บทที่ 54 ตายเพราะความน่ารัก
ที่โรงเรียนอนุบาล หม่าฮ่าวนั่งอยู่ข้างอิงอิงน้อย เขารู้สึกว่าวันนี้เธอดูไม่ค่อยร่าเริงเท่าไหร่
คิดว่าเป็นเพราะพี่ลู่ฉีไปโรงพยาบาลแล้วยังไม่กลับมา ฉินอิงอิงจึงเป็นห่วง
“อิงอิงน้อย เป็นอะไรไป?”
ลูกวาฬน้อยขยี้หัวยุ่ง ๆ ของตัวเอง “ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ความจำของฉันไม่ค่อยดีเลย”
“ฮะ?” หม่าฮ่าวตกใจ “ไม่ดียังไง”
ฉินอิงอิงคิดสักพัก “ฉันมักจะรู้สึกว่าตัวเองลืมเรื่องบางอย่างไป เช่นความฝัน ฝันว่าอะไร พอตื่นมาก็จำไม่ได้แล้ว”
หม่าฮ่าวใจชื้นขึ้นมาไม่น้อย
“ฉันก็เหมือนกัน! แม่ฉันบอกว่าตอนหลับ ฉันขำบ้าบอคอแตกด้วย แต่พอตื่นมาฉันก็ไม่รู้เรื่อง”
ฉินอิงอิงเบิกตาโต “จริงเหรอ?”
หม่าฮ่าวพยักหน้า “แน่อยู่แล้ว ฉันไม่โกหกเธอหรอก”
เขาพูดพลางกวาดตามองอย่างรวดเร็วและดึงอิงอิงน้อยไปที่มุมห้อง
“ฉันเอาขาหมูมาด้วย อิงอิงรีบมากินสิ”
ฉินอิงอิงตกใจ ดวงตาเม็ดองุ่นกลมโตยิ่งกว่าเดิม
“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม?”
ครูหลี่พูดไว้เมื่อวานว่าวันนี้จะมีการตรวจที่เข้มงวดมาก
หม่าฮ่าวขำคิกคัก “ฉันซ่อนไว้น่ะ ครูหาไม่เจอหรอก”
“อิงอิงน้อย รีบกินสิ”
ฉินอิงอิงเห็นขาหมูแล้วลืมเรื่องที่น่ารำคาญใจเมื่อครู่นี้ไปหมด
ถ้ามีเรื่องให้กังวลจริง ๆ ก็ต้องตั้งใจกินให้มากขึ้น!
ไม่มีปัญหาอะไรที่ของอร่อยแก้ไม่ได้
ถ้ามี ก็กินของอร่อยสองจานไปเลย!
แถมแม่ของหม่าฮ่าวก็ทำขาหมูอร่อยมาก เนื้อเปื่อยนุ่ม เข้มข้น ไม่มันเยิ้ม กระเพาะของฉินอิงอิงเปิดทำการเพื่อของอร่อย!
ที่จริงแล้วเธอไม่หิว
แต่เธอหยุดไม่ได้แล้ว
ขาหมูยังร้อน ๆ อยู่ กลิ่นหอมโชยไปไกล
เสี่ยวหรูที่ถูกพ่อตีที่บ้านกำลังยืนมองฉินอิงอิงแอบกินขาหมูจากหน้าประตูห้องเรียน เธอผลักหวังเสี่ยวเจี๋ยที่อยู่ข้าง ๆ
“ไปบอกครูสิว่าฉินอิงอิงแอบเอาอาหารเข้ามาในโรงเรียน!”
หวังเสี่ยวเจี๋ยก็ได้กลิ่นขาหมูหอมฉุยแล้วเหมือนกัน “ถ้าฉันบอกครูแล้ว ครูจะเอาขาหมูให้ฉันไหม?”
“ทำไมเธอไม่ลองดูล่ะ?” เยี่ยนเสี่ยวหรูไม่กล้าออกหน้าสร้างปัญหาแล้ว
เธอไม่กล้าเพราะเมื่อวานตอนเย็น เธอโดนพ่อตีก้นเพราะเธอรังแกฉินอิงอิงที่โรงเรียน
แม่บอกเธออย่างเจ็บปวดใจว่า คราวหลังเธอไม่ต้องลงมือเองก็ได้ ให้เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ ช่วยทำให้ก็จบ
หวังเสี่ยวเจี๋ยไปฟ้องครูแล้ว
หลังจากที่ครูอู๋รู้เรื่องก็แจ้งให้ครูหลี่ทราบ
ครูหลี่ตกใจและรีบตามหาตัวฉินอิงอิงทันที
วันนี้ฉินอิงอิงสวมชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีแดงเข้มทั้งชุด ดูสะดุดตามากแม้จะแอบอยู่ที่มุมห้อง แถมยังมีผมสีดำฟูฟ่องที่หยักศกเล็กน้อยอีก
มองจากที่ไกล ๆ เหมือนหัวเห็ดสีดำฟู ๆ สวมชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีแดง ดวงตาโต ๆ สีอีกาสูงเท่าโต๊ะเรียน แก้มกลมป่องเป็นลูก เคี้ยวหนุบหนับไม่หยุด ดูแล้วทั้งน่ารักและน่าขำไปในคราวเดียวกัน
น่ารักจนใจเจ็บ
หม่าฮ่าวอยู่ข้าง ๆ อิงอิงน้อย มองเธอกินขาหมูคำโตด้วยใจที่นับถือ
ครูหลี่เห็นเข้าก็ขำอย่างอดไม่ได้และตำหนิไม่ลง
จากนั้นพวกคุณครูก็รู้สึกหดหู่อีกครั้ง
วันนี้เธอตรวจกระเป๋าใบเล็กของหม่าฮ่าวอย่างละเอียด นอกจากถุงเท้ากับเสื้อผ้า ข้างในกระเป๋าก็ไม่มีอะไรเลย
เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ หม่าฮ่าวเอาขาหมูแอบไว้ตรงไหน
ครูอู๋ยังมองอยู่ ครูหลี่คิดทบทวนไปมา จากนั้นก็เลือกเดินตรงไปหาเด็กน้อยทั้งสองคน
หม่าฮ่าวที่จ้องฉินอิงอิงกินขาหมูอยู่ตลอดพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ครูหลี่มาแล้ว”
ฉินอิงอิงจัดการขาหมูจนเกลี้ยงภายในสองสามคำ
ครูหลี่มองเห็นเพียงกลุ่มผมสีดำฟู ๆ ตอนที่เงยหน้าขึ้นถึงได้มองเห็นตาโตสีนิลเป็นประกาย ดูไร้เดียงสา
ครูหลี่ “...”
เธอควรเตือนอิงอิงน้อยสักหน่อยไหมว่าหลังจากแอบกินจนเสร็จแล้วต้องเช็ดคราบน้ำมันที่ปากด้วย?
ครั้งนี้หม่าฮ่าวเตรียมพร้อมทำลายหลักฐานเป็นอย่างดี แต่เขาไม่มีกระดาษทิชชูจึงใช้แขนเสื้อสั้น ๆ ของตัวเอง เด็กชายตัวอ้วนเขยิบไปใกล้เพื่อเช็ดปากให้ฉินอิงอิง
ครูหลี่ เอาแบบนี้เลยเหรอหม่าฮ่าว “...”
ฉินอิงอิงงุนงง “...”
ลูกวาฬน้อยที่ถูกเช็ดปากได้สักพักรีบหลบ
หม่าฮ่าวชี้ไปที่ปากของเธอ “อิงอิงน้อย มีคราบน้ำมันอยู่”
ฉินอิงอิงมองที่เสื้อของเขาอย่างรังเกียจ “เสื้อนายมีกลิ่นเหงื่อ!”
ใบหน้ากลม ๆ ของหม่าฮ่าวแดงในทันที
ครูหลี่ขำพรืดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อิงอิงน้อย หม่าฮ่าวมีเจตนาดีนะ”
ฉินอิงอิงหยิบกระดาษทิชชูออกมาจากใต้โต๊ะ พับมันอย่างรู้งาน จากนั้นก็เช็ดปากเบา ๆ
การเคลื่อนไหวของเธอดูงุ่มง่ามเล็กน้อย แต่เพราะเนื้อแน่น ๆ และความน่ารัก ภาพรวมก็เลยออกมาน่าเอ็นดู
ครูหลี่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายเพราะความน่ารักของเด็กน้อยคนนี้
ครูอู๋ที่มองดูอยู่ไม่ไกลก็ขำออกมาอย่างอดไม่ได้
เยี่ยนเสี่ยวหรูชำเลืองมองและจ้องหวังเสี่ยวเจี๋ยด้วยความโมโห
“เธอช้ามากเลย เด็กนั่นทำลายหลักฐานหมดแล้ว"
หวังเสี่ยวเจี๋ยวิ่งหายใจหอบแฮก ๆ “ไม่จริงน่า เมื่อกี้ตอนที่ฉันบอกครู ขาหมูของฉินอิงอิงยังเหลืออยู่เกินครึ่ง”
“เธอเกิดปีหมูไง ก็เลยกินเร็ว!” เยี่ยนเสี่ยวหรูสีหน้าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
หวังเสี่ยวเจี๋ยเป็นกังวล “ครั้งหน้าถ้าเธอแอบกินอาหารจากที่อื่นอีก ฉันจะรีบฟ้องครูให้เร็วกว่านี้!”
…
เมื่อเลิกเรียนและกลับถึงบ้านในตอนเย็น หม่าฮ่าวไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ห้องครัวเหมือนปกติ แต่ตรงไปที่ห้องน้ำในห้องนอน
แม่ของหม่าฮ่าวเห็นเข้าก็ตกใจถึงขีดสุดและรีบวิ่งตามไป
“ฮ่าวฮ่าว ลูกทำอะไรน่ะ?”
หม่าฮ่าววิ่งหอบแฮก “อาบน้ำครับ อิงอิงน้อยบอกว่าตัวผมมีกลิ่นเหงื่อ!”
แม่ของหม่าฮ่าว แค่อิงอิงน้อยบอกก็ยอมมทำแล้วเหรอ? “...”
เธอบอกให้ลูกชายอาบน้ำเพื่อล้างเหงื่อตามร่างกายก่อนจะกินข้าวนับครั้งไม่ถ้วน เขาก็ไม่เคยฟัง แต่อิงอิงน้อยแค่พูดว่า ‘ตัวมีกลิ่นเหงื่อ’ ลูกชายจอมบ๊องคนนี้ก็รีบวิ่งตรงไปห้องอาบน้ำเลยงั้นสิ…
หัวใจคนเป็นแม่ของเธอ… แทบแหลกสลายเพราะการกระทำของลูกชาย
ไม่เป็นไร ๆ!
ยังไงก็ลูกตัวเอง!
แถมอิงอิงน้อยก็น่ารักขนาดนั้น!
ถ้าเป็นอิงอิง ฮ่าวฮ่าวจะยอมฟังก็ไม่แปลก!
…
อีกด้าน ตอนค่ำหลังจากฉินอิงอิงหลับ ลูกวาฬน้อยก็ได้ยินเสียงของคนรำคาญคนนั้นอีกแล้ว
คนคนนั้นไม่พอใจที่เธอกับพี่ชายผู้ให้อาหารนอนด้วยกันเป็นอย่างมาก
ฉินอิงอิงโต้กลับ “ก็ฉันกลัวตกเตียงนี่!”
อีกฝ่ายไม่เชื่อ “ก่อนหน้านี้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเธอก็นอนคนเดียว ทำไมไม่เห็นตกเตียง”
ฉินอิงอิงพูดอย่างหนักแน่นและมีเหตุผลรองรับ “หิว! ตอนนั้นฉันกินไม่อิ่มเลยนอนไม่ค่อยหลับ”
กินก็ไม่อิ่ม จะนอนหลับได้ยังไง?
ลูกวาฬน้อยนอนไม่หลับบ่อยมากจึงรู้สึกทรมานตลอดเวลา ในเมื่อนอนไม่หลับแล้วจะตกจากเตียงได้เหรอ?
ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะกินไม่อิ่มหรือไม่มีเสื้อผ้าอุ่น ๆ ให้ใส่ เธอแค่รออาหารจากพ่อกับพี่ชาย ฉินอิงอิงเป็นลูกวาฬตัวน้อยที่เป็นที่รักของหลายพันคน เธอผ่อนคลายลงแล้วเลยควบคุมท่านอนของตัวเองไม่ได้
ยังไงตอนที่เป็นวาฬนมตัวน้อย เธอก็นอนล่องลอยไปมาตามกระแสน้ำ ยาย แม่ พี่ หรือลุง มีหน้าที่ลากเธอกลับเสมอ
อีกฝ่ายสำลักเพราะคำพูดของลูกวาฬ
“เธอเอาเตียงชิดผนังสามด้าน แล้วเอาโต๊ะมากั้นไว้อีกด้านก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่เอา!” ฉินอิงอิงไม่ทำหรอก “ห้องนอนถูกตกแต่งไว้สวยงามขนาดนั้น ถ้าย้ายของแบบที่เธอว่าจะดูไม่ดีแค่ไหน? คุณพ่อตกแต่งห้องให้ด้วยแรงกายแรงใจเลยนะ เกิดเป็นวาฬจะไม่รู้คุณคนไม่ได้!”
เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจยิ่งขึ้นและหัวเราะอย่างเย็นชา
“รู้จักคุณคนด้วยเหรอ? แล้วทำไมเธอไม่รู้ว่าฉันช่วยเธอไว้มากน้อยแค่ไหน? ฉันไม่อยากให้เธอมาอยู่ในสังคมมนุษย์แล้วเป็นเหมือนกระดาษเปล่าที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ”
ฉินอิงอิงอยากโต้กลับอีกครั้ง แต่เธอก็คิดคำถามใหม่ขึ้นมาได้ฉับพลัน
ตอนที่อยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเธอก็เป็นมนุษย์ แต่ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงนี้เลย
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เริ่มได้ยินเสียงนี้?
เหมือนว่าจะเป็นหลังจากที่เธอมาบ้านตระกูลฉิน
หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับตระกูลฉิน?
งั้นรอให้ถึงช่วงสุดสัปดาห์ ฉินอิงอิงจะขอให้พ่อหรือพี่ชายพาเธอไปอยู่ที่อื่นเพื่อลองดูสักหน่อย
ลูกวาฬแปซิฟิกตัวน้อยแสนดุร้ายอย่างเธอไม่เชื่อหรอกว่าตนเองจะรับมือกับเสียงลึกลับนี้ไม่ได้!