ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 125

    .. อีกทางด้านหนึ่ง ณ โรงแรมในเครือตระกูลโรจนรัตติกุล..

    “นายหญิงขอรับ.. ในเวลานี้พวกเราได้จับผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 7 คนขอรับ.. จากการสอบสวน พวกมันเป็นคนขององค์กร ZERO CROWN อย่างไม่ต้องสงสัยเลยขอรับ..” แซมสันกล่าวรายงานกับนายหญิงของตน ซึ่งในตอนนี้พิชญ์ก็เต็มที่ไม่ต่างอะไรกับโอ๊ตเช่นกัน มันเป็นเพราะว่าสถานที่ของเธอนั้นเต็มไปด้วยหนูสกปรกถึง 7 คนจากที่ฟังรายงาน

    “หึหึ.. พวกมันก็ช่างกล้ามากนักนะที่เข้ามาอยู่ใต้จมูกของฉันคนนี้.. แต่จะว่าก็ว่าเถอะ! เทคโนโลยีของตระกูล ณ สุวรรณภูมินั้นไปค่อนข้างไกลเกินกว่าจะจินตนาการแล้วจริงๆ พวกเราควรจะตามให้ทันพวกเขา ไม่งั้นได้มีเรื่องเสียหายอย่างนี้เกิดขึ้นอีกแน่.. เราจะให้ตระกูลโรจนรัตติกุลเป็นตัวตลกในสังคมไม่ได้..” พิชญ์กล่าว

     

    มันต้องย้อนกลับไปสักเล็กน้อย หลังจากที่ได้ยินสมมติฐาน และแผนการของภาวินที่ได้ชื่อว่าในอนาคตจะเป็นถึงผู้นำตระกูล ณ สุวรรณภูมิ ความคิดความอ่าน หลักการของเขาค่อนข้างเฉลียว และฉลาดมาก นอกจากนี้เขายังได้รับการสนับสนุนที่ดีจากพวกเหล่าข้ารับใช้ในตระกูล ในอนาคตไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน แผนการของเขาเริ่มต้นมาจากการที่เขาจะแสร้งทำเป็นเจรจากับพิชญ์ไม่สำเร็จ

     

    และเขายังเชื่ออีกว่าพวกมันมีสายที่คอยส่งข่าวภายในโรงแรมแห่งนี้แน่นอน เพื่อการนั้นเขาจึงให้หยิบยืมเทคโนโลยีในการตรวจจับเครือข่ายทุกประเภทกับพิชญ์เอาไว้ใช้งาน โดยเจ้าเครื่องนี้มันไม่ต่างอะไรกับการแฮกข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งด้วยเจ้าอุปกรณ์ตัวเดียวกันนี้สามารถทำให้เธอพบกับผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวเป็นลูกค้าของโรงแรมได้

     

    พวกผู้ก่อการร้ายเองมันก็ระวังตัวในการสื่อสารเช่นกัน พวกมัน 7 คนนั้นมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับดาวเทียมเพื่อให้การตรวจสอบในขั้นตอนตามปกตินั้นเป็นไปได้ยากกว่าเดิม ตระกูลโรจนรัตติกุลเองก็มีอุปกรณ์ในการตรวจสอบสิ่งเหล่านี้เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าพวกองค์กรนั้นมันจะอัพเกรดอุปกรณ์ของพวกมันเช่นเดียวกัน

    “ทราบแล้วขอรับนายหญิง.. หลังจากนี้พวกเราสามารถร้องขออะไรจากคุณชายภาวินได้หนึ่งอย่าง กระผมมีความเห็นว่าพวกเราควรจะขอในเรื่องนี้นะขอรับ..” แซมสันกล่าว พิชญ์ที่ได้ยินก็หน้าบึ้งไปทันที

    “อะไรกัน... ฉันกะว่าจะใช้เรื่องนี้ในการบังคับให้เขาแต่งงานกับฉันยังจะดีเสียกว่า.. ถ้าฉันได้แต่งงานกับเขา เทคโนโลยีอะไรนั่นพวกเขาก็ต้องเกื้อหนุนกันบ้างแหละน่า..” พิชญ์กล่าว

    “กระผมมีความคิดว่าเรื่องนี้นายหญิงไม่ควรรีบนะขอรับ.. เรื่องของความรักในสมัยนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่คลุมถุงชนแล้วจะรักกันได้.. เรื่องนี้กระผมคิดว่านายหญิงควรจะค่อยๆก้าวสร้างความสัมพันธ์กับคุณชายท่านอย่างเป็นขั้นเป็นตอนนะขอรับ..” แซมสันกล่าว

    “ไม่น่าเชื่อ!.. นายพูดอย่างกับนายยังเป็นคนหนุ่มคนสาวอย่างนั้นแหละ.. เฮ้อออ ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วน่า ปัญหาใหญ่ๆก็คือเขาคงยังมองฉันเป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่งเท่านั้น และดูเหมือนว่าเขาจะมีใจให้กับหนึ่งในสาวๆพวกนั้นอีก.. ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ลงทุนทำอะไรถึงขนาดนี้หรอก..”

    พิชญ์กล่าวพร้อมกับใช้ความคิดเล็กน้อย เอาตามความเป็นจริง ภาวินไม่เห็นจะต้องใส่ใจกับพวกเธอที่โดนจับตัวไปเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเธอแล้วล่ะก็..แค่ตระกูลเล็กๆที่เรียกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับกลับมามันช่างน้อยแสนจะน้อยนิดนั้น เธอคงจะตัดพวกเขาทิ้งไปนานแล้ว หรือไม่ก็ช่วยได้แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ภาวินเขากลับยอมทุ่มสุดตัวขนาดนี้ แสดงกลุ่มสี่สาวนั้นจะต้องมีคุณค่ากับเขามากแน่ๆ

      “กระผมจะคอยสืบหาข้อมูลของพวกเธอทั้งสี่อย่างละเอียดอีกครั้งขอรับนายหญิง..” แซมสันกล่าว

    “อืมๆ แต่ช่างเรื่องนั้นมันไปก่อน.. ตอนนี้เราต้องกลับมาโฟกัสกับแผนของภาวินก่อน ถ้าพวกเราทำพลาดมันจะเสียชื่อตระกูลเอาได้.. พาฉันไปหาเจ้าหน้าโง่ทั้ง 7 คนนั้นทีสิ..” พิชญ์กล่าว และปฏิบัติการจับกุมพวกมันทั้งหมดนั้น เธอก็ออกคำสั่งด้วยตัวเอง ปฏิบัติการที่เรียกว่าสายฟ้าฟาด เพราะมันทั้งแรง และรวดเร็วจนพวกมันยังไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเลย

    “ขอรับนายหญิง..” แซมสันกล่าว ก่อนจะย้อนนึกคิดไปถึงหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องทำในสงครามครั้งนี้ หลังจากคุณชายภาวินท่านได้เอ่ยกล่าวแผนการที่ไม่มีใครคาดคิด เขายังจำได้ดีว่านายหญิงของเขานั้นเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว หรือสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อก็คือมันถูกใจนายหญิงของเขา กับปฏิบัติเงาเบื้องหลังนี้..

     

    หน้าที่ของพวกเขาคือหาตัวของพวกที่แฝงเข้ามาที่โรงแรมในเครือ และจับกุมพวกมันมาสอบสวนแหล่งกบดานของพวกมัน แผนการต่อไป แผนการหลบหนี และปฏิบัติการลับซ่อนแผนพวกมันอีกครั้งหนึ่ง..

    “ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าแผนการของพวกมันจะดีสักแค่ไหน.. อ่า! จริงสิ! ฉันเกือบจะลืมมีดสั้นของตัวเองไปเลย..” พิชญ์กล่าวพร้อมกับร่างที่เปลี่ยนเป็นชุดหนังรัดรูป ตอนนี้เธอมีสภาพไม่ต่างอะไรจาก ‘แคทวูแมน’ ตามภาพยนตร์เลยแม้แต่น้อย และนี่มันก็คืออีกหนึ่งตัวตนของเธอเช่นกัน..

    “กระผมเตรียมเอาไว้ให้แล้วขอรับนายหญิง.. เชิญทางนี้ขอรับ..” แซมสันกล่าว ก่อนจะยื่นมีดที่นายหญิงโปรดปรานให้กับเธอไป ซึ่งเขาไม่ต้องเดาเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าพวกมันจะมีความลับอะไรก็ไม่มีทางปิดบังต่อนายหญิงของเขาได้ และเขาก็ต้องเตรียมหน่วยเก็บศพเอาไว้รอเลย เพราะวันนี้มันต้องมีคนตายแน่นอน พิชญ์ที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะรับมีดของตัวเองมา..

    “ขอบใจ.. ถ้าอย่างนั้น เราเริ่มสอบสวนพวกมันกันเลยเถอะ..”

     

    ..กลับมาที่ทางด้านของเกมส์..

    “ฉันยังไม่ได้เลือกนางเอกสำหรับเจ้าชายขี่ม้าขาวเลยนี่นา.. เฮ้ย! แกน่ะ มานี่หน่อยสิ!..” เกมส์กล่าวก่อนจะกวักมือเรียกหนึ่งในลูกน้องของมันมา และลูกน้องคนนี้เป็นคนที่มีข้อมูล และคอยสืบเรื่องของทั้งสี่สาวมาตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้

    “ครับหัวหน้า..” ลูกน้องคนนั้นกล่าว และเขาก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาเกมส์ในทันที

    “แกว่าผู้หญิงคนไหนที่ไอ้เจ้าคุณชายบ้านั่นอยากจะตายไปพร้อมกันบ้าง..” เกมส์กล่าวถาม

    “เท่าที่ผมมีข้อมูล ในช่วงนี้ท่านชายคนนั้นค่อนข้างที่จะสนิทกับคุณหนูปิงปิง และไอดอลสาวไอนะ แต่ถ้าหัวหน้าต้องการคนที่จะใช้ตามแผนการ ผมขอแนะนำให้เป็นแม่คุณหนูสาวปิงปิงจะดีกว่านะครับ.. เธอสามารถทำหน้าที่นี้ได้ และผมเชื่อว่ามันจะออกมาเป็นแบบที่เราต้องการแน่นอนครับ” ลูกน้องคนนั้นกล่าว

    “อย่างนั้นเหรอ.. แกแน่ใจหรือเปล่า..” เกมส์กล่าวถาม

    “..100 เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่สิ! อาจจะเรียกได้ว่า 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ครับ.. ถ้าหัวหน้ายังกังวลกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าเราสามารถพิสูจน์กับตัวของเธอได้ครับ..” ลูกน้องคนนั้นกล่าว

    “พิสูจน์?.. ยังไง?..” เกมส์ขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย ก่อนที่ลูกน้องคนนั้นจะยิ้มออกมา และยื่นหน้าเข้ามากระซิบกระซาบกับเกมส์ ซึ่งเมื่อเกมส์ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจในความคิดของลูกน้องคนนี้ เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ..

    “เป็นความคิดที่ดี.. ถ้าแกมั่นใจว่าเป็นเธอคนนี้แล้วล่ะก็.. เราก็รีบจัดส่งพวกคนที่เหลือกลับไปตามสัญญาได้แล้ว เป้าหมายของพวกเราไม่ใช่ที่พวกเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..” เกมส์กล่าว ก่อนที่ลูกน้องจะตามเพื่อนๆเพื่อขนย้ายตัวประกันทั้งสามคนออกจากห้องนี้ไปขึ้นรถตู้คันหนึ่ง จนในเวลาต่อมาเหลือเพียงแค่เขากับปิงปิงเพียงสองคนในห้องขังนี้เท่านั้น..

    “..กระผมมีคำถามจะถามคุณหนูสักหน่อย.. ไม่สิ! ก่อนอื่นเลย กระผมจะต้องเล่าเรื่องอะไรให้กับคุณหนูฟังเสียก่อน..” เกมส์กล่าวพร้อมกับยกเท้ามาวางบนโต๊ะเช่นเคย..

    “ตั้งแต่เล็กจนโต ตัวของกระผมนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้ซึ่งพ่อแม่ แม้แต่หน้าตาของทั้งสองผมยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังโชคดีที่ได้ทางโบสถ์คอยเลี้ยงดูเติบโตจนมาถึงช่วงอายุหนึ่งที่ผมนั้นเริ่มคิดได้.. ว่าจะต้องตอบแทนอะไรพวกเขาสักอย่างหนึ่ง..” เกมส์กล่าวเล่าเรื่องราวของตัวเองให้กับปิงปิงฟัง และปิงปิงก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลที่ชายคนนี้ต้องเล่าอะไรอย่างนี้ให้กับเธอฟังเช่นกัน..

    “..ใช่แล้ว ผมหางาน หาเงิน ทำงานรับจ้างนู่นนี่นั่น.. แม้จะได้เงินน้อยนิดสักแค่ไหน ผมก็ไม่เคยบ่นออกมาจากปากเลยแม้แต่คำเดียว ทำงานจนกลายเป็นคนโง่ เพียงเพื่อที่จะได้เห็นเด็กที่เป็นเหมือนกับผมในอดีตเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และได้รับโอกาสในสังคม..” เกมส์กล่าวมาถึงตรงนี้ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากสีหน้าเรียบเฉยกลับกลายเป็นมืดมนทันควัน..

    “แต่..ผมก็ได้รับรู้แล้วว่า สังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น มันเลวร้ายมากสำหรับเด็กที่กำลังจะเติบโตไปใช้ชีวิต.. มีผู้คนที่เห็นแก่ตัว รังเกียจคนที่อยู่ต่ำกว่า ว่ากล่าวอวดตัวเอง เอาดีเข้าตัว แถมที่หนักที่สุดคือการบูลลี่.. เป็นคนไร้พ่อแม่บ้างล่ะ เป็นคนที่ไม่ได้รับการสั่งสอนบ้างล่ะ.. เหอะ! แล้วพวกมันก็แบนบุคคลที่เป็นดั่งแกะดำคนนั้นออกมาใช้ชีวิตอย่างโดดเดียว และคอยกดขี่ให้รับใช้..” เกมส์กล่าวพร้อมกับกัดฟันตัวเองอย่างโกรธแค้น

    “ถ้าจะต้องให้เด็กที่น่ารักเหล่านั้นออกมาเผชิญกับสังคมอย่างนี้.. ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่ต้องการ.. ผมไม่ต้องการให้พวกเขามาเจอเรื่องอย่างนี้.. ดังนั้นเราจึงต้องทำให้สังคมที่ว่ามานั้นสะอาดเอี่ยม ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ และเท่าเทียม.. ไม่มีการบูลลี่ เป็นโลกที่ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข..” เกมส์กล่าว

    “และเพื่อการนั้นพวกเราก็ต้องกำจัดพวกที่บ้าอำนาจ พวกที่กดขี่คนอื่น พวกที่ทำให้คนอื่นลำบาก เราต้องกำจัดพวกมันทิ้งทั้งหมดก่อน.. ถึงผมจะคิดว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่อย่างน้อยๆพวกเราก็พยายามที่สื่อออกมาให้ผู้คนได้รับรู้.. เราพยายามจะสื่อให้พวกมันที่มีอำนาจล้นฟ้ารับรู้ ว่ายังมีพวกเราคอยลงทัณฑ์พวกมันอยู่.. เราจะยืนอยู่เคียงข้างผู้ที่โดนกดขี่.. และต่อกรแทนพวกมันเหล่านั้นแทนคนธรรมดาที่กดขี่.. นั่นคือวิสัยทัศน์ของพวกเรา ZERO CROWN..” เกมส์กล่าว ก่อนที่เขาจะหันมายิ้มให้กับปิงปิง..

    “..ทั้งหมดทั้งมวลที่กระผมต้องการเล่ามานั้น กระผมต้องการจะสื่อว่า เป้าหมายของการก่อเหตุในครั้งนี้คือตัวของท่านชายภาวินนะขอรับ.. และคุณหนูจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจุดจบมันจะเป็นเช่นไร.. หนึ่งคือจะตายแทนเขา สองคือให้เขาตายแทนคุณหนู..หรือว่าสามคือตกตายไปพร้อมกันขอรับ..”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน