'เสี่ยวอิง' นางเป็หญิงสาวที่มีพร์ ผู้คนในทวีปแดนเหนือรู้จักกันแทบทุกคน ด้วยความงามและทรงพลัง ถือว่าเธอนั้นเป็ 1 ใน 5 ตัวเก็งของทวีปแดนเหนือในการแข่งขันห้วงมิติ์เลยก็ว่าได้
ตัวตนของคนทั้ง 5 ยิ่งใหญ่เกินกว่าคนในหมู่เกาะ์จะจินตนาการได้ นอกจากเธอจะได้ไปหอคอยอสูรเพื่อพิสูจน์พร์แล้ว ยังได้สิทธิเป็ศิษย์สายในของปราสาทเวทย์อีกด้วย
. . . . . . . . . . .
"อ-อือออ ท-ท-ท่านมีธุระอะไรกับ ข-ข้าอย่างนั้นหรอ" ด้วยความหวาดกลัว นางอดกลั่นพร้อมกับน้ำใสๆไหลลงจากขา ด้วยความโเี้ของชายหนุ่มคนนี้ เขาฆ่าคนโดยไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว ทำให้เธอกลัวที่จะโดนเหมือนผู้าุโของกลุ่มนักฆ่าอสูร
"ไหนเ้าบอกว่าอยากจะได้รองเท้าปราณนภาซักคู่ แล้วจะรีบไปไหนหละข้ายังไม่ได้หยิบให้เ้าเลย"
เสี่ยวอิงทำหน้ามึนงงไม่คิดว่าชายหนุ่มนั้นจะยอมยกรองเท้าให้ 1 คู่ตามที่นางปรารถนา
"อ่ะ นี่รองเท้าปรานภาที่เ้าอยากได้" เสี่ยวอิงเกิดความรู้สึกที่ไม่กล้าหยิบ แต่อุปกรณ์มันก็มีมูลค่ามากจนที่จะหาที่ไหนไม่ได้ ไม่รู้ว่าจากนี้ไปอีกกี่พันปี จะมีคนสามารถสร้างมันขึ้นมาได้อีกรึเปล่า
เสี่ยวอิงกำลังจะหยิบรองเท้าปราณนภา ชางอวิ๋นกลับดึงมือกลับทันท่วงที !!
"เ้าจะเอาไปเปล่าๆ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรเลยอย่างนั้นรึ" ชางอวิ๋นมีแผนชั่วร้ายอยู่ในจิตใจ แอบยิ้มเ้าเลห์อยู่ลึกๆ
"ล-ล-แล้ว เ้า้าอะไรหละ"
ชางอวิ๋นมองไปทั่วเรือนร่างของนางอย่างช้าๆ . . . . มองขึ้น มองลง ผ่านหน้าอกลงไปข้างล่างแล้วกลับมา่บนอีกครั้ง
เธอจึงรีบปิดหน้าอกของเธอ แต่พยายามขนาดไหนมันก็ปิดไม่มิด เพราะด้วยขนาดที่มันใหญ่กว่าใบมือของเธอที่จะกางออกเสียอีก "ย-ย-อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ ข้าไม่มีทางที่จะให้ท่านได้"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะของชางอวิ๋นแบบไร้ยางอายก็ะเิขึ้นมาดังต่อเนื่อง
"คุณหนูเสี่ยวอิง ท่านกำลังคิดว่าข้า้าสิ่งใดรึ ! "
เธอไม่เคยถูกใคร ที่กล้ามาล้อเล่นและกลั่นแกล้งแบบนี้มาก่อน ด้วยระดับปราณที่บ่มเพาะอันแกร่งกล้าของเธอนั้นคือ ออร่าสีฟ้า(พลังระดับ5) ที่แม้แต่ผู้าุโในทวีปแดนเหนือยังไม่กล้าแตะต้อง
"ข-ข้าไม่รู้หรอก ว่าท่าน ต-้าสิ่งใด"
อายก็อาย กลัวก็กลัว อยากจะทะยานหนีให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเธอได้เห็นตัวอย่างอันน่าสยดสยองเ่าั้ทั้งหมดด้วยตาของเธอเอง ความเร็วที่เธอมีในตอนนี้ไม่สามารถสลัดหลุดพ้นจากชายคนนี้ได้อย่างแน่นอน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตกลง" !!
"ถ้าอย่างนั้น คุณหนูเสี่ยวอิงโปรดเมตตาข้าด้วยหละกัน ถ้าวันใดวันหนึ่ง ! ข้าตกที่นั่งลำบากในทวีปแดนเหนือ ถึงแม้คุณหนูจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย ขอแค่อย่ามาซ้ำเติมข้าก็เพียงพอแล้ว"
"แต่ถ้าคุณหนูเสี่ยวอิงผิดคำสัญญานี้หละก็ . . . . . . คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
'นี้เขาขอร้องข้าหรือข่มขู่ข้ากันแน่ หือออออ ๆ ทำไม เราถึงได้โชคร้ายขนาดนี้นะ ' มันเป็เพราะเธอนั้นหลงไหลในเทคโนโลยีใหม่ๆ ความ้าอยากได้อยากเห็น จึงทำให้เธอมาประสบกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ขึ้น
ตกลงกันเรียบร้อยเสี่ยวอิงก็เก็บรองเท้าไว้ในถุงมิติ ชางอวิ๋นก็ทะยานทิ้งหลุมั์ไว้บนพื้น ทำให้เธอนั้นตกตะลึงแปลกใจขึ้นอีกครั้ง 'นี่เขามีพลังระดับไหนกันแน่ ต่อให้ท่านลุงของข้าะเิพลังออกมาขีดสุดก็ยังไม่เคยเห็นหลุมั์ได้ขนาดนี้'
เธอมองไปที่หลุม หลุมนั้นมันใหญ่มากกกก รัศมีไม่ต่ำกว่า 200 หลา เธอยืนนิ่งอยู่ชั่วครูหนึ่งแล้วถึงจะกลับไป
**ถุงมิติมีหลายระดับมีั้แ่ระดับไม้จนถึงระดับตำนาน สามารถบรรจุของได้ตามระดับของอุปกรณ์ แต่กระเป๋ามิติของชางอวิ๋นนั้น เทียบเท่าได้กับระดับา ใส่ของได้ไม่จำกัด แถมไม่มีน้ำหนักมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และช่วยให้สิ่งของนั้นหลับใหลอีกด้วย (ถ้าเป็ของสดก็คือไม่มีวันเน่าเปื่อย หรือถ้าเป็อุปกรณ์ที่มีชีวิตมันก็จะนิ่งสงบ)**
เพียงครึ่งชั่วยาม ที่เขามาถึงเมือง ชางอวิ๋นนำเงินไปซื้อบ้านหลังใหญ่ เขาก็สามารถเป็เ้าของได้ทันทีเพราะอำนาจของเงินสด ซื้อโดยไม่ต่อรองราคาใดๆทั้งสิ้น 5 หมื่นเหรียญทอง
มันเป็เพราะเขายังต้องมีอะไรทำอีกมากมาย จึงต้องจบเื่การซื้อบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ก่อนจะกลับมาพักผ่อนที่บ้านของเขา ชางอวิ๋น้าหญ้าชีวิตมาอีก 10000 ต้น แต่เขารวบรวมทั้งหมดในเมืองมาได้เพียง 1000 ต้นเท่านั้นเอง
'ข้าจะเอาโอสถหญ้าชีวิตไปฝากประมูลอีกที หรือว่าจะผูกขาดการค้าบนโลกนี้เลยดีไหมนะ'
ชางอวิ๋นคิดคำนวณอย่างไหนถึงจะดีที่สุด ในที่สุดเขาก็คิดออกว่าถ้าลงมือทำเอง ก็คงไม่มีเวลาฝึกพลังปราณเป็แน่ คงจะมั่วแต่วุ่นหาวัตถุดิบแล้วมานั่งกลั่น งก ๆ ๆ เหมือนอาเฮียทั่วๆไป
เขาจึงอยากจะหาพันธมิตรการค้าแล้วก็แบ่งสัดส่วนกัน โดยที่พันธมิตรเป็ผู้หาวัตถุดิบแล้วเขาจะทำการกลั่นอย่างเดียว 'แต่ยังไงก็ตาม มันก็คงเป็เื่ของอนาคต วันนี้ข้าขอพักผ่อนก่อนหละกันนะ'
. . . .
. . . .
. . . .
ชางอวิ๋นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในห้องขาวโพลนความกว้างสุดลูกหูลูกตา เมื่อตั้งสติได้ ก็รู้ทันทีว่าเขาได้มาอยู่ในห้วงมิติของตนเองอีกครั้ง
"เอ๊ะ หรือว่าแม่นางจะเป็แม่นางซูเหม่ยเรียกข้าเข้ามาในนี้"
"แม่นางซูเหม่ย . . . .
ท่านเทพัฟ้า . . . .
ัน้อย . . . . ท่านยังอยู่ในนี้ใช่ไหมมม"
เสียงก้องกังวาลของชางอวิ๋น เขาเรียกเทพัฟ้าอยู่ 1 ชั่วยาม เดินไปด้วยะโไปด้วย ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้น ห้องก็ยังเป็ห้องที่มองขอบไม่เห็นและเงียบสนิทดังป่าช้าเหมือนทุกทีที่เข้ามา
'อะ นั่น !! มันก้อนอะไร สีฟ้า กลมๆ' ชางอวิ๋นทะยานเพียง 2 ลมหายใจเขาก็มาพบเป้าหมาย ด้วยความเร็วของเขาตอนนี้ มันเป็เื่ที่ง่ายดายนัก
ลูกแก้วทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 3 เมตร ลอยอยู่เหนือพื้น
'ร-ร-หรือว่า . . . นี่คือดวงจิตของเทพัฟ้า รึเปล่า'
"ัน้อยยยย . . . . ท่านได้ยินข้าไหมมมม . . . . ตอบข้าหน่อยย"
ชางอวิ๋นเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆกับ ลูกแก้วสีฟ้า แล้วก็ะโเรียก เรียกเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้น
ชางอวิ๋นนึกขึ้นได้ว่าเขาได้ 'หินรักษาดวงจิต' มาจากกลุ่มนักฆ่าอสูรมา จึงรีบหยิบมันออกมาจากกระเป๋ามิติ
ชางอวิ๋นก็ยังไม่รู้จะต้องทำด้วยวิธีไหนมันถึงจะได้ผล เขาจึงลองถือเอามันไปใกล้ๆกับลูกแก้วสีฟ้า
"วูบ วูบ" !! มันกับเปร่งแสงสว่างขึ้นเล็กน้อย เหมือนกับว่ามันตอบสนองซึ่งกันและกัน
"ข้าจะต้องทำยังไง มันถึงจะใช้งานได้ !! นี่ข้าจะต้องทำยังไง . . . . ัน้อย . . . . เ้าได้ยินข้าไหม . . . . ตอบข้าที . . . . ข้าจะช่วยเ้าได้ยังไง"
"ัน้อยยยยยยยย !! . . . . "เสียงะโของเขาออกมาดังมาก ชางอวิ๋นสะดุ้งตื่นขึ้นมาขณะเช้ามืด ที่แก้มของเขามีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่ ชายหนุ่มนึกถึงตอนสถานการณ์ที่กำลังต่อสู้อยู่กับ 'เบเฮมอธ' ยิ่งทำให้เขารู้สึกเศร้าเพิ่มขึ้นทวีคูณ
"ช่วยบอกข้าหน่อย . . . . . ว่าข้าจะต้องทำยังไง. .ให้ท่านฟื้นขึ้นมา . . . . ัน้อย . . ."