สุดยอดนักผจญภัย

    เชิญชวน

    ทุกๆคนในที่นี้แทบไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่าตัวตนระดับSSSอย่างยโนวาห์ก็ยังถูกไลท์ไล่ต้อนในเรื่องของทักษะดาบ

    หลังจากที่ปะทะดาบกันครู่หนึ่งไลท์ก็ถอยออกมาให้ยโนวาห์ตั้งหลัก นี้เป็นเพียงการประลองฝีมือเท่านั้นไม่ใช่การประลองเป็นตาย ไลท์จึงไม่ได้มีความคิดที่จะสังหารยโนวาห์

    ตอนนี้คนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็สังเกตสภาพของไลท์และยโนวาห์ได้อย่างชัดเจน

    สภาพของไลท์คือปกติทุกอย่าง มีเพียงเสื้อที่เปียกเหงื่อของไลท์เท่านั้น 

    ส่วนทางด้านของยโนวาห์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนและตามร่างกายหรือใบหน้าก็เต็มไปด้วยเลือดที่ย้อมจนทำให้เสื้อสีเขียวกลายเป็นสีแดง

    ไลท์หายใจปกติ แต่ยโนวาห์ที่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง 

    เวลานี้ยโนวาห์มองไปที่ไลท์ด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ เขาไม่อยากเชื่อว่าไลท์จะมีทักษะดาบที่ทรงพลังขนาดนี้ แม้กระทั้งเขาก็ยังสู้ไม่ได้

    “ เอาจริงดิ เจ้าหมอนั้นเอาชนะยโนวาห์จริงดิ ” ฟลินท์มองไปที่ไลท์ด้วยความไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น

    “ แข็งแกร่งเกินไปไหม ถ้าหากพวกเราไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งและนิสัยของยโนวาห์ก็คงคิดว่ายโนวาห์จะต้องเป็นคนอ่อนแอแน่ๆ ” ฟีเลียพูดขึ้น

    “ ดูเหมือนว่ายุคนี้จะมีอัจฉริยะของมนุษย์ได้เพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วสินะ ฉันอยากรู้เลยว่าไลท์ดับยูเวสใครจะเป็นฝ่ายชนะ ” ฟลินท์พึมพำออกมาด้วยความสนใจ

    “ ฉันคิดว่าไลท์เป็นฝ่ายชนะ ” ฟีเลียตอบอย่างมั่นใจ

    “ ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้น? ” ฟลินท์ถามด้วยความสงสัย

    “ พี่ยังจำที่ฉันบอกได้ไหมว่าไลท์ฉันมองไม่เห็นอนาคตที่จะพัฒนาไปถึงแต่ของยูเวสนั้นอนาคตที่จะพัฒนาไปถึงคือระดับSSS+ ไม่แน่ว่าความแข็งแกร่งของไลท์ในอนาคตอาจจะมากกว่ายูเวสก็ได้ ” ฟีเลียตอบ

    “ เข้าใจแล้ว แต่เจ้าหมอนี้จะต้องมีชีวิตรอดให้ได้ก่อนแล้วกัน ” ฟลินท์หัวเราะเบาๆ 

    ฟีเลียเห็นด้วยกับคำพูดของฟลินท์

    ในอดีตมนุษย์ก็มีอัจฉริยะถือกำเนิดเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้นที่มาได้ถึงจุดหมาย ส่วนคนที่เหลือก็เหลือเพียงแค่ชื่อเสียงในอดีตเท่านั้น

    “ จะต่อไหมคุณยโนวาห์? ” ไลทพล์ถามขึ้นเพราะเขาเห็นว่าอาการของยโนวาห์หนักพอสมควร

    ยโนวาห์ส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ ไม่จำเป็นแล้ว ฉันขอยอมแพ้ นายชนะ ” 

    เมื่อยโนวาห์ขอยอมแพ้ก็ทำให้ทุกคนๆมองไปที่ไลท์ราวกับมองสัตว์ประหลาก 

    “ ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเธอจะเป็นของจริง การที่เอาชนะราชาปีศาจสองตัวนั้นไม่ใช่แค่โชคช่วยแต่นายมีความสามารถแบบนั้นอยู่จริงๆ ฉันในฐานะผู้อาวุโสของตระกูลอูเบกอสขอเชิญนายเข้าร่วมกับพวกเรา นายคิดว่ายังไง? ” ยโนวาห์พูดด้วยรอยยิ้ม

    ทันใดนั้นทุกๆคนที่อยู่รอบๆก็พากันนิ่งอึ้ง พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่ายโนวาห์จะชวนไลท์เข้าร่วมกับตระกูลอูเบกอสแบบนี้

    “ ไลท์นี่โชคดีจริงๆที่มีตระกูลอูเบกอสสนใจแบบนี้ ” 

    “ เหอะ แกอิจฉาหรอ ถ้าหากแกอิจฉาแกก็ต้องแข็งแกร่งพอๆกับไลท์หรือน้อยกว่าก็ได้ ฉันเชื่อว่าคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็จะออกปากเชิญแกเข้าร่วมเหมือนกันนั้นแหละ ” 

    เสียงพูดคุยของผู้คนระดับสูงดังขึ้น

    “ ไอเจ้าหมอนั้นลงมือเร็วจริงๆ!! ” คานท์และไมน์ตี้มองหน้ากันก่อนที่จะเห็นแววตาที่ตกใจของกันและกัน

    พวกเขารู้ดีว่าการเชิญคนนอกเข้าร่วมตระกูล มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปก็เพราะข้อดีคือ คนๆนั้นจะได้รับทรัพยากรและจะพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือคนๆนั้นจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลนั้นไปตลอดชีวิตและไม่สามารถถอนตัวจากตระกูลนั้นๆได้ และถ้าหากต้องการที่จะถอนตัวก็จะมีเพียงแค่ความตายเท่านั้นที่รออยู่ 

    แต่ทางตระกูลก็จะได้รับคนเก่งๆเข้ามาทำงานให้กับพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆและจะทำให้ตระกูลของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็ทำการดึงอัจฉริยะให้เข้าร่วมกับพวกเขามาเรื่อยๆ เพราะแบบนี้ความสามารถของฟีเลียจึงนับว่ามีประโยชน์ต่อตระกูลฟรอสอย่างมาก จนทำให้ฟีเลียกลายเป็นหนึ่งในบุคคลระดับสูงของตระกูลฟรอส

    “ อย่าได้ฝัน ” คานท์พึมพำออกมาพร้อมกับบินมาด้านหน้าไลท์บ้าง แต่จู่ๆเขาก็ต้องหยุดชะงักพร้อมเพราะฟีเลียมายืนอยู่ด้านหน้าของเขาแล้ว

    “ ไม่ต้องไปชวนไลท์หรอก ” ฟีเลียพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    คานห์และไมน์ตี้หยุดชะงักก่อนที่จะมองไปยังฟีเลียด้วยความสงสัย

    “ เธอหมายความว่ายังไงฟีเลีย? ” คานท์ถามด้วยความสงสัย แม้ว่าตัวเขาจะอยู่ในระดับSSSแต่ฟีเลียคือลูกของผู้นำตระกูลและยังเป็นบุคคลพิเศษสำหรับตระกูลอีกด้วย เพราะฉะนั้นเขาจะต้องให้ความเคารพฟีเลียอยู่บ้าง แต่ถ้าหากเป็นคนอื่นๆล่ะก็เขาสามารถจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด

    “ แม้ว่าฉันจะอยู่กับพวกไลท์ได้ไม่นานแต่ฉันก็พอที่จะเข้าใจถึงนิสัยของไลท์ ไลท์ไม่ชอบผูกมัดและไม่ชอบที่จะอยู่ใต้อำนาจของใคร เขาชอบใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี เพราะฉะนั้นการที่ไปชักชวนเขาให้เข้าร่วมกับตระกูลฉันคิดว่าคงจะทำไม่สำเร็จ แต่ถ้าหากพวกเราต้องการดึงเขาเข้ามาเป็นพวกล่ะก็มีทางเดียวคือการเป็นเพื่อนกับเขา ” ฟีเลียอธิบายออกมา

    คานห์และไมน์ตี้มองหน้ากันก่อนที่จะรู้สึกว่าคำอธิบายของฟีเลียมีเหตุผลมาก

    “ ฉันเห็นด้วยกับฟีเลีย ” เวียสต้าที่โผล่มาจากข้างหลังของฟีเลียพูดขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง

    " และฉันขอถามหน่อยว่าพวกเราจะใช้อะไรในการดึงตัวไลท์ให้เข้ามาเป็นพวก? ทรัพยากรฝึกฝนหรอ? เหอะอยากใช้ทรัพยากรฝึกฝนตัวตนระดับSSSเนี้ยนะไม่มีทาง 

    เงินหรอ? คิดว่าคนอย่างไลท์จะขาดเงินงั้นหรอ ก็เจ้าหมอนั้นเล่นประมูลสมบัติไปเกือบสองหมื่นล้าน คนแบบนี้จะขาดเงินหรอ ไม่มีทางหรอก แต่ถ้าหากเขาขาดเงินจริงๆเขาก็ไปล่าพวกมีค่าหัวสักสองสามคนก็มีเงินใช้แล้ว

    ผู้หญิงงั้นหรอ? จากที่ฉันดูมาไลท์เป็นคนที่รักเบเรียลมาก เพราะฉะนั้นไม่มีทางเลยที่จะใช้ผู้หญิงในการดึงตัวไลท์เข้าร่วมกับพวกเรา ดีไม่ดีอาจจะทำให้ไลท์ไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม

    อำนาจงั้นหรอ? คิดว่าตัวตนระดับSSS มีอำนาจไม่พองั้นหรอ ถ้าหากระดับนี้ยังไม่มีอำนาจก็ไม่ต้องมาคุยกันแล้ว

    คนอย่างไลท์น่ะเหมาะสำหรับการเป็นเพื่อนไม่เหมาะสำหรับการเป็นเจ้านายและลูกน้อง อีกอย่างการที่จะสามารถดึงตัวคนเก่งให้เข้าร่วมตระกูลของพวกเราได้นั้นจะต้องเป็นคนที่เริ่มมีชื่อเสียงและแข็งแกร่งในระดับBหรือA เพราะคนเหล่านี้จะยอมทำทุกอย่างเพื่อทรัพยากรฝึกฝน อำนาจ ชื่อเสียง เงินทองและผู้หญิง ไม่ใช่กับคนที่มีทุกอย่างไว้ในกำมือแล้ว " เวียสต้าพูดขึ้น 

    เมื่อคานท์และไมน์ตี้ได้ยินที่เวียสต้าพูดมานั้นก็รู้สึกว่าเป็นอย่างที่ฟีเลียและเวียสต้าพูดมาจริงๆ 

    “ เป็นอย่างที่สองคนนี้พูดนั้นแหละ เมื่อก่อนฉันเคยชวนไลท์เข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์ แต่ตอนนั้นเขาก็ปฏิเสธเพราะเขาไม่ต้องการที่จะอยู่ใต้อำนาจของใครเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาสั่งการเขามากที่สุด นอกจากนี้เขายังชอบเที่ยวเล่นไปทั่ว สิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุดก็คือคือความวุ่นวายและใครก็ตามที่ทำร้ายเพื่อนของเขา เขาจะจัดการพวกมันอย่างสาสม ” เกลกิรอสพูดขึ้น

    “ มาดูกันว่าจะเป็นอย่างที่ฟีเลียบอกไหม ” เวียสต้ายิ้มและมองไปที่ไลท์

    ทางด้านของไลท์ เขารู้สึกแปลกใจที่ยโนวาห์ชักชวนเขาเข้าร่วมกับตระกูลอูเบกอส แต่เขาก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะความแข็งแกร่งของเขามันมีค่าพอที่ห้าตระกูลจะยอมเสี่ยงเดิมพัน

    จากนั้นก็มีชายวัยกลางคนบินมาทางไลท์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งคนๆนั้นก็คือกุนเด้

    กุนเด้ ผู้อาวุโสของตระกูลเครอส และตอนนี้รับหน้าที่คุ้มกันยุนก้า เมอร์ยอส ยอเนียร์

    “ เจอกันอีกแล้วนะไลท์ ฉันชื่อกุนเด้ เป็นผู้อาวุโสของตระกูลเครอส ฉันเองก็ต้องการที่จะเชิญนายเข้าร่วมกับตระกูลเครอสของพวกเรา แน่นอนว่าพวกเราจะทำทุกอย่างให้นายพึงพอใจรวมถึงเพื่อนๆขอบนายด้วย ” กุนเด้พูดขึ้น

    หลังจากที่กุนเด้ปรากฏตัวก็ทำให้คนที่รู้จักห้าตระกูลผู้พิทักษ์ตกใจยิ่งกว่าเก่า เพราะพวกเขาไม่คิดว่ากุนเด้จะมา

    พวกเขารู้ดีว่าการถูกเชิญให้เข้าร่วมกับตระกูลหนึ่งในห้าตระกูลผู้พิทักษ์นั้นจะทำให้พวกเขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วและจะมีอำนาจมากยิ่งขึ้น แม้ว่าคนธรรมดาอาจจะไม่รู้จักแต่สำหรับคนที่แข็งแกร่งและมีอำนาจถึงจะรู้ว่ามีห้าตระกูลผู้พิทักษ์อยู่ในโลกใบนี้ และพวกเขาคือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามนุษย์

    ไลท์มองไปที่กุนเด้ด้วยความประหลาดใจจากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า ฟีเลียเคยบอกเขาว่าตระกูลเครอสเป็นตระกูลที่ชอบดึงตัวคนที่มีพรสวรรค์เข้าร่วมตระกูลพวกเขา

    ตอนนี้ทุกๆคนมองไปที่ไลท์ด้วยความสนใจและอยากรู้ว่าไลท์จะเลือกเส้นทางไหน จะเลือกตระกูลอูเบกอสหรือตระกูลเครอส 

    ไลท์ส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ ฉันคงต้องขอบคุณคุณยโนวาห์และคุณกุนเด้ด้วยที่เชิญฉันเข้าร่วมตระกูลของพวกคุณ แต่ฉันคงต้องขอปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับทั้งสองตระกูล เพราะฉันไม่ชอบที่จะอยู่ใต้อาณัติของใครหรือก็คือฉันไม่ชอบฟังคำสั่งของใคร ฉันชอบความอิสระมากกว่า ” 

    ทุกๆคนรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ไลท์เลือกเพราะเขาไม่ได้เลือกเข้าร่วมตระกูลใดตระกูลหนึ่งแต่เขาปฏิเสธไม่เข้าร่วมกับตระกูลใดเลย

    “ เห็นไหมเป็นอย่างทีฉันบอก ไลท์ไม่มีทางที่จะเข้าร่วมหรอก ทางเดียวที่จะทำให้เขาช่วยพวกเราได้คือการเป็นเพื่อนกับเขา เพราะเพื่อนน่ะจะช่วยเหลือกันเมื่อเพื่อนมีปัญหา ” ฟีเลียหัวเราะคิกคักและบินจากไปโดยที่มีคานท์บินตามไปด้วย

    “ พวกเราก็ไปกันบ้างเถอะคุณยายไมน์ตี้ ฉันได้ยินมาว่าอีกสองวันเดซี่ที่เป็นลูกศิษย์ของไลท์กำลังจะประลองฝีมือกับยุนก้า ฉันอยากจะดูว่าเดซี่จะรับมือยุนก้ายังไง ” เวียสต้าพูดขึ้นและบินจากไปโดยที่มีไมน์ตี้ตามไปด้วยเช่นกัน

    “ ไม่เปลื่ยนใจหน่อยหรอไลท์ นายก็น่าจะรู้ว่าถ้าหากเข้าร่วมกับพวกเรานายก็จะสามารถทำอะไรได้มากกว่าเดิมแถมนายยังมีอำนาจมากกว่าและยังมีทรัพยากรในการบ่มเพาะโดยที่นายไม่ต้องไปหาเลยเพื่อนๆของนายก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วยเหมือนกันนะ ” ยโนวาห์ถามขึ้น

    “ นั้นสิไลท์ นายไม่คิดจะเปลื่ยนใจจริงๆหรอ ” กุนเด้พูดขึ้น

    “ ฉันตัดสินใจแล้ว ต่อให้พวกคุณจะพูดยังไงก็ไม่เกิดผลหรอก ” ไลท์ส่ายหน้า

    “ น่าเสียดายจริงๆ แต่ถึงอย่างไรฉันก็จะนับว่านายเป็นแขกของฉันยโนวาห์ ถ้าหากนายไปที่พื้นที่ของตระกูลฉัน แล้วมีปัญหาเกิดขึ้นนายสามารถบอกฉันได้เลยเดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง ” ยโนวาห์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะโยนอะไรบางอย่างให้กับไลท์

    “ นั้นคือตราประจำตัวของฉัน นายเก็บเอาไว้เถอะไม่แน่ว่าในอนาคตมันอาจจะมีประโยชน์กับนาย ” ยโนวาห์พูดจบเขาก็บินไปหากลุ่มของเขาทันที

    “ นายไม่เปลื่ยนใจจริงๆใช่ไหมไลท์? ” กุนเด้ถามอีกครั้ง

    “ ใช่ฉันไม่เปลื่ยนใจแน่นอน ” ไลท์พยักหน้ารับ

    “ งั้นหรอ ” กุนเด้พึมพำออกมาก่อนที่จะหยิบตราประจำตัวของเขาให้กับไลท์ด้วยเหมือนกัน

    “ ก็เหมือนกับยโนวาห์ ถ้าหากมีปัญหาเกิดขึ้นที่พื้นที่ของตระกูลเครอส ฉันจะจัดการปัญหาเหล่านั้นให้ แต่มีข้อแม้ พวกเราไว้มานั่งดื่มกัน ” กุนเด้หัวเราะออกมาและบินจากไป

    ไลท์มองดูตราประจำตัวของกุนเด้และยโนวาห์ด้วยความสนใจ 

    ตราประจำตัวของยโนวาห์เป็นห้าเหลี่ยมคล้ายกับเพชร เขียนเอาไว้ว่ายโนวาห์แห่งตระกูลอูเบกอส และด้านบนสุดมีเหมือนกับสัญลักษณ์ประจำตระกูลอูเบกอส

    สัญลักษณ์ประจำตระกูลอูเบกอสเป็นรูปใบไม้ใบหนึ่งและด้านหลังเป็นรูปต้นไม้ยักษ์ แม้ว่าจะดูธรรมดาแต่มันกลับดูน่าสนใจมากๆ

    สัญลักษณ์ของตระกูลเครอสเป็นรูปไม้เท้าและด้านหลังเต็มไปด้วยสัตว์เวทย์หลายตัว ไม่ว่าจะเป็น พยัคฆ์ ราชสีห์ หมี หมาป่า สุนัขจิ้งจอก เป็นต้น

    สัญลักษณ์ของตระกูลฟรอสเป็นรูปเกล็ดหิมะสีขาว ด้านล่างเป็นรูปสายน้ำ ด้านหลังเกล็ดหิมะเป็นก้อนเมฆสีขาว ดูเรียบง่ายดี

    สัญลักษณ์ของตระกูลวัลแคนเป็นรูปไฟและด้านหลังรูปสายลมสามเส้น 

    สัญลักษณ์ของตระกูลซันไทม์เป็นรูปขลุ่ยอยู่ด้านหน้าเครื่องดนตรีพิณ ด้านหลังเป็นปีกนกดูสวยงาม 

    นี้คือสัญลักษณ์ของห้าตระกูลผู้พิทักษ์

    หลังจากนั้นเรื่องของไลท์ก็กลายเป็นข่าวดังขึ้นมาแต่ก็เป็นเพียงการพูดคุยของบุคคลระดับสูงเท่านั้นที่รู้เรื่องของตระกูลผู้พิทักษ์

    เมื่อไลท์เห็นว่าไม่มีเรื่องอะไรแล้วเขาก็หายตัวไปทันที

    ไลท์มาปรากฏตัวที่ห้องของเดซี่ ที่ตอนนี้ทุกๆคนกำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่

    ไลท์สังเกตว่าเดซี่เธอดูสูงขึ้นเล็กน้อยและยังมีออร่าที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมากขึ้นด้วย

    “ เป็นอย่างไงบ้างเดซี่ ” ไลท์ถามขึ้นทันทีที่มาถึง

    “ อาจารย์ ฉันรู้สึกว่าพลังของฉันมันพัฒนาขึ้นมากเลย นอกจากนี้ก็ต้องขอบคุณพี่สาวเปิ่นซานไห่ด้วย พี่สาวได้มอบทักษะที่แข็งแกร่งให้ฉันด้วยนะ ” เดซี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ตื่นเต้น

    “ งั้นหรอ แล้วยัยนั้นมอบทักษะอะไรให้กับเธองั้นหรอ? ” ไลท์อยากรู้ขึ้นมาทันที

    “ พี่สาวเปิ่นซานไห่มอบทักษะบุปผาหมื่นโลหิตและบุปผาพันธนาการไร้ขอบเขต และสุดท้ายคือเขตแดนแห่งบุปผามาด้วย ” เดซี่ตอบ

    ไลท์ที่ได้ยินว่าเปิ่นซานไห่มอบเขตแดนแห่งบุปผามาด้วยก็ทำให้เขาแสดงสีหน้าตกใจขึ้นมาทันที