เปลือกตารีบเปิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากพบว่ามวลน้ำที่พัดตัวเองออกมาจากห้องโถงเก็บอาวุธหายไปแล้ว นายน้อย 4 ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วได้มองจ้องไปยังชุดเกราะของตนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยปริแตกมากมาย จากเวทย์โจมตีเมื่อครู่ทำให้เขาตกใจไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าแอนเดอร์สันจะใช้เวทย์กับดักใส่เอาไว้ในห้อง
“ถ้าเวลาเหลือ ต้องฆ่าเท่านั้นสินะ”
สายตากวาดมองออกไปรอบข้างพบทหารหนึ่งคนที่อยู่ไม่ไกลออกไปนอนตาย ไม่แปลกที่ทหารจะตายเพราะน้ำมหาศาล หากเปรียบเทียบทหารและชุดเกราะที่สวมใส่เข้าด้วยกัน การที่ชุดเกราะของทหารที่สามารถป้องกันพลัง 800 ปีแตกสลายไป จึงไม่แปลกเลยที่ทหารจะตกตายจากเวทย์ของแอนเดอร์สัน อย่างไรก็ตามนายน้อย 4 ไม่สามารถเสียเวลาได้ ปราสาทหลังนี้หากมีคนหยิบของบางอย่างออกจากห้องโถงหลักทั้ง 4 มันจะเข้าสู่สถานะนับถอยหลังสู่การหายไป ดังนั้นจึงต้องรีบไปยังห้องโถงต่างๆเพื่อเก็บของมีค่าออกไปให้หมด
“ชิ แอนเดอร์สัน แกนะแก”
อาวุธระดับ 9 ที่อยู่บนรูปปั้นหายไปมากกว่าครึ่งหลังจากถูกน้ำซัดไหลทะลักไปตามทางเดินต่างๆ ไม่รู้ว่าพัดปลิวไปไกลแค่ไหน เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่สามารถออกตามหาอาวุธระดับ 9 ให้ครบทุกอย่างได้ นายน้อย 4 จึงรีบวิ่งไปยังห้องโถงหลักที่ตระกูลบอกให้ไปสำรวจที่นั่นให้ได้ก่อนที่ปราสาทจะหายไป
—------------------------
“นั่นใคร!”
เสียงร้องตะโกนจากทหารจำนวน 10 คนร้องตะโกนลั่น หลังจากสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างอยู่ด้านหลัง ทันทีที่เงาสีดำเดินออกมาจากมุมทางเดินทุกคนก็เริ่มตะลึงงันเพราะคนที่ปรากฎตัวคือแอนเดอร์สัน นายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่พวกเขารู้จัก
“พวกแกถูกสั่งให้ไปยังห้องเก็บสมบัติของปราสาทหลังนี้สินะ เอาล่ะเรามาคุยกันหน่อยไหม”
เปาะ!
นิ้วทั้งสองส่งเสียงดีดดังก้องไปทั่วทางเดิน ทันใดนั้นเองทหารทั้ง 10 ต่างก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จู่ๆร่างกายของทุกคนก็หยุดนิ่งอย่างกับกลายเป็นหิน เมื่อรู้ว่านายน้อยแอนเดอร์สันใช้คำสาปกับพวกเขาในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีทหารทั้ง 10 คนก็เริ่มกรอกตามองจ้องกัน
อรึก!
ยาพิษที่อยู่ภายในปากกลืนลงไปในท้องอย่างรวดเร็ว การถูกคำสาปทรมานมากกว่ากลืนยาพิษ ทุกคนจึงพร้อมใจกันกลืนยาพิษลงไปป้องกันการถูกทรมาน แอนเดอร์สันที่ใช้สเต็ปดวงดาวและเวทย์เสริมความเร็ววิ่งไล่ตามหาพี่ชายจนมาเจอเข้ากับทหารทั้ง 10 นี้เองนั้น เขาก็เริ่มฉีกยิ้มให้พวกมันในทันที การกลืนยาพิษของทหารตรงหน้าทำให้เขาสนใจมากยิ่งขึ้นว่าพี่ชายมาทำอะไรที่นี่ ทหารเหล่านี้ถึงพยายามฆ่าตัวตายเพื่อหนีการสอบถาม
วูป!
เวทย์รักษาและเวทย์ชำระล้างพิษเปิดใช้งานผ่านเวทย์ธาตุแสงระดับ 8 ภายใต้ร่างของทหารที่กำลังชักกระตุกอยู่บนพื้นนี้เองพวกมันต่างพากันตะลึงเมื่อความเจ็บปวดชั่วครู่ที่ได้รับก่อนจะตายหายไป ไม่เพียงเท่านั้นพวกมันยังสัมผัสได้ถึงความสดชื่นแจ่มใสจึงหันมองแอนเดอร์สันด้วยความกลัวหลังจากรู้ว่าอีกฝ่ายสามารถใช้เวทย์ธาตุแสงระดับ 8 ในการรักษาได้ จากเดิมคิดจะตายเพื่อไม่ให้ถูกทรมาน ตอนนี้การทรมานที่พวกมันไม่อยากเจอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเพราะอีกฝ่ายใช้เวทย์รักษาได้
“เอาล่ะ บอกมาว่าพวกแกมาทำอะไรที่นี่”
หนึ่งในคำสาปของแอนเดอร์สันพุ่งเข้าไปในหัวของทหารทั้ง 10 จนร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะไม่สามารถต้านทานคำสาปที่กำลังบังคับให้พวกมันพูดความจริง
“พวกเราได้รับคำสั่งให้เดินทางไปยังห้องโถงที่ 3 เพื่อเก็บสมบัติและนำตะเกียงไฟจากห้องโถงที่ 3 ไปยังปลายทาง”
“ที่ไหนคือปลายทาง”
แผนที่แผ่นหนังนำออกมาจากแหวนเก็บของก่อนที่ทหารจะชี้นิ้วไปยังปลายทางที่หมายถึง แอนเดอร์สันตะลึงเล็กน้อยหลังจากเห็นแผนที่ในมือทหาร มันเป็นแผนที่ที่ละเอียดพอสมควร แม้มันจะไม่ได้บอกเกี่ยวกับจุดที่วางกับดักเอาไว้ก็ตาม แต่แผนที่ที่สามารถทำให้เดินไปตามเส้นทางเขาวงกตได้ถูกต้องก็นับว่าน่ากลัวไม่น้อยเพราะมันสามารถนำทางไปยังตำแหน่งห้องที่ไม่มีลมพัดผ่าน
“พวกแกได้แผนที่นี้มายังไง”
“นายน้อย 4 ให้พวกเรามา” แอนเดอร์สันอยากรู้มากยิ่งขึ้นว่าตระกูลคาสโตรได้แผนที่นี้มาอย่างไร จากการได้คุยกับพี่ 4 เพียงสั้นๆทำให้เขารู้ว่าตระกูลคาสโตรเคยเจอปราสาทหลังนี้มาก่อนแล้ว มันไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเพราะสามารถแทรกเข้าไปในเกทใดเกทหนึ่งด้วยวิธีการสุ่ม ครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่ตระกูลคาสโตรส่งคนเข้ามาสำรวจ
“มีใครรู้เกี่ยวกับเกทนี้ไหม”
ทหารส่ายหน้า พวกมันไม่รู้เกี่ยวกับที่นี่เลย เป็นครั้งแรกในการเข้ามาในปราสาทนี้
“แล้วรู้ไหมสิ่งที่พี่ชายฉันใช้งานมันคืออะไร”
แอนเดอร์สันถามถึงลูกบาศก์ในมือพี่ชายตนเอง เขาอยากรู้ว่ามันคืออะไรถึงสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางและสิ่งก่อสร้างในปราสาทหลังนี้ได้ การที่เขาหลุดออกมาจากห้องโถงเก็บอาวุธก็เพราะพี่ชายของตนเองใช้อุปกรณ์แปลกๆ
“เราไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร นายน้อย 4 ไม่ได้พูดถึงมัน เรารู้เพียงแค่ว่ามันสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางภายในสถานที่แห่งนี้ได้”
“หมายความว่ามันสามารถทะลุไปยังเส้นทางที่ถูกต้องได้”
“ใช่ แต่พลังของมันมีข้อจำกัด การปรับเปลี่ยนไม่สามารถใช้กับพื้นที่ปราสาทแห่งนี้ได้ทั้งหมด มันจะมีเพียงบางจุดเท่านั้นที่สามารถใช้งานอุปกรณ์ในมือของนายน้อย 4 ได้”
แอนเดอร์สันสนใจสิ่งที่อยู่ในมือของพี่ 4 หากเขาอยากจะฆ่าพี่ให้ได้ การทำลายสิ่งนี้จะเป็นหนึ่งในหนทางที่จะทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้น การที่พี่ของเขาสามารถควบคุมกลไกลับบางอย่างและสามารถควบคุมทางเดินได้ เขาแทบจะกลายเป็นหนูในกรงที่ถูกสับเปลี่ยนกรงไปมาตามใจเจ้าของ
“แล้วมีใครรู้ไหมว่าพี่ 4 เขาต้องการอะไรในนี้”
“ไม่มีใครรู้ ทุกคนรู้เพียงแค่ว่าเมื่อไปถึงปลายทางก็จะรู้คำตอบนั้น”
แอนเดอร์สันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย จากเส้นทางที่เขาอยู่และปลายทางไกลกันพอสมควร ไม่เพียงแค่วิ่งไปตามแผนที่เท่านั้นเขายังต้องหลบหลีกและทำลายกับดักอีก จึงทำให้เขาต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะไปถึง
ฉัวะ!
ทหารทั้ง 10 ตกตายในทันทีหลังจากที่แอนเดอร์สันสะบัดมือปลดปล่อยคมมีดสายลมออกไปไม่เพียงแค่ฆ่าแอนเดอร์สันยังต้องทำลายหลักฐานเช่นกันเขาจึงใช้คำสาปกัดกร่อนทุกๆอย่างจนกลายเป็นฝุ่นผง
การปล่อยทหารเหล่านี้ให้รอดไปได้สำหรับแอนเดอร์สันถือเป็นเรื่องผิดพลาด นี่เป็นโอกาสเล่นงานพี่ 4 ด้วยแผนที่พี่หลายคนคิดได้เช่นกัน
การที่ทุกคนเป็นหัวหน้าแม้จะทำให้รอดจากการถูกสั่งให้ไปตาย ด้วยการใช้อำนาจของหัวหน้าในการขัดแย้งคำสั่ง แต่มันก็มีความเสี่ยงหนึ่งที่ทุกคนจะต้องรับคือ การถูกพี่น้องเล่นงานด้วยข้อหา ไม่สามารถดูแลทหารในหน่วยได้ การที่ทหารในหน่วยของนายน้อยสกอร์เปี้ยนส์แต่ละคนตาย มันจึงส่งผลต่อพวกเขาในอนาคตหากมีการเข้าทำงานกับสหพันธ์ การเลื่อนตำแหน่ง การมอบรางวัล หรือการเชิดชูเกียรติต่างๆจะเป็นไปได้ยาก
การมีผู้ใต้บังคับบัญชาตายไปเป็นจำนวนมาก จะกลายเป็นเหมือนห่วงที่คอยล็อกคอนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ทุกๆคน ดังนั้นนายน้อยแต่ละคนจึงให้ความสำคัญกับคนของตัวเองจนใช้ลูกเล่นเพื่อเปลี่ยนทหารให้กลายเป็นคนของตระกูลใหญ่หรือกลุ่มอำนาจที่หนุนหลังตัวเองทั้งหมด
ผิดจากแอนเดอร์สันที่ถูกสับเปลี่ยนคนในหน่วยให้เป็นคนของพี่ชายเขา ที่ไม่รู้ว่าการส่งมาอยู่กับแอนเดอร์สันคนเหล่านั้นจะถูกใช้เป็นเบี้ยให้ตาย
ทว่าแอนเดอร์สันกลับไม่สามารถถูกเล่นงานด้วยข้อกล่าวหาเหมือนพี่ชายได้ เนื่องจากว่าเขาแกล้งสอบตกในการเป็นหัวหน้า จึงไม่ต้องรับผิดชอบในการตายของทหาร แม้คนในหน่วยของเขาจะตายไปทั้งหมดก็ตาม ความผิดจะไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของผู้นำหน่วยเอทไนน์ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เนื่องจากตอนที่เจอกับพี่ 4 เขาเป็นคนส่งหัวหน้าออกไปจากห้อง
“พี่ 4 ต้องการตะเกียงสินะ งั้นก็เก็บมันไปด้วยเลยก็แล้วกันเผื่อเราจะแย่งของดีได้จากปลายทางของแผนที่”
แอนเดอร์สันเปิดใช้งานความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ด้วยการใช้เวทย์ก้าวย่างเทพธิดาพาตัวของเขาพุ่งไปตามทางเดิน อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกตลกขบขัน หลังจากรู้ว่าฉายาผู้ที่โชคเข้าข้างกำลังทำงาน
กับดักที่ควรจะขัดขวางไม่ให้เขาเดินผ่าน บางจุดมันไม่มีการทำงานเลยสักนิดเดียว บางจุดเกิดความขัดข้องจนเขาสามารถผ่านไปได้ แอนเดอร์สันที่รู้ว่าตัวเองสามารถวิ่งเต็มกำลังไปตามทางเดินได้โดยไม่ต้องสนใจสิ่งอื่นใดเลยจึงมุ่งหน้าไปตามแผนที่และใช้สายลมนำทางตรวจหาคนของพี่ 4 ที่ได้เดินออกจากห้องโถง
“ใคร!”
เสียงร้องตะโกนดังก้องไปตามทางเดิน แอนเดอร์สันที่ปรากฎตัวออกมาจากความมืดทำให้ทหารอีกกลุ่มเบิกตากว้าง เมื่อคนที่เดินทางมาหานั้นไม่ใช่มอนสเตอร์หรือสิ่งลี้ลับภายในปราสาทแห่งนี้
“แอนเดอร์สัน”
“ใช่ ฉันเอง ไหนล่ะตะเกียง”
ทุกคนตกใจตื่นเมื่อแอนเดอร์สันเอ่ยถึงตะเกียง เขาที่มองเห็นดวงตาของทุกคนผ่านหมวกเกราะแอนเดอร์สันจึงดีดนิ้วส่งคำสาปโจมตีทหารจนพวกมันค่อยๆนำของมีค่าออกมาวางให้กับเขา
“พวกแกรู้ไหมว่าสิ่งนี้คืออะไร”
แอนเดอร์สันถามถึงตะเกียง เขาอยากรู้ว่ามันไว้ใช้สำหรับประกอบพิธีอะไร ทหารกลับไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไรได้ แอนเดอร์สันจึงถามต่อกระทั่งทหารกลุ่มนี้ไม่รู้อะไรเหมือนกลุ่มก่อนหน้าที่ฆ่าไป เขาจึงสังหารและทำให้พวกเขากลายเป็นฝุ่นผงป้องกันการเก็บชิปบันทึกในชุดเกราะกลับไปตรวจสอบ จากนั้นเขาก็พุ่งตัวต่อไปเพื่อเก็บตะเกียงอีก 2 อัน
—-------------------------
“ ชิ กับดักระดับ 10”
นายน้อย 4 สบถออกมาด้วยความไม่พอใจ การเดินทางของเขาต้องเจอเข้ากับกับดักมากมาย ยิ่งเข้าใกล้ปลายทางของแผนที่เขาก็ยิ่งพบกับดักที่ระดับสูงขึ้นไป แม้จะก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปแล้วก็ตาม พลังทำลายของกับดักระดับ 10 ยังคงสร้างความเสียหายให้มันได้จึงต้องพยายามปลดล็อก แม้จะมีลูกบาศก์ภายในมือเพื่อใช้ควบคุมสิ่งต่างๆภายในปราสาทแห่งนี้ แต่สำหรับกับดักระดับ 10 กลับต่างออกไป ด้วยพลังของอุปกรณ์เวทย์ในตอนนี้มันไม่สามารถควบคุมที่นี่ได้ทั้งหมดจึงจำเป็นต้องใช้พลังของตัวเองในการก้าวผ่านกับดักไปให้ได้
—----------------------
ฉัวะ!
ทหารกลุ่มสุดท้ายที่เดินทางมากับนายน้อย 4 ถูกฆ่าตายกลายเป็นฝุ่นผง แอนเดอร์สันที่ค้นตัวของพวกมันจนเจอตะเกียงที่ใช้ในพิธีกรรมบางอย่างในห้องโถงปลายทางที่เป็นจุดหมายของคนเหล่านี้ เขาจึงรีบพุ่งตัวไปยังปลายทางเพราะตอนนี้เขาเก็บตะเกียงครบแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกตามหาสิ่งใดอีกเพราะของดีคือของที่พี่ 4 ต้องการ