เฉินเล่อตามสองพี่น้องไปซื้อกากน้ำตาล เขาได้เห็นจ้าวเหว่ยในอีกมุมหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็น คือมุมที่เธอเป็ตัวของตัวเองไม่ต้องรักษาท่าทีเหมือนเวลาที่เธอคุยกับบ้านเขารวมถึงคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน เธอคุยกับลุงยามเฝ้าโรงงานอย่างสนิทสนมท่าทางจะเป็คนคุยเก่งน่าดู
จ้าวเหว่ยจัดการเื่ที่โรงงานเสร็จแล้วพวกเขาก็พากันกลับมาบ้าน ระหว่างทางกลับซีอันกับจ้าวเหว่ยก็คุยกัน แหย่กันตามประสาพี่น้องมาตลอดทาง เฉินเล่อมองภาพนี้แล้วเขาก็สงสัยจ้าวเหว่ยไม่ใช่ตัวจริงแล้วทำไมการกระทำของเธอมันแสดงออกมาไม่ต่างกับว่าเธอเป็น้องสาวแท้ๆ ของเพื่อนเขาเลย
ครอบครัวเขารอจ้าวเหว่ยอยู่ก่อนแล้วรวมถึงซิงซิงด้วย ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองแบบที่ไม่ต้องบอกอะไรเลย มันเป็ครั้งแรกอีกเช่นกันที่เขาเห็นครอบครัวเขาทำงานกับจ้าวเหว่ยยังไงในระหว่างที่เขาไปเป็ทหารแม้แต่อ้ายเหรินก็มาช่วยด้วยเช่นกัน เขาได้แต่มองดูทุกคนที่อยู่ในที่นี้ด้วยความสนใจและช่วยจ้าวเหว่ยทำงานด้วยอีกคน
ตอนที่แบ่งกากถั่วเหลืองเสร็จแล้วเฉินเล่อมีแผนการในใจเขาเลยชวนซีอันมาที่บ้านเย็นนี้ไม่ได้คุยกันนานแล้วอยากคุยกับเพื่อนบ้างซีอันรับปากก่อนจะขอตัวกลับไป แล้วเขาก็เห็นพ่อของเขาเอากากถั่วเหลืองที่แบ่งเป็ถุงแล้วใส่กระบะหลังรถจักรยานเตรียมออกไปข้างนอก
“พ่อจะไปไหนเหรอครับ” เฉินเล่อถามด้วยความสงสัย
“มีคนหมู่บ้านข้างเราเขาสั่งเอาไว้น่ะ พ่อจะเอาไปส่งเขาที่บ้าน”
“ไม่ใช่ว่าเขาจะมาซื้อที่บ้านเราเหรอครับ”
“ถ้าคนไหนเขาสั่งกากถั่วเหลืองกับเราตลอดเป็ลูกค้าประจำพ่อก็จะเอาไปส่งให้เขาเองถ้าเขาอยู่หมู่บ้านอื่น เหว่ยเอ๋อร์บอกว่าถ้าพ่อสะดวกจะทำก็ทำเพราะมันคือการทำให้ลูกค้าประทับใจกับการขายที่เราใส่ใจเขา พ่อว่ามันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรก็เลยทำแค่นั้นเองแกไม่ต้องกลัวพ่อเหนื่อยหรอก เมียแกบอกว่าการปั่นจักรยานบ้างก็ถือว่าเป็การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย”
“ใช่แล้วล่ะ เหว่ยเอ๋อร์ก็บอกให้แม่ขยับแขนขยับขาบ้างถ้าร่างกายแข็งแรงก็จะไม่ป่วยได้ง่ายๆ ขนาดอ้ายเหรินกับซิงซิงยังทำกันเลย”
“ใช่แล้วฮะพ่อ แม่บอกว่าถ้าสุขภาพแข็งแรงเราจะไม่ป่วย พ่อไปดูวัวน้อยกับผมเถอะผมเลี้ยงมันโตแล้วนะ” ซิงซิงจูงมือพ่อไปที่คอกวัว
“นี่วัวน้อยของผม เป็ไงฮะ? มันรอดแล้วมันไม่ตายแล้วล่ะตอนที่มันมาใหม่มันมีแต่หนังกับโครงกระดูกไม่มีเนื้อเลยแม่บอกว่าผมต้องดูแลมันดี ๆ ” ซิงซิงอวดกับพ่อ
“ซิงซิงน้อยเลยเอากากถั่วเหลืองให้มันกินอย่างนั้นเหรอ”
“เอาอย่างอื่นด้วยฮะ มีหญ้าสดที่แม่พาไปตัดแล้วก็หญ้าที่แม่ทำไว้ด้วยฮะ” เขาชี้ไปที่ถังหญ้าหมัก
ดูแล้วยายิญญานี่จะมีความรู้มากพอตัวเลยรู้เื่โน้นเื่นี้ไปทั่ว วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็ใคร
เฉินเล่อเดินจูงมือลูกชายไปหาจ้าวเหว่ยที่ยืนจัดของอยู่ลานด้านหลังบ้านอีกด้านหนึ่ง
“วันนี้ฉันชวนพี่ชายเธอมาบ้านนะถ้าเธอว่างก็ช่วยทำของให้พวกเราหน่อยคงดื่มกันนิดหน่อย แล้วเธอก็มานั่งคุยกับพวกเราด้วยก็ได้นะ” เฉินเล่อชวนเธอนั่งด้วย
พ่อคนคออ่อนกลับบ้านทีก็สังสรรค์ที กินเหล้าก็ไม่เก่งยังจะกินอยู่ได้ไม่อายตัวเองบ้างหรือไง กินเหล้าแล้วเมาไม่รู้เื่ทุกที
เฉินเล่อหันหน้าหนีไปแอบยิ้ม เขาคอแข็งมากเขาแค่พลาดครั้งเดียววันงานแต่งงานตัวเอง ยายนี่ตราหน้าเขาเป็คนคออ่อนไปแล้วเหรอตัวเองเข้าใจผิดเองแท้ๆ ยายบ๊องเอ๊ย!
“ได้ซิพี่อยากให้ฉันทำอะไรเป็พิเศษหรือเปล่าล่ะ”
“แล้วแต่เธอเลย”
เฉินเล่อจะไปหาอ้ายเหรินแต่ซิงซิงอยากอยู่กับแม่เขาเลยขออยู่ที่นี่ให้พ่อไปคนเดียว เฉินเล่อมองลูกชายตัวเองที่ไม่ติดเขาแล้วแต่ไปติดแม่เลี้ยงแทน เป็ลูกชายที่รักพ่อมากจริงๆ หรือว่าเขาจะใช้เวลากับลูกน้อยเกินไปเหมือนที่จ้าวเหว่ยบอก
ห้องนอนอ้ายเหริน…
“ดูเหมือนที่บ้านตอนนี้จะพูดถึงแต่การกระทำของผู้หญิงคนนั้นน่ะ แกก็เป็ไปกับเขาด้วยหรือเปล่า” เฉินเล่อถามน้องชาย
“ไม่นะทุกคนก็เป็ปกตินี่ พี่มองผิดหรือเปล่า”
“ฉันเห็นพ่อกับแม่พูดถึงเธอตลอด แล้วตอนฉันไม่อยู่เธอเป็ยังไงบ้างกับครอบครัวเรา”
“ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ พี่ยังระแวงเธออยู่อีกเหรอ เธอไม่มีอะไรน่าสงสัยหรอกไม่งั้นเธอจะแตกหักกับพ่อเธอทำไมกันล่ะ”
“เปล่าฉันไม่ได้ระแวง เธอยังอยากหย่ากับฉันอยู่แกรู้หรือเปล่า”
“จะหย่าทำไมล่ะ? หรือพี่ยังไม่ได้เคลียร์อะไรกับเธอเลยอย่างงั้นเหรอ” อ้ายเหรินขมวดคิ้ว
เขาผิดเหรอเนี่ยทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่คนอยากแยกทาง เฉินเล่อรู้สึกว่าน้องเขาจะเข้าข้างเธอมากกว่าเมื่อก่อน วันนี้ที่เขามองเธอตอนทำงานจะมีแค่ซีอันกับอ้ายเหรินและซิงซิงเท่านั้นที่เธอไม่ได้สงวนท่าทีในการคุยด้วย ส่วนพ่อแม่ของเขาเธอก็ยังไม่ได้แสดงตัวตนของเธอออกมาเหมือนกับอยู่กับสามคนนี้
“แกสนิทกับเธอมากไหม”
“ก็พอสมควรนะ ไม่รู้พี่จะเชื่อฉันไหมแต่เท่าที่เธอมาอยู่บ้านเราเธอไม่ได้เลวร้ายแบบที่เราคิดเลยและเธอก็ยังคิดเผื่อพวกเราด้วยไม่งั้นเธอคงไม่ให้พ่อกับแม่มาช่วยเธอขายของหรอก เธอทำคนเดียวก็ได้”
เฉินเล่อเงียบ
“พี่จะโกรธฉันก็ได้นะ แต่ฉันบอกเื่บ้านเรากับเธอไปแล้วั้แ่พี่ไปแรก ๆ เธอมารบเร้าถามฉันเธอเอาฐานะเมียพี่มาบังคับฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” อ้ายเหรินโยนเื่นี้ไปให้จ้าวเหว่ย
“แกบอกเธอเื่อะไรบ้าง”
“บอกหมดเลย เื่พ่อแม่เื่หนี้ของบ้านเราหลังจากที่เธอรู้เธอก็ให้พ่อแม่มาช่วยเธอ ฉันคิดว่าเธอคงอยากให้พ่อแม่มีรายได้อีกทางเพราะเื่หนี้ของเราแน่ๆ เธอไม่เหมือนพ่อเธอจริงๆ นะพี่ใหญ่” อ้ายเหรินช่วยพูดให้
“แค่นี้เหรอ?”
“อือ..มีแค่เื่นี้แหละส่วนเื่พี่ฉันไม่ได้บอกอะไรเธอเลยแม้แต่เื่เดียวแล้วเธอก็ไม่ถามด้วย”
“เธอไม่ถามเื่ของฉันเลยงั้นเหรอ” เฉินเล่อขมวดคิ้ว
“ไม่ถามเลย เื่พี่เื่ซิงซิงทั้งสองคนเธอไม่เคยถามถึงอดีตของพี่ดูแล้วเธออาจจะไม่ได้ชอบพี่เหมือนที่เธอบอกก็ได้นะ” อ้ายเหรินมองหน้าพี่ชายอย่างลำบากใจ
“ทำไมแกคิดแบบนั้นล่ะ?” เฉินเล่อถามอย่างสนใจ
“ก็เธอไม่เคยถามเลยว่าพี่ติดต่อกลับมาไหม.. ไม่ถามว่าฉันติดต่อพี่หรือเปล่า.. ไม่เคยรอจดหมายของพี่.. เธอใช้ชีวิตเหมือนไม่มีพี่อยู่ในชีวิตเธอเลยน่ะซิ วันๆ นอกจากทำงานหาเงินเธอก็อยู่กับซิงซิง กับฉันก็มีมาคุยด้วยบ้างแต่จะเป็เวลาที่เธออยากรู้อะไรบางอย่างก็จะมาถาม แล้วก็เื่งาน แค่นั้นล่ะ”
เฉินเล่อยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด ไม่สนใจฉันเลยอย่างนั้นเหรอไม่ว่าเธอจะเป็ใครตอนนี้ฉันก็ได้ชื่อเป็สามีของเธอหรือเปล่า
“ฉันว่านะเธอคงรู้ดีนั่นล่ะ ว่าพี่ไม่สามารถเปลี่ยนใจได้เธอคงตัดใจจากพี่แล้วจริง ๆ ละมั้ง พี่ก็อย่าเชื่อฉันมากนะฉันแต่พูดจากการที่พี่ให้ฉันคอยจับตาดูเธอไว้”
อ้ายเหรินย้ำเื่นี้กับพี่ชายอีก มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกแย่มากกว่าเดิมเขาควรดีใจซิที่เวลาเลิกกันเด็กคนนี้จะไม่เ็ปกับการหย่าร้าง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกผิดหวังล่ะ!?
“วันนี้ฉันชวนซีอันมาบ้านแกก็ออกมาคุยกับพวกฉันด้วยซิ นานแล้วที่ฉันไม่ได้นั่งคุยกับซีอันเลย”
“ได้ซิ.. แล้วพี่จะไปพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอกินเหล้ามันจะดีเหรอพี่ใหญ่”
“แกอย่ามาทำตัวเป็หลินจ้าวเหว่ยอีกคน แกก็รู้ว่าฉันกินเหล้าเป็ยังไงอยู่กรมทหารหน้าหนาวฉันกินเหล้าแรงกว่านี้ไม่รู้กี่เท่าให้ร่างกายอบอุ่นแค่ฉันพลาดครั้งเดียวแกก็เหมารวมฉันเหมือนเธอเลยหรือไง” เฉินเล่อบ่นยาว
เอ่อ..เขาก็แค่เป็ห่วงเห็นว่าต้องเดินทางเขายังไม่ว่าอะไรสักหน่อยทำไมเขาต้องโดนบ่นด้วย เขาทำอะไรผิดเนี่ย!
“ฉันมีอะไรจะให้แกช่วย วันนี้แกทำยังไงก็ได้ให้ยายคนนั้นกินเหล้าให้ได้มอมให้เมายิ่งดี”
“อะไรนะ!? ”
อ้ายเหรินลุกขึ้นทันทีด้วยท่าทางใ ไม่นะพี่ชายเขาจะทำเื่แบบนั้นเหรอ
“อย่ามาคิดเื่แบบนั้นกับฉันนะ ฉันรู้ว่าแกคิดอะไรอยู่แกทำตามที่ฉันบอกก็พอ แล้วถ้าฉันจะทำมันจะเป็อะไรเหรอ? ในเมื่อเธอเป็ภรรยาของฉัน”
นั่นซิเธอเป็ภรรยาของเขาถ้าจะใกล้ชิดกันเขาผิดตรงไหน
“มันก็ไม่เป็อะไรหรอกถ้าพวกพี่คิดตรงกันน่ะ แต่…พี่เลิกรู้สึกผิดกับพี่เยว่ซินแล้วเหรอ? ”
อ้ายเหรินก็อยากให้พี่เขาใช้ชีวิตของตัวเองสักทีไม่ต้องอยู่กับความรู้สึกผิดนี้จนทำลายความสุขของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา
“ไม่มีวันที่ฉันจะเลิกรู้สึกผิดกับเยว่ซิน”
“พี่เป็ต้นแบบของฉันมาตลอดนะ ั้แ่ตอนที่ลำบากพี่ก็จะหาทางหาของมาให้ฉันกินไม่ให้ฉันหิว พี่เป็คนที่ฉลาดและเป็ผู้ชายที่ดีมากพี่รู้ตัวไหม.. แต่พี่ก็เป็คนที่ดื้อมากด้วยเหมือนกัน พี่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดพี่ทั้งหมดแต่พี่ก็เลือกทำตามความเชื่อของตัวเองแบบนี้มาตลอด เมื่อไหร่พี่จะปล่อยวางสักทีหรือพี่คิดว่าสิ่งที่ฉันพูดมามันผิดงั้นเหรอ” อ้ายเหรินทนไม่ไหวแล้วเขาควรพูดกับพี่ชายเขาอย่างจริงจัง
“แกไม่คิดว่าฉันรักเธอมั่งเหรอทำไมต้องคิดว่าฉันแค่รู้สึกผิดด้วยล่ะ”
“คนอื่นอาจจะคิดว่าพี่รักมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ฉันเป็น้องพี่นะไม่ใช่คนอื่นเพราะพี่เยว่ซินดีกับเราสองคนมาตลอดเป็คนที่คอยเอาอาหารมาแบ่งให้พวกเรา ไม่รังเกียจเราสองคนยอมที่จะคบหากับพวกเรา บางครั้งก็ช่วยปกป้องพวกเราจากเด็กคนอื่นที่มารังแก สำหรับพี่เยว่ซินกับพี่มันไม่ใช่แค่ความรักหรอก ฉันโตขนาดนี้แล้วทำไมฉันจะแยกไม่ออกเื่นี้
" แกมั่นใจขนาดนั้นเลยหรอ " เฉินเล่อแค่นหัวเราะ
"มั่นใจซิ..สิ่งที่พี่เป็คือพี่รู้สึกว่าพี่ทำร้ายคนที่มีบุญคุณกับพี่เื่ที่เธอท้องแล้วต้องมาตายไปเพราะคลอดพี่โทษว่าเป็คนผิด ในเื่นี้แล้วอย่ามาบอกฉันนะว่าพี่รักเธอ พี่โตกว่าฉันด้วยซ้ำถ้าพี่แยกความชอบกับความรักไม่ได้ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”
อ้ายเหรินพูดเป็ชุดเพื่อเตือนสติพี่ชายมันหลายปีมากแล้วเขาควรเลิกงี่เง่าได้แล้ว
“หลังจากเยว่ซินฉันก็ไม่เคยคบใครฉันจะไปรู้ได้ไงว่าความรักเป็ยังไง ฉันก็ไม่ได้ฉลาดแบบที่แกคิดหรอกนะ หรือว่าแกมีคนรักแล้วแกถึงพูดเื่ความรักได้ดีเหลือเกิน” เฉินเล่อเปลี่ยนเื่พูดเขาไม่อยากพูดเื่นี้กับน้องอีก
“ไม่มีหรอกแต่ฉันก็คิดว่าถ้ามีฉันก็จะรู้ได้เองว่ามันเป็ยังไง”
เฉินเล่อกับอ้ายเหรินมองหน้ากันไม่พูดอะไรต่อทั้งคู่ พวกเขาสองพี่น้องช่างไร้ประสบการณ์เื่ความรักจริงๆ