Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 89 เกรซ

    ตอนที่ 89 เกรซ

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     



    เมอร์ลินตามเกรซเข้าไป ผู้หญิงคนนี้เอ่ยแนะนำอย่างเจื้อยแจ้ว ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมาก 


    หอคอยเวทมนตร์แห่งนี้สูงมาก คาดคะเนด้วยสายตามันอาจจะมีความสูงมากกว่าสิบชั้นได้


    ชั้นล่างของหอคอยเป็นห้องโถงกว้างสิ่งเดียวที่เห็นคือวงเวทที่สลักบนพื้นหินแห่งเดียวเท่านั้น มองดูก็รู้ว่านั่นคือค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ใช้สำหรับหอคอยนี้


    ใช่แล้ว ที่นี่ไม่มีบันไดทางขึ้นการจะขึ้นไปบนหอคอยได้จำเป็นต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้เท่านั้น โดยที่จ้าวของหอคอยสามารถกำหนดคนที่จะใช้ค่ายกลนี้ได้ และสามารถจำกัดได้ว่าให้ขึ้นไปชั้นไหนได้บ้าง 


    เหตุผลเป็นเพราะการปกป้องความลับของการวิจัย


    ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลว่าค่ายกลจะเสียหายเพราะค่ายกลนี้ถูกเชื่อมกับหอคอย มีเพียงแต่การถล่มหอคอยแห่งนี้จนใช้การไม่ได้เท่านั้น ค่ายกลเคลื่อนย้ายถึงจะใช้ไม่ได้ ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมาก


    หอคอยเวทมนตร์แห่งนี้เป็นสิ่งที่สภาเวทมนตร์สร้างขึ้น มันสามารถป้องกันการโจมตีระดับสูงเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันจากการวิจัย เพราะมีนักเวทยาศาสตร์หลายคนที่ทำห้องทดลองระเบิด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปมาก


    ดังนั้นหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้จึงเป็นสิ่งก่อสร้างเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก


    เมอร์ลินไม่เห็นใครที่ชั้นนี้ มันโล่งมาก ไม่มีของประดับตกแต่งแม้แต่ชิ้นเดียว


    เกรซที่เห็นท่าทางของเมอร์ลินจึงเอ่ยขึ้น


    “คุณพ่อของคุณพึ่งจะกลับมา หอคอยแห่งนี้จึงวังเวงแบบนี้เพราะไม่มีคนใช้งานมานับร้อยปี โชคดีที่เขากลับมา ที่นี่จึงไม่ต้องปล่อยให้ทิ้งร้างอีกต่อไป” เกรซกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ


    “ดูเหมือนว่าคุณจะสนิทกับเขามากนะครับ”


    “ไม่หรอก ฉันพึ่งจะเจอเขาเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง พอดีอาจารย์ของฉันสนิทกับเขาเลยแนะนำให้มาทำงานวิจัยกับเขาดู ศาสตราจารย์ออสตินเองก็ไม่ได้เป็นคนวางมาด ฉันเลยดูสนิทกับเขาได้ง่าย” เกรซเอ่ยด้วยคำพูดที่สบายๆ


    ดูเหมือนว่านี่จะเป็นลักษณะนิสัยของเธอที่สามารถเข้ากับคนได้ง่าย


    เมอร์ลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ


    ตอนนั้นเองเกรซก็สังเกตเห็นชายหนุ่มที่เดินตามศาสตราจารย์ออสตินมา เนื่องจากเธอยังไม่ได้ใช้ค่ายกลขึ้นไปข้างบน จึงเห็นพวกเขาเดินตามกันมาติดๆ


    ออสตินไม่ได้รอให้เธอสงสัยได้นาน จึงเอ่ยแนะนำว่า “นี่มาร์เทล เขาเป็นพี่เลี้ยงของเมอร์ลิน ฉันคงไม่ปล่อยให้ลูกชายของฉันเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคนเดียวได้”


    “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณมาร์เทล”


    “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับคุณเกรซ”


    ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีมารยาท 


    มาร์เทลดูเกร็งๆ ไม่น้อยเพราะเขาสังเกตเห็นว่าผู้หญิงคนนี้นอกจากจะเป็นนักวิชาการสี่ดาวแล้ว เธอยังเป็นนักเวทสามดาวอีกด้วย


    ไม่เพียงคุณวุฒิ คาดว่าแม้แต่วัยวุฒิก็คงสูงกว่าเขา แม้รูปลักษณ์ของเธอจะดูเหมือนผู้หญิงวัยสามสิบก็ตาม แต่อายุที่แท้จริงของเธออาจเกินหนึ่งร้อยปีไปแล้วก็เป็นได้


    ในมหาทวีปแห่งนี้ผู้คนไม่สามารถตัดสินกันที่รูปลักษณ์ได้ บางคนชายหนุ่มหญิงสาวอาจเป็นอัจฉริยะนักเวทที่มีอายุมากกว่าร้อยปีไปแล้วก็เป็นได้


    “ว่าแต่หนุ่มน้อยเธอเลือกจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วหรอ?” เกรซถามอย่างประหลาดใจ


    “ใช่ครับ เร็วๆ นี้ผมจะไปที่มหาวิทยาลัยเจเฮรีส” เมอร์ลินเอ่ยตอบ


    “เจเฮรีส?” 


    เกรซเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันไปมองออสติน


    เธอได้ยินข่าวมาว่าลูกชายของเจ้านายเธอมีความสามารถมาก อายุเพียงสิบเอ็ดปีก็มีคุณสมบัติจบการศึกษาโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงได้แล้ว ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้การจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในฮันเดดลีกก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้


    แต่ทำไมเขาถึงเลือกที่จะเรียนที่มหาวิทยาลัยท้องถิ่นของประเทศที่ไม่ค่อยมีความโดดเด่นทางด้านวิชาการนี้


    แม้ประเทศออโรร่าจะมีตัวตนระดับสูงอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อนำผลงานทางวิชาการไปเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้ว พวกเขานับว่าเป็นเรือเล็กลำหนึ่งที่ท่องอยู่ในมหาสมุทรเท่านั้น


    “เขาเลือกของเขาเอง” ออสตินยกไหล่ทั้งสองข้างอย่างขี้เล่น


    เขาดูเหมือนมหาปราชญ์ที่ไม่ถือตัวและไม่มีความเข้มงวด เพราะเหตุนี้จึงทำให้เกรซสามารถสนิทกับเขาได้เร็ว


    ตัวตนระดับสูงเหล่านี้มีบุคลิกที่หลากหลาย ออสตินเป็นเพียงไม่กี่คนที่มีบุคลิกแบบนี้


    “อ้อ” เกรซที่ได้ยินดังนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก


    “ถ้าอย่างนั้นเชิญศาสตราจารย์ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันจะพาสุภาพบุรุษทั้งสองเดินชมหอคอยและไปที่พักเอง” 


    “ขอบใจมาก” ออสตินกล่าวอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในวงเวทแล้วหยิบแผ่นตราขึ้นมา ก่อนจะกระตุ้นการทำงานของมัน


    วงเวทบนพื้นเรืองแสง ชายชราเขียนอักขระหนึ่งกลางอากาศ 


    ทันทีที่อักขระนั้นหายไปร่างของออสตินก็ถูกย้อมด้วยแสงแล้วหายไปจากตรงนั้น


    พรึบ!


    เมอร์ลินมองภาพนี้อย่างสนใจ


    นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาเห็นการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย


    ตอนนั้นเองเกรซก็พลิกฝ่ามือของเธอ แหวนเก็บของของเธอสว่างวาบ ก่อนที่ในมือของเธอจะปรากฏแผ่นตราสองแผ่น


    เธอโบกมือออกไปแล้วแผ่นตราทั้งสองก็ลอยเข้าหาเมอร์ลินและมาร์เทล


    “นี่คือแผ่นตราค่ายกลเคลื่อนย้ายของพวกคุณทั้งสองคน มันสามารถใช้เคลื่อนย้ายได้แค่สองชั้นเท่านั้น นอกจากชั้นห้องพักของพวกคุณกับชั้นห้องสันทนาการที่เป็นที่รับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น พวกคุณจะไม่สามารถขึ้นไปชั้นอื่นได้” กล่าวจบเธอก็หันไปทางเมอร์ลิน


    “แม้แต่ชั้นที่พ่อของเธออยู่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นนะจ้ะหนุ่มน้อย” เกรซขยิบตาให้กับเมอร์ลิน


    “ครับ” เมอร์ลินยิ้มอย่างแกนๆ ความขี้เล่นของเธอทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย


    “อ้อ เว้นเสียแต่ว่าเธอจะขึ้นไปพร้อมกับคนที่มีแผ่นตราชั้นอื่นนะจ้ะ มาจ้ะฉันจะพาเธอไปเดินดูห้องทำงานของพวกฉัน”


    เกรซเดินไปที่วงเวทเคลื่อนย้ายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม


    เมอร์ลินพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่วงเวทโดยมีมาร์เทลตามมาติดๆ


    ชายหนุ่มเช่นมาร์เทลเองก็ได้สัมผัสประสบการณ์การมาเยือนหอคอยเวทมนตร์ครั้งแรกเช่นกัน นั่นจึงทำให้เขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เขาไม่คิดเลยว่าการรับงานดูแลเด็กจะทำให้เขาได้พบประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบนี้


    เกรซหยิบแผ่นตราค่ายกลเคลื่อนย้ายของตนเองออกมาและอธิบายการทำงานของมันอย่างละเอียด


    อย่างไรผู้มาใหม่ทั้งสองคนก็ได้รับอนุญาตจากจ้าวหอคอยแห่งนี้อยู่แล้ว จึงต้องสอนการใช้งานให้พวกเขาเข้าใจ


    พรึบ!


    แผ่นตราของเกรซพาพวกเมอร์ลินเคลื่อนย้ายไปยังชั้นห้องทำงานของนักวิจัยอย่างเกรซโดยตรง


    ทั้งเมอร์ลินและมาร์เทลไม่ใช่ผู้ที่ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายครั้งแรก พวกเขาจึงสามารถปรับตัวกับอาการข้างเคียงของมันได้


    พวกเขาทั้งสามคนโผล่ออกมายังชั้นหนึ่งของหอคอยเวทมนตร์ 


    ที่นี่เต็มไปด้วยกองเอกสารและโต๊ะทำงานมากมายที่มีคนคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น