คืนข้ามปี
บทที่ 1
“ฮัลโหล มาส่งอาหารค่ะ รอที่ลอบบี้นะคะ” โสรยา หรือโส สาวส่งอาหาร ของบริษัทหนึ่งรีบมาส่งอาหาร เพราะจะได้ทำรอบนั่นมันหมายถึงจำนวนเงินที่เธอจะได้ ในยุดโรคระบาดเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ โดยเฉพาะในคืนวันสิ้นปีคืนนี้แล้ว เธอวิ่งงานั้แ่เช้า นี่ก็ล่วงเลยเวลามาจนบ่ายคล้อย
เสียงมือถือดังขึ้น เธอกดรับในขณะที่รอลูกค้ามารับอาหารไปด้วย
“ว่าไงสร เจ้ยังไม่หิว สรกินไปก่อนเลย นี่ก็บ่ายโมงแล้ว เอาไว้คืนนี้เลิกงาน เดี๋ยวพี่จะแวะซื้อหมูกระทะเ้าประจำไปฉลองกัน เออนี่...แล้วสรจะเอาอะไรเพิ่มอีกมั๊ย พี่จะได้ซื้อเข้าไปเลย อ้อ อาจจะดึกหน่อยนะ วันสิ้นปีมีลูกค้าเยอะเลย เค ไว้เจอกันจ้า" พอดีกับที่ลูกค้าหนุ่มลงมารับอาหารมองอย่างแทะโลม
"ไม่ต้องทอน" สายตาแบบนั้นโสรยาแทบไม่ต้องเดาให้ยากถึงรอยยิ้มฉกาจที่อยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยนั่น
"ขอบคุณค่ะ" โสรยารับเงินใส่กระเป๋าเงินใบเล็กที่ใช้คาดเอว แล้วหยิบเสปรย์แอลกอฮอลล์ฉีดพ่นล้างไม้ล้างมือ แล้วหยิบจอมือถือขึ้นมาดูแอปพลิเคชั่น รับออเดอร์ของลูกค้ารอบต่อไป
17.45น.
วันนี้ถนนข้อนข้างโล่ง อาจจะเป็เพราะวันหยุดพร้อมกับโรคระบาดทั่วบ้านทั่วเมือง โสรยาคิดในแง่ดี แต่ก็ดีที่มีงานให้วิ่งรอบไม่หยุด นี่กะว่าจะวิ่งอีกสักสามรอบ เดี๋ยวแวะซื้อหมูกระทะกลับเข้าบ้าน ชุดใหญ่สัก 1 ชุดน่าจะพอ สำหรับสองคนพี่น้อง
โสรยามีน้องชายหนึ่งคน อยู่ในวัยกำลังหัวเลี้ยวหัวต่อ สรกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปีสุดท้าย ซึ่งตอนนี้ก็หารายได้พิเศษทางออนไลน์จิปะทะ ตามประสาวัยรุ่นที่กำลังพักฟื้นเพราะขากำลังใส่เฝือกจากอุบัติเหตุเพราะแข่งกับแก้งค์สิงฆ์มือบิด โสและสร เดิมเป็ลูกข้าราชการ แต่เพราะหนี้สินจากการทำธุรกิจส่วนตัวที่โดนเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนล้มละลาย ทั้งคู่จึงจบชีวิตลงในบ้านหลังงาม ที่เหลืออยู่ให้ลูกน้อยได้ซุกหัวนอน
โสรยาจึงเรียนจบแค่ชั้นปวส.การบัญชี ก็ต้องออกจากวิทยาลัยในเมืองหลวงเพื่อที่ทำงานหาเงินส่งน้องชายเรียน ส่วนน้องชายก็ดื้อแสนดื้อตามวัย แต่อีกในแง่มุมนึง โสกลับมองเห็นเด็กน้อยคนนึงที่ขาดความอบอุ่นเพียงแค่นั้น น้องจึงแสดงออกด้วยการกระทำอย่างอื่นที่ไม่เหมาะสมทดแทน และโสมองว่ามันเป็ตามวัยโดยเฉพาะในวัยเด็กที่กำลังเข้าวัยหนุ่ม โสจึงไม่ถือสาน้องและไม่คิดว่าเป็เื่ใหญ่ ส่วนใครจะมองว่าเลี้ยงน้องตามใจจนเคยตัว เธอไม่เคยสน เพราะมันเป็เื่จริง จะทำยังไงได้ ในเมื่อชีวิตของเธอก็เหลือแค่สองคนพี่น้อง เธอคิดแบบนั้น นับว่าโชคยังดีที่โสเรียนจบบัญชีมา จึงหางานได้ไม่ยากนัก จนกระทั่งน้องชายตัวดีเกิดอุบัติเหตุ เธอจึงลางานบ่อยใน่แรก ประสบกับโรคไวรัสเริ่มระบาด ส่งผลให้เศรษฐกิจย่ำแย่เข้าไปอีก กิจการหลายกิจการต้องปิดตัวลง รวมถึงกิจการที่โสรยาทำงานเป็เสมียนอยู่ด้วย ก็มีการลดจำนวนพนักงานลง และเธอก็สมเหตุสมผลที่จะโดนเป็คนแรก นั่นคือจากคำบอกกล่าวของเพื่อนร่วมงาน "ชั้นได้ยินหัวหน้าฝ่ายบัญชีพูดว่าเธอน่ะ ขาดงานบ่อยที่สุด"
โสรยาจึงหันมาขับรถส่งอาหารที่ดูเหมือนว่า่นี้จะเหมาะสมที่สุดในระหว่างรอเรียกงานใหม่ ที่เธอได้ตระเวนสมัครทิ้งไว้ ใน่ที่น้องชายตัวดีพักฟื้นตัว แต่เหตุการณ์นี้ โสรยารู้ดีว่าสรนั้น รู้สึกผิดและสำนึกผิดได้เป็อย่างดี