หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    การพัฒนาของเหล่าภรรยา

    ลั่วอู่หลินโอบกอดลูกสาวของตนอยู่ครู่ใหญ่ในใจเต็มไปด้วยความอบอุ่น 'อ๊า นี่คือลูกสาวของข้า นี่คือความรู้สึกของคนเป็นพ่อสินะ ช่างมีความสุขจริงๆ'

     

    "อะแฮ่ม พ่อลูก ใจคอจะกอดกันจนข้ามวันข้ามคืนเลยหรืออย่างไร"เมิ่งอี้หรานกล่าวหยอกล้อ ในทันนั้นไป่หลี่เอ่อร์และลู่ฟางเยว่ก็นำเอาอาหารที่พวกนางทำออกมาจัดวางเอาไว้บนโต๊ะ เพราะตอนนี้มันถึงเวลาอาหารค่ำแล้วนั่นเอง

     

    "มากินข้าวก่อนเถอะ ยังมีเวลาให้พ่อลูกได้เล่นกันอีกมากมาย"ไป่หนี่กล่าว ลั่วอู่หลินมองหน้าลูกสาวทั้งสองก่อนจะอุ้มพวกนางไปนั่งยังโต๊ะอาหาร จากนั้นมื้ออาหารที่แสนสุขสันต์และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะก็ได้เริ่มขึ้นมา

     

    หลังจากผ่านไปสามปี เหล่าภรรยามีเรื่องเล่าให้ลั่วอู่หลินฟังตั้งมากมาย อีกทั้งงานอดิเรกของพวกนางก็ประสบความสำเร็จ ลู่ฟางหนิง ไป่หนี่ หลี่อิง ได้ศึกษาเกี่ยวกับอักขระโบราณและค่ายกลจนเชี่ยวชาญ เมิ่งอี้หราน หยางเหมยกุ้ย ฮั่วฟางหรง ตอนนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นนักปรุงโอสถที่เก่งกาจยิ่ง สุดท้ายไป่หลี่เอ่อร์ สวีปิงเอ่อร์ ลู่ฟางเยว่ ซีอวิ้น พวกนางศึกษาตำราทักษะต่างๆจนสรรค์สร้างทักษะระดับสวรรค์ได้ อีกทั้งยังสนใจในการทำอาหารจนตอนนี้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้ว

     

    ส่วนในด้านของการบ่มเพาะก็คงต้องบอกว่าพวกนางล้วนแต่กลายเป็นผู้มีพรสวรรค์แห่งยุคไปแล้วเช่นกัน โดยลู่ฟางหนิง ลู่ฟางเยว่ ไป่หลี่เอ่อร์ เมิ่งอี้หราน ตอนนี้อยู่ในระดับบรรพชนขั้นที่เก้า ไป๋หนี่อยู่ระดับวีรชนห้าดาว ซีอวิ้นอยู่ระดับวีรชนแปดดาว ส่วนหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงอยู่ในระดับวีรชนห้าดาวเช่นไป่หนี่ สวีปิงเอ่อร์อยู่ระดับวีรชนเจ็ดดาว สุดท้ายคือฮั่วฟางหรงมีระดับอยู่ที่จอมปราชญ์ขั้นสาม

     

    หากถามว่าทำไมหยางเหมยกุ่ย หลี่อิง สวีปิงเอ่อร์ และฮั่วฟางหรง ถึงได้พัฒนาช้านัก คำตอบก็แสนจะง่ายดาย เพราะพวกนางยังไม่ได้ผ่านการผสานหยินเหมือนกับภรรยาคนอื่นๆ การที่ตบะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ก็นับว่ามหัศจรรย์แล้ว

     

    "ฮ่าๆๆที่รัก พวกเจ้าช่างเป็นอัจฉริยะจริงๆภายในสามปีถึงขนาดเป็นเลิศในสิ่งที่ตนเองสนใจ"ลั่วอู่หลินกล่าวขึ้นหลังได้ฟังพวกนางเล่าอย่างสนุกปาก

     

    "หึ ไม่ต้องมาพูดเลย ตอนนี้เจ้ามีตบะอยู่ที่เท่าไร"เป็นลู่ฟางเยว่ที่กล่าวถาม

     

    "ตอนนี้ข้าอยู่ในระดับจอมปราชญ์ขั้นเก้า แต่หากจะให้สู้จริงข้าก็มั่นใจว่าจะสามารถชนะเซียนปฐพีขั้นกลางได้ไม่ยาก แต่หากเป็นเซียนปฐพีขั้นสูงก็คงต้องชิงไหวชิงพริบกัน"ลั่วอู่หลินกล่าวตอบไปตามตรง ทำให้บรรยากาศในโต๊ะอาหารเงียบลงในทันที

     

    ในเวลานี้เสียงหัวใจของหญิงงามทั้งสิบคนเต้นกันโครมครามจนลั่วอู่หลินได้ยินได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกนางจะตกตะลึงกันขนาดนี้ เพราะตอนที่เขากำลังจะปิดด่านตบะก็อยู่เพียงระดับวีรชนหกดาวเท่านั้นการที่ใช้เวลาเพียงแค่สามปีเลื่อนขั้นไปจอมปราชญ์ขั้นเก้าเป็นใครก็ต้องตกใจ

     

    "สะ สามีเจ้าคงไม่ได้ใช้วิชาลับอะไรที่มันส่งผลต่อร่างกายหรือพลังชีวิตของเจ้าหรอกใช่หรือไม่"สวีปิงเอ่อร์กล่าวถามด้วยความห่วงใย ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็ส่ายหน้า "ไม่ใช่อย่างแน่นอน ข้ายังอยู่ดี ที่ตบะมันเพิ่มขึ้นขนาดนี้ก็เพราะได้โชควาสนาครั้งใหญ่"

     

    "เห้อ"

     

    พวกนางพากันถอนหายใจอย่างโล่งอกยิ่ง ลั่วอู่หลินจึงกล่าวเสริมไป "พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่มีทางใช้วิธีการสิ้นคิดในการเพิ่มระดับพลังอย่างแน่นอน เพราะข้ารู้ดีว่ามีพวกเจ้าและเจ้าตัวน้อยสองคนนี้รออยู่เบื้องหลัง"เมื่อได้รับคำยืนยันเช่นนั้น เหล่าภรรยาสาวต่างพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

     

    ลั่วอู่หลินใช้เวลาอยู่กับภรรยาและลูกสาวของเขาหนึ่งเดือนเต็มๆด้วยกัน ก่อนที่จะออกจากหอคอยมหาสมบัติ ในเวลานี้เป้าหมายของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว ทะเลสาบทมิฬหาได้อยู่ในสายตาของเขาไม่ และเป้าหมายของเขาคือพิภพปีศาจซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บมรดกของเผ่ามารฟ้า

     

    แต่ทว่าเมื่อชายหนุ่มออกจากมิติ สิ่งที่เขาพบเจอกลับเป็นเหล่าเซียนทั้งหลายที่มาสังเกตุการณ์ต้นเสียงประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน แน่นอนเมื่อเขาปรากฏตัวทุกคนก็พามองเขาเป็นตาเดียวด้วยความฉงนสงสัย แต่ก็ไม่ได้ลงมืออะไร เพราะเรื่องของลั่วอู่หลินนั้นพวกเขาส่วนใหญ่ลืมมันไปแล้ว

     

    ทว่าตอนนั้นเองพลังปราณของเซียนปฐพีขั้นปลายคนหนึ่งก็พลันปะทุออกมา เมื่อลั่วอู่หลินหันหน้าไปมองกลับพบชายร่างกำยำที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวยิ่ง อีกทั้งจิตสังหารของมันผู้นี้ก็ยังพุ่งตรงมาที่เขา

     

    'หืม ใครกัน จิตสังหารรุนแรงจริงๆ'ลั่วอู่หลินครุ่นคิดพิจารณา ทว่าทันใดนั้นเองชายร่างใหญ่ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า หมัดที่เต็มไปด้วยพลังถูกปลดปล่อยตรงไปยังหัวของลั่วอู่หลินพร้อมเค้นเสียงเย็นว่า

     

    "ตาย!!"

     

    ลั่วอู่หลินยังคงสงบนิ่งดวงเนตรอสรพิษสวรรค์ที่ตอนนี้กลายเป็นสีทองทอประกายระยิบระยับได้ถูกใช้งานออกมา หมัดที่กำลังตรงเข้ามาที่ศรีษะของเขาก็ดูช้าลงอย่างเห็นได้ชัด จนลั่วอู่หลินสามารถที่จะหลบมันได้เพียงแค่เอียงคอจากนั้นก็ตวัดขาเตะชายร่างกำยำจนกระเด็นไปไกลนับสิบลี้

     

    "นี่คือดวงเนตรอสรพิษสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ มุมมองพระเจ้าสินะ สามารถมองเห็นอนาคตในระยะเวลาสั้นๆได้ แถมยังเปลี่ยนมุมมองได้ตามใจปรารถนา ช่างเป็นทักษะที่วิเศษจริงๆ"ลั่วอู่หลินกล่าว ไฉ่เยว่เอ่อร์ที่ได้ยินก็เค้นเสียง หึ! ออกมา

     

    "มันใช่เวลามายกยอกันไหมเนี้ย ตั้งใจต่อสู้หน่อย"นางกล่าว

     

    ทันใดนั้นชายร่างใหญ่ก็พลันพุ่งกลับมาพร้อมกับภาพลักษณ์สวรรค์รูปร่างคชสารที่ประดับอยู่ด้านหลังของมัน ลั่วอู่หลินที่ได้เห็นแล้วก็กระจ่างในทันที ที่แท้ชายคนนี้มาเพื่อแก้แค้นให้กับชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแรกที่เขาได้สังหารไป

     

    ใช่! ชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเถาเทียนบิดาของเถาอู่ ที่ออกตามล่าลั่วอู่หลินมาเนิ่นนาน

     

    "สามปีที่ข้าออกตามล่าเจ้า วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าทรมานก่อนที่จะสังหารเจ้าสังเวยให้ดวงวิญญาณของลูกชายข้า!"เถาเทียนกล่วอย่างเดือดดาล ลั่วอู่หลินไม่ได้กล่าวตอบอะไรเพียงยืนอย่างเมินเชยรอให้อีกฝ่ายลงมือ

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน