“แม่ ยาย ยายจ๋า” ภาพงานรื่นเริงแสนอบอุ่นของครอบครัวที่มีทุกคนพร้อมหน้าอย่างที่หญิงสาวใฝ่ฝันให้เป็มาตลอดชีวิตกลับไม่เนิ่นนานจนน่าใจหาย
ความสนุกสนานครื้นเครงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะค่อยๆ เลือนหายไป
จากไปทีละคน
ทีละคน..
จนไม่เหลือใคร
“อยู่กับรินก่อนยาย!” ระรินดาวผึงเปลือกตาเพื่อมองหา “ยาย! ยายจ๊ะ” ดวงตาพร่ามาพร้อมรอยชื้นจากน้ำเอ่อคลอ
เธอยกหลังมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาช้าๆรู้สึกยากเย็นกับการขยับร่างกายคล้ายอ่อนล้าเหลือเกิน
“ปวดหัว”
“น่าจะปวดอยู่หรอก เล่นทำงานทั้งวันแต่ข้าวปลาไม่ยอมกิน”
ไม่ใช่เสียงยาย!
ระรินดาวกะพริบตาถี่ไล่ความงัวเงีย แต่ไม่รู้จะใกับอะไรก่อนดีระหว่างความฝันกับความจริง
“คุณเมอยาฟ!” คนที่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแรงกลับดีดกายออกไปตั้งหลักจนเกือบตกเตียงหากชายหนุ่มไม่ดึงแขนไว้
“คุณอยู่ในห้องฉันได้ยังไง” เธอต่อว่าพลางหลุบตาสำรวจสภาพตัวเอง
ร่างโล่งโจ้งไร้อาภรณ์ภายใต้ผ้าห่มหนาทำเ้าหล่อนหลอนราวเจอผี
“นี่คุณทำอะไรฉัน!” คนถามเห็นแค่รอยยิ้มมุมปากเ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย
ก็นี่มันห้องของเขาแท้ๆ ถามไปได้
มือหนาฉุดคนตัวเล็กเข้ามาใกล้อย่างง่ายดาย “ทำไปตั้งเยอะให้เล่าทั้งหมดเลยเรอะ” คนฟังอ้าปากค้าง รีบกระชากผ้าห่มมาห่อตัวจนกลมดิก
“จะอายอะไร ฉันเห็นหมดแล้ว” กำปั้นเล็กๆพุ่งตรงยังแผงอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม แต่มันไม่มีผลอะไรกับเขาสักนิด
“เอาน่ะ! อีกหน่อยก็ชินเื่เซ็กส์น่ะมันไม่ยากหรอก” เขายิ้มกระจ่าง ผิดกับอีกฝ่ายที่ทำหน้าแทบไม่ถูก
อยากร้องไห้
มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อวานจำได้แค่ว่าถูกเหวี่ยงออกมาจากลิฟต์ แล้ว..
ปลายจมูกโด่งหอมฟอดเข้าพวงแก้มของคนกำลังใช้ความคิดพร้อมริมฝีปากอุ่นจัดคลอเคลียลงมาซอกคอ
“นี่! คุณ” คนตัวเล็กทำท่าประท้วงกิริยาถึงเนื้อถึงตัวแต่คนตัวโตชิงลุกขึ้นมานั่งทำหน้านิ่ง
“ตัวยังอุ่นๆ อยู่เลย คงมีไข้ต่ำๆ” เขากลับมามองเธอด้วยแววตาขึงขัง“เมื่อวานเธอเป็ลม น่าจะเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน แถมไม่ได้กินอะไรั้แ่บ่าย”คำบอกกล่าวอย่างล่วงรู้ความคิดทำให้ระรินดาวได้แต่รับฟังตาแป๋ว
ใช่! หลังจากพลาดมื้อเย็นกับชาบาร์ เธอก็มัวแต่ไปเป็ไทยมุง(แขก)อยู่และเขาก็เป็คนเหวี่ยงเธอออกมาจากลิฟต์
จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยนึกว่าเขาฆ่าเธอตายไปแล้ว..ถึงได้ฝันเห็นคนในครอบครัว
ระรินดาวมองเตียงกว้างในห้องนอนของเขาด้วยความรู้สึกสะท้อนใจต่อให้เขาล่วงเกินเธอไปถึงไหนต่อไหนก็คงทำอะไรไม่ได้..นอกจากยอมรับสภาพคงไม่มานั่งโวยวายหรือร้องไห้ฟูมฟายให้ไร้ประโยชน์เพราะเธอก็แค่ลูกสาวของคนที่เขาเกลียด
“ฉันต้องอาบน้ำแล้วค่ะ จะได้ลงไปทำงานขอบคุณนะคะที่..” ต้องชะงักคำไว้แค่นั้นเพราะเธอไม่รู้ว่าจะขอบคุณเขาเื่อะไร
“ไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่ไหม”
“ไม่ค่ะ” คนฟังกระตุกหัวคิ้วหมับ
“ล้มแรงขนาดนั้น แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรถ้ารู้สึกผิดปกติตรงไหนก็บอกมาจะได้พาไปหาหมอ”
“ไม่ได้เป็อะไรจริงๆ ค่ะ”
คนตัวเล็กรีบตอบขณะขยับตัวทำท่าลงจากเตียงแต่ยังไม่ทันได้ไปไหนไกลอาการปวดจี๊ดทำเสียจังหวะ
“โอ๊ย! ปวดหัว”
“อ่ะ! นั่นไง ไหนว่าไม่เป็ไร”เมอยาฟดึงเด็กดื้อในสายตาของเขาให้เข้ามาใกล้ ก่อนสำรวจอย่างใส่ใจมากกว่าจะซ้ำเติม
“นี่ไงหัวโนขนาดนี้ ดีนะไม่แตก นับว่าเป็คนหัวแข็งดี..ฉันชอบ เบื่อแล้วพวกเปราะบาง”ตอนนี้คนฟังลืมอาการปวดหัวของตัวเองไปเลยเพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ใจมากกว่า
ทำไมมันเต้นเร็วจัง
“เดี๋ยวเอายามาทาให้” เธอรีบใช้สองมือรั้งไว้
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่เป็ไรจริงๆ”สุดท้ายต้องเป็ฝ่ายรีบปล่อยมือแล้วเด้งตัวออกห่างเมื่อความใกล้ทำประหม่า
“คือ..ฉันอยากไปอาบน้ำก่อน”
“ก็ได้” เมอยาฟอนุญาตทันที “งั้นไม่ต้องทาแล้วยาอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวไปหมอด้วยกัน ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องไปเยี่ยมลูกน้องที่โรงพยาบาลอยู่แล้วจะได้ไปด้วยกันเลยเร็วๆ เข้าล่ะ”
ระรินดาวแทบหยุดหายใจ
โอ่ว! ตายล่ะ
หญิงสาวถูกลากตัวไปลิ่วๆอย่างเคยจนเป็กิริยาที่ทำให้พนักงานและผู้คนในโรงแรมเริ่มชิน
“ฉันเดินเองก็ได้ค่ะ” เธอบอกเขาแต่ดูเหมือนเป็การขัดใจอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด
“ขาฉันสั้น วิ่งหนีคุณไม่ทันหรอก”
“เรอะ” ตอบมาสั้นเกินจนไม่รู้ว่าสื่อความหมายใดสิน่ะเธอจึงได้แต่ทำหน้าเจื่อน
คนอะไรเอาแต่ใจ
“อาลี! อาลี!”
“คร้าบนายท่าน ผมจัดเตรียมของเยี่ยมไว้ให้เรียบร้อยตามที่ท่านสั่งแล้วครับ”
“ดี”
“ทางนี้ครับ”
“อีกเื่”
“นาย้าเพิ่มเติมอะไรหรือครับ เดี๋ยวผมจะได้รีบจัดการให้”คนตัวโตหันมาทางคนตัวเล็ก
“ฉันขอยืมตัวลูกน้องนายไปด้วยสักคน คงไม่ว่ากัน” คนฟังเบิกตากว้างก่อนยืนฉีกยิ้มแห้งผาดอย่างไปไม่เป็
แหม! ใครจะไปว่าอะไรเล่า
“ตามนั้นอาลี อย่ามัวแต่งง ฉันจะไปแล้ว” อาลีสะดุ้ง รีบนำทางไปยังรถที่เตรียไว้ระหว่างนั้นยังได้ยินเสียงท้วงจากฝ่ายหญิงแว่วๆ คล้ายอิดออดไม่อยากไป
“ทำไมฉันต้องไปด้วยคะ”
“มาเถอะน่ะ! อย่าถาม”
“แต่คุณมีธุระนะ ไปเยี่ยมคนงานที่าเ็เถอะค่ะ”
“แล้วไง! จะไปดีๆ หรือต้องให้ฉันอุ้ม”
“แขนคุณหายแล้วเหรอจะอุ้มฉัน”
“ลองดูไหมล่ะ”
“ไม่ง่ะ ฉันเดินก็ได้”
“ก็แค่นั้น”
อาลีเดินไปลุ้นไปตลอดทางที่มาส่งคนเป็นายและอีกคนที่เขายังไม่รู้จะเรียกเ้าหล่อนว่าอะไร
คนอะไรหลากหลายฐานะ
ภายในรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ ขับเคลื่อนด้วยคนขับรถซึ่งเป็ชายร่างเล็กผิวขาวมากจนระรินดาวแอบจัดประเภทของเขาในใจว่า ‘แขกขาว’ทั้งที่ชายหนุ่มข้างกายก็หาใช่ว่าสีหม่นไปกว่ากัน แต่กลับไม่กล้ามอง
ทิวทัศน์นอกหน้าต่างฝั่งกระจกชิดตัวจึงเป็เป้าสายตาสำหรับคนทั้งสองคล้ายว่ามันน่าสนใจเสียเหลือเกิน
ตลอดการเดินทางเงียบกริบจนคนบังคับพวงมาลัยต้องลอบชำเลืองสังเกตผู้โดยสารผ่านกระจกมองหลัง..ว่ายังอยู่กันครบหรือไม่
เมอยาฟยังคงติดใจถ้อยคำละเมอเป็ภาษาแปลกๆของคนตัวเล็กเมื่อคืนซึ่งเขาเดาว่าเป็ภาษาไทย
‘แม่ ยาย ยายจ๋า’
‘อยู่กับรินก่อนยาย!’
ทำไมต้องอยากรู้ด้วยว่าเ้าหล่อนหมายถึงใคร แน่ใจว่าต้องเป็ ‘คน’เพราะไอ้อาการร้อนรนไขว่คว้าของเธอทำให้เขาถูกดึงเข้าไปกอดจนแน่นแถมพอเขาสนองตอบเ้าหล่อนก็ยิ่งซุกตัวเข้าหาอย่างพอใจ ดีนะว่าถอดเสื้อผ้าชื้นแฉะให้แล้ว
ชายหนุ่มลอบระบายลมหายใจพร้อมๆ กับเหลือบมองแม่ตัวการของความคิดแวบหนึ่ง
ตัวร้อนไข้ขึ้นขนาดนั้นใครจะไปทำอะไรได้ทั้งที่อยากทำใจแทบขาด
บอกเลยว่าเขาไม่ใช่สุภาพบุรุษสุดโลกที่จะยอมปล่อยให้เธอรอดพ้นจากกำมือเขาไปเฉยๆโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าเ้าหล่อนคือใครแต่เขาก็ไม่อยากได้ชื่อว่ารังแกได้แม้กระทั่งคนป่วย
ปล่อยให้เข้าใจไปเถอะว่าเธอเป็ของเขาแล้ว..คราวหน้าของจริง
เช่นเดียวกับระรินดาวที่บางถ้อยคำของเขาทำให้เธอไม่เข้าใจว่าเขายอมกลืนน้ำลายตัวเองได้อย่างไร
‘ฉันไม่พิศวาสลูกสาวไอ้คนที่มันทำแต่สิ่งเลวร้ายกับครอบครัวฉันหรอกเพราะฉันเกลียด ฉันขยะแขยง สำหรับฉันเธอมันเป็อะไรที่น่ารังเกียจ’
‘ฉันจะยึดพาสปอร์ต กระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือเธอเพื่อเป็หลักประกันว่าเธอจะไม่คิดหนี’
แล้วทำไมเมื่อคืนเขาถึงลืมคำพูดตัวเองเธอจะเรียกร้องอะไรจากเขาได้ในเมื่อเขาถือไผ่เหนือกว่าทุกด้านถ้าเขาได้ใจทำต่อไปอีกล่ะ..แล้วถ้าเธอเกิดท้องขึ้นมา เขาจะเกลียดลูกไหม
เขาคงไม่รับเป็ลูกด้วยซ้ำและเธอก็คงไม่ใช่เมีย..แต่เป็ของเล่น คงเป็ได้แค่นั้น
ไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล สิ่งที่เห็นทำให้หญิงสาวประหลาดใจไม่น้อยอาคารสีขาวหลังใหญ่ดูสะอาดสะอ้านบ่งบอกถึงความเอาใจใส่และดูแลอย่างดี ซึ่งผิดคาดจากที่เธอคิดไว้มาก
ในรัฐเล็กๆ ที่รักแต่ความเงียบสงบและรักษาอารยธรรมเดิมๆไว้ได้อย่างงดงามน่าจะมีเพียงโรงหมอเล็กๆ หรือสาธารณสุขจังหวัดอะไรทำนองนั้น
ไม่น่าเชื่อว่าจะใหญ่โตดูดีถึงเพียงนี้อาจดีกว่าโรงพยาบาลในรัฐใหญ่อย่างไคเมนด้วยซ้ำ
หญิงสาวมีอีกเื่ที่ไม่เข้าใจชายหนุ่มเลยสักนิด..ว่าทำไมต้องคอยเดินจับมือเธอลากไปโน่นมานี่อยู่ได้อะไรๆ เขาก็ยืดไปหมดแล้วเธอจะไปไหนรอด
เงินก็ไม่มี พาสปอร์ตก็ไม่มี แม้กระทั่งเมื่อคืน..สาก็ไม่มี
คนตัวโตยังคงเดินพาคนตัวเล็กผ่านไปยังประตูบานกว้างของอาคารหินสีขาวหลังเล็กปราการแรกที่ทอดตัวสู่อาคารหลังใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เื้ั
“นี่คุณ! เมื่อไหร่จะปล่อยมือฉันสักทีคะฉันเดินตามไม่ทันแล้วนะ” คนฟังชะงักไปเล็กน้อย เพราะมัวแต่อยากรีบไปเยี่ยมคนงานจนลืมไปว่าเ้าหล่อนเพิ่งฟื้นไข้
“แล้วนึกว่าฉันอยากจับนักหรือไง” เขาสะบัดออกสนองความ้าของเธอในทันทีแล้วผ่อนฝีเท้าลง
“ขาก็สั้น เดินก็ช้า เมื่อไหร่จะถึง”
“ถ้าคุณรีบก็ไปก่อนสิ ต้องให้ฉันไปเยี่ยมคนงานด้วยหรือไง”
“ใช่”
“อะไรนะ!” เมอยาฟไม่พูดอะไรอีก กลับออกเดินนำไปโดยไม่รอและเริ่มทิ้งระยะห่างไปทุกที
ระรินดาวงงยิ่งกว่างง..อะไรกัน! เธอแค่หมายความว่าให้เดินไปด้วยกันแบบไม่ต้องคุมแจแต่นี่กลับทิ้งไปเลย!คนถูกห่างเหินะโถามเสียงลั่น
“ไม่กลัวฉันหนีแล้วเหรอ”
“ไม่! อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ”คนถูกตามใจให้เดินตามมาอย่างสบายๆ กลับเข้าใจไปอีกทาง
“นี่! คิดว่าได้ฉันแล้วก็จะทิ้งกันไปง่ายๆ งั้นสิ”เมอยาฟชะงักกึ๊ก หันขวับมามองอย่างไม่เชื่อหู
“ว่าไงนะ!” ระรินดาวรีบวิ่งตามมาเผชิญหน้า
“ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าจะครบตามสัญญา นี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเอง”เขาเลิกคิ้วฉงน
นี่เขาพาเธอมาหาหมอช้าเกินไปหรืออย่างไร ระบบสมองของเ้าหล่อนถึงดูรวนแปลกๆ
ไหนมาดูกันสิ
“แล้วไง” เสียงหัวเราะหึในลำคอมาพร้อมรอยเหยียดยิ้ม “อย่าพูดเล้ยจะมาหลอกให้ฉันตายใจว่าอยากอยู่ใช้หนี้แทนพ่อจนครบปีฉันไม่ได้โง่นะ..ใครจะกล้าพูดความจริง ใครอยากเอาชีวิตสุขสบายมาทิ้งเพียงเพื่อ้าใช้หนี้แทนบุพการีที่เขาสามารถหยิบยืมเงินทางอื่นมาก็ได้เหอะ! ตลกไปหน่อยมั้ง” คราวนี้คนฟังถึงกับองศาร้อนขึ้นมาทันที
ขาเล็กๆ ก้าวฉับล้ำไปดักหน้า อยากกล่าวหาเธอหลายข้อดีนักลองเป็ผู้ตามเสียหน่อยเป็ไร
“ใช่! คุณนี่พูดถูกเป๊ะ..มันตลกมากเลย ใครอยากจะได้ชื่อว่าเป็ลูกหนี้ใครอยากจะใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แถมต้องรอให้เขาโขกสับเล่นตั้งเป็ปีฉันน่ะหาทางหนีทีไล่แทบทุกลมหายใจเชียวล่ะแต่วันนี้ฉันจะขอใช้อภิสิทธิ์ลูกหนี้ผู้แสนดีพาเ้าหนี้ที่แขนเจ็บไปหาหมอก่อนจะเที่ยวเป็ห่วงใครต่อใคร..เป็ห่วงตัวเองก่อนเหอะ”ปากก็พูดไปโดยไม่สนใจว่าเขาจะคิดอย่างไร หรืออยากก่นด่าว่าเธอเหมือนอย่างที่เคยมือเล็กๆจับจูงคนตัวโตให้เป็ฝ่ายเดินตามบ้าง
เมอยาฟงงจนพูดอะไรไม่ออก แทนที่เขาจะะเิอารมณ์ใส่เธอได้ง่ายๆเมื่อถูกสะกิดถึงแผลในอดีต..กลับขำ
เวลาเ้าหล่อน ‘โกรธ’ ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ
อันที่จริงแล้วถ้าเขาไม่เต็มใจเดินไปด้วยเธอก็คงไม่สามารถทำอะไรได้หรอก เพราะแค่เขาออกแรงขืนเพียงนิดเดียวเ้าหล่อนก็คงไม่สามารถลากเขาไปไหนได้
แต่นี่เต็มใจ
ระรินดาวไม่ทันสังเกตว่าตัวเองตกเป็เป้าสายตาสุดฉงนของบรรดาผู้คนรอบกายยามเดินผ่าน แต่พอความโกรธลดลงเท่านั้นแหละ..ตาถึงเริ่มสว่าง
ชักไม่ค่อยมั่นใจกับการเป็ผู้นำเสียแล้วเพราะเหมือนว่าคนข้างหลังเธอมีความสำคัญกับที่นี่ไม่น้อยดูได้จากการเข้ามาทักทายหรือบางคนก็ค้อมตัวคำนับ
อย่าบอกนะว่าเขาเป็เ้าของโรงพยาบาลนี่ด้วย
พยาบาลวัยกลางคนท่าทางใจดีที่มายืนรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้วทำให้ระรินดาวไม่อาจทำอย่างที่ตั้งใจไว้ได้ ก็อยากให้หมอดูแผลที่แขนของเขาก่อน แต่เหมือนว่ากิจกรรมต่างๆของวันนี้ได้ถูกกำหนดไว้หมดแล้ว
โดยลำดับแรกคือการเยี่ยมคนงานที่ได้รับาเ็ เสร็จแล้วนั่นแหละเมอยาฟถึงได้พาระรินดาวมาพบแพทย์
“เชิญทางนี้ค่ะคุณเมอยาฟ ด๊อกเตอร์ฮาเหม็ดกำลังรออยู่เขาดีใจมากที่รู้ว่าคุณมา จะได้หารือเื่โครงการแพทย์อาสาคณะใหม่ด้วย”
พยาบาลร่างท้วมชะโงกหน้ามายิ้มให้ระรินดาว แล้วรีบละไปยังคู่สนทนา“คุณผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมคะที่้าให้พบด๊อกเตอร์”
“ครับ” คำรับสั้นๆ ทำให้คนฟังยิ้มกริ่มพร้อมผายมือ
“เชิญด้านในเลยค่ะ”
ระรินดาวรู้สึกว่าตัวเองเริ่มตัวเล็กลงเรื่อยๆเมื่ออยู่ท่ามกลางบรรยากาศวิชาการของระดับผู้บริหารอะไรทำนองนั้น
เพราะด๊อกเตอร์ฮาเหม็ดนอกจากเป็หมอดูแลคนไข้วีไอพีแล้วเขายังเป็ถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้อีกด้วย
ทั้งที่คุยกันเื่งานแต่หญิงสาวยังได้ร่วมฟังอยู่ภายในห้องเธอจึงทำได้เพียงกลอกตามองคู่สนทนาไปมา
“โครงการแพทย์อาสารุ่นนี้ผมได้ยินว่าด๊อกเตอร์จะเริ่มอาทิตย์หน้านี้แล้วใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ พวกนักศึกษาเขาตื่นเต้นกันใหญ่ แทบรอให้ถึงอาทิตย์หน้าไม่ไหว”ด๊อกเตอร์ฮาเหม็ดพูดพลางหัวเราะร่วน
“ต้องขอบคุณจริงๆนะคุณเมอยาฟที่สนับสนุนเงินบริจาคให้ทางเราจนสามารถนำทีมคณะแพทย์อาสาลงพื้นที่นับรวมได้สิบกว่ารุ่นแล้ว”
“มันเป็นโยบายของท่านชีคกับท่านหญิงราเนียที่้าดูแลทุกคนให้ทั่วถึงไม่ใช่เฉพาะแค่ในเขตธุรกิจนี้” คนฟังยิ้มกริ่มขณะหรี่ตามองจนแทบเป็เส้นตรง
“เอ..แต่เท่าที่ผมรู้ เงินบริจาคพวกนี้เป็เงินส่วนตัวของคุณเองไม่ใช่เงินที่ได้จากงบประมาณแผ่นดินสักหน่อย”คราวนี้เมอยาฟเป็ฝ่ายหัวเราะร่วนบ้าง
“เงินงบประมาณไม่ใช่จะมากมายอะไรนะด๊อกเตอร์แค่ส่งเสริมเื่การศึกษาและการอาชีพให้กับผู้คนก็ร่อยหลอไปมากแล้วคิดเสียว่าเป็การคืนกำไรสู่สังคมละกันครับเพราะผมได้เงินทองมากมายจากที่นี่ก็สมควรตอบแทนกลับไปบ้าง”
“คิดดีมีน้ำใจอย่างนี้นี่เองท่านชีคกับท่านหญิงถึงได้วางใจให้คุณดูแลเขตธุรกิจแห่งนี้”
“ท่านคงเสี่ยงดวงเอาน่ะครับ หากผมนำร่องเขตธุรกิจไปได้ด้วยดีก็ดีไปแต่ถ้าล้มเหลวขึ้นมาผมคงแย่เหมือนกัน”คนสูงวัยปล่อยฮาถูกใจกับการถ่อมตัวของอีกฝ่าย
คนหนุ่มอายุน้อยส่อแววรุ่งโรจน์จนเป็ที่น่าจับตามอง ‘ว่าที่ชีค’คนต่อไปมาจ่อรออยู่รอมร่อ
เพราะคนทั้งคาฮาลต่างรู้ดีว่า..คุณหนูไลลาคิดอย่างไรกับหนุ่มหล่อคนนี้
“แต่เกือบห้าปีที่ผ่านมานี่ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าคุณทำได้ดี..ออกจะดีมากด้วยซ้ำอีกหน่อยท่านชีคคงยกคุณหนูไลลาให้คุณดูแลด้วย” คำเย้าแหย่ทำคนฟังทอนรอยยิ้ม
“อย่าคาดเดาอะไรไปก่อนเลยครับ อนาคตมันห่างไกลตัวผมมากอีกอย่างคุณหนูเธอก็ยังเด็ก”
ระรินดาวชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกหลากหลายนี่เขาเป็คนสำคัญที่รู้จักยำเกรงและได้รับความไว้วางใจถึงเพียงนี้เชียวหรือเขาไม่ใช่แค่คนๆ หนึ่งที่ทำธุรกิจเพื่อหวังกำไรเพียงอย่างเดียวยังทำคุณประโยชน์แก่สังคมอีกด้วย
แล้ว ‘คุณหนูไลลา’ คือใคร!
“..อีกหน่อยท่านชีคคงยกคุณหนูไลลาให้คุณดูแลด้วย”
คงเป็หญิงสูงศักดิ์แห่งคาฮาล ไม่ต้องมีคำอธิบายก็รู้ได้ทันทีว่า..คู่ควร
ดวงตาคมกริบหันมาสบประสานคนช่างคิดราวนัดแนะทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเหมือนถูกอ่านใจ คราวนี้ชายหนุ่มจึงหันมาสนใจเธออย่างจริงจัง
“เธอชื่อรินนาครับ เป็คนของผม” เขาหันไปบอกคนสูงวัย
“อยากรบกวนช่วยตรวจร่างกายเธออย่างละเอียดเลยนะครับเพราะเมื่อวานเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยเธอล้มกระแทกพื้นและสลบไปทั้งคืน ผมกลัวว่าจะเป็อันตราย” คนฟังยกยิ้มมุมปากอย่างคนวัยหกสิบเศษซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมานานมองเห็นแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญ
“ไม่มีปัญหาครับ วางใจได้”
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณหมอ” เสียงท้วงทำสองบุรุษนิ่งงัน
“ดิฉันจะไม่ยอมรับการตรวจจนกว่าคุณหมอจะดูแผลที่แขนขวาให้คุณเมอยาฟก่อน” คนฟังเผยสีหน้าตกตื่นขึ้นมาทันที
“คุณเมอยาฟเป็อะไรครับ” ระรินดาวลอบอมยิ้ม
มันได้ผล!
“เมื่อสองวันก่อนเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ มีดบาดแขนแผลค่อนข้างลึกและยังไม่ได้มาหาหมอเลยค่ะ ได้แต่ทำแผลเองไม่รู้ว่าติดเชื้อหรือเปล่า”
คนจนแต้มเริ่มทำหน้ายุ่งเล็กน้อยกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเขาถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นักผิดกับด๊อกเตอร์ฮาเหม็ดที่ใส่ใจเป็นักหนาเรียกเครื่องไม้เครื่องมือจากพยาบาลให้วุ่น
หญิงสาวเอียงคอโปรยยิ้มหวานใส่ชายหนุ่มอย่างมีชัย โดยไม่ทันรู้ตัวเลยสักนิดว่ารอยยิ้มนั้นทำคนมองหัวใจสั่นไหวแค่ไหน
อยากจะสงวนรอยยิ้มนั้นไว้คนเดียว