ข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับสะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉินได้ดังไปทั่วเมือง แม้จะมิใช่ความผิดของจวนโหวแต่ทุกคนในตระกูลโหวต่างมิได้นิ่งนอนใจ
“อี้เออร์พรุ่งนี้เจ้านำโสมนี่ไปให้สะใภ้ใหญ่เฉินพร้อมทั้งพาว่าที่ภรรยารองของเจ้าไปขอโทษนางซะ”
“ขอรับท่านพ่อ”
“จำไว้ว่าอย่าให้ท่านเสนาบดีต้องไม่สบายใจ”
“แต่อีกไม่นานบ้านหมิงเออร์ก็จะแยกจาก….”
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องพูด ตอนนี้พวกเขายังมิได้จวนก็ต้องให้ความเคารพท่านเฉิน หากไม่แล้วล่ะก็เจ้าคิดหรือว่าบ้านภรรยารองของเจ้าจะได้ขึ้นมาตำแหน่งนี้ได้”
“เช่นนั้นทำไมตอนนั้นพวกเราไม่ขอคุณหนูสามเฉินกัน”
“เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่อยาก…แต่ทำไม่ได้ต่างหาก ทุกคนต่างรู้ว่าท่านเสนาบดีเฉินนั้นรักบุตรีมากเพียงใด หากตอนนั้นนางเลือกเจ้า…พวกเราจะเป็นเช่นตอนนี้หรือไม่ต้องพูดมากแล้วไปได้แล้ว”
“ขอรับท่านพ่อ”
หนิงเจิงอี้เดินออกไปอย่างหัวเสีย แม้เขาจะชอบท่าทีของเฉินลี่หมิงแต่ครั้งนี้ที่นางนำความเดือดร้อนมาให้ตระกูลเขานั่นทำให้เขารู้สึกไม่พอใจนางเป็นอย่างมาก อีกทั้งตอนนี้ครอบครัวของเขาก็ให้ลดนางเป็นเพียงภรรยารอง ดังนั้นชายหนุ่มจึงคิดหาสตรีที่เหมาะสมกับเขามากกว่านางในทันที
รถม้าจวนตระกูลเฉินที่เพิ่งเคลื่อนออกจากจวนได้ทำให้สองบุรุษผู้เดินทางมายังจวนตระกูลเฉินถึงกับต้องหันไปถามคนเฝ้าประตู
“วันนี้ข้านัดคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองของพวกเจ้าเพื่อเยี่ยมไข้สะใภ้ใหญ่ หรือว่านางมีนัดอื่น”
“มิได้ขอรับ นั่นคุณหนูสามขอรับ”
“แล้วนางไปไหนกัน”
“เห็นว่าออกไปรับยากับท่านหมอขอรับ”
“อ่อ”
ฝูเหวินห้าวและหนิงเจิงอี้พยักหน้ารับ แม้ทั้งสองจะมิได้ตั้งใจมาแต่เพราะหน้าที่จึงทำให้พวกเขาต้องมาเยี่ยมสะใภ้ใหญ่ในครั้งนี้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปสองสตรีผู้เป็นคู่หมั้นของพวกเขาได้ออกมาต้อนรับในทันที
“พี่ห้าว”
“พี่อี้”
สองบุรุษฝืนยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะมองหน้ากันแล้วเดินเข้าไปในด้านใน สองสตรีดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษที่ได้ยินว่าเฉินฟางซินไม่อยู่ พวกนางแอบกังวลเล็กน้อยหลังจากที่บิดาของพวกนางพูดถึงผลจากการแยกบ้านในครั้งนี้ แม้ว่าจะมิสามารถแก้ไขอันใดจากความใจร้อนของพวกนางและมารดา แต่การหมั้นในครั้งนี้จะยกเลิกไม่ได้ ดังนั้นพวกนางจึงพยายามเอาใจสองบุรุษผู้เป็นคู่หมั้นอย่างถึงที่สุด
“ตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่กำลังพัก ข้าได้ให้คนไปแจ้งแล้ว เช่นนั้นพวกเราไปทักทายท่านพ่อก่อนค่อยไปเยี่ยมนางดีหรือไม่”
“ได้”
ทั้งสี่เดินไปยังโถงใหญ่ของเรือนเพื่อทักทายบิดาของสตรีทั้งสองส่วนเฉินซีฮันและเฉินไฉ่หงนั้นยังมิกลับจากงาน
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเราไปเยี่ยมพี่สะใภ้ใหญ่กันเถอะเจ้าค่ะ”
จนเมื่อพูดคุยทักทายกันพอสมควรแล้ว เฉินเจียวอวี่ได้เอ่ยขึ้นนั่นทำให้ฝูเหวินห้าวถึงกับยกยิ้ม ด้วยเขานั้นยังไม่หายสงสัยในเรื่องนี้
“ก็ดี”
ทั้งสี่พร้อมด้วยบ่าวรับใช้ได้เดินตรงไปยังเรือนของเฉินไฉ่หงที่เป็นที่พักของสองสามีภรรยา เสียงฝีเท้าที่เดินไปนั้นมิได้เร่งรีบแต่กลับเหมือนจะไปจับผิดเสียมากกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องเฉินลี่หมิงได้ไปปรึกษาเฉินเจียวอวี่ถึงเรื่องนี้ พวกนางจึงคิดว่านี่คงเป็นแผนใส่ร้ายของเฉินฟางซินเป็นแน่ จนเมื่อไปถึงเรือนกลับพบเพียงเซียวอวี้ที่มายืนรออยู่หน้าเรือน
“คุณชายฝู คุณชายหนิง คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองตอนนี้ฮูหยินน้อยไม่สบาย ไม่สะดวกให้เข้าพบเจ้าคะ”
คำพูดนี้ของเซียวอวี้ได้ทำให้สองสตรีมองหน้ากันก่อนจะหันไปพยักหน้าให้บ่าวรับใช้คนสนิทของตน
“ข้าไม่เชื่อหรอก พวกเจ้าจับมันไว้ข้าจะเข้าไปดูว่าพี่สะใภ้ใหญ่ป่วยจริงหรือไม่”
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านหมอห้ามมิให้ฮูหยินน้อยโดยลมหรืออากาศอย่างฉับพลัน มิเช่นนั้นอาการจะทรุด”
แม้จะได้ยินคำเตือนแต่สตรีทั้งสองกลับมิได้สนใจ ต่างจากสองบุรุษที่มีความอยากรู้อยากเห็นจึงมิได้ห้าม เซียงอวี้ถูกบ่าวของเฉินเจียวอวี่และเฉินลี่หมิงจับไว้ก่อนที่คุณหนูของพวกเขาจะเปิดประตูเข้าไป
“ปัง”
เสียงประตูเปิดอ้าออกอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงกระทบกันเสียงดัง ร่างของสองสตรีค่อย ๆ เดินเข้าไปพร้อมกับสองบุรุษทิ้งบ่าวรับใช้ไว้ด้านหลัง
“ทำไมห้องถึงได้ตกแต่งแปลก ๆ เช่นนี้”
ผ้าขาวบางถูกแขวนเป็นชั้น ๆ รอบ ๆ เตียง หากนับ ๆ ดูแทบจะถึงสิบชั้นนั่นทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงไม่สามารถมองเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ใดที่นอน
“พี่สะใภ้ใหญ่ข้ามาเยี่ยมท่าน”
เสียงเฉินเจียวอวี่เอ่ยขึ้นก่อนจะค่อย ๆ แง้มผ้าขาวบางชั้นแรกขึ้น แต่ยังมิทันที่มือของนางจะแง้มผ้านั้นกลับถูกมือใหญ่กระชากออกจนล้ม
“โอ๊ยย”
หญิงสาวร้องออกมาก่อนจะหันไปมองว่าเป็นผู้ใด ทันทีที่สบตาคมนั้นหญิงสาวถึงกับหน้าซีดด้วยตอนนี้ใบหน้าของเฉินไฉ่หงอีกทั้งสายตาของเขานั้นพร้อมจะจัดการทุกคนที่เข้าใกล้ภรรยาของเขา
“แค๊ก ๆ”
เสียงที่ดังมาจากด้านในได้ทำให้ใบหน้านั้นเปลี่ยนไป ชายหนุ่มได้หันไปทางโม่อวี้
“เจ้าดูคนพวกนี้ไว้อย่าให้เข้าไปรบกวนนาง ข้าจะเข้าไปดูโม่เออร์”
“ขอรับ”
“ให้คนจัดการบ่าวที่จับตัวเซียวอวี้ด้วย”
“ขอรับ”
คำสั่งของเฉินไฉ่หงนั้นทำให้คุณหนูใหญ่และคุณหนูรองมิกล้าแม้แต่จะส่งเสียง เพียงชั่วอึดใจเสียงร้องขอชีวิตได้ดังขึ้นจากการถูกลงโทษของบ่าวรับใช้ของทั้งสองคน ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่เขาได้เดินไปด้านข้างที่มีฉากกั้นก่อนจะเปลี่ยนชุดใหม่แล้วเดินผ่านผ้าขาวบางทีละชั้น ๆ จนถึงด้านในสุด
“ท่านพี่”
“โม่เออร์”
ทั้งสองสวมกอดกันแม้จะเป็นเพียงเงาร่างที่ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจน แต่ทุกคนก็มั่นใจว่ามีสตรีอยู่ด้านในจริง ๆ ฝูเหวินห้าวถึงกับไม่อยากจะเชื่อสายตาด้วยว่าตอนนี้มีสตรีอยู่กับเฉินไฉ่หงทั้ง ๆ ที่โม่อวี้ก็ยืนอยู่ด้านข้าง