สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 บทที่ 211 ใครที่อวดดีกันแน่

        “เจ้าเป็นใครกัน?” ในใจของแอนดรูว์ทั้งตกใจทั้งโมโห

        ยอดฝีมืออันดับที่สาม 'ขวานยักษ์' ของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' กำลังตกที่นั่งลำบากตอนนี้เขาเหลือเพียงโซ่เหล็กที่ยาวไม่ถึงสี่เมตรส่วนอื่นๆ ก็แตกกระจายกลายเป็นเศษเหล็กไปพร้อมๆ กับค้อนเหล็กยักษ์ และที่น่าเศร้าไปยิ่งกว่านั้นก็คือสองมือของเขามีรอยบาดแผลปริแตกจนเลือดไหลออกมาเส้นโลหิตสีดำตามลำแขนก็ปูดพองขึ้นมาอย่างชัดเจน ทั้งยังสั่นเทาไม่หยุดแม้แต่เรี่ยวแรงจะยกแขนก็ไม่มี การโจมตีเมื่อครู่ก็ถูกหมัดของใครไม่รู้ทำลายอย่างย่อยยับ

        ทักษะหมัดที่ร้ายกาจ!

        พละกำลังที่น่าเกรงขาม!

        ยอดฝีมือเช่นนี้แอนดรูว์ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในเมืองน้ำพุร้อน นี่ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

        และสิ่งที่ทำให้แอนดรูว์รู้สึกอับอายมากที่สุดก็คือในขณะที่เขาตะโกนถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงโมโห มันกลับแค่นเสียงในลำคอออกมาอย่างเย็นชาเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ซุนเฟยคุกเข่าลงบนพื้นและประคองร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมสีแดงเพลิงของตอร์เรสขึ้นมาก่อนจะมองไปยังใบหน้าที่กำลังสลบและอาการบาดเจ็บสาหัสของเด็กหนุ่มผิวดำดวงตาของซุนเฟยก็ฉายแววโมโหขึ้นมา จากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปหยิบขวดน้ำยาวิเศษสีแดงออกมาป้อนที่ปากเด็กหนุ่มในอ้อมแขนอย่างช้าๆ

        ทันใดนั้นเองนักธนูผมสีบลอนด์ทองก็คุกเข่าลงและเรียกขานอีกฝ่ายว่า ‘ฝ่าบาท’แอนดรูว์รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายก็คือ ‘ราชาแห่งเมืองแซมบอร์ด’เขาพอจะรู้มาบ้างว่าเมืองแซมบอร์ดเป็นอาณาจักรบริวารระดับหก น่าเสียดายที่ข้อมูลข่าวสารของเขากลับล้าหลังยิ่งกว่าพวกทหารรับจ้างทั่วไปเสียอีกพวกเขาไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงอย่างการต่อสู้ที่ยอดเขาหอคอยคู่ ตอนนี้ในใจของแอนดรูว์มีเพียงความโกรธและความเกลียดชังเท่านั้น ตั้งแต่เมื่อไรกันที่อาณาจักรบริวารระดับหกเล็กๆ อย่างเมืองแซมบอร์ดจะมียอดฝีมือที่เก่งกาจขนาดนี้?

        ขวานยักษ์คนนี้ก็ไม่ทันสังเกตเลยว่าตั้งแต่ที่ราชาแซมบอร์ดคนนี้ปรากฏกายขึ้นมาคูลอมบ์ที่นอนอยู่บนพื้นก็แหกปากร้องโวยวายออกมาประหนึ่งเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ ร่างของเขาสั่นเทิ้มอย่างน่ากลัวก่อนจะตาเหลือกแล้วสลบไป

        “เด็กคนนั้นเป็นนักโทษของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' มันกระทำความผิดร้ายแรงดังนั้นท่านผู้บัญชาการปโตเลมีจึงมีคำสั่งให้จับกุมคนร้ายผู้นี้กลับไปสำเร็จโทษที่ค่ายของเราได้ยินแบบนี้แล้ว องค์ราชาอเล็กซานเดอร์ยังไม่รีบส่งตัวมันมาให้ข้าอีกหรือ?”แอนดรูว์ก้าวเท้าไปข้างหน้าก่อนจะตวาดออกมา

        เมื่อเขาได้รู้ถึงฐานะที่แท้จริงของยอดฝีมือคนนี้ ขวานยักษ์คนนี้ก็คลายความกังวลไปในทันที

        ในเมื่อเป็นราชาของอาณาจักรบริวารที่อยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรเซนิทต่อให้เขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของราชอาณาจักรเซนิท อีกทั้งเขาก็น่าจะรู้ว่า 'กองกำลังพายุคลั่ง' มีสถานะและตำแหน่งที่โดดเด่นมากแค่ไหนในราชอาณาจักรดังนั้นต่อให้เป็นคนโง่เง่ามากแค่ไหนก็ยังรู้เลยว่าควรเลือกอะไรเพื่อเด็กกำพร้ายากจนธรรมดาๆ คนหนึ่งถึงกับจะต่อต้าน 'กองกำลังพายุคลั่ง' ที่เป็นถึงหนึ่งในสิบกองกำลังที่โดดเด่นที่สุดในราชอาณาจักรเซนิทเชียวหรือคงไม่โง่ขนาดนั้นแน่

        ราวกับว่าตัวเองกำลังพูดอยู่กับอากาศ อีกฝ่ายทำเหมือนกับว่าไม่ได้ยินอะไรเลย แม้แต่จะปรายตามองเขาสักนิดก็ไม่มี

        เมื่อเทียบกันแล้วชายคนนั้นค่อนข้างให้ความสนใจ ‘นักโทษ’ ที่อยู่ในอ้อมแขนของเขามากกว่าราวกับว่าในสายตาของราชาเมืองแซมบอร์ดแล้ว ฐานะของยอดฝีมือลำดับที่สามแห่ง 'กองกำลังพายุคลั่ง' อย่างเขามันไร้ค่ามากเมื่อเทียบกับเด็กกำพร้านั่น

        สามนาทีต่อมาด้วยผลของ 'น้ำยารักษาชีวิต' ทำให้อาการบาดเจ็บได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาจนเกือบจะหายเป็นปกติ

        เลือดที่ไหลอยู่ด้านหลังของเขาค่อยๆ หยุดใบหน้าเริ่มมีสีแดงฝาด ในขณะที่ยังไม่ได้สติ สีหน้าของเด็กคนนั้นก็ดูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและโศกเศร้าราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในความทรงจำที่เลวร้ายบางอย่าง ไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้น ทันทีที่เห็นหน้าของซุนเฟยเด็กผิวดำก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง “ท่านอาจารย์ท่านจริงๆ ด้วย ท่านอาจาย์...ฮือ ในที่สุดข้าก็พบท่าน ฮึก ลุงยอร์ก ทีน่า...ทุกคน ฮึก...พวกเขาตายแล้ว ฮือ ท่านอาจารย์ ท่านช่วยช่วยล้างแค้นให้ข้าที...”

        เด็กหนุ่มคนนี้คือลูกศิษย์คนแรกของซุนเฟยฟีลิปโป อินซากี

        “อะไรนะ? นี่เจ้าว่าอะไรนะ? ยอร์กตายแล้วหรือ?”ซุนเฟยพลันหน้าเปลี่ยนสีทันที ภาพบุรุษร่างสูงใหญ่ท่าทางร่าเริงคนนั้นผุดขึ้นมา

        “เป็นพวกมัน! พวกมันสังหารลุงยอร์ก...” อินซากีชี้นิ้วไปที่แอนดรูว์และคนอื่นๆ

        ในดวงตาของเด็กหนุ่มคนนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างลึกล้ำลูกตาสีดำของเขาราวกับมีเปลวเพลิงแห่งความแค้นลุกโชนขึ้นมารอยยิ้มเก้อเขินขี้อายก่อนหน้านี้ไม่หลงเหลืออยู่บนใบหน้าอีกแล้วดูเหมือนว่าเมล็ดพืชแห่งความเกลียดชังได้ฝังรากลึกลงไปในหัวใจของเด็กหนุ่มที่บริสุทธิ์และใจดีคนนี้แล้ว เขาเหมือนกับสัตว์เดรัจฉานที่ได้รับบาดเจ็บหนักมาและต้องการแก้แค้น เขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะกระโจนเข้าไปฉีกทึ้งร่างของกลุ่มคนตรงหน้าเป็นชิ้นๆ

        ซุนเฟยกวาดสายตามองไปรอบๆไม่ช้าก็เห็นเงาบางอย่างกำลังเดินทางเข้ามา

        ดวงตาของเขามองทะลุผ่านม่านหมอกที่หนาทึบตรงหน้าซุนเฟยเห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังลากรถส่งตัวนักโทษที่ล้อมรอบด้วยรั้วเหล็กแหลมคมที่ขึ้นสนิมสีแดงส้ม ด้านหน้าสุดของรถส่งตัวนักโทษมีแท่งเหล็กแหลมคมที่ถูกเสียบด้วยหัวของใครคนหนึ่งดวงตาของหัวนั่นเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เห็นได้ชัดว่าเขาตายตาไม่หลับ!เมื่อวานนี้ยอร์กยังเล่าเรื่องราวของตัวเองด้วยรอยยิ้มพลางเกาหลังหัวด้วยความเก้อเขิน มาตอนนี้ เขาถูกตัดหัวออกมาแล้วเสียบลงบนแท่งเหล็กและที่ทำให้ซุนเฟยโกรธแค้นถึงขีดสุดก็คือ ตรงปลายแหลมๆ ของรั้วเหล็กที่ล้อมรอบรถส่งตัวนักโทษเต็มไปด้วยศีรษะของพวกเด็กๆแม้แต่เด็กหญิงตัวน้อยๆ อย่างทีน่าที่เมื่อวานยังวิ่งมาดึงชายเสื้อของซุนเฟยพลางพูดจาออดอ้อนขอให้ซุนเฟยอย่าส่งคนมาทำร้ายลุงยอร์กของนางตอนนี้ดวงตากลมโตเบิกโพลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง...

        ไอ้เดรัจฉานกลุ่มนี้แม้แต่เด็กพวกมันก็ยังไม่ละเว้น?!

        “นี่มัน...ยกโทษให้ไม่ได้!”

        ไฟแห่งความโกรธแค้นลุกท่วมร่างของซุนเฟยตั้งแต่ที่ตัวเองทะลุมิติมายังแผ่นดินอาเซรอทเขายังไม่เคยโกรธแค้นอะไรเท่านี้มาก่อนเลย ซุนเฟยยกหมัดขึ้นมาแล้วระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่ จากนั้นก็ปล่อยหมัดโปร่งแสงขนาดยักษ์ออกไปประหนึ่งดาวตกที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้าเพื่อชำระล้างความชั่วร้ายบนพื้นดิน เสียงแหลมแสบแก้วหูดังขึ้นมา หมอกสีขาวหนาทึบภายในรัศมียี่สิบเมตรพลันจางหายไป

        หมัดหิมะเหยือกแข็ง!!!

        ถึงแม้ว่าหมัดโปร่งแสงจะไม่ได้สัมผัสกายของเขาแต่แค่แรงกดดันของหมัดก็ทำให้แอนดรูว์รู้สึกถึงแรงกดทับมหาศาลราวกับว่ามีภูเขาขนาดใหญ่กำลังทับร่างของเขาอยู่แรงกดดันที่น่าตกใจนี้ทำให้แอนดรูว์ต้องถอยหลังออกมาเขาเร่งโคจรเปลวไฟคลื่นพลังสีเหลืองห่อหุ้มร่างของเขาไว้แต่คลื่นพลังของเขาก็ต้องถูกทำลายลงเพราะคลื่นหมัดมันไม่อาจต้านทานการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวนี้ได้ทันใดนั้น แอนดรูว์ก็พบว่าการโคจรคลื่นพลังในร่างของเขาพลันติดขัดขึ้นมาดูเหมือนว่าคลื่นหมัดนี้จะสามารถกดข่มคลื่นพลังธาตุดินระดับสามดาวในร่างของเขา ไม่ให้โคจรพลังได้อย่างเต็มที่

        เหล่าทหารที่อ่อนแอกว่าเขาพลันกระอักเลือดออกมาก่อนที่ร่างจะกระเด็นออกไปราวกับข้าวฟ่างที่อยู่ท่ามกลางพายุเฮอริเคน

        “อ๊าก...”

        แอนดรูว์ร้องตะโกนออกมาอย่างคลุ้มคลั่งนอกจากอวัยวะภายในจะถูกกดทับแล้วกระดูกของเขาก็เปลี่ยนรูปไปด้วย ไม่ช้าเลือดก็ไหลทะลักออกมาจากมุมปากของเขารูม่านตาของแอนดรูว์ขยายกว้าง เขารู้สึกได้ถึงความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหาตัวเอง ในตอนนั้นเอง เขาก็เริ่มตระหนักถึงความแข็งแกร่งของราชาเมืองแซมบอร์ดตรงหน้าแล้วว่ามันน่ากลัวมากขนาดไหน แค่คลื่นหมัดโปร่งแสงยังทรงพลังอย่างไร้เทียมทานแบบนี้อย่าว่าแต่จะสวนกลับเลย แค่พยายามมีชีวิตรอดเขาก็ยังทำไม่ได้เลย

        ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

        ทันใดนั้นเอง มีเสาเพลิงขนาดยักษ์ทะยานเข้ามาขวางตรงหน้า ฉับพลัน มันก็ระเบิดออกมากลายเป็นอสูรเพลิงที่เต็มไปด้วยเปลวไฟอันร้อนแรงอสูรเพลิงร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่น ปะทะเข้ากับหมัดโปร่งแสงที่น่าเกรงขามในตอนนั้น ราวกับห้วงเวลาได้หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้นมา...

        วินาทีต่อมาร่างของอสูรเพลิงก็พลันสลายหายไป

        เช่นเดียวกับหมัดโปร่งแสงที่เริ่มจางลง แต่มันก็ไม่ได้หายไปในทันทีหมัดโปร่งแสงที่เลือนรางยังคงพุ่งชนเข้าร่างของแอนดรูว์อย่างรุนแรงวินาทีนั้นเลือดสดก็พุ่งออกมาเป็นฝอยๆ ร่างของแอนดรูว์กระเด็นถอยหลังไปไกลพร้อมกับเสียงกระดูกหักดังเป๊าะ ดูเหมือนว่าเขาจะกระดูกหักไปหลายท่อนเช่นกัน...

        ในขณะเดียวกันก็มีเงาคนพุ่งทะยานเข้ามา

        คนผู้นี้สวมชุดเกราะสีเงินที่เป็นเครื่องแบบของทหารแห่งราชอาณาจักรบนชุดเกราะของเขาปรากฏเวทมนตร์ปกคลุมจางๆเห็นได้ชัดว่านี่เป็นชุดเกราะเวทมนตร์อย่างแน่นอนผมยาวสีฟ้าน้ำทะเลพลิ้วไหวไปตามแรงลมจนยุ่งเหยิงรูปหน้าทรงสี่เหลี่ยมดูหนักแน่นและนิ่งสงบ คิ้วหนาทรงกระบี่พาดผ่านเหนือดวงตาโต ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีแดงเพลิง อุณหภูมิที่ร้อนระอุจนน่าตกใจแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา ระเหยหมอกที่อยู่รอบๆจนกลายเป็นไอลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่าทางทะนงองอาจของเขาราวกับเทพปีศาจก็ไม่ปาน

        ทว่าเกราะไหล่และเกราะแขนสีเงินฝั่งซ้ายมือของเขากลับปรากฏรอยแตกร้าวกระจายไปทั่ว เพียงเขาเคลื่อนไหวเบาๆ เกราะไหล่และเกราะแขนก็พลันแตกสลายร่วงลงบนพื้น....

        “ดี! ดี! ดี!!! พลังหมัดของเจ้าช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งถึงขนาดทะลวงผ่านคลื่นพลังธาตุไฟที่คุ้มกันร่างกายของข้า และทำลายเกราะแขนข้าได้นับว่าเจ้ายอดเยี่ยมมาก ราชาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด บุรุษผู้เอาชนะอัศวินผู้ตัดสินพระอาทิตย์สีทองซัตตัน ความเก่งกาจของเจ้าช่างสมคำร่ำลือจริงๆ!”

        ชายคนนั้นเดินเข้ามาตรงหน้าทีละก้าว ก่อนจะเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทางดูห้าวหาญและทระนงตน

        “ไร้สาระ! หมัดของข้าทำลายชุดเกราะของเจ้าได้ มีอะไรให้น่าภูมิใจเล่า ไว้ข้าสังหารเจ้าได้เมื่อไรนั่นค่อยน่าภาคภูมิใจกว่า เจ้าว่างั้นไหม?” ซุนเฟยหัวเราะเยาะ“ดิลเลอร์ส ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองน้ำพุร้อนที่อายุน้อยที่สุดบุรุษที่นั่งอยู่ในก้นบ่อมองชมท้องฟ้า!1”

        “โอ้? เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ?”

        ซุนเฟยแสยะยิ้มเย็นชาออกมาแต่ไม่พูดอะไร

        ท่านผู้เฒ่าโซล่าและลูก้ามีศักยภาพในการสืบข่าวสูงมากเหมือนเป็นเจมส์ บอนด์ก็ไม่ปานพวกเขาใช้เวลาไม่นานก็สามารถสืบค้นข้อมูลที่สำคัญๆ ภายในเมืองน้ำพุร้อนมาได้อีกทั้งยังสามารถวาดภาพของดิลเลอร์ส เด็กหนุ่มที่ถูกยกย่องว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อนรวมทั้งยังเขียนอธิบายถึงพลังและความแข็งแกร่งของเขาให้ซุนเฟยได้อ่านอย่างละเอียดซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจให้แก่ซุนเฟยเป็นอย่างมาก

        “ฮึ ปากคอเราะร้ายนัก ไม่มีประโยชน์อะไรที่ข้าจะมาเถียงกับเจ้า”ดิลเลอร์สไม่รู้สึกโกรธเคืองกับถ้อยคำยั่วยุของซุนเฟยเขายังคงรักษาท่าทีและวาจาที่สูงส่งของตัวเองไว้ได้เขากวาดสายตามองไปยังแอนดรูว์และเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บหนักพลางขมวดคิ้วแล้วถามขึ้นมาว่า “เจ้ากล้าทำร้ายคนของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' เชียวหรือราชาเมืองแซมบอร์ดหวังว่าเจ้าคงมีคำอธิบายดีๆ นะ!”

        ซุนเฟยหัวเราะเสียงดังก่อนจะตอบกลับไปว่า“ทำร้าย?เจ้าพูดผิดแล้ว ข้าไม่คิดจะทำร้ายพวกมันหรอก แต่จะสังหารพวกมันต่างหาก!”

        “ราชาเมืองแซมบอร์ด เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว ระวังคำพูดของเจ้าไว้ให้ดีๆหากทำให้ 'กองกำลังพายุคลั่ง' โมโหขึ้นมาต่อให้เป็นราชาของอาณาจักรบริวารก็ไม่อาจจะรับความโกรธของพวกข้าได้” ดิลเลอร์สขมวดคิ้วก่อนจะพูดออกมาเสียงเข้มเขายื่นมือออกไปประคองร่างของแอนดรูว์ขึ้นมาแล้วถามว่า “รายงานข้ามาสิ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

        “ขอรับ ท่านดิลเลอร์ส”

        เรื่องราวมีอยู่ว่า...

        เมื่อวานนี้หลังจากที่คูลอมบ์ถูกซุนเฟยทำร้ายจนปางตายในร้านเหล้าเขาก็ถูกคนหามกลับไปส่งถึงหน้าคฤหาสน์จากนั้นพ่อบ้านก็เชิญนักบวชและนักเวทมารักษาเขาจนหายดี ในฐานะที่เป็นบุตรชายคนที่สองของผู้ทรงอำนาจในเมืองน้ำพุร้อนเขาเคยต้องมาพบเหตุการณ์แบบนี้ไหม? แน่นอนว่าไม่!เขาไม่อาจทนกล้ำกลืนความอัปยศในครั้งนี้ได้แน่นอน เขาอยากกู้หน้าตัวเองคืนมาแต่เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของซุนเฟยแล้ว คูลอมบ์ก็นึกขยาดขึ้นมาขนาดคนคุ้มกันของเขาที่ว่าแข็งแกร่งยังไม่อาจต่อต้านยอดฝีมือคนนั้นได้เลยแน่นอนว่าด้วยมันสมองอันน้อยนิดของคูลอมบ์ เขาไม่ยอมพาตัวเองวิ่งไปหาฝ่ามือเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอนแต่อย่างไรก็ตาม ความโกรธในใจของเขาจะต้องถูกระบายดังนั้นคูลอมบ์จึงเบนเป้าหมายไปที่ทหารรับจ้างสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับซุนเฟย พวกมันนี่แหละจะเป็นที่ระบายความอัปยศให้แก่คูลอมบ์

        คูลอมบ์ไม่กล้าวิ่งไปฟ้องพี่ชายของเขาที่เป็นถึงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อนเพราะดิลเลอร์สไม่ชอบนิสัยอันชั่วช้าของเขาดังนั้นจึงแล่นไปหาแอนดรูว์ที่เป็นยอดฝีมืออันดับสาม ฉายา 'ขวานยักษ์' ที่กำลังประจบประแจงตัวเองอยู่ให้ช่วยระบายความแค้นของเขาและด้วยความสามารถของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' ไม่ช้าพวกเขาก็สืบหาที่อยู่ของยอร์กและอินซากีพบจากนั้นพวกเขาก็ยกพวกไปยังเขตสลัมในทันทีพวกเขาไม่คิดที่จะฟังคำอธิบายหรือคำอ้อนวอนใดๆ จุดมุ่งหมายเดียวของพวกเขาคือฆ่า!เพื่อปกป้องพวกเด็กๆ อินซากีและยอร์กจึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อต้านแต่พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแอนดรูว์เลยสักนิด

        ยอร์กพยายามต้านทานการโจมตีของแอนดรูว์เพื่อเปิดโอกาสให้อินซากีใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองแอบซุ่มโจมตีคูลอมบ์เพื่อช่วยเหลือเด็กคนอื่นๆ แต่ในขณะที่เขาซุ่มโจมตีคูลอมบ์ก็ดันพลาดท่าโดนแอนดรูว์โจมตีสวนกลับมาจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้เขาไม่อาจซ่อนตัวได้อีก และต้องทนมองเห็นลุงยอร์กถูกคนชั่วตัดหัวทั้งเป็นด้วยตาของตัวเองความโกรธแค้นพลุ่งพล่านอยู่ในอก แต่โชคดีที่อินซากีมีโอกาสหลบหนีออกมาได้ ในใจของเขานึกถึงแค่คนคนเดียวที่ช่วยล้างแค้นให้กับลุงยอร์กและช่วยพวกเด็กๆ ออกมาได้

        เขาหลบหนีมาหาอาจารย์ของตัวเองราชาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด

        ตลอดทางที่หลบหนีเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ตามทาง ทำให้แอนดรูว์สไล่ตามตัวเองมาได้แม้ว่าหลายครั้งอินซากีจะรู้สึกทนพิษบาดแผลไม่ไหวแต่ด้วยความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ มันจึงกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาอดทนหลบหนีต่อไปจนกระทั่งสามารถหลบหนีมาถึงค่ายเมืองแซมบอร์ดได้

        แอนดรูว์หวาดกลัวยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองน้ำพุร้อนมากดังนั้นเขาจึงเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ดิลเลอร์สฟังอย่างไม่ปิดบังหรือบิดเบือนใดๆ

        “ท่านพี่ ท่านจะต้องกู้ศักดิ์ศรีของตระกูลปโตเลมีคืนมานะ ราชาแซมบอร์ดสมควรตายผู้นี้มันทำร้ายข้าทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ไม่ช้ามันคงเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลปโตเลมีเป็นแน่...”คูลอมบ์ที่ได้รับบาดเจ็บพูดโพล่งออกมาผู้คุ้มกันคนหนึ่งช่วยประคองร่างของเขาให้ลุกขึ้นมา

        “เฮอะ ไอ้ขยะ! ศักดิ์ศรีขึ้นอยู่กับการแกว่งดาบและอาบโลหิตของศัตรูต่างหากมันไม่ได้อยู่ในเป้าของเจ้าหรือปากอันโสโครกของเจ้า!”ดิลเลอร์สทนฟังคำพูดของน้องชายที่ดีแต่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตระกูลไม่ไหวจนต้องตวาดด่าออกมาหลังจากด่าน้องชายตัวเองเสร็จเขาก็หันมามองซุนเฟย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า“แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ราชาแซมบอร์ด เจ้าเด็กชาวบ้านคนนั้นก็ทำร้ายคูลอมบ์ ตระกูลปโตเลมีจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้ศักดิ์ศรีของตระกูลเราต้องด่างพร้อยดังนั้นส่งเด็กคนนั้นมาให้ข้าจะดีกว่า!”

        “ฮ่าๆๆ ไร้สาระว่ะ อินซากีคือลูกศิษย์คนแรกของข้าอย่าว่าแต่จะทำร้ายน้องชายสวะของเจ้าเลย ต่อให้เขาสังหารมันแล้วจะทำไม? หากเจ้าคิดจะทวงถามความยุติธรรมให้กับคนของเจ้าเช่นนั้นข้าก็จะทวงถามความยุติธรรมให้กับคนของข้า ส่งตัวไอ้สวะที่ทำร้ายศิษย์ของข้ามาแล้วข้าจะไว้ชีวิตตระกูลปโตเลมีของเจ้า และจะไม่ทำลาย 'กองกำลังพายุคลั่ง' อีกด้วย!”

        ซุนเฟยประชดกลับ

        “อวดดีนัก!” ดิลเลอร์สตะโกนออกมาอย่างโมโหเปลวไฟบนร่างของเขายิ่งสว่างโชติช่วงขึ้นกว่าเดิม เขาหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาพลางพูดว่า “ไว้ชีวิตตระกูลปโตเลมี? ไม่ทำลาย 'กองกำลังพายุคลั่ง'? เจ้ามันอวดดีเกินไปแล้วราชาแซมบอร์ดในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายเองก็ช่วยไม่ได้ ดี ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้ามีความสามารถอะไรถึงสามารถชนะอัศวินผู้ตัดสินคริสซัตตันได้!”

        
        -------------------

        1 นั่งในก้นบ่อมองชมท้องฟ้า ความหมายเดียวกับคำว่า กบในกะลา

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน