เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 3 บทที่ 89 ปิงชิงเลเวลอัป

            เมื่อเข้ามาในบ้านพัก 

            หวังเฉินก็พบว่าภายในนั้นหรูหรากว่าภายนอกเสียอีก

            บ้านพักหกชั้นแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งโซนบันเทิง โซนพักผ่อน และโซนออกกำลังกาย

            แม้กระทั่งในห้องใต้ดินของบ้านพักยังมีการขยายพื้นที่ออกเป็นสนามฝึกซ้อมขนาดใหญ่ซึ่งอาศัยกลไกเทคโนโลยีการย่อส่วนพื้นที่มิติทำให้มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดใหญ่เลยทีเดียว

            แม้ปิงชิงจะแปลงร่างเป็นมังกรในโหมดต่อสู้ก็ยังสามารถวิ่งเล่นและอาละวาดได้อย่างเต็มที่

            แน่นอนว่านอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วสิ่งที่ทำให้หวังเฉินประหลาดใจที่สุดคือบ้านพักทั้งหลังถูกติดตั้งด้วยค่ายกลอำพรางขนาดเล็ก

            เมื่อเปิดใช้งานสภาพภายในบ้านพักก็จะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แม้แต่ยอดฝีมือระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นเจ็ดก็ยังไม่สามารถแฝงตัวเข้ามาสอดแนมได้

            และที่สำคัญที่สุดคือค่ายกลอำพรางนี้ไม่ต้องใช้ทรัพยากรใดๆมันจะดูดซับพลังเวทที่ลอยอยู่ในธรรมชาติเพื่อเติมเต็มพลังงานได้เอง

            “สะดวกสบายจริงๆ! หลังจากนี้มีค่ายกลอำพรางนี้แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาวุ่นวายใหญ่โตอีกแล้ว”

            หลังจากทดสอบประสิทธิภาพของค่ายกลอำพรางดวงตาทั้งคู่ของหวังเฉินเป็นประกาย และเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

            สองวันที่ผ่านมาเขาก็ได้รู้แล้วว่าการทำพันธสัญญากับจิ้งจอกเก้าหางเทวะในครั้งก่อนสร้างความสนใจได้มากแค่ไหน

            หลังจากนี้มีค่ายกลอำพรางแล้วเขาไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะสร้างผลกระทบใดๆ อีกเมื่อทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตนถัดไป

            “หวังเฉิน ฉันรู้สึกเหมือนเราไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันเลย!”

            เมื่อเดินสำรวจบ้านพักจนทั่วซือถูอวี้ก็กลับมาพร้อมสีหน้าไม่พอใจสุดขีด

            เมื่อเทียบกับคฤหาสน์หรูหราของหวังเฉินแล้วบ้านพักสองชั้นของเธอก็ดูเหมือนกระท่อมเก่าๆ ไปเลย!

            “ถ้าอิจฉานัก เธอก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันสิ!”

            “ยังไงซะ ตอนที่เราอยู่ในเทือกเขาสรรพสัตว์เราก็เคยอยู่ด้วยกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ที่นี่มีห้องเยอะแยะ”

            เมื่อได้ยินคำพูดของซือถูอวี้หวังเฉินก็พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

            ได้ยินดังนั้นใบหน้าของซือถูอวี้ก็แดงก่ำขึ้นมาทันที

            “นี่… นี่มันไม่ค่อยดีมั้ง!”

            “เทือกเขาสรรพสัตว์จะเหมือนกับที่มหาวิทยาลัยได้ยังไง!”

            “ฉัน… ฉันกลับก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยมาหานายใหม่”

            ซือถูอวี้พูดติดๆขัดๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนก

            เมื่อเห็นร่างของแม่หนูนี่หายไปจากประตูหวังเฉินก็ส่ายหน้า

            “แม่หนูนี่ ตอนอยู่ในเทือกเขาสรรพสัตว์ก็เบียดอยู่ในบ้านต้นไม้เดียวกันแท้ๆแต่ตอนนี้กลับมาทำตัวเขินอายไปได้?”

            เขารู้สึกประหลาดใจในการกระทำของอีกฝ่ายเล็กน้อยทว่าขณะเดียวกันก็ออกคำสั่งให้ผู้ดูแลอัจฉริยะเปิดใช้งานค่ายกลอำพรางของบ้านพักจากนั้นก็พาปิงชิงและซูซูมายังสนามฝึกซ้อมใต้ดิน

            เมื่อผลักประตูออกพื้นที่ก็เปลี่ยนไปกะทันหัน เขาก็มาถึงสนามฝึกที่กว้างขวาง

            พื้นสนามฝึกซ้อมทั้งหมดปูด้วยหินสีฟ้าที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งและมีความประสิทธิภาพทนทานต่อพลังเวทได้อย่างดีเยี่ยมส่วนบนเพดานก็มีลูกบอลแสงสีขาวขนาดใหญ่เท่าครก ลอยอยู่กลางอากาศคอยให้แสงสว่างแก่พื้นที่ทั้งหมด

            เมื่อมีลูกบอลแสงสีขาวนี้อยู่พื้นที่ทั้งหมดก็สว่างไสวราวกับเวลากลางวัน

            กวาดสายตามองรอบๆหวังเฉินก็ปล่อยให้สองตัวน้อยวิ่งเล่น แล้วเขาก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นเงียบๆเพื่อตรวจสอบของรางวัลที่ได้รับมา

            วันนี้หลังจากดำเนินการเรื่องเข้าเรียนที่คณะกำลังสนับสนุนเสร็จสิ้นเขาก็ได้รับรางวัลสำหรับการเป็นอันดับหนึ่งของนักศึกษาใหม่

            และเพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาเข้าร่วมคณะกำลังสนับสนุนก็ได้เพิ่มรางวัลเป็นสองเท่าทั้งหน่วยกิตและสิทธิ์ในการเข้าดันเจี้ยนลับ รวมถึงไอเท็มต่างๆ

            ตอนนี้เขามีหน่วยกิตเหลืออยู่สองหมื่นแปดพันหน่วยกิตหลังจากที่ใช้ไปบ้างในช่วงสองสามวันนี้

            หากมีใครรู้จำนวนหน่วยกิตนี้เข้าคงต้องอิจฉาจนตาแดงก่ำเป็นแน่

            แม้แต่รุ่นพี่ปีสองส่วนใหญ่ที่ทำงานหนักในมหาวิทยาลัยมาทั้งปีหน่วยกิตที่ได้มาก็ยังไม่ถึงหนึ่งส่วนของหวังเฉินเสียด้วยซ้ำ

            หลังจากตรวจสอบของรางวัลเสร็จเรียบร้อยเขาก็หยิบผลึกสองก้อนขนาดเท่ากำปั้นออกมาซึ่งผลึกทั้งสองก้อนนี้แผ่รัศมีเยือกเย็นออกมาอย่างรุนแรง

            นี่คือไขกระดูกน้ำแข็งวัสดุระดับ S ที่เป็นรางวัลอันดับหนึ่งของนักศึกษาใหม่!

            ทันทีที่ไขกระดูกน้ำแข็งปรากฏขึ้นในสนามฝึกซ้อมอุณหภูมิภายในสนามฝึกซ้อมก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

            ภายในพริบตาเดียวอุณหภูมิก็ลดลงจนต่ำกว่าศูนย์องศา!

            เพียงได้เห็นคลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากไขกระดูกน้ำแข็งทั้งสองก้อนนั้นดวงตาของหวังเฉินก็สั่นสะท้านเล็กน้อย

            “สมแล้วที่เป็นวัสดุระดับ S แค่กระแสพลังที่แผ่ออกมาก็ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมรอบข้างได้ขนาดนี้”

            “ไม่รู้ว่าเมื่อปิงชิงกินไขกระดูกน้ำแข็งเข้าไปและดูดซับพลังงานทั้งหมดแล้ว จะได้รับการยกระดับขนาดไหน?”

            ทันใดนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

            “กี๊ซซซ!”

            ขณะเดียวกันปิงชิงตัวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานกับซูซูไปทั่วสนามก็ถูกดึงดูดด้วยกลิ่นอายแห่งแหล่งกำเนิด และวิ่งเข้ามาใกล้ด้วยสายตาอ้อนวอน

            ดวงตาสีฟ้าครามที่สวยงามของมันเต็มไปด้วยความปรารถนาในไขกระดูกน้ำแข็ง

            เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยนี่ก็รู้ว่าการกินไขกระดูกน้ำแข็งเข้าไปจะทำให้มันได้รับการยกระดับอย่างมาก

            “กินเลย กินเข้าไปเลย!”

            เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็หัวเราะพร้อมกับลูบหัวเจ้าตัวน้อยแล้วเขาก็ยื่นไขกระดูกน้ำแข็งไปให้ด้วยสีหน้าคาดหวัง

            “กี๊ซซซซ!”

            เจ้าตัวน้อยก้มหัวขอบคุณอย่างสุภาพอุ้งเท้ามังกรน้อยรับไขกระดูกน้ำแข็งมาเบาๆ แล้วส่งเข้าปากไป

            หลังจากกินเสร็จเจ้าตัวน้อยก็ยังแลบลิ้นเลียริมฝีปากเหมือนกำลังนึกถึงรสชาติ

            เห็นดังนั้นหวังเฉินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ

            ช่างเป็นเจ้าตัวน้อยจอมตะกละจริงๆ!

            ขณะคิดในใจเช่นนั้นเขาก็อุ้มซูซู จิ้งจอกเก้าหางเทวะไปนั่งรอปิงชิงเลื่อนระดับอยู่ที่ด้านข้าง

            ในตอนนี้หลังจากกินไขกระดูกน้ำแข็งเข้าไปออร่าสีฟ้าครามบนร่างกายของปิงชิงก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเปล่งแสงอ่อนๆ

            แค่เห็นแสงสีฟ้าครามนี้หวังเฉินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันสูงส่งและยิ่งใหญ่

            เห็นได้ชัดว่าพลังที่อยู่ลึกที่สุดในสายเลือดของปิงชิงเริ่มถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้วพญามังกรเหมันต์ในระดับสัตว์อสูรเทพบรรพกาลกำลังจะเข้าสู่ขั้นต่อไป

            ครืนนนนน!

            พลังเวทอันรุนแรงเริ่มพลุ่งพล่านแล้วมารวมตัวกันรอบๆ ร่างของปิงชิง

            ในพริบตาปิงชิงตัวน้อยก็เริ่มแปลงร่างเป็นมังกรในโหมดต่อสู้อย่างควบคุมไม่ได้ร่างมหึมาสูงห้าเมตรก็ปรากฏขึ้นในสนามฝึกซ้อม

            ในขณะเดียวกันพลังเวทที่รวมตัวกันก็ก่อตัวเป็นเกราะแสงสีฟ้าครามล้อมรอบร่างกายของมันทั้งหมด

            บนเกราะแสงนี้มีอักขระลึกลับปรากฏขึ้นเลือนราง แผ่กลิ่นอายอันเข้มข้นและมหัศจรรย์สุดขีด

            ในไม่ช้า

            ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาของหวังเฉินและซูซูจิ้งจอกเก้าหางเทวะ ปิงชิงที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีฟ้าครามและกำลังเลื่อนระดับก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

            คลื่นพลังเวทมนตร์ลึกลับที่ยากจะอธิบายได้แพร่กระจายออกมาช้าๆพลังเวทสีฟ้าครามที่ห่อหุ้มรอบร่างกายก็ถูกปิงชิงดูดซับเข้าไปทีละน้อย

            เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็รู้ว่าการเลื่อนระดับของปิงชิงในครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

            ในตอนนี้เมื่อพลังเวทสีฟ้าครามสลายไปร่างกายที่เพรียวบางและงดงามของปิงชิงก็ปรากฏต่อหน้าเขา

            รูปร่างของมันใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งเมตรอุ้งเท้าและปีกมังกรดูดุดันยิ่งขึ้น เขามังกรที่โค้งงอบนหน้าผากก็ใหญ่และหนาขึ้นราวกับดาบคมกริบที่พร้อมจะฉีกผืนฟ้า

            สิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดคือเกล็ดใหม่ของปิงชิง ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลื่นน้ำสีฟ้าครามไหลผ่านเปล่งประกายลึกลับ

            เห็นดังนั้นหวังเฉินก็ฉวยโอกาสที่ปิงชิงยังไม่ดูดซับผลลัพธ์จากการเลื่อนระดับจนเสร็จสิ้นเรียกหน้าจอระบบผ่านจิตสำนึก ข้อมูลคุณสมบัติใหม่ของปิงชิงก็ปรากฏขึ้นต่อหน้า

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน