ณ ตึกแอมไพร์รัชดา
โยชิได้ทำการซื้อตึกออฟฟิตแห่งนี้เอาไว้ทั้งหมด แล้วมาดัดแปลงทำเป็น
ออฟฟิตส่วนตัวแค่ชั้นเดียว มีบอดี้การ์ด อยู่ ห้าสิบคน คอยรักษาความปลอดภัย ด้านบนมีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
ตอนนี้โยชิอยู่ชั้นบนสุด ด้านในมีห้องกระจก มีเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่หลายตัว มีแหล่งสำรองพลังงานเอาไว้ 24 ชม. โยชิกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ รอบๆ มีภาพเฮโลแกรมใบหน้าคนมากมายวิ่งไปมา และมีภาพของหมู่บ้านมูเซอที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ มีการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคาร ของคนมากมาย มีภาพสัญญาณมือถือ ออกมาเป็นตัวหนังสือการสนทนา อยู่มากมาย
“ ตอนนี้เราได้ประวัติคนร้ายทั้งห้าคนแล้วค่ะ นายท่าน” เสียงคอมพิวเตอร์เหมือนกับผู้หญิงดังขึ้นมา
“ ดีมากมิกิ ตรวจสอบเส้นทางการเงินของพวกมันทั้งห้าคน และ การใช้โทรศัพท์ของพวกมันอย่างละเอียด”
“ ค่ะ นายท่าน” คอมพิวเตอร์มีชื่อว่า มิกิ รับคำสังทางเสียง แล้วรีบประมวลผลทันที สักพักก็มีเสียงมิกิบอกมาว่า
“ มีเจ้าหน้าไอทีของรัฐ ตรวจจับได้แล้ว ว่าเรากำลังล้วงข้อมูลทางมือถือโดยไม่ได้รับอนุญาต จะให้มิกิทำอย่างไรดีคะ”
“ ย้าย ไอพีแอดเดรส ไปที่เกาะกวม ให้พวกเขาไปตรวจสอบที่นั่น”
“ ได้เลยค่ะ นายท่าน”
เวลาผ่านไปสักพัก มิกิก็ตรวจสอบเสร็จแล้ว
“ พวกเขาถูกว่าจ้างโดยชาวโปรตุเกส ชื่อว่า นายฟิลิป โตนินโญ่ ตอนนี้เป็นซีอีโอ เจ้าของสัมปทานน้ำมันหลายแห่งที่เมียนมาร์”
“ มันจะเอาพระแก้วเพชรไปทำไม มันนับถือ คริสต์ไม่ใช่รึ?”
“ ไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ แต่ว่านายฟิลิป โตนินโญ่คนนี้เป็นผู้สนันสนุนคนหนึ่งใน การประกาศตัวตั้งรัฐใหม่ เป็นประเทศคองบองแลนด์ ของพระเจ้ามังระ ที่มีนายพลจางเฟยหนุนหลังอยู่ค่ะ”
“ ส่งข้อมูลพวกนี้ไปให้ ไอ้จรเพื่อนฉัน”
“ ค่ะ นายท่าน”
ในขณะที่โยชิ สั่งการอยู่นั้น ก็มีนักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อน ได้วางกำลังนับร้อย เพื่อจับตัวเขากลับไปเกาหลี เป็นๆ
แต่ว่า โยชิรู้แล้วว่ามีคนกำลังเข้ามาหาเขาทึ่ตึกเอมไพร์รัชดา ทั่วทุกทิศทาง ตอนนี้พวกนักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อนแต่งกายชุดดำ มีทั้งอาวุธปืนครบมือ เข้ามาในตึกเรียบร้อยแล้ว กำลังจะขึ้นมาชั้นบนสุด ที่ตอนนี้ บอดี้การ์ดของโยชิ ได้มาอยู่ชั้นบนสุดเพื่อป้องกันโยชิ กันหมดแล้ว
“ พวกมันมากันกี่คน” โยชิถามมิกิ อย่างไม่เป็นกังวลใดใด
“ พวกมันมีสไนเปอร์และและพลปืนขีปนาวุธ อยู่รอบตึกของเรา ทั้งสี่ทิศบนตึก รวมแล้ว แปดคน ส่วนคนที่เข้ามาในตึกตอนนี้มีอยู่ 60 คน และยังมี เฮลิคอปเตอร์จอดอยู่ที่ตึกถัดไปอีกลำ คาดว่าจะจับตัวเจ้านายขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำนี้หนีไปค่ะ”
“ปล่อยน้ำพิษจัดการกับพวกมันที่เข้ามาในตึก ส่วนพวกที่เป็นอีแอบอยู่บนตึก ส่งโดรนพิฆาตไปจัดการกับมัน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นด้วย” โยชิสั่งการออกไปอย่างใจเย็น
“ ได้ค่ะนายท่าน”
นักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อนมากมาย แยกย้ายกันขึ้นลิฟท์ บ้าง บันไดหนีไฟบ้าง
เพื่อจับโยชิให้ได้ แต่ว่า น้ำจากสปิรงเกิ้ล ก็ไหลออกมาตั้งแต่ชั้นที่6 เข้าไปในลิฟท์ บันไดหนีไฟ นักฆ่าที่โดนน้ำจากสปริงเกิ้ลเข้าไป ผิวหนังก็กลายเป็นตุ่มหนองใส แล้วค่อยๆ กัดกินเนื้อเข้าไปจนเหลือแต่กระดูก
สุดท้าย นักฆ่าทั้งหมดที่เข้ามาในตึกก็ตายเรียบ ส่วนพวกที่แอบซุ่มอยู่บนตึกทั้งสี่ทิศ ถูกโดรนพิฆาตปืนกล บินเข้าไปยิงเผาขน ตายคาที่ไม่อาจหลบหนีไปได้พ้นสักคนเดียว ส่วนเฮลิคอปเตอร์ ก็ถูกโดรนขีปนาวุธ ยิงเข้าใส่ไป 2 ลูก ระเบิดแหลกรานไป
“ ฉันจะไปพักผ่อนที่บาหลีสักพัก สมิทธ์ ช่วยเคลียร์สถานที่ให้ฉันด้วย”
“ ครับ นายท่าน”
โยชิเดินออกไปจากตู้กระจก พร้อมกับ หยิบแท็บเล็ต พาร่างที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ไปขึ้น เฮลิคอปเตอร์ที่บนดาดฟ้า ไม่สนใจซากศพคนร้ายพวกนี้แม้แต่น้อย
ขจรตื่นเช้ามาก็ได้รับรายละเอียด ที่มีทั้งพิกัดคนร้าย ชื่อ และความสัมพันธ์ของผู้ว่าจ้าง ยิ่งพอเห็นหน้านายฟิลิป โตนินโญ่ ทำให้นึกถึง นายฟิลิป เดอปรีโต ที่เคยเป็นทหารรับจ้างยะไข่ ที่เป็นผู้ปล้นเอา พระแก้วเพชรสีน้ำเงินมาได้ในอดีต
“ มันกลับมาเกี่ยวข้องกับ พระแก้วเพชรอีกครั้งจนได้”
ขจรตั้งใจว่า ให้พิธีศพหลวงตาแจ่มให้เสร็จสิ้นไปก่อน แล้วค่อยไปจัดการกับพวกมันให้สินซากไปเลยทีเดียว
พอมานั่งที่ร้านอาหาร ท่านชายภาสกรก็กำลังเปิดอ่านเอกสารบางอย่างแล้วก็ยิ้มให้ขจรแล้วพูดขึ้นมาว่า
“ ต่อไปเธอต้องเรียกฉันว่าท่านลุงแล้ว เธอคือสายเลือดนาคบดินทร์ที่สูญหายไปจริงๆ”
ขจรกำลังจะถาม แต่ท่านชายยื่นเอกสารผลตรวจดีเอ็นเอให้มา ขจรอ่านแล้วก็ได้แต่นิ่งไป
“ เสด็จอาหญิงดีใจมาก ท่านจะจัดงานเลี้ยง แต่พอนึกได้ว่า เธอยังจัดงานศพหลวงตาอยู่ คงไม่เหมาะ จึงได้แต่แจ้งผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้รับทราบเอาไว้ก่อน รอให้ผ่านงานศพหลวงตาแล้วค่อยหาเวลาจัดงานเลี้ยงเปิดตัว ให้ทุกคนได้รู้จักเธอ”
“ ถ้าเป็นอย่างนั้น แม่ของผมก็คือ ผู้หญิงที่ชื่อ สุรางคนางค์ใช่หรือเปล่าครับ”
“ ใช่ ฉันให้คนออกตามหาแม่ของเธอมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่มีข่าวของเธอเลย”
“ แม่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ แต่อยู่ที่โลกเซียนครับ”
“ จริงดิ แล้วเธอรู้ได้ยังไง?”
“ ท่านชายคชาธรมาเข้าฝันผมนานแล้ว ให้ผมช่วยตามแม่กลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่ ผมนี่ช่างโง่จริงๆ เลย”
“ ไม่เป็นไร เธอจัดการศพเสร็จแล้ว ก็ค่อยเดินทางไปรับแม่ของเธอกลับมาก็ได้ จะได้เลี้ยงฉลองพร้อมๆ กันเลย”
“ ครับ”
ขจรไม่รู้ว่าหน้าตาแม่ของตนเป็นอย่างไร แต่ในความฝันท่านชายคชาธรเคยบอกว่า ให้ดูที่กระจกมองดูหน้าตัวเอง แสดงว่าหน้าของตนคงจะเหมือนแม่มากแน่ๆเลย
วันนี้ขจรเข้าเรียนตามปกติ และเดินไปเยี่ยมไข้กับอาจารย์หมอธารินทร์กับเพื่อนๆ สิบคน
“ ขอบใจเธอมากเลยนะ ถ้าไม่ได้เธอ ไม่รู้ว่า อเล็กซ์จะเป็นอย่างไรบ้าง”
“ อเล็กซ์เขาโชคดีมากกว่า ที่อาจารย์เทียนหาตัวยาสำคัญนั้นได้ทัน แต่ว่าหากอเล็กซ์ ได้รับตัวยานั้นมาจาก รถขนถ่ายน้ำยาของรัฐบาล ผมเกรงว่า หากพวกเขานำน้ำยานั้นไปทดลองกับคน ผมเกรงว่า บ้านเมืองคงวุ่นวาย แน่ๆ”
“ หวังว่ารัฐบาลคงไม่ทำอย่างที่เธอคิดนะ”
อาจารย์หมอธารินทร์ก็เอ่ยด้วยความกังวลเหมือนกัน จนอาจารย์หมอ และ นักเรียนแพทย์สิบคนมาอยู่ที่หน้าห้อง คนไข้คนหนึ่ง เป็นเด็กน้อยวัย5 ขวบชื่อว่าอาลี
“อาลี เป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย ทีมแพทย์ที่รักษาบอกว่า เขาคงอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน ” อาจารย์หมอเปิดประตูเข้าไป พบเด็กน้อยแต่งกายด้วยชุดซูเปอร์แมน ศรีษะโล้น เดินลากขาที่เป๋ และแขนซ้ายที่ลีบหมดแรง เข้ามาหาอาจารย์หมอทันที
“ คุณอาหมอครับ เห็นพ่อของผมบ้างไหมครับ”
“ ไม่เห็นเลยมาวานก็ไม่มา เขาคงติดธุระมั๊ง”
“ ไม่นะ เมื่อคืนพ่อยังมาหาผมเลยนะครับ”
“ ถ้าเช่นนั้น เขาคงไม่ว่าง รอให้พ่อเขากลับมาจากทำงาน เขาก็จะมาหาอาลีแน่ๆ”
ตอนนี้ขจรไม่ได้ฟังหมอ กับ ชาลีพูดกัน แต่ยืนมองไปที่มุมห้อง เห็นวิญญาณพ่อของอาลียืนอยู่มุมห้อง น้ำตาไหลอาบแก้ม พยายามจะเดินเข้ามากอดอาลี แต่ไม่เป็นผล
“ วันนี้เรามาตรวจร่างกายกันก่อน ตอนนี้มองเห็นได้ทั้งสองข้างไหม”
“ เห็นได้ข้างเดียวครับ แต่บางทีก็มองไม่เห็นเลยทั้งสองข้างครับ”
“ อืม...ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวอาหมอจะให้พี่พยาบาลช่วยหยอดตาให้เผื่ออาการจะดีขึ้น แล้วแขนซ้ายนี่เป็นไงบ้าง”
“ ยกไม่ขึ้นแล้วครับ”
นักศึกษาแพทย์ได้ฟังเสียงของ อาลีที่ดูเข้มแข็งแล้วบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ค่อยเดินออกไปร้องไห้ด้วยความสงสารนอกห้อง
ขจรได้แต่ถอนหายใจ แล้วส่งกระแสจิตไปที่วิญญาณของพ่ออาลี
“ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
“ คุณ..สื่อสารกับผมได้”
ขจรได้แต่พยักหน้า
“ ผมอยากบอกเขา ว่าผมตายไปแล้ว แต่ก็กลัวว่า เขาจะรับไม่ได้”
“ เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่”
“ เมื่อวานตอนเช้า ผมได้รับข่าวดีจากหัวหน้าค่ายมวย บอกว่าจะมีแชมเปี้ยนมวยโลกMMA รุ่นเฟเธอร์เวท จะมาอุ่นเครื่องโชว์ ที่สนามมวยเดอะวินเนอร์ พอดีคู่ต่อสู้ของเขาป่วยกระทันหัน เลยหาใครชกด้วยไม่ได้ ในค่ายมีผมเพียงคนเดียวที่เคยชกมวยMMA มาก่อน จึงทำให้ผมได้มีโอกาสขึ้นชกในวันพรุ่งนี้ ปกติผมเป็นแค่นักชกก่อนเวลา ดังนั้นผมจึงรีบจะมาบอกลูก เพราะเขาอยากดูผมชกอีกครั้งก่อนที่จะไม่อยู่บนโลกนี้ เขารู้ครับ ว่าเขาจะอยู่ได้อีกไม่นาน” พ่ออาลีสะอึกสะอื้นเล่าต่อไม่ได้ ขจรไม่เร่งปล่อยให้เขาใจเย็นลงก่อน แล้วค่อยเล่าต่อ
“ ผมขับเท็กซี่ครับ นอกจากชกมวยก่อนเวลาแล้ว ผมก็จะต้องไปขับเท็กซี่เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดู อาลี พวกเรามีกันเพียงสองคน แม่เขาตายตอนคลอดอาลีออกมา
พ่อแม่ของผมกับแฟนก็เสียหมดแล้ว เราเลยเหลือกันสองคนเท่านั้น หลังจากได้รับข่าวดีแล้ว ผมก็จะรีบมาบอกลูกี แต่ว่า มีวัยรุ่นสามคน เหมารถผมไปที่อยุธยา โดยให้เงิน สองพัน ผมเองก็อยากจะได้เงินมาซื้อขนมเค๊ก ให้อาลี
พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเขาครับ ผมเลยตกลงไป แต่สุดท้าย พวกมันใช้มีดปาดคอผม แล้วจับผมยัดใส่กระสอบแล้วยัดหินถ่วงศพผมลงไปในแม่น้ำป่าสัก ผมตาย ผมตายไปแล้วครับ... อาลีลูกพ่อ... พ่อขอโทษที่ไม่ได้ชกมวยให้ลูกดูครั้งสุดท้าย ผมเป็นพ่อที่แย่มากเลยใช่ไหม”
“ ผมจะช่วยรักษาเขาเอง และพรุ่งนี้เขาจะได้เห็นพ่อเขาชก บนเวทีมวยอย่างแน่นอน
ผมสัญญา”
“ ว่าไงนะ รักษาอาลีได้ด้วยเหรอ แล้วๆ ผมจะขึ้นไปชกได้อย่างไร ในเมื่อผมตายไปแล้ว”
“ เล่าประวัติคุณมาให้ผมฟังโดยละเอียดก็พอ”
ขจรพอได้รับฟัง ประวัติจนละเอียด อาจารย์หมอก็พูดคุยกับ อาลีเสร็จพอดี
ขจรรอให้ทุกคนกลับไปก่อน แล้วก็กลับเข้ามาอีกครั้ง แล้วบอกกับ อาลีว่า
“ พี่เป็นเพื่อนกับพ่อของอาลีนะ พรุ่งนี้พ่อบอกให้อาลี เปิดทีวีดูช่องมวยเดอะวินเนอร์ ตอน สองทุ่ม พ่อของเธอจะขึ้นชกกับแชมเปี้ยนมวย MMA เขาบอกว่า จะเอาเข็มขัดแชมป์มาเป็นของขวัญวันเกิดให้เธอให้ได้”
“จริงเหรอครับ พ่อจะได้ขึ้นชกแล้ว ดีใจจังเลย พี่หมอครับ ช่วยหยอดตาให้ผมอีกตอนเช้าได้ไหมครับ”
“ ไม่ต้องหรอก” ขจรเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วใช้นิ้วกดไปที่ ขมับของอาลี แล้วปราณที่มีตัวยากล้วยไม้วิญญาณ ดวงตาของ อาลีที่มองไม่เห็นข้างหนึ่ง ก็กลับมามาองได้เป็นปกติ ขณะที่จะทำการรักษาสมองที่มีก้อนเนื้อมะเร็งก้อนใหญ่ฝังอยู่ พลังที่ขจรปล่อยออกไป กลับหยุดนิ่ง บรรยากาศเย็นเยียบ มีชายชุดดำสองคน ยืนด้านข้างเตียง แล้วส่ายหัวเหมือนกับว่า ไม่ยอมให้ขจรรักษาเด็กคนนี้ ขจรเม้มปาก ส่งกระแสจิตออกไปทันที
“ ทำไม พวกท่านคิดขัดขวางผมไม่ให้ช่วยเด็กคนนี้ ยังงั้นเหรอ?”
“ ได้เวลาของเขาแล้ว พวกเรามีหน้าที่พาเขาไปในตอนนี้”
“ อะไรนะ ทำไมเร็วอย่างนี้”
“ นี่คือชะตากรรมของเขา”
“ ไม่ได้ เขาเป็นคนไข้ของผม ไม่ว่ายังไงผมจะรักษาเขาให้หายให้ได้”
“ เปล่าประโยชน์ คุณรักษาเขาหายได้ แต่เขาก็คงต้องไปกับพวกเราอยู่ดี”
“ ก็ลองดู ว่าพวกยมทูต จะเอาเขาไปต่อหน้าผมได้อย่างไร”
ขจรนำแหวนนาคบาศออกมา ยมทูตทั้งสองเห็นแล้วต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“ เจ้าเป็นใคร ทำไมมีอาวุธของท่านพระยายมราชได้?”
“ เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งนี้คืออะไร จะยอมเห็นแก่หน้าแหวนวงนี้ ไว้ชีวิตเขาได้ไหม”
“ เจ้าก็รู้ดี มันเป็นไปไม่ได้ แต่พวกเราให้เวลาเด็กคนนี้ อีก 1 วัน เพื่อเห็นแก่หน้าเจ้า พรุ่งนี้พวกเราจะมาใหม่อีกครั้ง”
ขจรได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ได้
จนกระทั่งอาลีเรียกสะกิดเรียกขจร
“ พี่หมอ ผมมองเห็นชัดแล้วครับ”
“ ดีแล้วครับ พรุ่งนี้พี่จะมาหาใหม่นะ”
“ ได้ครับ แล้วพรุ่งนี้พี่หมอจะมาพร้อมกับพ่อเลยหรือเปล่าครับ”
“ มา ต้องมาซิ”
ขจรลูบหัวเด็กน้อยอาลี แล้วเอาผ้ายันต์เกราะเพชรออกมา แล้วแปะเข้าไปที่หลังของอาลี ตัวอักษรแสงพุ่งเข้าที่หลังของเขา อย่างน้อยหากยมทูตมา ก็คงพอช่วยดึงเวลาเอาไว้ได้บ้าง พรุ่งนี้เขาต้องขึ้นชกตามที่สัญญาให้ไว้กับ พ่อของเด็กน้อยอาลี แต่ว่าต้องกลับไปศึกษาก่อน ว่ามวย MMA มันมีกติกาอย่างไรกันบ้าง.....