แสงอาทิตย์ส่องหน้าต่าง เสียงนกร้องวันใหม่มาถึงแล้ว
ซูฮ่าวก็เหมือนกับที่ผ่านมา ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ไปสวนสาธารณะม้าหินที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ฝึกฝนตอนเช้าสองชั่วโมงหลังจากนั้นกลับบ้านมาทำอาหารเช้าเพื่อสุขภาพหนึ่งโต๊ะแล้ว
ที่โต๊ะอาหารเขาไม่พูดถึงเรื่องของโรงน้ำชาธรรมชาติในเมื่อวานแม้แต่คำเดียว และไป๋เหวินหลิงก็ลืมความเศร้าใจและความรู้สึกแย่ที่ซูฮ่าวไม่กลับมาทานอาหารเย็นไปหมดแล้ว
ทั้งสองคนทานอาหารเช้าอยู่ใต้แสงอาทิตย์ราวกับทุกอย่างในเมื่อวานล้วนไม่เคยเกิดขึ้น
แปดโมงครึ่ง ทั้งสองคนขับรถมาที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวมองบรรยากาศบริษัทที่เป็นระเบียบเรียบร้อยและมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมากซูฮ่าวก็มีใบหน้าชื่นใจ
ในห้องทำงานของซีอีโอ ไป๋เหวินหลิงหยิบเอกสารขึ้นมาจากโต๊ะทำงานหนึ่งชุดและส่งให้ซูฮ่าว “ก่อนหน้านี้ฉันเคยพูดว่าจะมอบงานให้นายนี่คือฝ่ายทั้งหมดของบริษัท นายเลือกไปทำงานสักฝ่ายเถอะ”
“ไม่ใช่ ฉันยังต้องทำงานอีกหรือ?” ซูฮ่าวหางตากระตุกและอยากจะกระอักเลือด
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ แค่กวักนิ้วก็หาเงินได้สองสามร้อยล้านหากเสียเวลากับการทำงาน ก็มีความรู้สึกเหมือนฆ่าไก่ใช้มีดฆ่าวัวจริงๆ
“แน่นอนว่าต้องทำงาน นายแค่ลงทะเบียนรายชื่อพนักงานอยู่ที่บริษัท หากไม่มอบงานจริงๆจังๆ ให้นายสักหน่อย จะทำให้ผู้คนเลื่อมใสได้อย่างไร?” ไป๋เหวินหลิงกลอกตาใส่และพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันรู้ว่านายมีความสามารถโดดเด่น หาเงินง่ายมากแต่นายในฐานะคู่หมั้นของฉัน แน่นอนว่าต้องรักษาภาพลักษณ์ อย่าให้คนคิดว่านายอยู่บริษัทล้วนไม่ทำอะไรแต่กลับใช้ชีวิตอย่างสบาย จนลดความกระตือรือร้นของพนักงาน”
“หากเป็นอย่างนี้ เธอไม่ต้องให้เงินเดือนฉันก็ได้ แบบนี้ทุกคนก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว?”ซูฮ่าวพูดตรงไปตรงมา
“ไม่ได้!” ไป๋เหวินหลิงส่ายหน้าและพูดอย่างจริงจังว่า “ถึงไม่ให้เงินเดือนนาย แต่ในสายตาของคนอื่นเงินของฉันก็คือเงินของนาย ผลลัพธ์ก็ล้วนเหมือนกัน”
“นี่ … พอเถอะ” ซูฮ่าวฝืนยิ้มทำได้แค่รับปากอย่างเลี่ยงไม่ได้
ไม่มีทาง ใครสั่งให้ช่วงนี้ไป๋เหวินหลิงคือคู่หมั้นของเขาล่ะ?
ซูฮ่าวเลือกอย่างละเอียดห้านาที ในที่สุดก็ตัดสินใจดำรงตำแหน่งพนักงานขายพูดไปแล้วก็คือพนักงานขายนอกสถานที่
พนักงานขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในบริษัท ส่วนใหญ่ออกไปทำงานข้างนอกได้มีอิสระและเวลาที่เพียงพอ เหมาะกับสภาพชีวิตของเขาในตอนนี้
แน่นอนว่า เขาจะไม่ไปขายอะไรอย่างแน่นอน สำหรับการประเมินผลงานในทุกๆเดือน ถึงเวลาก็หาคนจ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ทั้งหมดก็พอ
“ฉันก็บอกกล่าวกับกู้เพ่ยหลิงแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่ห้องโถงของบริษัทนายลงไปหาเธอ ให้เธอพานายไปรับตำแหน่งที่ฝ่ายขายและการตลาด”ไป๋เหวินหลิงนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน และจัดเอกสารพลางพูดอย่างไม่เงยหน้า
“อือ … ” ซูฮ่าวตอบรับอย่างง่ายๆและผลักประตูของห้องทำงาน เขาเดินไปยังห้องโถงของบริษัทอย่างรู้สึกปวดหัว
มีชีวิตใหม่อีกชาติแต่ก็ต้องมาทำงาน เขาก็คงจะเป็นพระเอกที่แย่ที่สุดในนิยายทั้งหมด
เนื่องด้วยบริษัทเข้างานแปดโมง เวลานี้ก็แปดโมงครึ่งแล้วดังนั้นห้องโถงนอกจากพนักงานต้อนรับแล้วก็ไม่มีพนักงานคนอื่นอีก
ตอนที่ซูฮ่าวลงลิฟต์มาถึงห้องโถงของบริษัท ที่เข้าสู่สายตาคือผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มท่านหนึ่ง
เสื้อฤดูร้อนสีเขียวน้ำตาลนั้น คอเสื้อรูปดอกไม้ขาว กางเกงสีเขียวเข้มริบบิ้นกางเกงสองเส้นเหมือนมีดเฉือน คู่กับรองเท้าส้นสูงสีแดงหนึ่งคู่คือรูปปั้นหยกที่สูงโปร่งทรงสง่าชิ้นหนึ่ง
กู้เพ่ยหลิงในวันนี้ท่าทางสวยสง่า รูปโฉมงดงามรูปร่างที่งดงามนั้นอยู่ภายใต้การขับของผมที่ดำเงามีเสน่ห์อย่างที่พูดไม่ออกอย่างหนึ่ง
สำหรับกู้เพ่ยหลิง ซูฮ่าวไม่รู้ว่าควรจะมีท่าทางอย่างไร พูดไม่ได้ว่าชอบแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เกลียด
พูดจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ก็น่าสงสารมากทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวไม่น้อย เห็นบริษัทเป็นเหมือนลูกของตนเองแต่เพื่อคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เสียดายที่จะถูกหลินอีหลุนหลอกใช้ และกลายเป็นสายลับในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวความลังเลและความทุกข์อย่างนี้ไม่ใช่ว่าคนธรรมดาทั่วไปจะรับได้จริงๆ
“ซูฮ่าว นายจ้องฉันทำไม บนหน้าฉันมีอะไรหรือ?” กู้เพ่ยหลิงประคองเอกสารยืนอยู่อย่างสวยหยาดเยิ้มและดันแว่นตาพลางพูด
ซูฮ่าวขจัดความคิดเพ้อเจ้อที่อยู่ในหัวแล้วก็เดินไปข้างหน้าและสังเกตกู้เพ่ยหลิงอย่างละเอียดหนึ่งรอบ หลังจากนั้นก็ถามอย่างจริงจังว่า “เลขาฯกู้คุณมีปัญหา!”
“นายต่างหากที่มีปัญหา!” กู้เพ่ยหลิงมีใบหน้าบูดบึ้งทันที
เธอจ้องซูฮ่าวตาเขม็ง ราวกับศัตรูที่อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้
ซูฮ่าวเคอะเขินมาก “ไม่ใช่ ผมไม่ได้ด่าคุณ ผมพูดว่าร่างกายของคุณมีปัญหา”
“ร่างกายมีปัญหา?” กู้เพ่ยหลิงตะลึงงันและมองซูฮ่าวอย่างสงสัย “ตอนนี้ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้อย่างสบายดี ไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อยร่างกายจะมีปัญหาอะไรได้?”
“ช่วงนี้ตอนเย็นคุณมักจะนอนไม่หลับ ปวดหัวไร้เรี่ยวแรงพอถึงช่วงกลางวันก็ไม่มีสมาธิ ตอนเที่ยงยิ่งง่วงนอนง่ายใช่ไหม?”
กู้เพ่ยหลิงจ้องซูฮ่าวทันที ดวงตาทั้งคู่มองไปมาอยู่ที่ตัวของซูฮ่าวอย่างไม่หยุดราวกับอยากดูลับลมคมในอะไร
ปัญหาพวกนี้นอกจากตัวเธอเองและหมอบางคนแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไม่มีคนรู้แต่คำพูดและการกระทำของซูฮ่าวในก่อนหน้านี้ กลับพูดตรงจุดสำคัญไม่ผิดแม้แต่คำเดียว หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายสืบเรื่องของตนเองแล้ว ก็จะไม่มีทางเข้าใจร่างกายของตนเองได้อย่างเด็ดขาด
แต่ตอนที่สายตาที่ระแวงของเธอมองซูฮ่าว อีกฝ่ายสีหน้าสงบนิ่งบนใบหน้าไม่มีอาการใดๆ ล้วนไม่มีสีหน้าที่เหมือนกินปูนร้อนท้อง
เธอขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจมาก “นายรู้ได้อย่างไร?”
ปัญหาที่ซูฮ่าวพูดถึง ก็ติดตัวเธอมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ช่วงเวลานี้เธอก็เคยไปหาหมอเคยสอบถามสาเหตุ
การวินิจฉัยของหมอคือความกดดันในงานของเธอมีมากเกินไป มักจะอดหลับอดนอนตากลมเย็น ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ให้เธอดื่มน้ำมากๆ ทานอาหารให้ตรงตามเวลาคู่กับยาและออกกำลังกายอย่างเหมาะสมก็ได้แล้ว
เธอฟังคำพูดของหมอและลองมาหลายครั้งแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดีนักทำได้แค่ทานยาบรรเทาชั่วคราว รอวันหยุดสองวันจึงค่อยไปตรวจร่างกายสักหน่อย
“ผมเคยศึกษาด้านการแพทย์มานิดหน่อย” สายตาของซูฮ่าวอยู่ที่ตำแหน่งบางส่วนบนตัวของกู้เพ่ยหลิงเขาส่ายหน้าพลางพูดว่า “ของนั่นเล็กเกินไปแล้ว มิน่าล่ะถึงก่อให้เกิดปัญหาพวกนี้”
“นายมันอันธพาล!” กู้เพ่ยหลิงหน้าแดงทันที และรีบปกปิดตำแหน่งบางส่วนบนร่างกายเธอทั้งอายทั้งโมโห “ซูฮ่าว นายกล้าหยอกพนักงานผู้หญิงในบริษัทอีกเดี๋ยวฉันจะต้องบอกท่านประธานอย่างแน่นอน”
เธอพูดๆ อยู่ก็โมโหทันที
ของนั่นเล็กเกินไป?
ทั้งบริษัท ใครๆ ก็ล้วนรู้ว่าเธออุดมสมบูรณ์ที่สุดตอนที่ออกไปคุยงานกับซีอีโอ ก็ดึงดูดสายตาของเถ้าแก่จำนวนไม่น้อย
คิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวจะพูดว่าตนเองเล็ก น่าขำจริงๆ หากขนาดของเธอยังเล็กเช่นนั้นเด็กทารกที่เกิดใหม่แต่ละคนล้วนหิวตายแล้ว
“เลขาฯกู้ คุณอย่าเข้าใจผิด ผมพูดว่าชุดชั้นในของคุณเล็กเกินไปแล้ว”ซูฮ่าวโบกมือ และพูดอธิบาย
“ผมรู้ว่าผู้หญิงอย่างพวกคุณเพื่อทรวดทรงที่งดงามก็จะสวมชุดชั้นในที่กระชับรูปร่างจนฟิตเกินไปหรือตั้งใจซื้อเสื้อในเล็กกว่าหนึ่งเบอร์แต่อย่างนี้ก็ไม่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก”
“สวมชุดชั้นในที่ฟิตเกินไปหรือชุดชั้นในกระชับรูปร่างเป็นเวลานานจะทำให้การเคลื่อนไหวของบางส่วนถูกจำกัด มีผลกระทบต่อการหายใจที่ปกติ เนื่องด้วยรัดแน่นเกินไปทำให้พลาสมาของบางส่วนไหลย้อนกลับ และเลือดไหลเวียนไม่สะดวกทำให้ต่อมไร้ท่อยุ่งเหยิง”
“สภาพของคุณตอนนี้ก็คือต่อมไร้ท่อยุ่งเหยิง บวกกับคุณทำงานเหน็ดเหนื่อยใช้ชีวิตอย่างไม่มีระบบระเบียบ มีความกดดันมากเกินไป จึงปรากฏอาการต่อมน้ำนมโตโรคอย่างนี้อันตรายเป็นอย่างมาก แค่ไม่ระวังก็จะเป็นมะเร็งต่อมน้ำนมได้พูดไปแล้วก็คือมะเร็งเต้านม”
คำพูดนี้พูดออกมา ทำให้กู้เพ่ยหลิงตกใจจนหน้าซีดแล้ว
เสื้อในของเธอก็เล็กกว่าหนึ่งเบอร์จริงๆ แต่ไม่ใช่เพื่อทรวดทรงที่งดงามแต่เธอไม่ชอบสายตาหมาป่าของผู้ชายโดยรอบเป็นอย่างมากดังนั้นจึงอยากอาศัยเสื้อในที่เล็กกว่าหนึ่งเบอร์มาสยบเนื้อที่อวบอั๋น
แต่เธอล้วนคิดไม่ถึงว่าเสื้อในที่เล็กกว่าหนึ่งเบอร์จะทำร้ายร่างกายสาหัสอย่างนี้
“ซูฮ่าว นายอย่ามาขู่ฉัน เกินจริงอย่างนั้นจริงๆ หรือ?”
ซูฮ่าวทำมือกอดอก และพูดอย่างนิ่งเฉยว่า “ไม่เกินจริงแม้แต่น้อยอาการต่อมน้ำนมโตที่สำคัญคือมีอาการปวดต่อมน้ำนม แต่พัวพันถึงสองด้านพร้อมกันและจะหนักด้านเดียว หากเธอไม่เชื่อ ก็ลองกดบางส่วนของสองด้านสักหน่อย”
กู้เพ่ยหลิงหยุดชะงัก และหันไปลองใช้นิ้วมือกดตามคำพูดของซูฮ่าวแล้ว
แค่ฉับพลัน ความเจ็บส่งมา ทำให้สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนทันที
เธอรีบหันมามองซูฮ่าว และถามอย่างอึดอัดว่า “ซูฮ่าวนายพูดไม่ผิดแม้แต่น้อย ฉัน … ฉันควรจะทำอย่างไร?”
“เปลี่ยนไปใส่เสื้อในที่เหมาะสม ต่อมาก็ปรับพลาสมา”
กู้เพ่ยหลิงถามต่อ “ปรับอย่างไร?”
“จากการดื่มกินและออกกำลังกาย คู่กับยารักษา ช่วงนี้คุณต้องปลูกฝังความเคยชินในการดื่มกินที่ดีทานผักผลไม้สดและอาหารที่มีโปรตีนสูงให้มาก ในขณะเดียวกันก็ออกกำลังกายให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย” ซูฮ่าวยืนเหมือนต้นสน และพูดทีละคำทีละประโยค
“แน่นอนว่า คุณจะต้องมีกฎในการใช้ชีวิตที่เป็นวิทยาศาสตร์ไม่ควรอดหลับอดนอนบ่อยๆ เดี๋ยวจะไปทำลายช่วงประจำเดือนที่ปกติได้ทำให้การขับของฮอร์โมนไม่สมดุลโดยเฉพาะไม่พอ จนก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือนอนหลับให้เพียงพอหลีกเลี่ยงการเหนื่อยล้าและตื่นเต้นเกินไป เพื่อเลี่ยงอารมณ์ที่ไม่ดีที่จะไปกระทบถึงระบบพลาสมาได้”
“ได้ ฉันรู้แล้ว” กู้เพ่ยหลิงพยักหน้า ราวกับคิดอะไรออกแล้ว จากนั้นก็ถามอย่างกระวนกระวายใจว่า“เช่น … เช่นนั้นอาการต่อมน้ำนมโตควรจะทำอย่างไร?”
“อาการต่อมน้ำนมโตคือองค์ประกอบของต่อมน้ำนมเพิ่มขึ้นและเปลี่ยนเป็นเสื่อมโทรมเกี่ยวข้องกับพลาสมาที่ยุ่งเหยิง อันตรายของมันกลับไม่ได้อยู่ที่โรคแต่คือความกดดันทางใจคนป่วยส่วนใหญ่จะเป็นกังวลว่าตนเองจะเป็นมะเร็งเต้านมหรือหลังจากนี้จะกลายเป็นมะเร็งเพราะเหตุนี้ไหมดังนั้นคุณแค่ต้องระวังการปรับสภาพจิตใจ ลดความกดดัน ก็จะค่อยๆ บรรเทาได้”ซูฮ่าวหัวเราะเบาๆ แล้วก็พูดปลอบใจ
“หากไม่วางใจ ใช้ฮอร์โมนอย่างยาโอเปอร์แรนด์และยาต้านเอสโตรเจนมาบรรเทาแต่เพราะมีผลข้างเคียงที่แน่นอน จึงไม่ถูกเลือกเป็นอันดับแรกแนะนำให้กินยาจีนสำเร็จรูป เช่น ยาตานจือเซียวเหยา ส่านเจี๋ยหลิง และอื่นๆ ”
“แน่นอนว่า หากคุณต้องการที่จะหายเร็วหน่อย ยังมีอีกวิธีการที่จะแก้ไขได้”
กู้เพ่ยหลิงรีบถามว่า “วิธีการอะไร?”
“ฝังเข็มหรือนวด” ซูฮ่าวพูดโดยไม่ต้องคิด
“การฝังเข็มคือการใช้เข็มเงินฝังตรงจุดเพื่อรักษา หากให้ผมช่วยคุณต้องการเวลาแค่สามนาทีก็ทำให้คุณหายได้ แต่คุณต้องถอดเสื้อใน”
“สำหรับการนวด คือทุกวันตอนเย็นก่อนนอนใช้น้ำวางลงบนมือ หลังจากนั้นใช้มือ … อืม คุณคงจะเข้าใจ!”
กู้เพ่ยหลิงหน้าแดงด้วยความอาย และแดงไปถึงหู
เธอหันหน้าหนี และหลบสายตา ล้วนไม่กล้าสบตาซูฮ่าว
“ผมคิดว่าเลขาฯกู้คงจะไม่ให้ผมฝังเข็มหรือรับใช้โดยการนวดอย่างแน่นอนอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่เหมาะสมจริงๆ ดังนั้นผมควรจะบอกท่านวดให้กับเลขาฯกู้ถึงเวลาหลังจากที่เลขาฯกู้กลับไปแล้วก็ค่อยๆ ลองทำเอง”ซูฮ่าวใช้มือทั้งคู่วางอยู่ที่หน้าอกของตนเองอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เลขาฯกู้ คุณดูท่าทางของผม และลองทำตามผมสักหน่อย ถึงเวลาก็ง่ายต่อการที่จะทำเอง”
“เอ่อ … ” กู้เพ่ยหลิงหน้าแดงเหมือนเลือดและพยักหน้าเบาเหมือนเสียงยุง
เธอเงยหน้ามองซูฮ่าวเล็กน้อย และวางเอกสารไว้อีกด้านหนึ่งหลังจากนั้นเอามือวางไว้ที่หน้าอกตามซูฮ่าว
ในเวลานี้ประตูลิฟต์ของซีอีโอก็เปิดอย่างกะทันหัน ไป๋เหวินหลิงค่อยๆเดินออกมาจากในลิฟต์
เธอเพิ่งจะนึกได้ว่าซูฮ่าวไม่มีรถ ออกไปด้านนอกก็ไม่สะดวกดังนั้นจึงอยากจะเอากุญแจรถลัมโบร์กีนีเรเบนตันที่โฮวหลงให้เธอเมื่อสองสามวันก่อนมาให้ซูฮ่าว
แต่หลังจากที่เธอเดินผ่านห้องโถง และเห็นเหตุการณ์ตรงหน้านี้แล้วก็ตะลึงจนตาค้างปากค้าง ราวกับถูกฟ้าผ่า และกลายเป็นหินอยู่ที่เดิม
ด้านหน้ามือทั้งคู่ของกู้เพ่ยหลิงกำลังประคองอยู่ตรงส่วนที่เป็นเนินสูงของตนเองส่วนซูฮ่าวก็กำลังชี้บางส่วนของกู้เพ่ยหลิง และส่ายหน้าอยู่ตลอดเวลา
“พวกนายนี่คือ … ทำอะไร?!”