ตอนที่ 46 ลงมือสังหาร
อันที่จริงแล้วสมาคมการค้าตะวันออกเป็นแผนการของพรรคราชสีห์เพลิง พวกมันไม่ปฏิเสธการทำกำไรอยู่แล้ว แม้เป็นของที่มันไม่ต้องการแต่ถ้าสามารถทำประโยชน์ได้ มันก็สามารถรับซื้อไว้ได้ แต่มันไม่อยากให้ชื่อเสียงเสียหายจากการกดราคาสินค้า การปฏิเสธไม่ซื้อเพราะไม่มีความต้องการนั้นเป็นข้ออ้างที่ดีกว่า หากเป็นสิ่งที่ต้องการต่อให้ราคาสูงแค่ไหนก็ยินดีซื้อ หากเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการนั้นต่อให้ยกให้พวกมันก็ไม่รับ ชื่อเสียงแบบนี้ดีว่าคำเล่าลือว่าพรรคราชสีห์เพลิงกดราคาสินค้ามากนัก เมื่อปฏิเสธสินค้าแล้วพวกมันก็ใช้สมาคมการค้าตะวันออกกดราคาได้อย่างเต็มที่ ไม่มีแม่ค้าคนไหนอยากขนสินค้ากลับเพราะต้องการเอาสินค้าใหม่กลับไปขายทำกำไรมากกว่า
หากพรรคราชสีห์เพลิงรับซื้อสินค้าทุกอย่างก็ไม่อาจทำกำไรสูงสุดได้ เพราะพวกมันต้องรักษาชื่อเสียงที่ว่าพวกมันรับซื้อในราคาดีไว้ ของที่พวกมันต้องการจะได้ราคาสูงที่สุดเท่าที่จะหาคนซื้อได้บนเกาะพนาอัคคีนี้ ส่วนของที่มันไม่ต้องการ จะเสนอราคาถูกแค่ไหนมันก็ไม่รับซื้อ นี่เป็นสิ่งเย้ายวนใจแม่ค้าส่วนใหญ่ให้อยากเสี่ยงมาติดต่อกับพรรคราชสีห์เพลิงดู หากมันสามารถหาของที่พรรคราชสีห์เพลิงต้องการได้มันจะได้กำไรมหาศาล แม้จะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากการถูกปฏิเสธก็ตาม
ด้วยวิธีนี้พรรคราชสีห์เพลิงสามารถซื้อของหลายอย่างที่ไม่จำเป็นกับมันเท่าไหร่ได้ในราคาถูกมาก แน่นอนมีแม่ค้าบางรายขนสินค้าไปขายยังท่าเรืออื่นแต่เนื่องจากข่าวเรื่องการปฏิเสธสินค้าของพรรคราชสีห์เพลิงทำให้ สมาคมนักรบและพรรคเซียนโอสถกดราคาสินค้าเหล่านี้เช่นกัน แม้จะมากกว่าที่สมาคมการค้าตะวันออกให้แต่ก็เพียงเล็กน้อย บางทีก็ไม่คุ้มกับการเดินเรือไปขายและยิ่งจะทำให้พรรคราชสีห์เพลิงไม่พอใจที่ไปติดต่อกับคู่แข่ง เมื่อเป็นเช่นนี้หากราคาที่สมาคมการค้าตะวันออกให้ไม่ต่ำจนเกินไป พวกแม่ค้าเหล่านี้ย่อมยินยอมที่จะขายให้กับมัน
ความสัมพันธ์ลับๆระหว่างสมาคมการค้าตะวันออกกับพรรคราชสีห์เพลิงนี้ มีน้อยคนนักที่จะรู้ และผู้ที่รู้ก็ปิดปากเงียบมาตลอด การที่กู่หลงสามารถอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ทั้งที่มีระดับพลังแค่วิญญาณปีศาจขั้นปลาย ก็เพราะได้รับการดูแลลับๆจากพรรคราชสีห์เพลิง 7 ผู้พิทักษ์สมาคมนั้นเป็นผู้คุ้มกันให้กับกู่หลงนั่นเอง แม้แต่หัวหน้าสมาคมเองก็เป็นศิษย์พรรคราชสีห์เพลิงที่ปกปิดฐานะและรับหน้าที่เป็นหัวหน้าสมาคมการค้าตะวันออก
จางหม่านโถวได้ใช้เวลาสืบข่าวความเคลื่อนไหวของกู่หลงนาน 10 วันแล้ว มันไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนที่กิน-นอน-ทำงานอยู่ในอาคารหลังเดียวโดยไม่ออกจากอาคารแม้แต่ก้าวเดียวอยู่บนโลก แต่ตอนนี้มันได้พบเข้า 1 คนแล้ว คนที่มันต้องการจะฆ่า แต่คนผู้นี้กลับซ่อนตัวอยู่ในอาคารที่มีผู้คุ้มกันหลายคน และตั้งอยู่ในเมืองที่มีคนของพรรคราชสีห์เพลิงเดินตรวจตราอยู่ตลอดเวลา การบุกเข้าไปในสมาคมการค้าตะวันออกนั้นไม่ยาก แต่จะรอดกลับออกไปนั่นยิ่งว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีกเมื่อเทียบกับระดับฝีมือของจางหม่านโถวในตอนนี้
จางหม่านโถวคิดว่าการซุ่มดูความเคลื่อนไหวของกู่หลงคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้ว มันจึงคิดแผนการที่จะทำให้กู่หลงออกจากเมืองแห่งนี้แทน ต่อให้กู่หลงพา7 ผู้พิทักษ์สมาคมไปกับมันด้วย จางหม่านโถวก็คิดว่าสามารถสังหารได้ทั้งหมด หรืออย่างน้อยก็สามารถสังหารกู่หลง ตัดหัวมัน และหนีกลับไปได้อย่างแน่นอน เมื่อคิดได้เช่นนั้นมันก็เริ่มวางแผนทันที
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำ ปิดใบหน้าและศีรษะด้วยผ้าคลุมสีดำ เหลือให้เห็นแค่เพียงดวงตา ก้าวเข้ามาในสมาคมการค้าตะวันออก นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร มีผู้คนมากมายที่ต้องการปิดบังตัวเองขณะนำสินค้ามาขายให้สมาคม บางครั้งเป็นคนที่เอาของล้ำค่าในตระกูลมาขาย พวกมันไม่อยากเสียหน้าที่ต้องขายสมบัติกินจึงปกปิดหน้าตา บางครั้งเป็นคนที่เอาของที่ขโมยมาขาย คนพวกนี้ย่อมไม่คิดเปิดเผยหน้าตาแน่นอน สมาคมการค้าตะวันออก ต้อนรับแขกแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว จึงไม่มีใครใส่ใจมากนัก อีกอย่างไม่มีใครโง่พอจะทำเรื่องเสี่ยงตายเช่นการปล้นสมาคมการค้าตะวันออกที่ตั้งอยู่ในเมืองท่าเรือของพรรคราชสีห์เพลิง ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดขัดขวางคนคลุมหน้า
คนคลุมหน้านั้นเดินเข้ามายังโต๊ะเจรจาที่จัดวางไว้ กู่หลงไม่ได้นั่งที่โต๊ะนี้ มันอยู่ในห้องชั้นใน มีแต่ลูกค้าคนสำคัญเท่านั้นที่เข้าไปเจรจากับมันได้ คนที่ต้อนรับลูกค้าทั่วไปนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ธรรมดา หากลูกค้าที่เข้ามามีความสำคัญมากพอ มันจึงส่งเข้าไปพบกับกู่หลง เมื่อคนคลุมหน้านั้นนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งอยู่ก่อนก็ถามขึ้นว่า
“เจ้ามาซื้อหรือขายกัน”
“ข้ามาขาย” คนคลุมหน้าตอบเสียงราบเรียบทุ่มต่ำ ฟังรู้ว่ามันดัดเสียง
“เจ้าจะขายอะไร” เจ้าหน้าที่ถามน้ำเสียงดูเหนื่อยหน่าย มันทำงานมาทั้งวันแล้ว
“สิ่งนี้” คนคลุมหน้าพูดพลางวางก่อนแร่เล็กๆก้อนหนึ่งลงบนโต๊ะ
เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นก้อนแร่นั้นดวงตาของมันมีประกายแวววาวขึ้นมาทันที สีหน้ามันบอกได้เลยว่ามันตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และมันก็ปรับสีหน้ากลับโดยเร็ว แต่สิ่งนี้ก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาของคนคลุมหน้าไปได้
“เจ้ามีเพียงเท่านี้หรือ” เจ้าหน้าที่ถามเสียงเหนื่อยหน่ายเช่นเดิม มันเก่งไม่น้อยทีเดียวในเรื่องการควบคุมอารมณ์
“ข้ามีมากกว่า 1 กก. แต่ข้าไม่ได้พกมันติดตัว มันอันตรายเกินไป” คนคลุมหน้าบอกด้วยเสียงที่ดัดทุ้ม
“เจ้ามีมากกว่า 1 กก.” เจ้าหน้าที่ถามเสียงแทบจะปิดความตกใจไว้ไม่อยู่
“ใช่เกิน 1 กก.อยู่นิดหน่อย” คนคลุมหน้าตอบด้วยน้ำเสียงแบบเดิม
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะขายเช่นไร” เจ้าหน้าที่ถามพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติ
“ข้าว่าเจ้าไม่มีอำนาจพอจะต่อรองกับข้าในเรื่องนี้นะ” คนคลุมหน้าพูดด้วยเสียงที่ดัดเช่นเคย
“ได้ ข้าจะพาเจ้าไปพบกับหัวหน้าของข้า โปรดรอสักครู่” เจ้าหน้าที่พูดน้ำเสียงผิดหวังเล็กน้อย
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ลุกขึ้นเดินออกไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาพาคนคลุมหน้าไปยังห้องทำงานของ กู่หลง ในห้องนี้ตบแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ก็ดูมีรสนิยม แม้จะเป็นสมาคมการค้าเล็กๆแต่มันก็ทำกำไรไม่น้อย ห้องทำงานเพื่อติดต่อเจรจากับลูกค้าระดับสูงย่อมต้องมีการลงทุนอยู่บ้าง เจ้าหน้าที่นั้นกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองทันทีที่ส่งคนคลุมหน้าเข้าห้องทำงานของกู่หลง
“เชิญนั่งก่อนคุณลูกค้า” กู่หลงลุกขึ้นและเชื้อเชิญให้คนคลุมหน้านั่งลงตรงเก้าอี้ด้านหน้าของมัน
คนคลุมหน้าเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้น ความรู้สึกที่สัมผัสได้บ่งบอกได้ว่านี่เป็นเก้าอี้ราคาแพง ที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้ที่นั่งอยู่ มันต้องสร้างจากแร่พิเศษที่มีคุณสมบัติในการสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้ที่สัมผัสมัน แร่แบบนี้นิยมใช้ทำเครื่องใช้ต่างๆ เช่นเก้าอี้ เตียง เป็นต้น แม้จะมีอยู่ไม่น้อยแต่ราคาก็สูงพอสมควร นับว่าสมาคมการค้าตะวันออกลงทุนในการต้อนรับลูกค้าระดับสูงไม่ใช่น้อย
“ข้าต้องการขายแร่นี้น้ำหนักรวม 1 กก. ให้กับท่าน” คนคลุมหน้าพูดขึ้นทันทีโดยไม่เสียเวลา
“เรื่องราคาและการส่งมอบล่ะ” กู่หลงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ราคาข้าให้ท่านเสนอมา การส่งมอบจะทำที่นอกเมือง ท่านสามารถพาคนคุ้มกันไปได้มากเท่าที่ท่านต้องการแต่ข้าจะไม่นำสินค้าเข้ามาส่งในอาณาเขตของท่านแน่” คนคลุมหน้าพูดอย่างจริงจัง
“เรื่องการออกไปรับสินค้าในดินแดนที่เป็นกลางนั้นข้าพอเข้าใจได้ ส่วนเรื่องราคานั้นหากเป็นแร่ชนิดเดียวกันมีคุณสมบัติเหมือนกับตัวอย่างทั้งหมด 1 กก. ข้าจะให้ราคาเจ้า 300 เหรียญดำ” กู่หลงตอบน้ำเสียงราบเรียบ
“เจ้าคิดว่าข้าปัญญาอ่อนหรือข้าให้เจ้าเสนอราคาใหม่อีกรอบ หากไม่พอใจข้าจะไปเสนอขายให้คนอื่น”คนคลุมหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ข้าให้ได้มากที่สุด 700 เหรียญดำต่อน้ำหนัก 1 กก. แน่นอนคุณสมบัติและความบริสุทธิ์ต้องเท่ากับตัวอย่างเป็นอย่างน้อย หากไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางได้ราคานี้” กู่หลงพูดขึ้นหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้ข้ายอมรับราคาของเจ้า การส่งมอบจะทำในอีก 10 วันตอนเวลาเปลี่ยนผ่านจากคาบเปลวไฟไปเป็นคาบมืดมิด ที่ลานกว้างนอกเมืองไปทางใต้ 2 กม. ท่านตกลงหรือไม่” คนคลุมหน้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ดัดทุ้มเช่นเคย
“ได้ อีก10 วันพบกัน หวังว่าท่านจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” กู่หลงตอบน้ำเสียงจริงจัง
“รับรองเจ้าจะไม่ผิดหวัง” คนคลุมหน้าตอบกลับ
คนคลุมหน้านั้นออกจากสมาคมการค้าตะวันออกแล้วเดินออกจากเมืองไปในทันที หลังจากออกนอกกำแพงเมืองได้แล้ว มันก็เร่งความเร็วสุดฝีเท้า คนของสมาคมการค้าตะวันออกที่แอบตามมาไม่สามารถไล่ตามได้ทัน ได้แต่กลับไปรายงานความล้มเหลว คนคลุมหน้านั้นเมื่อหลบพ้นจากการติดตามก็ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปเป็นชุดปกติ แน่นอนคนคลุมหน้านี้ก็คือจางหม่านโถว ที่ตอนนี้เปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดของ ปู้หุ่ย เช่นเดิม
จางหม่านโถวรีบกลับไปที่เรือทันที มันต้องการไปนำตัวเกาหญ่ามาช่วยมันในอีก 10 วัน มันไม่แน่ใจว่าฝั่งนั้นจะพาคนมาเท่าไหร่ ดังนั้นการมีผู้ช่วยเช่นเกาหญ่าจึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับมัน การบังคับเรือคราวนี้ทำได้ดีกว่าคราวก่อน มันเริ่มมีประสบการณ์ในการเดินเรือบ้างแล้วแม้จะอ่านกระแสน้ำไม่เป็นแต่มันก็สามารถบังคับทิศทางจากการอ้างอิงตำแหน่งบนกระจกวิเศษได้ดีขึ้น จนสามารถเดินทางกลับถึงเกาะได้ในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง
บ้านน้อยหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร มีสวนครัวและแปลงดอกไม้อยู่ข้างบ้าน มีไม้ยืนต้นที่กำลังโตอีกหลายต้นรอบบริเวณบ้าน นี่คงเป็นฝีมือของเกาหญ่าและเซี่ยวไป๋ นี่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นบ้านมากขึ้น หากเวลาผ่านไปอีกหลายเดือนต้นไม้เริ่มสูงใหญ่พอจะให้ร่มเงา คงจะดีกว่านี้มากนัก
“ข้ากลับมาแล้ว” จางหม่านโถวตะโกนบอก
“นายท่าน” เซี่ยวไป๋ตะโกนและวิ่งออกมาในทันที
“คารวะนายท่าน” เกาหญ่าเดินตามออกมาไม่ช้ากว่ากันเท่าไหร่
“เป็นอย่างไรบ้าง” จางหม่านโถวถาม
“ข้าสบายดี” เซี่ยวไป๋ตอบอย่างยิ้มแย้ม
“ข้าน้อยตอนนี้ฝึกวิชาฝ่ามือพายุหมุนจนสำเร็จขั้นกลางแล้ว สามารถสร้างพายุหมุนลูกเล็กๆได้ 1 ลูกแล้ว ส่วนพลังปราณยังคงอยู่ที่ขั้นต้นของระดับกายมนุษย์ แต่อีกไม่นานข้ามั่นใจว่าจะทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางได้” เกาหญ่ารายงานความคืบหน้าในการฝึกฝนของนาง คำสั่งที่นางได้รับคือให้ตั้งใจฝึกฝนดังนั้นสิ่งที่นางจะรายงานย่อมเป็นเรื่องการฝึกฝนเท่านั้น
“ข้าเองแทบไม่พัฒนาเลย” เซี่ยวไป๋ก้มหน้าพูด รู้สึกผิดอยู่บ้าง
“ใครเป็นคนปลูกดอกไม้และต้นไม้เหล่านี้” จางหม่านโถวเปลี่ยนเรื่องพูด
“ข้าเอง ไม่นึกเลยว่ามันจะโตเร็วแบบนี้ ผ่านไปแค่ สิบกว่าวัน พวกมันเริ่มออกดอกแล้ว” เซี่ยวไป๋พูดอย่างยินดี
“ข้าชอบนะ หวังว่าครั้งหน้าข้ากลับมาจะมีดอกไม้ต้อนรับข้าเช่นนี้อีก” จางหม่านโถวพูดจากใจจริง
“ข้าจะตั้งใจดูแลพวกมันอย่างดี จะปลูกเพิ่มอีกหลายชนิดเลย” เซี่ยวไป๋พูดอย่างจริงจัง
“ไว้คราวหน้าข้าจะพาเจ้ากลับไปหาท่านหมอโซเฟีย ท่านหมอคงมีเมล็ดพันธ์แปลกๆให้เจ้าได้ปลูกอีกเยอะเลย” จางหม่านโถวพูดแบบจริงจัง
“ข้าจะรอวันนั้น” เซี่ยวไป๋ตอบรับ
“เกาหญ่า ข้าต้องการให้เจ้าช่วย เดี๋ยวเจ้าไปกับข้า” จางหม่านโถวหันไปบอกเกาหญ่า
“รีบทราบเจ้าค่ะ” เกาหญ่าตอบรับ หลังจากนั้นจางหม่านโถวก็เก็บเกาหญ่าเข้า[ฮาเร็ม]
“มีเรื่องอันตรายหรือเจ้าคะ” เซี่ยวไป๋ถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่อันตรายหรอก ข้าเอาเกาหญ่าไปเพื่อให้งานง่ายขึ้นแค่นั้น” จางหม่านโถวพูดเพื่อให้กำลังใจเซี่ยวไป๋
“ข้าจะดูแลบ้านเป็นอย่างดีรอท่านกลับมา” เซี่ยวไป๋พูดอย่างจริงจัง
“ข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุด หลังจากเสร็จงานนี้ข้ามีเรื่องจะไปปรึกษากับพลูตัสด้วย ข้าจะพาเจ้าไปหาหมอโซเฟียเจ้าจะได้เรียนรู้เรื่องการปลูกพืชสมุนไพรจากนางด้วย” จางหม่านโถวบอกแผนการที่มันวางไว้ออกไป
“เจ้าค่ะ”เซี่ยวไป๋รับคำอย่างยินดี ก่อนที่จะเดินไปส่งจางหม่านโถวและเกาหญ่าลงเรือ
จางหม่านโถวเปลี่ยนเป็นคนชุดดำอีกครั้งเมื่อมันออกจากเมืองท่าเรือ มันเดินทางไปรอที่จุดนัดพบทันที มันไปสำรวจดูว่ามีการวางกับดักลูกไม้อะไรที่ลานกว้างนี้หรือไม่ แต่ก็ไม่พบเห็นอะไร หลังจากนั้น 3-4 วันมันพบคนจากสมาคมการค้าตะวันออกมาสำรวจสถานที่ ดูท่ากู่หลงก็ต้องการตรวจสอบว่ามีการเล่นลูกไม้อะไรในพื้นที่นี้หรือไม่เช่นกัน จางหม่านโถวออกไปพบกับคนเหล่านั้นบอกว่าให้แจ้งกู่หลงให้มาพรุ่งนี้ได้เลย ถ้าต้องการ และถ้าอยากสำรวจสถานที่ก่อนเริ่มการแลกเปลี่ยนก็ทำได้
กู่หลงมาในวันรุ่งขึ้นพร้อมกับ7 ผู้พิทักษ์สมาคม พวกมันมากันแค่ 8 คน คนของสมาคมที่มาตรวจสอบสถานที่เมื่อวานไม่ได้มาด้วย 7 ผู้พิทักษ์สมาคมกระจายกันยืนรอบบริเวณเพื่อคุ้มกันและทำการสำรวจไปในตัว เมื่อมันไม่พบความผิดปกติก็ส่งสัญญาณแจ้งให้กู่หลงทราบ
“คุณลูกค้านำสินค้ามาหรือไม่” กู่หลงถามคนชุดดำ
“แน่นอน อยู่ในแหวนมิตินี้ แล้วเงินล่ะ” คนชุดดำถามกลับ
“อยู่ในถุงนี้” กู่หลงหยิบถุงขนาดใหญ่พอจะใส่เหรียญดำ 700 เหรียญออกมาจากแขนเสื้อ
“ดีถ้าเช่นนั้นก็เชิญตรวจสอบสินค้าได้” คนชุดดำเดินเข้าไปใกล้กู่หลงยื่นมือออกไปตรงๆเหมือนจะมอบแหวนมิติให้กับกู่หลง
กู่หลงมองดูการเคลื่อนไหวนั้นอย่างตั้งใจ มันเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ไม่ประมาทแม้แต่น้อย มือนั้นเคลื่อนไหวช้าๆ ในระดับหน้าอกของมัน เหมือนเป็นการยื่นของให้ตามปกติ ด้วยความเร็วแบบนี้ ต่อให้เปลี่ยนไปลงมือก็คงไม่มีแรงพอที่จะทำร้ายมันได้ด้วยมือเปล่า ขณะที่มันกำลังตายใจนั้นเอง ความเร็วของมือนั้นก็เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ กู่หลงถอยหลังตามสัญชาตญาณทันที แต่มันลงมือช้าไป มือนั้นได้ทะลุหน้าอกของมันเข้ามาแล้ว มันรู้สึกได้ว่ามือนั้นแทงทะลุหัวใจของมัน
-------------------
นอกเรื่องท้ายตอน
จางหม่านโถว: มีกู่หลงมาแล้ว จะมีจินหยงมาด้วยมั้ย
ตาลุงติดเกมส์: คงไม่ ข้าว่าจะให้เจอฉู่หลิวเซียงก่อน
จางหม่านโถว: ถ้าฉู่หลิวเซียงมาแล้วลู่เซี่ยวฟงมาด้วยมั้ย
ตาลุงติดเกมส์: จัดแพ็คคู่เลยดีมั้ย
จางหม่านโถว: เอาเซี่ยวยู่เอ๋อมาอีกคนด้วยดีกว่า ข้าชอบตัวเอกที่มีสาวเยอะๆ
ตาลุงติดเกมส์: เล่นมุกแบบนี้คิดว่าคนอ่านเขารู้ชื่อจีนกลางของตัวละครพวกนี้หรือ