่าเมื่อตั้งแต่พวกเขาเกิดมาก็โดนฟ้าดินแบ่งแยกดวงจิตของตนเองเป็นสองส่วนแล้ว

    พวกเขาคือตัวตนสองตัวตนไม่ใช่ตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นมาแต่เป็นตัวตนจริงๆ

    โดยที่คนที่มีความสามารถนี้จะบอกว่ามันเป็นพรสวรรค์ก็ไม่ผิด แต่ว่าจะบอกว่ามันเป็นคำสาปเองก็ไม่ผิดเช่นเดียวกัน

    คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของตัวตนที่มีจิตหยินหยาง

    เพราะว่าความลับในส่วนนี้ไม่ค่อยจะมีคนพูดถึง แถมโอกาสที่จะปรากฏคนที่มีจิตหยินหยางมันก็น้อยเป็นอย่างยิ่ง

    ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีคนที่มีความสามารถนี้ปรากฏขึ้นมาเลย

    แต่ถ้าเกิดว่ามีคนที่มีความสามารถนี้ปรากฏขึ้นมา คนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้โอกาสนั้นสังหารคนที่มีจิตหยินหยาง 

    โดยเฉพาะพวกผีแก่ใกล้ตายที่อยู่ภายในโรงพวกนั้น พวกมันส่วนใหญ่เกรงกลัวพวกคนที่มีความสามารถนี้เป็นอย่างยิ่ง 

    แม้ว่าเด็กรุ่นหลังจะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับความสามารถที่เก่งกาจของคนที่มีจิตหยินหยาง แต่ว่าสำหรับพวกมันพวกมันกับรู้ดีว่าความสามารถนี้น่ากลัวอย่างไร 

    จิตหยิน และจิตหยาง มันคือตัวตนสองตัวตนที่มีชีวิตเป็นหนึ่งเดียว พูดให้ถูกต้องคือถือกำเนิดขึ้นมาตามลิขิตของฟ้าดิน ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สภาวะจิตใจที่ถูกแบ่งแยกออกเป็นสอง เหมือนกับสองบุคลิกแต่ว่าเป็นตัวตนสองตัวตนจริงๆที่ถือกำเนิดขึ้นมาในร่างเดียว 

    ในขณะเดียวกันเขาเคยได้ยินท่านอาจารย์ของเขากล่าวว่า 

    ถ้าเกิดว่าคนที่มีจิตหยินหยางและสามารถมีชีวิตอยู่ได้จนกระทั่งตนเองนั้นไปถึงขอบเขตที่สิบเอ็ด 

    เมื่อถึงตอนนั้นคนผู้นั้นจะแข็งแกร่งจนน่ากลัว เป็นเพราะว่าพวกเขานั้นสามารถสร้างตัวตนอีกตัวตนขึ้นมาให้ปรากฏขึ้นได้

    เมื่อเวลาต่อสู้พวกเขาจะกลายเป็นคนสองคน

    แถมยังเป็นคนสองคนที่มีขอบเขตเท่ากัน และก็ยังเป็นคนสองคนที่มีทั้งของวิเศษหรือแม้กระทั่งวิชาการต่อสู้ที่เหมือนกัน

    ไม่เพียงเท่านั้นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือตัวตนทั้งสองที่ถูกสร้างขึ้นมา จะเชื่อมโยงความคิดเข้าหากันกลายเป็นว่าความแข็งแกร่งของคนที่มีจิตหยินหยางมันจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า

    ยิ่งถ้าเกิดว่าคนที่มีจิตหยินหยางเป็นอัจฉริยะ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าตัวตนของเขานั้นจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวขนาดไหน

    เกรงว่าต่อให้อีกฝ่ายนั้นมีระดับเพียงแค่ขอบเขตสิบเอ็ด แต่ถ้าเกิดว่าสามารถสร้างตัวตนอีกตัวตนขึ้นมาในเวลาต่อสู้ได้และแยกกลายเป็นสองตัวตน

    แม้แต่คนที่มีขอบเขตสิบสองก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนที่มีจิตหยินหยาง

    อันที่จริงแล้วมีอัจฉริยะหลายคนที่สามารถเอาชนะคนที่อยู่เหนือขอบเขตตนเองได้ แต่นั่นมันเองก็เป็นเพียงแค่เวลาที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตสิบเท่านั้น 

    ถ้าเกิดว่าอยู่เหนือกว่าขอบเขตสิบไปแล้ว คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถเอาชนะคนที่มีระดับเหนือกว่าตนเองได้ 

    และเพราะแบบนั้นด้วยความสามารถที่สามารถเอาชนะคนที่มีขอบเขตเหนือกว่าตนเองได้แม้ว่าจะอยู่ในขอบเขตสิบเอ็ดหรือขอบเขตสิบสอง 

    มันเลยทำให้ตัวตนของคนที่มีจิตหยินหยางตั้งแต่กำเนิดกลายเป็นตัวตนที่ พวกสัตว์ประหลาดเฒ่าพวกนั้นต้องการที่จะกำจัด เพราะว่าพวกมันเกรงกลัว

    ไม่เพียงเท่านั้นในดินแดนแห่งนี้ มีเรื่องเล่าที่ผู้คนพูดถึงคนที่มีจิตหยินหยาง จะมีนามเรียกขานอีกหนึ่งอย่างที่ผู้คนในยุคโบราณจะเรียกกัน โดยที่พวกเขาถูกเรียกว่าหนึ่งในสิบปีศาจบรรพกาลอีกด้วย

    คล้ายกับเรื่องการหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง ที่คุณอ่าน