หลังจากเรื่องของสุสารโบราณจบลงหยางจื่อก็กลายเป็นตัวตนที่ถูกเคารพและนับถือจากคนมากมายด้วยอายุ18 ปีกลับทะลวงสู่ปราณราชันขั้นที่ 1 ได้ในประวัติศาสตร์อาณาจักรฉินไม่เคยมีมาก่อน
หยางจื่อที่กลับมาอยู่ที่สำนักอู่เสียด้วยการรับสั่งสอนอย่างหนักจากหญิงสาวชุดขาวทำให้หยางจื่อสามารถใช้พลังที่อยู่ในเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ได้ดียิ่งขึ้น
"ดีมากในที่สุดเจ้าก็สามารถใช้ปราณมังกรได้เเล้ว " เสียงของหญิงสาวชุดขาวกล่าวดังอยู่ในห้องความคิดของหยางจื่อ
"ในที่สุดข้าก็ทำได้สักทีรู้สึกเจ็บบปวดเส้นลมปราณมาโดยตลอดการฝึกนี้มันชั่งทรมานจริง ๆ"หยางจื่อกล่าวอย่างอ่อนแรง
"ปราณมังกรไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดาหรอกนะผู้ที่ถูกปราณมังกรโจมตีจะทำให้สภาวะจิตใจของคนผู้นั้นราวกำลังยืนตรงหน้าของมังกรที่แท้จริงอยู่และปราณมังกรยังช่วยให้เจ้าสามารถต่อสู้กับผู้คนที่มีระดับสูงกว่าเจ้าได้อีกด้วยแต่ปราณมังกรของเจ้ายังอยู่แค่ระดับ 1 เท่านั้นซึ่งยังอ่อนแออยู่"หญิงสาวชุดขาวอยู่
"ยังมีขั้นอื่นอีกอย่างงั้นรึ" หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงปวดร้าว
"แน่นอน ปราณมังกรถือเป็นทักษะเฉพาะของผู้ที่มีเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ซึ่งทักษะนี้มีด้วยกัน 10 ขั้นแต่ละขั้นจะทำให้เจ้ามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลอย่างเช่นถ้าเจ้าบรรลุขั้นที่3 ของปราณมังกรได้เจ้าก็สามารถต่อสู้กับคนที่อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่1 ได้อย่างสบายๆ" หญิงสาวชุดขาวกล่าว
หยางจื่อรู้สึกตื่นเต้นและหดหู่ในเวลาเดียวกันเพราะหลังจากที่ฝึกฝนมานานหยางจื่อก็พึ่งจะบรรลุระดับ1 แถมการฝึกนั้นจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง
และแล้ว2 เดือนก็ผ่านไปก็ถึงเวลาของการคัดเลือกรุ่นเยาว์ที่จะไปแข่งขั้นที่ยิ่งใหญ่ระดับทวีปมีชื่อว่า การประลองศักดิ์สิทธิ์
การประลองแห่งนี้จะถูกจัดขึ้นที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์และแต่ละทวีปจะส่งรุ่นเยาว์ที่อายุไม่เกิน25 ปีเข้าร่วมการประลองนี้และรางวัลของผู้ที่ได้อันดับดี ๆนั้นยั่วยวนอย่างมากอย่างเช่นผู้ที่ได้อันดับที่1 จะได้เข้าไปฝึกฝนในพื้นที่พิเศษเป็นเวลา 1 เดือนซึ่งเป็นสถานที่รุ่นเยาว์ทุกคนปรารถนาเพราะในพื้นที่พิเศษนั้นสามารถประหยัดเวลาในการฝึกได้เช่นเข้าไปฝึกในนั้น 1 เดือนก็เทียบเท่ากับฝึกข้างนอกปกติ 1ปี
ในตอนนี้เองที่รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของอาณาจักรฉินต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่วังหลวงของอาณาจักร
"การคัดเลือกในปีนี้ได้มีอาณาจักรชางเย่เป็นเจ้าภาพในการคัดเลือกรุ่นเยาว์โดยมีทูตจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์มาเป็นผู้คัดเลือดกด้วยตนเอง"จักรพรรดิฉินกล่าว
หลายๆคนที่ได้รับข่าวจากจ้าวสำนักของตนเองเเล้วก็ไม่ได้เอะใจอะไรพวกเขาได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น
"เอาละพวกเราจะเดินทางโดยสัตว์อสูร การเดินทางครั้งนี้เราต้องผ่านเส้นทางของป่ามรณะซึ่งเป็นป่าที่อันตรายอย่างมากเพราะงั้นต้องระวังตัวให้มาก"
หลังจากที่จักรพรรดิฉินกล่าวรุ่นเยาว์ของแต่ละคนก็ขึ้นไปบนสัตว์อสูรที่แต่ละสำนักเตรียมไว้ให้หยางจื่อเองก็นั่งบนนกนางนวนขนแดงของโม่หงเย่และมู่โหลวเองก้นั่งอยู่ด้วยเช่นกันส่วนทางด้านคนอื่นจะนั่งอยู่กับเฉินฝ่านบนหลังของนกอินทรีย์ยัก
ตลอดการเดินทางพวกหยางจื่อจะหยุดพักเป็นระยะๆเพราะสำหรับรุ่นเยาว์ที่ต้องใช้พลังปราณของตนเพื่อต่อต้านแรงลมทำให้พวกเขารู้สุกเหนื่อยง่ายต่างกับหยางจื่อที่นั่งฝึกฝนปราณมังกรอยู่
ในตอนนี้เองที่พวกหยางจื่อพักอยู่ที่ป่ามรณะซึ่งเป็นปาที่มีสัตว์อสูรปราณจักรพรรดิขั้นสูงอาศัยอยู่หยางจื่อที่ได้พาเสี่ยวหงไปล่าสัตว์อสูรที่อยู่ปราณราชันขั้นต้นเพื่อทำให้เสี่ยวหงวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น
"ตูม!!!"
"ฟ่อ!!!!!"
หยางจื่อและเสี่ยวหงต่างก็ร่วมมือกันจัดการหมีเกาะศิลาที่อยุ่ปราณราชันขั้นกลางได้สำเร็จทำให้เสี่ยวหงรู้สึกตื่นเต้นและรีบเขมือบหมีเกาะศิลาไปทั้งตัวหยางจื่อที่ยืนดูการกระทำของมันก็ถึงกับพูดไม่ออก
"เจ้างูนี่มันจะตระกะไปใหน" หยางจื่อกล่าวพรางส่ายหัว
แต่ในตอนนั้นเองก็มีเสียงคำรามที่ทรงพลังดังออกมาจากส่วนลึกของป่ามรณะหยางจื่อสั่นสะท้ายและรีบไปรวมกลุ่มกับจักรพรรดิฉินในทันที
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!!" หยางจื่อกล่าวถาม
"ไม่มีอะไรอาจารย์ของเจ้าไปทดสอบพลังของนางกับวานรขนทองที่อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นกลางหนะ"เฉินฝ่านกล่าว
"นั่นเสี่ยวหงไปกินอะไรมาทำไมตัวของมันถึงได้อ้วนขนาดนี้"มู่โหลวกล่าว
"ข้าพามันไปล่าหมีเกาะศิลามาหนะแต่เจ้านี่ดันตระกะกินหมีเกาะศิลาไปทั้งตัว"หยางจื่อกล่าว
"นี่เจ้าสามารถสังหารสัตว์อสูรปราณราชันขั้นกลางได้เเล้วรึ"จักรพรรดิฉินกล่าวด้วยความแปลกใจ
"ถ้าข้าคนเดียวก็คงจะยากแต่ได้เจ้าเสี่ยวหงคอยหลอกล่อให้ทำให้ข้าหาช่องวางสังหารมันได้"หยางจื่อกล่าว
"จะว่าไปสัตว์อสูรของท่านนั้นหล้ายกับมีขาและมืองอกออกมาเเล้วนะ"ฉินหมิงเยี่ยกล่าว
"อืมเหมือนว่าอสรพิษตัวนี้จะมีสายเลือดที่พิเศษอยู่สินะ"จักรพรรดิฉินกล่าวด้วยความสนใจ
"จากข้อมูลที่หอประมูลทุ่งสว่างของของพวกเรารวบรวมมา อสรพิษตนนี้มีสายเลือดของมันใหลเวียนอยู่อย่างแน่นอน"เอี่ยฮวากล่าว
"โฮ่แบบนี้มันก็เป็นสัตว์อสูรหายากหนะสิ" เฉินฝ่านกล่าว
"แน่นอนสัตว์อสูรที่มีสายเลือดของสัตว์เทวะแม้เพียงน้อยนิดก็ถือเป็นสัตว์อสูรที่ล้ำค่าและทรงพลัง"เอี่ยฮวากล่าว
"ตูม!!!"
ในตอนนั้นเองเสียงของการต่อสู้ของโม่หงเย่และวานรขนองก็จบลงโม่หงเย่ที่กลับมาพร้อมกับแกนอสูรของวานขนทองทำให้เเววตาของเสี่ยวหงลุกวาวมันรีบไปหาโม่หงเย่และแสดงแววตาอ้อนวอนขอแกนอสูร
"เจ้านี่!!!!!"
หยางจื่อถึงกับพูดไม่ออกแต่เมื่อโม่หงเย่มอบแกนให้กับเสี่ยวหงเเล้วเสี่ยวหงก็กินมันเข้าไปในทันทีในตอนนั้นเองที่ขนาดของเสี่ยวหงก็ใหญ่ขึ้นเกล็ดที่ตัวของเสี่ยวหงเองก็ใหญ่ขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเท้าที่งอกออกมาอย่างเห็นได้ชัดและปีกทั้งสองกกางออกมา
"โฮกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เสี่ยวหงคำรามออกมาด้วยความตื่นเต้น
-------------------------------------------------------------------------------------