รอยกับเหล่านักเรียนสาขาผู้ฝึกยุทธต่างก็มารวมตัวกันที่สนามต่อสู้ของสำนักฝึกยุทธชั้นม.ปลายปี5 ซึ่งถูกแยกมาอีกที่หนึ่งในเขตสำนักการต่อสู้สนามต่อสู้นี้ถูกจัดทำขึ้นมาแบบพิเศษเพราะทุกสนามประลองภายในถูกติดตั้งเครื่องแยกมิติเอาไว้ป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของนักเรียนเลยทำให้สนามต่อสู้แห่งนี้ใช้งบประมาณในการสร้างที่มากพอสมควรและสนามต่อสู้นี้จะถูกเปิดใช้งานก็ต่อเมื่อมีการสอบเกี่ยวกับการต่อสู้กับจัดการแข่งขันกีฬาที่สำคัญๆเท่านั้น
รอยที่เข้ามาที่สนามต่อสู้นี้ครั้งแรกเองก็แปลกใจไม่ใช่น้อยเพราะภายนอกสนามต่อสู้มีบาเรียกางอาณาเขตป้องกันไว้อย่างแน่นหนาดูเหมือนเป็นสถานที่สำคัญระดับหนึ่งเลยในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sแห่งนี้
การทดสอบมีจัดสายการต่อสู้ขึ้นทั้งหมด10 สายตาม 10 สำนักที่ถูกสุ่มเลือกมารอยได้มาอยู่สายการต่อสู้ที่ 10 ซึ่งมีนักเรียนสาขาผู้ฝึกยุทธ์อยู่ประมาณ27 คนเท่านั้นซึ่งน้อยกว่าสายการต่อสู้อื่นเยอะมากเพราะไม่เพียงแค่จะทำการต่อสู้ทดสอบเท่านั้นนักเรียนสาขาผู้ฝึกยุทธยังต้องแสดงความสามารถให้ปรมาจารย์สำนักต่างๆที่เข้ามารับชมการต่อสู้ได้เห็นถ้าเกิดว่าปรมาจารย์เหล่านั้นเกิดสนใจในความสามารถของนักเรียนที่เข้ามาทดสอบก็จะสามารถชักชวนให้เข้าสำนักของตัวเองได้อีกด้วยเพราะในชั้นม.ปลายปี 4 นักเรียนสามารถเปลี่ยนสำนักฝึกยุทธได้ตามที่นักเรียนต้องการและจะไม่สามารถเปลี่ยนสำนักได้อีกก็ตอนขึ้นชั้นปีที่5 แล้วเท่านั้นเพราะการเรียนการสอนจะเข้มข้นขึ้นจนถึงขั้นสอนวิชาประจำสำนักที่ไม่สามารถนำไปเผยแพร่ให้กับคนนอกสำนักได้การเรียนของชั้นปี 4 ก็เหมือนกับการเรียนปรับพื้นฐานของการฝึกยุทธของแต่ล่ะสำนักเท่านั้นเอง
รอยเองก็นึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่สามารถไปดูการต่อสู้ของสายการต่อสู้อื่นได้เพราะไม่ได้อยู่สนามต่อสู้เดียวกัน สนามการต่อสู้นี้มีสายการต่อสู้ที่ 9และ10เท่านั้นที่ขึ้นต่อสู้รอยมองดูรุ่นพี่สำนักเกาทัณฑ์มายาที่สะพายธนูเดินกันไปมาอยู่ตรงจุดที่นั่งก็รู้สึกว่าธนูของแต่ละคนนั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันมากพอสมควรเลยชุดฝึกของสำนักเกาทัณฑ์มายาเป็นชุดคิวโดกิของประเทศญี่ปุ่น ส่วนนักเรียนที่เข้ารับการทดสอบสายการต่อสู้ที่ 9ก็เดินกันไปมาให้ควักดูรวม ๆแล้วมีนักเรียนไม่ต่ำกว่า 80คนเลย
รอยมองไปที่ตรงจุดที่นั่งข้างหลังสนามประลองที่เป็นจุดรวมตัวกันของรุ่นพี่สำนักยองวอนที่ทุกคนใส่ชุดฝึกคล้ายกับชุดเทควันโดสีน้ำเงินเข้มและที่ด้านหลังมีสัญลักษณ์หัวหมาป่าเป็นจุดเด่นของสำนักยองวอน
“ดูแล้วสำนักยองวอนท่าจะไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าไหร่เลยไหนจะรุ่นพี่ที่ชื่อจุนแจนั่นอีกที่มองเราอย่างไม่ละสายตาเลยตั้งแต่ที่เดินเข้ามาในสนามดูท่าอยากจะอัดเราเต็มทนแล้วซินะ”
จุนแจเป็นรุ่นพี่ที่รอยจะต้องต่อสู้ด้วย ไม่ว่าจะหน้าตาหรือบุคลิกท่าทางก็ทำให้รอยนึกไปถึงเหล่าไอดอลเกาหลีพวกนั้นจริงๆดูยังไงก็สู้ความหล่อของหมอนี่ไม่ได้เลยเรื่องนี้คงต้องขอยอมแพ้แต่รอยก็ได้ศึกษาข้อมูลในแคปซูลการต่อสู้ของรุ่นพี่จุนแจมาเป็นอย่างดีเพราะว่าเขาอยู่ในระดับทองก็ถือว่าเป็นคนที่เก่งระดับหนึ่งเลยข้อมูลการต่อสู้ของเขาที่ถูกบันทึกไว้ในระบบแคปซูลเองก็มีไม่น้อยให้รอยได้ศึกษาทักษะการต่อสู้ของสำนักยองวอนนั้นก็คล้ายกับศิลปะการต่อสู้เทควันโดที่เน้นกระบวนท่าการเตะซะเป็นส่วนใหญ่
รอยเองก็ใช่ว่าจะไม่มั่นใจในฝีมือของตนเองเพราะการทดสอบเพียงแค่ต้องโจมตีให้โดนรุ่นพี่ให้ได้เท่านั้นแต่ที่ดูเหมือนจะยากลำบากไปสักหน่อยสำหรับรอยก็คงจะเป็นการหลบหลีกนี่แหละเพราะดูเหมือนว่าเขาจะเอาจริงเอาจังน่าดูและ2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้รอยเองก็ถูกฝึกจากหน่วยอัสนีที่ปรมาจารย์บีโฮบังคับให้สู้กับพวกเขาจนร่างกายสะบักสะบอมกลับหอพักทุกวันการที่จะโจมตีรุ่นพี่ให้ได้แค่กระบวนท่าเดียวสำหรับนักเรียนม.ปลายปี4 บางคนก็อาจจะยากไปสักหน่อยเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมาจากตระกูลนักสู้หรือมีปรมาจารย์ฝึกสอนโดยตรงที่จะมีวิชาประจำตระกูลเป็นของตัวเอง
ตอนนี้รอยทำได้เพียงแค่นั่งดูสำนักเกาทัณฑ์มายาต่อสู้ไปก่อนเพราะยังไม่ถึงเวลาของการทดสอบของสายการต่อสู้ที่10 ตอนนี้ในสนามประลองมีรุ่นพี่ถือคันธนูสีแดงอันใหญ่เดินขึ้นไปบนสนามประลองทรงสีเหลี่ยมพร้อมกับนักเรียนชั้นปี4 ที่เข้ารับการทดสอบเป็นผู้ใช้กระบี่ทั้งคู่โค้งคำนับให้กันตามมารยาทและเริ่มประลองกันทันที
รอยจับตาดูการต่อสู้ของทั้งคู่ด้วยความสนใจเพราะนี่คือครั้งแรกเลยที่รอยได้มาดูการต่อสู้อย่างใกล้ชิดติดขอบสนามขนาดนี้
ทันทีที่เริ่มการประลองรุ่นน้องที่ใช้กระบี่พุ่งเข้าฟาดฟันรุ่นพี่อย่างไม่รีรอกระบวนท่าที่รวดเร็วและพลิ้วไหวของเขาจ้วงแทงสร้างความปั่นป่วนให้ไม่น้อยส่วนทางรุ่นพี่ที่ใช้ธนูก็กระโดดถ่อยออกมาเพื่อเว้นระยะห่างให้ได้มากที่สุดเพราะด้วยการที่เป็นอาวุธโจมตีระยะไกลการเว้นระยะกับคู่ต่อสู้เป็นเรื่องที่สำคัญมากรุ่นพี่ที่เห็นว่าได้จังหวะจึงดึงสายคันธนูจนตึงโดยที่ไม่ได้ใช้ลูกศรใด ๆเลยแต่ปรากฏศรสีแดงราวกับเปลวเพลิงลุกไหม้รอบ ๆตัวคันธนู
ฟิ้ว!
ศรเพลิงถูกปล่อยออกไปเล็งตรงจุดข้อมือที่รุ่นน้องถือกระบี่ไว้อยู่ความเร็วของลูกศรเพลิงเร็วจนยากที่จะหลบให้พ้นในทันทีได้รุ่นน้องทำได้เพียงแค่ใช้กระบี่ปัดป้องได้เพียงเท่านั้นแต่ทันทีที่ศรเพลิงกระทบกับกระบี่ก็เกิดประกายเปลวเพลิงลุกไหม้ไปทั่วจนเผาร่างของรุ่นน้องทำให้ร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผาแต่ภาพเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อยู่บนร่างของรุ่นน้องก็มีเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้นที่มองเห็นและรู้สึกได้คนอื่น ๆที่อยู่นอกสนามต่างก็สับสนว่าทำไมรุ่นน้องที่ถือกระบี่ถึงได้ร้องโวยวายเหมือนกับถูกไฟไหม้ไปแบบนั้นทั้ง ๆที่การโจมตีของรุ่นพี่ก็แค่ง้างคันธนูที่ไม่มีลูกศรออกไปเลยสักดอก
“อ๊ากกร้อน! ผมขอยอมแพ้…ช่วยผมด้วย! ผมทรมานเหลือเกิน”
รุ่นพี่พุ่งเข้าไปชกท้องของรุ่นน้องจนล้มลงและทำให้ได้สติขึ้นมาเขามองไปทั่วร่างกายของตนเองที่ยังคงปกติดีก็เกิดความสับสนและสงสัยกับตัวเองขึ้นมาว่าเมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ผู้คุมสอบเดินเข้ามาหานักเรียนที่ใช้กระบี่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า
“ไปเก็บข้าวของของเธอแล้วออกไปจากโรงเรียนนี้ซะเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะเรียนโรงเรียนนี้อีกต่อไปแล้ว”
เป็นคำพูดที่ทำให้นักเรียนคนนั้นช็อคมากกว่าการที่แพ้การต่อสู้ซะอีกเพราะกว่าจะสอบเข้าโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sนี้มาได้ก็แสนจะยากเย็นแต่พอถูกไล่ออกกลับง่ายดายเหมือนกับถูกโยนทิ้งถังขยะ
และนี่ก็ไม่ใช่นักเรียนเพียงคนเดียวที่ถูกไล่ออกเพราะถ้าเกิดแพ้อย่างน่าสมเพชแบบนี้ก็จะถูกไล่ออกไปทันทีบางคนถึงจะผ่านการทดสอบที่โจมตีรุ่นพี่มาได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องรักษาตัวนานนับเดือนก็ถูกไล่ออกไปด้วยเช่นกันแต่ยังดีที่ตอนนี้ไม่มีนักเรียนคนไหนเสียชีวิตเลย
วิชาการต่อสู้ของสำนักเกาทัณฑ์มายาล้วนเล่นกับจิตใจของคู่ต่อสู้ที่ไม่รู้ว่าสิ่งไหนจริงหรือปลอมเพราะพวกเขาสามารถสร้างลูกศรลวงตาขึ้นมาได้นับไม่ถ้วนแถมการเคลื่อนไหวของรุ่นพี่แต่ล่ะคนยังว่องไวจนแม้แต่จะโจมตีให้โดนแค่เพียงเสื้อผ้ายังทำได้ยากเลยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครสามารถเอาชนะได้เลยเพราะมีรุ่นน้องคนหนึ่งที่สามารถล้มรุ่นพี่สำนักเกาทัณฑ์มายาลงไปนอนกองกับพื้นได้เพียงแค่เริ่มการต่อสู้ไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นดูเหมือนว่ารุ่นน้องคนนั้นจะเป็นศิษย์ของสำนักหอกวายุ ความเร็วของการแทงหอกของเขานั้นรวดเร็วจนมองไม่เห็นเลยว่าหอกของเขาแทงออกไปทั้งหมดกี่ครั้งแต่บาดแผลที่เกิดกับคู่ต่อสู้นั้นมีรอยการแทงของหอกนับครั้งไม่ถ้วน
“เป็นเราถ้าไปอยู่ตรงนั้นจะหลบหอกนั่นได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”รอยลองคิดและจินตนาการดูว่าเขาจะสามารถหลบการแทงหอกต่อเนื่องเหล่านั้นได้หรือไม่ถ้าถูกโจมตีต่อเนื่องแบบนั้น
“เป็นฉันก็คงจะหลบไม่พ้นเหมือนกันไม่รู้ว่าทำไมถึงได้แทงหอกได้รวดเร็วถึงปานนั้นเห็นว่าหมอนั่นเป็นศิษย์สายตรงของสำนักหอกวายุเลยนะ” นักเรียนที่นั่งดูอยู่ข้างๆรอยหันมาพูดคุยด้วยหลังจากที่ได้ยินรอยพูดลอย ๆออกมา
“นายรู้จักหมอนั่นด้วยหรอ?”
“รู้จักซิหมอนั่นเรียนอยู่ห้อง 4/1 ฉันเป็นเพื่อนร่วมห้องวิชาสามัญกับเขา”
“4/1นี่เอง” พอรอยได้ยินแบบนั้นไปก็เข้าใจเลยทันทีเพราะระดับห้องเรียนเองก็แบ่งตามระดับความสามารถในการเข้าสอบของโรงเรียนนี้แต่หมอนี่เองดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเหมือนกันนะที่อยู่ห้อง 4/1 เหมือนกัน
“โอ้ว! ลืมแนะนำตัวเลยเรียกฉันว่าซีก็ได้นายคือ รอย วิลเลี่ยมซินะยินดีที่ได้รู้จัก” ซียกมือจับรอยพร้อมกับทำหน้ายิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร
“เอ่อ...ยินดีที่ได้รู้จักนี่ฉันดังขนาดนั้นเลยหรือไงกันทำไมนายถึงได้รู้จักฉันด้วย”
“นี่เพื่อน…ทุกคนในชั้นม.4ต่างก็รู้จักนายกันทั้งนั้นแหละเอ้อ...จริงซิว่าแต่นายได้เจอกับรุ่นพี่คนไหนเหรอ?”
“รุ่นพี่จุนแจหน่ะ นายรู้จักรึเปล่า?”
“รู้จักซิเจ้ารุ่นพี่ขี้เก๊กคนนั้นอะนะ”ซีพูดพร้อมกับชีไปทางรุ่นพี่จุนแจที่มองมาทางนี้อย่างไม่วางตา
“แต่เดี๋ยวนะ!!นายอยู่สำนักอินซาด้วยดูเหมือนว่าจะเจอเรื่องยุ่งยากขึ้นมาซะแล้วซินายรู้รึเปล่าว่าทำไมสำนักอินซาถึงไม่มีลูกศิษย์คนอื่นเลยไม่ว่าจะนักเรียนรุ่นของเราหรือนักเรียนรุ่นพี่”
ถึงเรื่องนี้รอยจะสงสัยเหมือนกันว่าสำนักอินซาอยู่มาได้ยังไงทั้งที่ไม่มีนักเรียนเข้ามาเป็นศิษย์เลยสักคนเพราะถ้าปกติไม่มีนักเรียนเข้ามาเรียนในสำนักก็คงจะถูกคัดออกจากระบบโรงเรียนไปนานแล้วแต่ที่รอยดูสำนักต่าง ๆที่อยู่ในระบบโรงเรียนก็ไม่มีสำนักอินซาอยู่ในระบบของโรงเรียนเลยมันเหมือนกับว่าสำนักอินซาเป็นสำนักลับอย่างงั้นแหละ
“เรื่องนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่ได้ถามกับอาจารย์เลยแต่นิสัยอาจารย์ก็แปลกๆชอบลงไม้ลงมือกับฉันอยู่เป็นประจำถ้าคนอื่นมาอยู่ก็คงจะไม่ทนอยู่กันหรอกมั้ง”
“เรื่องแค่นี้ถ้าออกจากสำนักง่ายๆเพราะถูกทุบตีโดยปรมาจารย์ก็คงไม่ต้องมาฝึกต่อสู้กันแล้วมั้ง”รอยก็ได้แต่ยิ้มมุมปากและนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านๆมาเพราะถ้ารอยทำอะไรผิดหรือทำเรื่องไม่พอใจอาจารย์ขึ้นมาก็จะถูกทุบตีจนสะบักสะบอมอย่างกับเขาไม่ใช่คนอย่างงั้นแหละพอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็แอบนึกกลัวอาจารย์ตัวเองไม่ได้เลยจริง ๆ
“เรื่องที่ไม่มีใครมาเข้าสำนักอินซาส่วนใหญ่ก็มาจากพวกลูกศิษย์สำนักยองวอนนี่แหละที่คอยมาก่อกวนอยู่ตลอดเวลาถึงสำนักอินซาจะเป็นสำนักที่ดีระดับหนึ่งในประเทศเกาหลีก็เถอะนะแต่ที่นี่มันคือประเทศTคนที่มาเรียนส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนในพื้นที่ทั้งนั้นสำนักวอนยองเองก็มาตั้งสำนักสาขาที่ประเทศนี้เลยทำให้มีอิทธิพลและมีชื่อเสียงกับเมืองนี้ไม่ใช่น้อยเลยผู้คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าทั้งสองสำนักนี้ไม่ลงรอยกันถ้าเลือกที่จะเข้าสำนักใดสำนักหนึ่งในสองสำนักนี้ก็คงไม่พ้นต้องเลือกสำนักยองวอนเป็นอันดับแรกก่อนนี่แหละนะ”
รอยคิดในใจ “มีอิทธิกับเมืองนี้แล้วมันยังไงเหรอปู่ของฉันเองก็เป็นกองกำลังป้องกันตนเองของประเทศนี้ก็ดูน่าจะไม่ธรรมดาเหมือนกันแหละมั้ง”
“ที่นายพูดถึงเรื่องมาก่อกวนฉันเองก็ไม่เห็นว่ามีสำนักยองวอนคนไหนมาวุ่นวายอะไรกับฉันเลยนะ”
“อย่างงั้นหรอ? มันก็แปลกเหมือนกันนะเนี่ยทั้งๆที่ปกติเมื่อมีคนเข้าสำนักอินซาก็จะเห็นศิษย์สำนักยองวอนเข้าไปก่อกวนศิษย์ที่เข้าใหม่คนนั้นทันทีเลย”ทั้งคู่ต่างก็พูดคุยกันไปเรื่อยระหว่างที่ดูการต่อสู้จนมาถึงการต่อสู้ของสายที่ 10ซึ่งรอยเองก็รอจนแทบอยากจะหลับไปหลายตื่นแล้วถึงการต่อสู้จะดูน่าสนใจแต่มันก็เหมือนกับเด็กสู้กับผู้ใหญ่ไม่มีผิดเพราะพวกรุ่นพี่สำนักเกาทัณฑ์มายาเองก็ไม่ได้แสดงฝีมือออกมาเต็มที่ให้ได้เห็นเลยถ้าไม่ได้เจอกับรุ่นน้องที่มีฝีมือการต่อสู้ที่พอสูสีกัน
รอยที่อยู่หมายเลขสอบที่12 ต้องดูเพื่อนนักเรียนต่อสู้อีก 11 คู่ซึ่งการต่อสู้กับรุ่นพี่สำนักยองวอนนั้นสร้างความแปลกใจให้รอยไม่ใช่น้อยเลยเพราะเพื่อนร่วมชั้นที่มาเข้าทดสอบแต่ล่ะคนนั้นฝีมือไม่ธรรมดาเลยพวกเข้าผ่านการทดสอบทั้งหมดแถมรอยยังได้เห็นศิษย์สำนักสักยันต์อาคมมาร่วมทดสอบอีกด้วย
ทันทีที่เริ่มต้นการต่อสู้นักเรียนสำนักยันต์อาคมก็ถอดชุดฝึกของโรงเรียนออกจนเป็นชุดมวยไทยที่ใส่เพียงแค่กางเกงขาสั้นเท่านั้นจนทำให้เห็นลวดลายสักยันต์เปลวเพลิงที่ขาทั้งสองข้างอย่างเด่นชัดและที่หลังเองก็มีรอยสักลายรูปทศกัณฐ์กำลังถืออาวุธนับ10 ชนิดอยู่เต็มหลังไปหมดจนไม่มีที่ว่างให้สักรูปใด ๆได้อีก
รอยนึกไม่ออกเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นคนไทยคนนี้จะต่อสู้ในรูปแบบไหนทันทีที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นนักเรียนคนไทยก็พนมมือพร้อมกับทำให้รอยสักที่ขาของเขากลายเป็นเปลวไฟสีดำลุกโชนขึ้นมาซึ่งมันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับเขาเลยถึงแม้จะมีเปลวไฟลุกท่วมขาของเขาขนาดนั้นจากนั้นเขาก็กระทืบเท้าไปทางด้านหน้าซึ่งเปลวไฟจากที่ขาของนักเรียนไทยก็กระจายตัวออกเหมือนกับมีใครมาขีดเขียนสร้างรูปแบบวงเวทย์ขึ้นมารอบๆตัวของเขา วงเวทย์ที่ถูกเขียนจนเสร็จเปลวไฟวงเวทย์ก็มอดดับลงจนเป็นรอยไหม้ทำให้เห็นเป็นรูปแบบวงเวทย์บางอย่างได้อย่างชัดเจน จากนั้นอยู่ๆแผ่นหลังรอยสักของนักเรียนไทยก็เกิดขยับขึ้นมาได้เองเหมือนกับว่ามันมีชีวิตขึ้นมาซะอย่างงั้นและเพียงเวลาในนานยักษ์ทศกัณฐ์ก็ปรากฏกายออกมาในรูปร่างของจิตวิญญาณให้ได้เห็นเป็นตัวเป็นตนความสูงของร่างจิตวิญญาณทศกัณฐ์สูงถึง 4 เมตรสร้างความตื่นตะลึงให้กับรุ่นพี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ใช่น้อย
รอยเองพอได้เห็นแบบนั้นก็ได้แต่อ้าปากค้างจนคางตกถึงพื้นเพราะไม่คิดเลยว่าตัวละครที่ถูกสร้างมาจากจินตนาการจากหนังสือจะสามารถทำให้มันมีตัวตนจริงๆขึ้นมาได้เพียงแค่เป็นรูปสักยันต์อาคมที่หลังของนักเรียนไทยคนนั้น
ทศกัณฐ์ที่ปรากฏกายขึ้นมาในรูปแบบจิตวิญญาณมีสิบหัวกับสิบมือที่ถืออาวุธไว้จนครบมือทั้งสิบตามรอยสักที่อยู่บนหลังของนักเรียนไทยรุ่นพี่ที่มองเห็นทศกัณฐ์เคลื่อนตัวออกมาข้างหน้ารุ่นน้องก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะไม่รู้ว่าจิตวิญญาณทศกัณฐ์นี้มันจะทำอะไรได้บ้างเขาก็เลยใช้วิธีหมุนตัวเตะด้วยความแรงจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกเข้าใส่ร่างจิตวิญญาณของทศกัณฐ์แต่การโจมตีของเข้านั้นไม่ได้ผลเลยคลื่นกระแทกโจมตีทำให้พื้นสนามประลองยุบตัวเป็นเกลียวเป็นทางยาวไปถึงได้เพียงแค่หน้ายักษ์ตัวเขียวสิบหน้าสิบมือที่แปลกประหลาดเท่านั้นเพราะตัวรุ่นพี่เองก็ไม่รู้จักยักษ์ตัวนี้เหมือนกันว่ามันคือตัวอะไรกันแน่และมันสามารถทำอะไรได้บ้างเขาเห็นว่ามันเป็นเพียงแต่สัตว์ประหลาดยักษ์ตัวเขียวที่รุ่นน้องสร้างขึ้นมาเท่านั้นเอง
เมื่อการโจมตีไม่สามารถทำอะไรกับทศกัณฐ์ได้มันก็พุ่งตรงเข้ามาโจมตีด้วยค้อนทุบลงเข้ามาที่กลางหัวของรุ่นพี่ที่กำลังทำหน้าเหวออย่างจังด้วยขนาดค้อนที่ใหญ่โตทุบเข้ากลางหัวที่ยากจะหลบได้ทันแต่รุ่นพี่เองก็ใช่ว่ายอมถูกโจมตีได้ง่ายๆเขาหมุนตัวกลับหลังและใช้เท้าซ้ายเบี่ยงเบนวิถีของค้อนที่กำลังจะทุบลงมาได้อย่างทันท่วงทีค้อนที่ถูกเบี่ยงออกไปทุบลงพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมาสนามประลองยุบตัวลงเหมือนกับถูกของที่มีน้ำหนักมหาศาลหล่นใส่ถึงแม้รุ่นพี่สำนักยองวอนจะหลบค้อนที่ทุบลงมาได้แล้วแต่ก็ยังมีหอกจากอีกมือแทงเข้ามาที่ขาขวาของเขาเข้าอย่างจัง
อ๊ากก!!
"จบการต่อสู้" ทันทีที่นักเรียนไทยโจมตีรุ่นพี่ได้ผู้คุมสอบก็ประกาศหยุดการต่อสู้ทันทีเพราะเห็นว่าฝีมือของทั้งคู่ห่างชั้นกันเกิดไปจึงได้รีบหยุดการต่อสู้ทันที
รอยไม่อยากจะนึกเลยว่าจิตวิญญาณของทศกัณฐ์ที่โจมตีพร้อมกันทั้ง10 มือจะหลบมันได้ยังไงไม่ว่าจะเป็นอาวุธระยะไกลหรือใกล้ทศกัณฐ์ก็มีมันทั้งหมดแถมนักเรียนไทยคนนั้นยังไม่ได้ลงมือทำอะไรด้วยตัวเองอีกด้วยก็ทำให้รุ่นพี่คนนั้นแพ้ไปซะก่อนแล้วแต่การโจมตีระยะไกลนั่นของรุ่นพี่ก็ดูถูกไม่ได้เลยที่เพียงแค่เตะอากาศอย่างแรงก็สามารถสร้างคลื่นกระแทกทำลายสนามประลองไปได้ขนาดนั้นเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างพุ่งออกมาจากขาของเขาได้อย่างงั้นแหละ
ซีที่อยู่ข้างหลังรอต่อแถวต่อสู้เหมือนกับรอยก็บอกความคิดของเขาให้รอยฟังเพราะเห็นว่ารอยทำท่าทางสนใจกับสำนักสักยันต์อาคมนี้
“สำนักสักยันต์อาคมนี่ถ้าเป็นไปได้นายก็อย่าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขาเลยในความคิดฉันพวกเขาเหมือนกับกลุ่มลัทธิที่แปลกประหลาดที่ทำพิธีแปลกๆกันอยู่ได้ทั้งวัน ฉันได้ไปเห็นครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกขนลุกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก”
ที่รอยสนใจไม่ใช่เพราะอะไรแต่วิชาที่นักเรียนไทยคนนั้นต่อสู้มันเหมือนไปกระตุ้นประตูผู้ใช้คำสาปของรอยเข้าที่อยากจะดูดกลืนจิตวิญญาณของทศกัณฐ์ตนนั้นซะเหลือเกิน
“ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณทศกัณฐ์นั่นจะถูกสร้างขึ้นมาจากวิญญาณร้ายหรือไม่ก็วิญญาณเร่ร่อนเป็นแน่”
เพราะรอยสามารถรับรู้ได้ถึงการควบคุมจิตวิญญาณทศกัณฐ์ของนักเรียนไทยคนนั้นที่เหมือนกับการควบคุมภูตผีไม่มีผิดถึงนักเรียนไทยคนนั้นจะหลอกสายตาคนอื่นไปได้ว่านั่นคือทศกัณฐ์แต่มันก็เป็นเพียงแค่วิญญาณที่ถูกเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามความคิดของผู้ควบคุมก็เท่านั้นเองแต่จิตวิญญาณที่สามารถทำให้อาวุธกลายสภาพไปเป็นของจริงได้สิ่งนี้ก็ทำให้รอยสนใจกับมันไม่ใช่น้อยไหนจะรอยสักเปลวเพลิงที่ใช้จิตวิญญาณสร้างมันขึ้นมาให้เป็นของจริงนั่นก็ด้วยเป็นทักษะการต่อสู้ที่แปลกประหลาดจริงๆ
“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะได้วิชาการต่อสู้แบบนี้จริงๆเพราะมันเข้ากับอาชีพผู้ใช้คำสาปของเราซะเหลือเกิน”
รอยจ้องมองไปที่นักเรียนไทยคนนั้นที่กำลังเดินลงมาจากสนามประลองด้วยรอยยิ้มที่แปลกๆ