“พรุ่งนี้เป็วันแต่งงานของแกกับตระกูลโจวแล้ว ช่วยทำตัวสงบเสงี่ยมให้ฉันหน่อย” สตรีสูงศักดิ์และงดงามผู้หนึ่งนั่งอย่างสง่าผ่าเผย ทว่าถ้อยคำที่เปล่งออกมากลับเ็าไร้ที่เปรียบ
และคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าสตรีผู้นี้นั้นคือลูกชายคนโตของเธอ...ถังอวี่
เห็นเพียงอีกฝ่ายนั่งขาไขว่ห้างเอ้อระเหย พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย “พอเถอะ ยังไงถึงผมไม่กลับไป พวกคุณก็จะจับผมเข้าพิธีแต่งงานให้ได้อยู่ดี พวกคุณแค่อยากให้ผมแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลโจวไม่ใช่หรือไง และผมก็มีประโยชน์กับคุณแค่เท่านี้”
หญิงวัยกลางคนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเขา เอ่ยขึ้นอย่างเ็า “แกรู้ก็ดีแล้ว”
ถังอวี่เอาเท้าลงแล้วลุกขึ้นยืน “ในเมื่อคุณแม่พูดสิ่งที่อยากจะกำชับจบแล้ว ผมขอตัวกลับห้องก่อนแล้วกัน”
หญิงวัยกลางคนไม่พอใจกับท่าทีของอีกฝ่ายเล็กน้อย ทว่าพอนึกถึงวันพรุ่งนี้ก็พยักหน้าชอบใจ แต่ยังคงเอ่ยย้ำอีกครั้งอย่างไม่วางใจว่า “งานแต่งวันพรุ่งนี้กำหนดไว้แน่นอนแล้ว ไม่ว่าแกจะชอบผู้ชายก็ดี ผู้หญิงก็ช่าง พรุ่งนี้ฉันจะต้องเห็นแกในพิธี! แกรู้ดีว่าขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์”
ถังอวี่ชะงัก หันหน้ากลับไป “รู้แล้ว ผมคิดว่าแทนที่คุณแม่จะกำชับผม ไม่สู้ไปจับตามองน้องชายสุดที่รักคนนั้นของผมดีกว่า ยังไงซะเื่ทุกเื่ที่เกี่ยวข้องกับผมก็ขัดหูขัดตาเขาไปหมด จนต้องสอดเท้าเข้ามาแทรก” เหมือนกับตอนที่สอบเข้าโรงเรียนทหาร...
หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้ว กล่าวด้วยความโกรธ “นั่นน้องชายแกนะ มีอย่างที่ไหนให้แกว่าน้องชายตัวเองแบบนี้กัน?!”
ถังอวี่ไม่ตอบ โบกมือลาแล้วเดินจากไป
ถึงแม้ว่าบนใบหน้ายังคงเป็สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเฉยชา แต่ภายในใจของถังอวี่กลับขมขื่นเป็อย่างมาก คุณแม่ยังคงชังน้ำหน้าตนเองขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะไม่กี่ปีก่อนตนเองแอบไปตรวจดีเอ็นเอ เขาคงสงสัยว่าตนเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณแม่ไปแล้ว
ทำไมกัน ท่าทีที่คุณแม่ปฏิบัติต่อเขาและน้องชายถึงต่างกันขนาดนี้
ทว่ามาคิดถึงเื่พวกนี้ตอนนี้จะไปมีประโยชน์อะไร พรุ่งนี้เขาก็จะแต่งงานแล้ว
เขาไม่เคยพบหน้าคนที่จะแต่งงานด้วยมาก่อน ทุกครั้งตอนที่คนคนนั้นมาที่บ้าน หากเขาไม่ได้ออกไปข้างนอกก็นอนหลับไปแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อย่างไรล้วนบังเอิญแบบนี้ตลอดทุกครั้ง
นี่มันยุคมนุษย์ไปเหยียบดวงดาวแล้ว แต่งงานกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน พวกเขายังอุตส่าห์ทำออกมาได้ แถมเป็ตระกูลถังและตระกูลโจวซึ่งเป็ตระกูลกองทัพทหารผู้ยิ่งใหญ่
ถังอวี่เคยต่อต้านมาก่อน แต่ทุกครั้งที่โต้แย้งล้วนไร้ประโยชน์ แม้แต่คุณปู่ที่เอ็นดูเขาที่สุดก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา
ทั้งที่เป็เพียงการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เท่านั้น ทำไมจะต้องเป็เขาด้วย เห็นอยู่ว่าน้องชายก็ทำได้เหมือนกันแท้ๆ
ถังอวี่คิดไปพลางขณะเดินไปทางห้องของตน
ในตอนที่เดินผ่านห้องของถังจื่อฉี เขาก็ชะงักฝีเท้า
แม้สมรรถภาพทางกายเขาจะไม่ยอดเยี่ยม แต่ว่าความสามารถทางการได้ยินยังคงมีอยู่
ถ้าเขาไม่ได้หูฝาด นี่เป็...เสียงครางงั้นเหรอ ดูเหมือนยังเป็เสียงที่เ็ปมากเสียด้วย
หากน้องชายคนนี้เป็อะไรไป ต่อให้เขาไม่ได้ทำผิดก็กลายเป็มีความผิดอยู่ดี นี่เป็ความเคยชินของคุณแม่ไปแล้ว แม้คุณปู่จะเอ็นดูเขา แต่อีกฝ่ายไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ จึงไม่อาจปกป้องเขาได้บ่อยๆ
ด้วยความคิดที่ไม่อยากให้มารดาหาเื่แย่ๆ ใส่ตนเองอีก ถังอวี่จึงเดินเข้าไปใกล้ห้องของถังจื่อฉี
เขายื่นมือผลัก พบว่าประตูไม่ได้ล็อก
กำลังคิดจะเปิดออก ถังจื่อฉีก็พูดขึ้นมา
“พี่จิ้นิ พี่...พี่เร็วเกินไปแล้ว! ผมรับไม่ไหวแล้ว~ อื้อ~ อื้อ อ๊ะ...”
เร็วเกินไปเหรอ ทำอะไรถึงเร็วเกินไป ทำไมถึงรับไม่ไหวแล้วล่ะ ในหัวถังอวี่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
เสียงของผู้ชายแปลกหน้าสายหนึ่งดังขึ้นถัดจากถังจื่อฉี “ปีศาจน้อย! รัดแน่นขนาดนี้ ปกติป้อนนายไม่อิ่มเหรอ”
จากนั้นก็เป็เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระคนกับเสียงถังจื่อฉีที่โดนกระทำจนสุขสมราวขึ้น์
ถังอวี่ “...” พวกเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ถึงร้องได้น่ารังเกียจแบบนี้ อืมๆ อาๆ ฟังแล้วเหมือนกับใกล้จะขาดใจอย่างไรอย่างนั้น
แต่ว่าชื่อนั้นทำไมฟังแล้วคุ้นหูขนาดนี้นะ