บรรยากาศในสนามประลองยามบ่ายร้อนระอุยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ เมื่อถึงคิวของคู่รองชนะเลิศคู่ที่สอง ผู้คนต่างจับจ้องไปที่เวทีด้วยความคาดหวัง เพราะนี่คือการปะทะกันของสองขั้วอำนาจใหญ่แห่งแคว้น
"คู่ที่สองของรอบรองชนะเลิศ! ซ่งฉือ นายน้อยแห่งสำนักกระบี่เมฆาคราม ปะทะ องค์รัชทายาท จ้าวอู๋ แห่งราชวงศ์จ้าว!"
เสียงกลองศึกดังกึกก้อง ร่างสองร่างก้าวขึ้นสู่เวทีจากคนละฝั่ง
จ้าวอู๋ องค์รัชทายาทหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและสง่างาม สวมชุดเกราะทองคำประดับลวดลายมังกร 5 เล็บ มือถือกระบี่คู่กาย "กระบี่มังกรฟ้า" แผ่ออร่าสีทองแห่งราชันย์ออกมาอย่างน่าเกรงขาม เขาคือความหวังของราชวงศ์ อยู่ในระดับ ขั้นที่ 5 (ขั้นนภา) ระดับปลาย
อีกฝั่งคือ ซ่งฉือ ในชุดสีขาวขลิบน้ำเงิน ใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตาซ่อนความอำมหิตไว้ เขาพยายามข่มความประหม่า เพราะเขารู้ดีว่าระดับพลังของเขาที่เป็นเพียง ขั้นที่ 5 ระดับกลาง นั้นเป็นรองอยู่หนึ่งขั้นย่อย
"นายน้อยซ่ง..." จ้าวอู๋เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพ "ได้ยินว่าสำนักกระบี่เมฆาครามมีวิชากระบี่ที่ล้ำเลิศ ข้าหวังว่าจะได้เห็นมันในวันนี้ แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่า... กระบี่ของข้าไม่ปรานีใคร"
ซ่งฉือแค่นยิ้ม "องค์รัชทายาทตรัสเกินไป ข้าเองก็นับถือฝีมือของพระองค์มานาน วันนี้จะเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ประมือ"
"เริ่มการประลอง!"
เคร้ง!
ทันทีที่เริ่มสู้ จ้าวอู๋ไม่รอช้า พุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วสูง กระบี่มังกรฟ้าตวัดวาดลวดลายกลางอากาศ ปราณสีทองรูปมังกรพุ่งเข้ากดดันซ่งฉือจากทุกทิศทาง
"เพลงกระบี่ราชันย์: มังกรคำรามก้องนภา!"
ซ่งฉือพยายามใช้ "เพลงกระบี่เมฆาคลั่ง" รับมือ แต่ความหนาแน่นของพลังปราณต่างกันเกินไป ทุกครั้งที่กระบี่ปะทะกัน ซ่งฉือจะถูกแรงกระแทกจนมือชาและถอยหลังไปหลายก้าว
"อึก!" ซ่งฉือกัดฟันกรอด แขนเสื้อของเขาเริ่มมีรอยขาดจากการถูกปราณกระบี่เฉือน
จ้าวอู๋รุกไล่อย่างต่อเนื่อง ท่วงท่าของเขาสง่างามและทรงพลัง สมกับเป็นอัจฉริยะที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม เขาไล่ต้อนซ่งฉือจนไปติดมุมเวที
"จบแค่นี้เถอะ นายน้อยซ่ง!" จ้าวอู๋ตวาดก้อง รวบรวมพลังไว้ที่ปลายกระบี่จนส่องแสงจ้า "ยอมแพ้ซะ แล้วข้าจะยั้งมือให้!"
ซ่งฉือหอบหายใจแฮกๆ เลือดไหลซึมที่มุมปาก เขาเงยหน้ามองจ้าวอู๋ด้วยความเคียดแค้น 'ข้าจะมาแพ้ตรงนี้ไม่ได้... แผนการของท่านพ่อ... ความฝันของข้า... จะพังไม่ได้!'(คิดว่าพระเอกโซเน็น555)
ในจังหวะที่ฝุ่นควันจากการปะทะบดบังสายตาผู้ชมชั่วขณะ ซ่งฉืออาศัยจังหวะนั้นล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว หยิบ "โอสถโลหิตมาร" เม็ดสีแดงฉานยัดใส่ปากและกลืนลงไปทันที
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เสียงหัวใจของซ่งฉือเต้นแรงราวกับกลองรัว เส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วร่างกาย นัยน์ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ พลังปราณสีฟ้าครามของสำนักกระบี่เมฆาครามเริ่มมีไอสีดำแดงเจือปนและขยายขนาดขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว!
"อ๊ากกกกกก!" ซ่งฉือคำรามลั่น แรงระเบิดของพลังปราณกระแทกจ้าวอู๋จนต้องถอยร่นออกมา
"เกิดอะไรขึ้น!" จ้าวอู๋เบิกตากว้าง "ทำไมพลังของเขาถึงพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน... นี่มันระดับ ขั้นที่ 5 สูงสุด... หรืออาจจะแตะขั้นราชันย์แล้ว!"
ผู้ชมทั้งสนามต่างตกตะลึง เหล่าเจ้าสำนักและองค์จักรพรรดิบนปะรำพิธีลุกพรวดขึ้นยืน "พลังปราณวิปริตนี่มันอะไรกัน!" เจ้าสำนักขุนเขาอัศจรรย์อุทาน "เขาใช้วิชาลับกระตุ้นชีพจรงั้นรึ? หรือยา?" แม่ทัพใหญ่สงสัย
แต่ไม่มีใครกล้าสั่งหยุดการประลอง เพราะไม่มีหลักฐานคาตาว่าซ่งฉือทำผิดกฎ หากสั่งหยุดตอนนี้รังแต่จะทำให้ราชวงศ์เสียหน้าว่ากลัวแพ้
"ฮ่าๆๆๆๆ! เข้ามาสิองค์รัชทายาท!" ซ่งฉือหัวเราะเสียงแหลมสูงเหมือนคนเสียสติ พลังยาทำให้เขาบ้าคลั่งและกระหายเลือด
ตู้ม!
ซ่งฉือพุ่งเข้าหาจ้าวอู๋ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมสามเท่า! กระบี่เมฆาคลั่งฟาดฟันลงมาอย่างหนักหน่วง จ้าวอู๋ยกกระบี่ขึ้นรับแต่ต้านทานแรงไม่ไหว เข่าทรุดกระแทกพื้นเวทีจนแตกเป็นหลุม
"อั่ก!" จ้าวอู๋กระอักเลือด
สถานการณ์พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ซ่งฉือไล่ต้อนจ้าวอู๋เหมือนแมวเล่นกับหนู ฟันแทงเข้าใส่ร่างองค์รัชทายาทจนเลือดอาบชุดเกราะทองคำ
"ตายซะเถอะ!" ซ่งฉือแสยะยิ้มอำมหิต ยาโลหิตมารเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ เขาไม่ต้องการแค่ชนะแล้ว... เขาต้องการ ฆ่า
"ข้าจะทำให้มันดูเหมือนอุบัติเหตุ..." ซ่งฉือคิดในใจ
เขาแสร้งทำเป็นเสียหลักพุ่งเข้าใส่จ้าวอู๋เต็มแรง แต่จริงๆ แล้วเล็งปลายกระบี่ไปที่ หัวใจ ขององค์รัชทายาทอย่างแม่นยำ
"วิชากระบี่เมฆาคลั่ง: อสุนีบาตสังหาร!"
จ้าวอู๋ที่บาดเจ็บหนักพยายามจะหลบแต่ร่างกายขยับไม่ไหว เขาเบิกตากว้างมองความตายที่พุ่งเข้ามา "ท่านพ่อ... ช่วยลูกด้วย..."
"หยุดนะ!" องค์จักรพรรติตะโกนลั่น เหล่าองครักษ์และเจ้าสำนักต่างๆ พยายามพุ่งตัวลงไปช่วย แต่ระยะทางมันไกลเกินไป... สายเกินแก้แล้ว!
คมกระบี่ของซ่งฉือห่างจากอกจ้าวอู๋เพียงคืบ...
ณ มุมมืดบนอัฒจันทร์... ชายหนุ่มผู้สวมหมวกสานนั่งเคี้ยวถั่วอย่างสบายใจ
[ฮาคิสังเกตขั้นสูง: มองเห็นอนาคต]
ภาพนิมิตปรากฏชัดในหัวของ หลี่หมิง ...ภาพจ้าวอู๋ถูกแทงทะลุหัวใจ เลือดสาดกระจาย และซ่งฉือแสร้งทำหน้าตกใจขอโทษ
"เฮ้อ... เจ้าเด็กนี่เล่นแรงจริงๆ กะจะฆ่าแกงกันเลยเรอะ" หลี่หมิงส่ายหน้า "ข้ากะจะปล่อยให้เย่ฟานจัดการเองทีเดียว แต่ถ้ารัชทายาทตาย งานคงกร่อยน่าดู"
[The World!]
วูบ!
กาลเวลาทั้งจักรวาลหยุดนิ่งสนิท! เสียงตะโกนหยุดค้างกลางอากาศ ร่างของซ่งฉือที่กำลังพุ่งตัวหยุดชะงัก ปลายกระบี่จ่ออยู่ที่อกเสื้อของจ้าวอู๋
หลี่หมิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ "อึ๊บ... เอาล่ะ พ่อหนุ่มรัชทายาท วันนี้ยังไม่ใช่วันตายของเจ้านะ"
เขาเดินลงไปบนเวทีอย่างใจเย็น แล้วหิ้วคอเสื้อของจ้าวอู๋ที่ตัวแข็งทื่อ ลากลงไปวางไว้ที่พื้นหญ้าด้านล่างเวทีอย่างนุ่มนวล จัดท่าให้นอนหงายเหมือนคนเพิ่งร่วงลงมา
"ส่วนเจ้า..." หลี่หมิงเดินกลับมาหาซ่งฉือที่ค้างอยู่กลางอากาศ เขาใช้นิ้วจิ้มหน้าผากซ่งฉือเบาๆ แล้วจัดท่าทางใหม่ ให้ดูเหมือนแทงลมวืดไปเอง
"เย่ฟานจองหัวเจ้าไว้แล้ว ข้าไม่อยากแย่งซีนลูกศิษย์" หลี่หมิงพึมพำ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม หยิบถั่วเข้าปาก
[เวลาจงเดินต่อ]
ฟึ่บ!
เวลาเดินต่อทันที!
ซ่งฉือที่ใส่แรงมาเต็มพิกัด แทงกระบี่ออกไปสุดแรงเกิด! แต่แทนที่จะสัมผัสกับเนื้อและเลือด... เขากลับแทงทะลุ อากาศว่างเปล่า!
"เอ๊ะ!?" ซ่งฉือเสียหลักหัวทิ่มคะมำไปข้างหน้าเพราะแรงเฉื่อย เขาไถลไปกับพื้นเวทีอย่างหมดสภาพ
"หายไปไหน!?" ซ่งฉือรีบลุกขึ้นมองหาจ้าวอู๋ด้วยความงุนงง "เมื่อกี้มันยังอยู่ตรงนี้นี่!"
ไม่ใช่แค่ซ่งฉือ แต่ผู้ชมทั้งสนาม องค์จักรพรรดิ และเหล่าเจ้าสำนัก ต่างก็อ้าปากค้าง ตาลีตาเหลือก "องค์รัชทายาทหายไปไหน!"
"ดูนั่น! พระองค์อยู่ที่ด้านล่างเวที!" เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
ทุกสายตาจับจ้องไปที่พื้นหญ้านอกเขตเวที ร่างของจ้าวอู๋นอนหอบหายใจโรยรินอยู่อย่างปลอดภัย แม้จะมีบาดแผลแต่ก็ไม่ถึงชีวิต
จ้าวอู๋ลืมตาขึ้นมองรอบข้างด้วยความมึนงง "ข้า... ข้ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง? เมื่อกี้ข้ากำลังจะตาย..."
กรรมการที่ได้สติรีบประกาศผล "อะ... เอ่อนะ... เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันจ้าวอู๋ตกจากเวที... ผู้ชนะคือ ซ่งฉือ จากสำนักกระบี่เมฆาคราม!"
แม้ซ่งฉือจะชนะและได้เข้าชิงตามแผน แต่ใบหน้าของเขาไม่ได้มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย เขายืนกำกระบี่แน่นมองลงไปที่จ้าวอู๋ด้วยความหวาดระแวงและสับสน
'ใคร? ใครทำ? หรือว่าเป็นวิชาลับของราชวงศ์? เป็นไปไม่ได้... ไม่มีวิชาไหนเคลื่อนย้ายคนพริบตาโดยไร้ร่องรอยแบบนี้!'
บนอัฒจันทร์ เย่ฟานมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาคมกริบ เขาหันไปมองอาจารย์หลี่หมิงที่กำลังผิวปากทำไม่รู้ไม่ชี้ 'ขอบคุณครับอาจารย์... ที่เหลือ ข้าจัดการเอง'