มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

บทที่ 204 ความต่างแห่งพลัง

บทที่204 ความต่างแห่งพลัง

         

        แสงสีทองเรืองรองยิ่งมายิ่งเจิดจรัสทอทอดปกคลุมไปถึงแผ่นฟ้าเบื้องบนต่อให้อยู่ไกลเพียงไหน ขอแค่ยังดำรงอยู่ภายในนิกายเทวะวจนะก็ล้วนมองเห็น แม้แต่คนตาบอดบางผู้ยังสัมผัสได้นานเท่าไหร่แล้วที่ผาอดีตมิเคยกระตุ้นเตือน นี่แสดงให้เห็นถึงการถือกำเนิดของตัวตนที่มิควรจะกำเนิด

         

        ข่าวคราวการตายของสองธรรมบาลยังมาไม่ถึงแดนตะวันออกแต่ผู้คนล้วนล่วงรู้เป็นอย่างดีว่าพวกมันทั้งสองไม่อยู่ที่นี่ แม้แต่ธรรมบาลมุทราเองก็ไม่อยู่เห็นทีจะมีเพียงธรรมบาลปัญญาที่พึ่งกลับมา เมื่อตัวตนสำคัญที่รับหน้าที่ดูแลผาอดีตในตอนที่เกิดการตอบสนองไม่อยู่ธรรมบาลปัญญาเองก็ไม่เป็นที่ไว้วางใจของตัวตนสูงสุดในนิกายเทวะวจนะมากนัก เช่นนั้นที่ผาอดีตจึงไม่เพียงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของธรรมบาลผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามที่ปลีกวิเวกอยู่ภายใต้ร่มเงาของนิกายล้วนเคลื่อนไหว!

         

        เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ที่ปลีกวิเวกอยู่บริเวณปากทางเข้าเขตแดนหวงห้ามบุรุษชราผมเทาแซมขาวผู้มีดวงตาเทาหม่นจนดูพิศวง มันอยู่ใกล้ที่แห่งนี้มากที่สุด เพียงสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบนผาอดีตร่างชราที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินก็กลับกลายเป็นหมอกมายาทันที มันมุ่งไปยังผาอดีตแล้ว

         

        เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้เคลื่อนที่ดั่งภูตพรายด้วยความรวดเร็วของมันเพียงอาศัยการกระโดดขึ้นลงด้วยวิชาตัวเบาไม่กี่คราก็ไปถึง ทว่าทั้งที่มันใช้ฝีเท้าออกเต็มกำลังแล้วย่างก้าวหลายครั้งคราแล้ว เป้าหมายอยู่ตรงหน้าห่างเพียงเอื้อม แต่ความรู้สึกของมันกลับดูราวห่างไกลหลายร้อยลี้มิอาจไปถึง

         

        นี่คือค่ายกลกักขังห้วงเวลาของธรรมบาลปัญญา!

         

        ฝ่ามือที่ประกบกันอยู่ระหว่างอกของธรรมบาลปัญญาแสดงออกถึงการสั่นไหวมันเร่งเร้ามหาวิถีวจนะปัญญาถึงขั้นสุด จุดชีพจรลมปราณเฉียนเอ๋อ (กึ่งกลางหน้าผาก)เปิดออกอย่างเต็มที่ มันกำลังใช้พลังค่ายกลรับมือกับความเร็วของเฒ่าศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นขัดขวางมิให้ตัวตนอันร้ายกาจมาถึงที่นี่ก่อนที่ฮุ่ยจวินจะส่งพลังญาณจนเต็มมุกสุกใสได้

         

        ด้านฮุ่ยจวินยังคงแผ่พุ่งพลังญาณรวมถึงพลังทั้งหมดในกายอย่างเต็มกำลังทุกพลังที่ปลดปล่อยออกเสมือนถูกหนึ่งหลุมดำดูดกลืนไร้จุดสิ้นสุด มันคล้ายกำลังขว้างหินลงแม่น้ำที่ไม่มีวันถมได้พลังที่ปลดปล่อยออกไปไม่มีทีท่าจะทำสิ่งใดกับผาอันลึกล้ำตรงหน้าได้เลย ใช้พลังสุดขีดแต่ไม่เห็นผลลัพธ์มุกสุกใสให้ความรู้สึกคล้ายไม่มีทางเติมเต็ม ทว่าฮุ่ยจวินก็ไม่ท้อถอยหรือหยุดยั้ง มันเห็นธรรมบาลปัญญากำลังส่งพลังสร้างค่ายกลปาฏิหาริย์จนโลหิตไหลซึมมุมปากและจมูกนี่ยิ่งชี้ชัดว่าสิ่งที่ทำอยู่ล้วนไม่ธรรมดาและอาจถึงขั้นเป็นตาย เช่นนั้นมันต้องทำให้ได้

         

        ฮุ่ยจวินหลับตาลง สัมผัสเอากฎเกณฑ์แห่งมุกสุกใสที่เปล่งประกายแม้จะลึกล้ำจนยากเข้าใจ แต่หากสัมผัสอย่างลึกซึ้งแล้วมันรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างมันกับหน้าผาแห่งนี้และเพราะความรู้สึกนี้ มันจึงได้พยายามมุ่งหากฎเกณฑ์ที่สอดคล้องบางอย่างที่ว่า มิแน่มุกสุกใสที่ราวกับหลุมดำซึ่งมิอาจเติมเต็มอาจมีหนทางทำให้มันตื้นเขินขึ้นมาได้

         

        พอฮุ่ยจวินเข้าสู่สมาธิ พลังญาณที่ปลดปล่อยเข้าใส่ผาอดีตก็เริ่มเข้าสู่ความนิ่งสงบไม่คลุ้มคลั่งพุ่งทะลวงสุดขีดเหมือนเดิม แต่ต่อเนื่องหนุนเสริมมิขาดห้วง ดูราวกับธารน้ำนิ่งที่ไหลลึกบัดนี้ลมหายใจของฮุ่ยจวินคงที่เป็นอย่างมาก พลังญาณเองก็มุ่งสู่สมดุลถึงขีดสุด แสงสีทองที่เรืองรองเจิดจรัสจากผาอดีตก็คล้ายโอบล้อมมาที่ตัวมัน

         

        เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประหนึ่งเป็นไปในทิศทางที่ดียิ่งฮุ่ยจวินเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียกว่าผาอดีตได้แล้ว ทว่าจนถึงตอนนี้มันกลับมิอาจก้าวข้ามผาอดีตเพื่อมุ่งสู่กฎเกณฑ์ที่เป็นแก่นฐานแห่งผาอดีตนี้ได้

         

        “ยังอีกหรือ"

         

        ธรรมบาลปัญญามองภาพที่เบื้องหลังของตนแวบหนึ่งตอนนี้ฮุ่ยจวินกำลังสู้กับกฎเกณฑ์ที่เหนือความเข้าใจอยู่ จนกว่าผลจะปรากฏ มันเองก็ต้องสู้กับเวลาเช่นเดียวกัน

         

        ภายใต้ค่ายกลกักขังห้วงเวลา อันเป็นค่ายกลกักขังที่ร้ายกาจที่สุดเป็นหนึ่งในค่ายกลปาฏิหาริย์ที่ถูกบัญญัติในคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะปัญญา มันขัดเกลามาอย่างดียิ่งใช้ออกได้อย่างแยบคาย หากมิใช่ตัวตนระดับสามผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ แม้นอยากออกก็ต้องใช้เวลาทำลายหลายวันแต่น่าเศร้า เพราะผู้ที่มันขังอยู่กลับเป็นหนึ่งในสามผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์

         

        ตูมมม

         

        ภายใต้ขุนเขาอันสูงใหญ่ เสียงกึกก้องกัมปนาทก็สนั่นไหวไปทั่วบริเวณเฒ่าศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นรู้ตัวแล้วว่าตนหลงอยู่ในค่ายกลกักขังห้วงเวลา รู้ตัวแล้วว่าธรรมบาลปัญญาหันมาเล่นงานตนต่อให้มันวิ่งเร็วแค่ไหน วิชาตัวเบาล้ำเลิศเพียงใด มันก็มิอาจวิ่งหนีกาลเวลาได้พ้นมันหนีไม่ได้ มันจึงต้องทำลาย!

         

        เฒ่าศักดิ์สิทธิ์นัยน์ตาเทาหม่นผู้นี้ เป็นผู้มีเส้นชีพจรลมปราณเหนือราชันย์มีจุดลมปราณพิเศษเปิดถึงสามจุด ประกอบด้วยจุดมู่เสวีย (กึ่งกลางอก) จุดเทียนติ่ง (กล่องเสียง)และจุดโส่ว (หลังมือ) แต่มันกลับคลั่งไคล้ในวิชายุทธ์เป็นอันดับหนึ่ง มุ่งในมรรคาแห่งยุทธ์จนไร้การขัดเกลาในด้านอื่นสิ่งที่ร้ายกาจที่สุดของมันจึงเป็นวจนะยุทธ์ที่จุดมู่เสวีย หนึ่งหมัดที่มันปลดปล่อยจนสามารถทำลายค่ายกลกักขังห้วงเวลาอันเป็นเคล็ดวิชาในคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์ได้ก็คือข้อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของมัน

         

        อ่อก!!!

         

        ธรรมบาลปัญญากระอักโลหิตออกมาคำใหญ่ แต่มันก็มิได้รอให้โลหิตหยดถึงพื้นมันกวักมือซ้ายหลอมรวมโลหิตที่ไหลหยาดให้หมุนวนกลางอากาศผนึกกับวจนะปัญญา ก่อเกิดค่ายกลหนามโลหิตพุ่งทะลวงออกไปอย่างมืดฟ้ามัวดินหนามโลหิตนี้มิได้พุ่งทะลวงออกไปโดยตรง ทว่าเสมือนหนึ่งมันตัดทะลวงมิติ ทำให้บรรยากาศที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าเฒ่าศักดิ์สิทธิ์ปรากฏหนามโลหิตที่คมกริบแลรวดเร็วพุ่งทะลวงอย่างเหนือความคาดหมาย!

         

        “ธรรมบาลปัญญา เจ้าคิดทำสิ่งใด!”

         

        เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ฟาดมือซ้ายลงพื้นจนแผ่นดินทรุดลงเวิ้งพื้นดินตรงหน้ามันผุดขึ้นเป็นแผ่นหนารับหนามโลหิตอย่างฉิวเฉียด พื้นดินดังกล่าวบังเกิดแรงปะทะจนส่งเสียงสนั่นกึกก้องผืนดินระเบิดกระจุยกระจายเป็นฝุ่นขลิบฝุ่นผง แต่ฝุ่นฟุ้งกระจายมิทันเลือนหาย คลื่นลมที่ร้ายกาจดั่งคมมีดก็พลันตัดเฉือนจนฝุ่นขลิบผ่าแยกปฐพีแตกร้าว ขุนเขาขาดครึ่ง ร่างธรรมบาลปัญญากระเด็นล้มกลิ้งไปตามแรงปะทะหลายตลบ

         

        แต่นั่นก็ทำให้ฝีเท้าของเฒ่าศักดิ์สิทธิ์เชื่องช้าลงหนามโลหิตบางส่วนเล่นงานเฒ่าศักดิ์สิทธิ์จนร่างมันกระตุกค้างไปหลายจังหวะ

         

        “กล้าทรยศนิกาย เจ้าจะไม่ตายดี!”

         

        ธรรมบาลปัญญาลุกยืนพร้อมเช็ดโลหิตที่มุมปากมันในตอนนี้ก้าวเท้าไปข้างหน้ามิอาจถอย กำแพงที่มันไม่เคยข้าม ตอนนี้มันต้องลองข้ามดูซักครั้งการสูญเสียสิ่งสำคัญไป การที่ได้แลกเปลี่ยนสนทนาระหว่างทางกับฮุ่ยจวิน ทำให้ความคิดเห็นของมันเปลี่ยนทำให้มันกล้าที่จะเดินตามปณิธาณที่แท้จริงของตนอีกครั้ง แต่คำตอบที่ชัดเจนของมันอยู่ด้านหลังผาอดีตหากเป็นไปตามที่มันคิด หากมีหลักฐานยืนยันต่อตนเองเพียงพอ มันจักได้ก้าวเดินอย่างไร้ลังเลมันจะได้สู้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมีความรู้สึกติดค้างอันใด

         

        “ข้าเพียงต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง ไม่ได้คิดทรยศ”

         

        ปากกล่าววาจาประโยคหนึ่ง ส่วนอีกหนึ่งประโยคมันมิอาจกล่าวจะให้บอกว่าเพื่อปกป้องตัวตนที่มีพลังญาณอยู่เบื้องหลัง ทั้งตัวตนนั้นยังส่งผลให้ผาอดีตถูกกระตุ้นหากมันให้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์รู้ข้อเท็จจริงนี้ ชีวิตของชายหนุ่มจะไม่มีทางสงบสุขอีกต่อไปมันจะไม่เพียงถูกไล่ล่าจากคนวิหารปัญญา แต่มันจะถูกไล่ล่าโดยตัวตนสูงสุด รวมถึงศิษยานุศิษย์ของนิกายเทวะวจนะทั่วปฐพี!

         

        เพื่อปกป้องและรักษาความลับให้แก่ฮุ่ยจวินร่วมด้วยและเพื่อความหวังที่จะเปิดผาอดีต มันต้องหยุดหนึ่งในสามเฒ่าศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทวะวจนะให้ได้

         

        ธรรมบาลปัญญาอาศัยค่ายกลปาฏิหาริย์อันลึกล้ำต้านรับวจนะยุทธ์ของเฒ่าศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มกำลังความสามารถค่ายกลปาฏิหาริย์ใดที่มันเข้าถึง ฝึกได้ ล้วนถูกใช้ออกอย่างไม่จำกัด สิ่งสำคัญในการต่อสู้กับผู้ที่เดินอยู่ในมหาวิถีวจนะยุทธ์ก็คือระยะห่างความร้ายกาจของวิถียุทธ์คือสู้ในระยะประชิด ขอเพียงคงระยะห่างการต่อสู้ไว้ได้ ระยะเวลาที่มันถ่วงก็จะมากขึ้นไปตามอีกทั้งมหาวิถีวจนะปัญญายังมีเปรียบในระยะต่อสู้ที่ห่างกันได้ ขอเพียงเขียนค่ายกลทิ้งไว้ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหน เพียงสัมผัสถึงดวงตาค่ายกลได้เล็กน้อยหรือเพียงฝ่ายตรงข้ามสัมผัสถูกอาณาบริเวณแห่งค่ายกลก็สามารถกระตุ้นให้มันทำงานได้แล้ว

         

        “ค่ายกลปาฏิหาริย์เหล่านี้ล้วนเกิดจากมหาเทวะคนทรยศเช่นเจ้ามิสมควรจะอาจเอื้อมใช้มัน!”

         

        ร่างชราคล้ายขยายใหญ่ขึ้นจนเท่าขุนเขา ทุกหนึ่งการชกหมัดหนึ่งการตวัดเท้าของมัน ส่งให้ค่ายกลตามมุมต่างๆ แตกดับในชั่วพริบตา เช่นเดียวกับขุนเขาแลหน้าผาที่สลับซับซ้อนล้มครืนพังทลายความครืนครั่นและพลังการปะทะของสองสุดยอดนี้ ส่งให้ทั่วนิกายล้วนแตกตื่นละคนสงสัยแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในเขตหวงห้าม

         

        หลายตัวตนแห่งนิกายเทวะวจนะเคลื่อนไหว ผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือมองภาพที่อยู่ห่างไกลด้วยแววตาที่เจิดจ้าคราแรกพวกมันคิดว่ามีเฒ่านัยน์ตาเทาหม่นน่าพิศวงผู้เดียวก็เพียงพอแล้ว ทำให้พวกมันไม่รีบแต่การปะทะซึ่งพลังสองสายเมื่อครู่ พวกมันจะไม่รีบก็ไม่ได้

         

        แสงสีทองบนผาอดีตกระตุ้นเตือน เกิดการต่อสู้ที่เขตหวงห้ามอย่างหนักหน่วงไม่ว่ามองอย่างไรก็นับเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน

         

        ตัวตนจากภายนอกล้วนมุ่งมาตามเสียงการต่อสู้ธรรมบาลปัญญาวางค่ายกลเพื่อสังเกตการณ์ที่เบื้องนอกจึงรับรู้ เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้ารับมือเพียงคนเดียวก็แย่แล้วหากมีตัวตนอื่นเพิ่มเข้ามานับว่าถึงคราววิกฤติ มันจึงมองกลับหลัง มุกสุกใสยังคงอยู่ในสภาพเดิมสีของมันใสกระจ่างแวววับภายใต้ประกายสีทองเจิดจรัสที่ทอทอด ดูไม่เปลี่ยนแปลง ดูคล้ายไม่มีพลังญาณเข้าไปสะสมแม้เพียงนิดสภาพการณ์เช่นนี้มันมองออกได้ทันทีว่าไม่เกิดผล แม้เสียดายและผิดหวังในผลลัพธ์ แต่เมื่อมันเลือกแล้วก็ต้องก้าวเดินต่อไปเมื่อวิธีที่มันศึกษามาและคาดการณ์ไว้ไม่ได้ผล มันก็ต้องหนีก่อน มีชีวิตจึงจะสามารถหาหนทางอื่นได้

         

        คิดดังนั้นมันจึงประกบมือเร่งเร้าพลังญาณสร้างค่ายกลพลังปาฏิหาริย์หนึ่งโดยมีแผ่นฟ้าเป็นเส้นสาย ใช้เมฆาเป็นดวงตา กระตุ้นพลังให้เกิดห่าฝนที่แหลมคมดั่งธนูโจมตีเข้าใส่เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ฝนธนูโถมกระหน่ำมิขาดสาย บีบให้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ต้องหยุดฝีเท้า แล้วธรรมปัญญาค่อยทยานเข้าหาฮุ่ยจวินหวังพาชายหนุ่มหลบหนีออกไป

 

        เฒ่าศักดิ์สิทธิ์สัมผัสได้ถึงการหลบหนี ฝ่ามือสองข้างจึงยกขึ้นเหนือศีรษะแล้วคำรามก้อง

         

        “อย่าตลกน่า คิดว่าข้าเป็นจอมยุทธ์ในระดับใดคิดว่าตำแหน่งเฒ่าศักดิ์สิทธิ์มีไว้แค่ประดับเฉยๆ อย่างนั้นหรือ!”

         

        จุดสูงสุดของมหาวิถีวจนะยุทธ์ คือ ราชันย์เทวะยุทธ์ชั้นสูงเฒ่าศักดิ์สิทธิ์นัยน์ตาเทาหม่นผู้นี้ก็อยู่ในขั้นนี้!

         

        “เทพประทับ ทัณฑ์เทวะ!”

         

        ภายใต้เสียงคำราม แสงสีทองเจิดจ้าก็ผุดขึ้นครอบร่างของเฒ่าศักดิ์สิทธิ์ก่อรูปลักษณ์เป็นองค์เทพถือทวนขนาดใหญ่ นำพาร่างของเฒ่าศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะลวงฟ้า ผ่าห่าฝนตัดก้อนเมฆ ทำลายค่ายกลพิรุณเกาทัณฑ์จนย่อยยับ ก่อนร่างประทับเทพนั้นจะคล้ายตัดผ่านห้วงมิติเพียงพริบตาเดียวพลังรูปคมทวนสีทองเจิดจ้าในมือของร่างองค์เทพก็บรรลุถึงแผ่นหลังของธรรมบาลปัญญาแล้ว

         

        ธรรมบาลปัญญาสัมผัสได้ถึงความเป็นตายจ่อเพียงแค่เอื้อมสุดยอดค่ายกลใดที่ใช้ออกล้วนถูกผ่าทะลวงราวปุยนุ่น นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้มีโอกาสได้เห็นพลังของเฒ่าศักดิ์สิทธิ์เหล่าธรรมบาลมิอาจเทียบชั้นได้อย่างแท้จริง

         

        ในช่วงวินาทีแห่งความเป็นตาย บุรุษชรารู้ตัวว่าตนไม่รอดจึงส่งพลังสุดท้ายหวังสร้างค่ายกลนำพาให้ฮุ่ยจวินได้หนี

         

        ทว่าสุดท้ายก็ยังช้ากว่าปลายหอกสีทองเรืองรองเบื้องหน้า!

         

         

         

         

         

         

         

         

         

         

 

คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
15.48M 4292
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
เทพมังกรเหนือปฐพี

เทพมังกรเหนือปฐพี

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
741K 474
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

นิยาย แฟนตาซี
103K 226
[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.72M 5471