Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

จุดจบแห่งการเริ่มต้น:เตรียมพร้อม

        เป็นเวลาล่วงเลยมาสองวันหลังจากสงครามเมืองสุริยัน   ทุกคนต่างกระจัดกระจายออกล่าสัตว์อสูรเพื่อเก็บเลเวล

        ภายในตำหนักศิลาเสียงฝีเท้าอ่อนนุ่มดังขึ้นตามทางเดินมุ่งตรงมายังห้องครั้ว   ศิลาเปิดประตูเข้ามาก็พบกับอดีตสัตว์อสูรของเขาและแม่หวานใจกำลังจัดเตรียมอาหารมื้อใหญ่เอาไว้รอ   แต่ทว่าสดายุก็ได้ลงมือกินก่อนอย่างไม่สนใจว่าใครจะมาใครจะไป

        “ตื่นแล้วหรอค่ะ  วันนี้ฟ้าทำเองเลยนะเนี้ย”  เจ้าหล่อนอวดฝีมือ

        ศิลาแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ   อ๋อที่พวกหงอคงไม่กินไม่ใช่เพราะรอเขา   แต่พวกพี่ท่านกำลังนั่งทำใจกันอยู่นี่เอง

        “ข้าล่ะนึกว่าเจ้าจะจำศีลอยู่แต่ในห้องทำพิธีทั้งปีเสียแล้ว  ออกมาก็หลับเป็นตาย  แบบนี้ถ้าพาลีบุกมาเจ้าคงถูกมันเชือด”  หงอคงกล่าวทีเล่นทีจริง

        “ร่างกายเป็นยังไงบ้างครับนายท่าน”  สัมพาทีถามอย่างเป็นห่วง

        ศิลาเดินเข้ามาเช็ดปากเช็ดแก้มให้สดายุพร้อมกับตอบว่า  “ดีขึ้นและล่ะ  แต่ยังไม่ค่อยชินกับสภาพไร้พลัง  คงต้องฝึกอีกหน่อย  อีกอย่างนะสัมพาที  นายเกิดจากดาบมังกร ร่ำไห้และจากเลือดของฉัน เพราะงั้นไม่ต้องเรียกนายท่านอะไรก็ได้”

        สัมพาทีพยักหน้า  “คะ..ครับท่านพ่อ”

        ฟ้าครามยิ้มมุมปาก  “ค่อยๆฝึกไปก็ได้คาาา...  ตอนนี้กินก่อนเถอะมันเย็นจะไม่อร่อย”   

        เวลาอาหารดำเนินไปอย่างรื่นรมณ์มองดูคล้ายฉากครอบครัว   ขณะนั้นเองสัมพาทีก็ถามขึ้นเล่นเอาทั้งโต๊ะเงียบสนิท

        “หากบรรลุเป้าหมาย   ท่านพ่อจะไม่กลับมาที่โลกนี้อีกใช่ไหมครับ”  สัมพาทีฉายแววอาลัยเศร้าออกมาชัดเจนไม่ต่างจากสดายุที่เงยหน้ามามี๋ด้วยนัยน์ตาสั่นเครือ

        “อ่า   หากเป้าหมายสำเร็จก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องกลับมา  แต่ไม่ต้องห่วงหรือกังวลอะไร  ยังไงพวกเราต้องได้อยู่พร้อมหน้ากันแบบนี้อีกแน่  พวกนายจะไปอยู่กับฉันและน้องฟ้าในกลอรี่เวิร์ล  ในถานะภูตสัตว์อสูรในตำนาน”

        พวกสัมพาทีมีแววตาเป็นประกาย   ตื่นเต้น  ดีใจที่ไม่ต้องจากลา  

        “เรื่องอื่นชั่งมันเถอะ”  ภุชคินทร์ขัดขึ้น  “นายท่านคิดจะทำยังไงกับพาลี  ดูแล้วเจ้าลิงตนนี้น่าจะเป็นหายิ่งกว่าไดอาโบเสียอีก”

        ศิลาหันไปบอกฟ้าคราม  “น้องฟ้าคะ  ช่วยเรียกเหล่าเสนาธิการกับหน่วยลอบสังอิสระของเมตตาและมุทิตามาพบพี่ที่ห้องโถง  เวลาบ่ายโม่งครึ่ง”

        “ค่ะ”  เจ้าหล่อนพยักหน้ารับคำ   

        เวลาอาหารดำเนินไปอย่างเชื่องช้า  เมื่อทานเสร็จอิ่มหนำศิลาถือโอกาสนี้ออกมาเดินเที่ยวภายในเมือง   พักผ่อนหย่อนใจบ้างอะไรบ้าง   ดวงตาทุกคู่ฉายแววแปลกใจจ้องมองมาที่เขา   ทุกคนกำลังสงสัยว่าทำไมวันนี้ถึงมาตัวคนเดียวแล้วแม่สาวข้างกายล่ะไปไหน

        ในขณะที่ศิลากำเดินลอยชายรื่นรมณ์เพิร์จได้ติดต่อเข้ามา  

        “โฮ่ว..โหลๆ..  ได้ยินไหม”  ชายหนุ่มทักทายอย่างอารมณ์ดี  

        “ได้ยินแล้ว   พวกนายกลับเข้าเกมมากันครบแล้วซินะ  พอดีฉันมีงานจะให้ทำ”

        “โห่..   มาถึงก็ใช้กันเลยวุ๋ย”  เพิร์จบ่นพอเป็นกระสัย  “พวกเราน่ะมาครบแล้ว และนายล่ะอยู่ไหน  ตอนนี้มันบ่ายสองกว่าแล้วนะเพื่อน  น่าแปลกแหะที่คนอย่างนายผิดนัดลืมเวลา”

        ฮืมม..  ศิลาตาถลน   นี่เขาเดินเที่ยวเพลินจนลืมเวลาเลยหรอ   ทำไงได้เวลาพักผ่อนของเขานานๆจะมีสักที   

        “โอเค โทษที  เดี๋ยวฉันรีบไป”

        พูดจบศิลาก็หายวับไปจากใจกลางถนนเล่นเอาทุกคนเบิกตาค้าง  นั่นไม่ใช่การเคลื่อยย้ายด้วยการ์ดของระบบ   แต่เป็นสกิลกระโดดข้ามมิติ   จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะตกใจ   

        แต่ก็น่ะอย่างว่า..  คนที่ใช้คือศิลา  พวกเขาชินแล้วกับเรื่องเหนือความคาดหมายและเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้แต่ก็เป็นไปได้   ทำไงได้ผู้เล่นคนนี้ได้ชื่อว่าเป็นบัคของเกมที่แม้แต่จีเอ็มยังไม่สามารถแก้ไขได้  เขาจะเทพกว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแล้ว

        ศิลาโผล่มานั่งบนบัลลังก์ศิลา   สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงคุ้นหู

        “แหม่พ่อคุณ  นึกว่าจะจำศีลตลอดปี”  อีฟกล่าว

        ศิลายิ้มเล็กน้อยหันมองสามสาวที่ยืนอยู่ห่างๆ  “วาริน  ไอซ์  อาย  ดีใจนะที่ได้เจอพวกเธออีก  คุ้นเคยกับตำหนักศิลาบ้างหรือยัง”

        วารินพยักหน้ายิ้มสดใสร่าเริง  ตอบแสงแจ๋ว  “คุ้นแล้วค่ะ  ทุกคนเป็นมิตรดี  ไม่เหมือนกับภาพอาชญากรที่เคยจินตนาการไว้ในหัว”

        ชายหนุ่มยิ้มให้เด็กสาวอย่างเอ็นดู

        ศิลาหลับตาสูดลมหายใจลึกก่อนจะค่อยๆลืมตา  พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวเขาที่เปลี่ยนไปแตกต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ  ทั้งดูเร้นลับ  ทรงอำนาจ  พิศวง  ใบหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นสุขุมคมเข้มบาดลึก  

        “ที่ฉันเรียกทุกคนมาไม่ใช่อะไร   พอดีมีงานชิ้นหนึ่งจะให้ทำ   เป็นการส่งสารเชิญ”

        สารเชิญ!!...    ทุกคนอุทานออกมาเสียงเดียวกัน

        “ใช่...  สารเชิญ   ฉันต้องการให้พวกนายแยกย้ายกันไปเชิญหัวหน้ากิลด์ต่างๆจ้าวเมืองแต่ละเมือง  ผู้นำของผู้เล่นอิสระ  นำข้อความจากฉันไปบอกพวกเขา  ถ้าต้องการเข้าร่วมการล่าบอส  ให้มาร่วมมือกับอาชญากร   และทุกกิลด์จะมีสิทธิ์ในการสังหารไดอาโบเท่าเทียมกัน  ไม่งั้นพวกเราจะยึดไดอาโบไว้เป็นสมบัติส่วนตัวและจะไม่มีผู้ใดได้สังหารบอสอีกตลอดการ  นี่คือโอกาสครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย   จากศิลา”   

        เขาผ่านเงื่อนไขข้อแรกของการพิชิตเกมไปแล้วนั้นคือการสังหารหนึ่งในสามบอสของโลก  ดังนั้นไดอาโบจึงไม่มีความหมาย  ต่อให้ไดอาโบจะถูกใครฆ่าก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่     เว้นเสียแต่เป็นพาลีอันนั้นน่ะงานงอกของจริง

        “เดี๋ยวก่อนซิ”  โซดายกมือขัด  “ที่ผ่านมาอาชญากรอย่างเราไม่ผูกมิตรกับฝ่ายใด  ไม่ร่วมมือกับใครนอกจากตัวเอง  แล้วนี่...เอ่อ  มันค่อนข้าง”

        ศิลาถอนหายใจ  อธิบายต่อว่า  “ฉันเข้าใจ   ตอนนี้ฉันผ่านเงื่อนไขการสังหารบอสแล้ว  ไดอาโบจึงไม่มีความหมาย  สามารถให้ฟ้าครามจัดการได้  ที่สำคัญที่สุดคือเศษวิญญาณธรรมชาติชิ้นสุดท้ายที่อยู่กับพาลี”

        เพิร์จพยักหน้า  “เข้าใจล่ะ   เพราะพาลีมีสกิลพรแห่งพระอิศวร  นายเลยต้องการให้ผู้เล่นทั้งหมดไปรวมกันที่ไดอาโบ  เพื่อไม่ให้เข้าไปยุ้งการต่อสู้ของนายกับพาลี  และเพื่อไม่ให้มีใครมาชุบมือเปือบเศษวิญญาณธรรมชาติธาตุอัคคีไป”  เพิร์จอธิบายตามความคิดของตน

        “ใช่  ถูกต้องอย่างที่นายคิด”

        “เดี๋ยวก่อนนะ”  ไอซ์ขัดขึ้น   เรียกทุกสายตามองที่หญิงสาวเล่นเอาเธอสะดุ้งเฮือกเพราะมีสายตาหลายคู่ไม่น้อยที่แฝงจิตสังหาร  และข่มขวัญเธอ  จนศิลาต้องปรามลูกน้องของตน

        “พอได้แล้ว  นั่นเพื่อนของฉัน  ไอซ์พูดต่อได้เลย”

        “อื่ม”  หญิงสาวพยักหน้า  “หากผู้เล่นเข้าไปสอดระหว่างศิลากับพาลี  ศิลาก็สามารถจัดการกับทั้งหมดได้ในพริบตา  ไม่สู้เรากวาดพวกผู้เล่นทั่วไปก่อนแล้วให้อาชญากรไปรุมไดอาโบปล่อยให้นายหนึ่งต่อหนึ่งกับพาลี”

        “แบบนั้นก็สามารถทำได้   แต่ว่าการจะฆ่าผู้เล่นทั่วทุกมุมโลกนั้นมันไม่ง่าย  ต่อให้เป็นฉันก็ยังลำบากและต้องใช้พลังมหาศาล  หากสู้กับพาลีในสภาพที่เอาพลังไปลบผู้เล่นทั้งหมดแล้วล่ะก็  โอกาสจะแพ้มีมากถึง 100%”

        “แล้วจันทราเทพล่ะ”  ไอซ์ถามต่อ

        “น้องฟ้าสามารถทำได้  แต่ในที่นี้มีใครกล้ารับรองไหมว่าสามารถเอาชนะไดอาโบที่เกิดมาจากข้อมูลของฉันได้  หรือสามารถหยุดมันได้หากไดอาโบคิดจะมาร่วมวงทางฉันและพาลี   หากเป็นน้องฟ้าคงทำได้  แต่เธอต้องอยู่ในสภาพพลังเต็มเปี่ยม”

        น้ำแข็งกล่าวขึ้นต่อ  “ถ้าเอาผู้เล่นมากมายขนาดนั้นไปรุมไดอาโบ  พวกเราจะไม่เจอเขตแดนห้วงเวลาแห่งศิลาดึงพลังไปเลอะ”

        “ไม่   เขตแดนของไดอาโบต่างจากของฉันนิดหน่อย  มันจะไม่ลดพลังคู่แต่สู้  แต่จะเพิ่มพลังของตนเอง  และลดความเร็วของคู่ต่อสู้ลง  รวมถึงลดความเสียหายที่ตนเองได้รับ   ที่ฉันต้องทำแบบนี้มีเหตุผลหลักๆสองอย่าง    อย่างแรก  ไดอาโบมันหวังให้ฉันกับพาลีซัดกันจนเจียนตายทั้งคู่แล้วมันจะโผล่มาเก็บงานทีหลัง  ดังนั้นฉันจึงต้องการให้ผู้เล่นไปรุมทึงมันไว้   อย่างที่สอง  เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีใครถูกผลของสกิลพรแห่งพระอิศวร”

        “แล้วท่าพาลี  หนีพี่มายังที่ไดอาโบอยู่เพื่อให้พรแห่งพระอิศวรทำงานล่ะคะ”  วารินถามเสียงใส

        ศิลาฉีกยิ้มตอบอย่างมั่นใจ  “ไม่มีทาง หากมันคิดจะหนีแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวนั่นหมายถึงความตาย  หากมันเสียสมาธิหรือมุ้งเน้นไปเรื่องอื่นที่ไม่ใช่คิดเรื่องระหว่างรับมือกับพี่แล้วล่ะก็  รับรองได้เลย  วินาทีเดียว  พี่สามารถฆ่ามันได้ภายในหนึ่งวินาที”  แม้จะฟังดูเกินจริงแต่ทุกคนรู้นิสัยของศิลาว่าเป็นยังไง

        “นายหาวิธีรับมือกับพรแห่งพระอิศวรได้แล้วซินะ”  เพิร์จถามอย่างตื่นเต้น   พร้อมคิดในใจว่าไอ้หมอนี่มันร้าย  เจอคู่ต่อสู้โคตรโหดแต่ในเวลาไม่นานก็หาทางรับมือได้  

        “ใช่   วิธีง่ายๆ”  ศิลายืนขึ้นกางแขนสองข้างออก  “ตรวจสอบค่าสถานะของฉันสิ”

        ทุกคนที่มีสกิลตรวจสอบใช้สกิลอ่านค่าสถานะของศิลา   เมื่อได้รู้แต่ละคนก็เหงื่อตก  เบิกตาค้าง  ตลึง  ไม่คิดว่าคนอย่างศิลาจะบ้าบิ่นได้ถึงขนาดนี้

        !!...   ละ..  เลเวล ไร้ขีดกำจัด  “ค่าสถานะทั้งหมด ไร้ขีดจำกัด  สกิลติดตัวไม่มี  สกิลพิเศษไม่มี  สกิลระดับสูงไม่มี  หมายความว่าไง”  แสงโสมสงสัยถึงขีดสุดและเช่นเดียวกับทุกคน

        “ง่ายๆ  ฉันย้ายไปไว้ที่อื่น”

        เพิร์จเบิกตาแข็ง  “นี่อย่าบอกนะว่านาย?”

        “เอาจริงดิ”  อดัมอุทานเสียงหลง  รู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของเขาคนนี้นิสัยเป็นยังไง  แต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้  “ศีล  แล้วแบบนี้นายจะสู้กับพาลียังไง  พาลียังไง  ต่อให้มีค่าพลังชีวิต  พลังวิญญาณจากเลเวลไร้ขีดจำกัด  แต่นายโดนมันโจมตีสามทีมีหวังตายคาที่แน่นอน”

        “ถามแปลกๆ  ฉันก็แค่หลบทุกการโจมตีของพาลีให้ได้ก็จบ  อีกอย่างสกิลทั้งหมดของฉันก็ยังอยู่ดีครบทุกอย่าง  เพียงแต่มันไม่ได้อยู่กับตัวฉันแล้วในตอนนี้  ฉันได้ย้ายทั้งหมดไปไว้ในวงแหวน”  ศิลายืนมาข้างหน้า  ปรากฎอักขระเวทมนต์สีแดงเลือดขึ้นรอบตัวเรียงยาวเป็นวงกลมโดยมีศิลาเป็นศูนย์กลาง  วงแหวนเวทมนต์ลอยจากพื้นสูงขึ้นเลยผ่านศรีษะของศิลาคล้ายเครื่องสแกนก่อนจะหายไป  วินาทีต่อมาพลันปรากฎโหยหา  ร่ำไห้และคร่ำครวญ   “พรแห่งพระอิศวรของพาลีมีผลกับสิ่งมีชีวิต  แต่วงแหวนเวทมนต์ไม่มีชีวิตและไม่ได้อยู่ในตัวฉัน  แต่มันอยู่ในวิญญาณของฉัน  เอกภพแห่งจิตของฉัน  ซึ่งพรแห่งพระอิศวรไม่สามารถส่งผลไปถึง”

        “นี่นายทุ่มทุกอย่างในศึกกับพาลีจริงๆซินะ”  อีฟถามย้ำ  ศิลาพยักหน้ารับ     เธอมองแวบเดียวก็รู้ถึงจุดอ่อนใหญ่หลวงของศิลา  นั่นคือทุกครั้งที่ศิลาใช้สกิลจะมีเสียงวิ้งๆคล้ายโซ่ลากพื้นดังกังวาลและปรากฎวงแหวนเวทมนต์ขึ้นรอบตัวเพื่อลอยเคลือบคลุมทั่วร่างเพื่อให้เขาสามารถใช้พลังที่เก็บไว้ในวงแหวนได้   อีกทั้งสีของวงแหวนแต่ละวงก็ต่างกันออกไป   คู่ต่อสู้สามารถสังเกตได้ว่าวงแหวนสีนี้   วงแหวนสีนั้นของศิลาคือสกิลแบบไหนและหาทางรับมือได้ทัน

        “ใช่  ฉันถึงบอกไงล่ะว่านี่จะเป็นศึกครั้งสุดท้าย  อีกอย่างการจะไปตำหนักนิรนามก็ต้องผ่านป่าแห่งการหลับไหล  สรีฟปิ้งฟลอเรส”

        “อยู่แดนใต้ของทวีปผู้กล้า  ยังไม่เคยมีใครไปถึงใจกลางได้ด้วยซิ  ส่วนมากจะตายก่อน”  อีฟกล่าวด้วยท่าทางหนักใจ

        “ใช่   เพราะงั้น  อดัม  อีฟ  ทั้งสองนำกำลังอาชญากรบางส่วนไปสร้างเส้นทางลับสำหรับกองทัพเรา   ให้ฮารุและฮานะสร้างเขตอาคมไว้สองข้างทางเพื่อไม่ให้สัตว์อสูรหรือเทพสงครามมองเห็นผู้ใช้เส้นทางได้”

        “โอเค”  ทั้งสองพยักหน้า

        “ส่วนที่เหลือ  เดินทางนำสารเชิญเข้าร่วมสงครามล่าบอสไปให้ผู้นำทั่วโลก  ฉันฝากด้วยนะ”

        รับทราบ...   ทั้งหมดตอบรับเสียงเดียวกันก่อนจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัวออกเดินทางส่งสารคำพูดของศิลาให้บรรดาผู้นำของทุกกิลด์ทั่วโลกรับรู้

        ศิลานั่งเอนกายหมิ่นๆบนบัลลังก์ด้วยท่าทางอ่อนเพลีย   เขาดูอ่อนหล้า   อดัมและอีฟมองหน้ากันสงสัยทำไมเพื่อนของเขาดูหมดอาลัยตายยาก  ซังกะตายได้เพียงนี้

        “ศีล  นายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ใช่ไหม”  หญิงสาวถามเสียงละมุนอย่างแววตาแสดงออกถึงความเป็นห่วง

        ศิลาค่อยๆลืมตาขึ้น  “อ่อ..     ก็นิดหน่อย   การสร้างวงแหวนยากกว่าที่ฉันคิด    อีกอย่างยังไม่ค่อยชินกับร่างกายที่ไร้พลัง”

        “งั้นนายก็ควรพักอีกหน่อย  ใช้เวลานี้ปรับตัวกับสภาวะนี้ให้คุ้นชิน”  อดัมเสนอ  ศิลาพยักหน้าเห็นด้วย  “ว่าแต่  นายมีแผนการจะทำอะไรต่อไปหรือเปล่า..  เอ่อออ.. หมายถึงหลังจากพิชิตเกมเดม่อนลอร์ดแล้วน่ะ”

        นั่นซินะ..    ศิลาเบือนหน้ามองบนเพดานด้วยแววตาหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก  “ก็มีคิดไว้นานและล่ะ   หลังจากบรรลุเป้าหมายในโลกนี้แล้ว  ฉันคิดว่าจะแต่งงานล่ะ  จะให้อยู่แบบนี้น้องฟ้าจะมีแต่เสียกับเสีย  หลังจากนั้นคงทำโปรเจคอันเดอร์เดิลและกลอรี่เวิร์ดให้เสร็จ  ตอนนี้ข่าวออกไม่เว้นวันว่ามีมนุษย์ที่วิวัฒนาการจากเกมเดม่อนลอร์ดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด  ขืนไม่มีที่ให้พวกนั้นได้ใช้ร่างกายและพลังวิญญาณกลัวว่าจะก่ออาชญากรรม”

        “นั่นสิ”  นีทพยักหน้า  “คนเราได้รถมาก็ต้องอยากลองขับ  เป็นเรื่องธรรมดา  ได้พลังมาก็อยากลองใช้  พวกฮิลแมนเองก็คงคิดแบบนี้  และนายล่ะศีล  ในฐานะที่กลายเป็นฮิลแมนคนแรกคิดยังไง”

        ศิลาหัวเราะในลำคอมุมปากอมยิ้ม  “อยากจะทดสอบดูเหมือนกัน  เพราะงั้นฉันถึงได้สร้างกลอรี่ยังไงล่ะ”

        “โดยใช้ฐานข้อมูลของเดม่อนลอร์ด  แล้วให้คนไดรส์เข้าไปด้วยร่างกายจริง?  แบบว่า..”  นีทสีหน้าปั่นยาก  “เจ็บจริง ตายจริง  พิการจริง  มันค่อนข้างจา”

        “นั่นแหละที่ฉันต้องการ    คนเกิดมีมากกว่าคนตาย  อีกหน่อยการเกิดและตายของคนเราจะเสียสมดุลจากพวกฮิลแมนที่มีร่างกายแข็งแรงคนหนึ่งมีค่าอายุเฉลี่ยที่หนึ่งร้อยห้าสิบปีถึงส้องร้อยปี ตอนนี้ยังไม่ส่งผลอะไรมากแต่หากฮิลแมนพวกนั้นมีลูกหลานก็จะกลายเป็นฮิลแมน นั่นแหละปัญหาจะเริ่มเกิด”

        “เลยคิดหาวิธีถ่วงสมดุลเอาไว้ด้วยกลอรี่?”  อดัมถาม

        “อืม   ฉันเดินมาไกลมากแล้วเพื่อน  ไม่สามารถถอยหลังกลับไปอีกได้แล้ว   ในเมื่อลงมายังทะเลโคลนมีแต่ต้องเลือกว่าจะจมโคลนตายหรือเดินถอยหลัง  หรือจะเดินไปข้างหน้าต่อ  แม้ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีฝั่งหรือไม่ก็ตาม  และฉันก็เลือกที่จะเดินไปข้างหน้า”  

        “อืม..   งั้นพวกเราสองคนก็จะเดินตามหลังนายเอง”  อีฟและอดัมพูดพร้อมกัน   

        สิบครั้ง   สิบครั้งแล้วที่เพื่อนของเขาคนนี้ถูกรอบฆ่าจากใครที่ไหนก็ไม่รู้  สิ่งที่ศิลาพยายามทำพวกเขาเข้าใจดี  ทั้งหมดก็เพื่อสร้างฐานอำนาจให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก  ยิ่งใหญ่จนขนาดที่ไม่มีใครกล้าทัดเทียมตีตนเสมอ   ถึงตอนนั้นคนรักและครอบครัวของเขาจะปลอดภัยไม่มีใครกล้าลงมือทำอะไร  

คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
13.30M 1357
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.35M 933
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
489K 1390
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
699K 1189