ตอนที่ 4 (1)
หลังจากขับรถออกจากกรมตำรวจไปประมาณยี่สิบนาที รถก็หยุด
ประตูท้ายถูกเปิดออก แสงแรกของรุ่งอรุณยามเช้าสาดส่องเข้ามา ทำให้เจี่ยนอินหรี่ตา เจี่ยนอินปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นร่างที่เลือนรางของมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว ถึงได้ค่อยๆ ปีนออกมาจากประตูท้ายรถ
“ขอบคุณนะครับ” เจี่ยนอินที่หอบผ้าห่มกับกล่องพายสับปะรดกล่าวขอบคุณมนุษย์ด้ายดำจิ๋วอย่างสุภาพ
อาจเป็เพราะมนุษย์ด้ายดำจิ๋วไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนแสดงความเคารพเขาอย่างนอบน้อม จึงตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“ไอหยาเด็กคนนี้ ไม่เพียงดูว่านอนสอนง่ายเท่านั้น แม้แต่มารยาทก็ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดีมากด้วย!” กวนเย่ว์สวมชุดสูทสีขาวที่ผ่านการนอนกลิ้งเกลือกไปมาทั้งคืนจนยับยู่ยี่ เส้นผมก็ยุ่งเหยิงอีกด้วย
เสียงปิดประตูดังขึ้น เจี่ยนอินที่ปีนออกมาจากประตูท้ายรถหันไปมองทางนั้น จึงได้เห็นใบหน้าด้านข้างที่เ็าของหงเซี่ยนพอดิบพอดี หน้าบูดมาก แรงกดดันมหาศาลตลบอบอวลไปทั่วร่าง ขาของเจี่ยนอินอ่อนแรงเล็กน้อย และเกือบถูกแรงกดดันนี้กดทับจนล้มไปนอนกองกับพื้นแล้ว
สายตาดีขึ้นอย่างน่าประหลาดอีกแล้ว เจี่ยนอินขยี้ตา แล้วมองไปรอบๆ อย่างสงสัย
สถานที่แห่งนี้ประหลาดมาก มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะออกจากใจกลางเมืองด้วยรถยนต์ภายในยี่สิบนาที แต่ที่นี่พื้นที่ค่อนข้างมากทีเดียว อาคารโบราณแบบเรือนสามประสานวิจิตรงดงามมาก ใจกลางลานมีต้นไม้ที่ใบทั้งต้นเป็สีแดง บนลำต้นของต้นไม้มีชิงช้าห้อยอยู่ และข้างๆ ชิงช้าก็มีเก้าอี้ไม้ไผ่เอนนอน แล้วก็โต๊ะท่อนซุง ที่วางอยู่้าทั้งหมดนั่นน่าจะเป็อุปกรณ์ชงชาที่มีกลิ่นอายโบราณ ราวกับได้ย้อนกลับไปสมัยโบราณอย่างไรอย่างนั้น มีเพียงรถเทสล่าสีดำที่จอดอยู่ข้างๆ เท่านั้นที่ดูไม่เข้าพวก
กวนเย่ว์บิดี้เี ชายรูปงามไม่ว่าทำอะไรก็ดูดีเสียจนทำให้ผู้คนโมโห
เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วพูดว่า “ง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ” พลางปลดล็อกโทรศัพท์มือถือไปด้วย
แต่ตอนที่เพิ่งจะเริ่มไถโทรศัพท์มือถือนั้นเอง หงเซี่ยนก็เดินมาตรงหน้าเขาแล้วพูดด้วยเสียงเ็าว่า “ถ้าคุยกับผู้หญิงคนนั้นทางโทรศัพท์อีก ผมจะระงับบัตรคุณ”
กวนเย่ว์ใจนหน้าเปลี่ยนสี “อะไรนะ เ้าลูกอกตัญญูนี่ พูดอะไร! พ่อของแกอยากจะโทรไปบอกราตรีสวัสดิ์กับแฟนสาว คิดไม่ถึงว่าแกจะกล้ามาขวาง!”
“บ้านก็ไม่ต้องเข้า ไปนอนกับผู้หญิงคนนั้นเลยไป!” น้ำเสียงของหงเซี่ยนเย็นเยียบ “เมาแล้วขับแล้วยังผลักความรับผิดชอบมาให้คุณ คุณโง่ขนาดไหนกัน ถ้าชนคนตายจริงๆ คุณได้นอนในคุกไปแล้ว!”
กวนเย่ว์หดคอ ปิดโทรศัพท์มือถือ แล้ววิ่งไปข้างหน้าให้ลูกชายของเขาดู “ปิดแล้วๆ ลูกดูสิจอดับละ ่นี้จะไม่ติดต่อแล้ว! แต่ว่านั่นคือแม่ในอนาคตของลูกนะ…ลูกช่วยพิจารณาหน่อยได้ไหม ดีกับเธอหน่อย…”
“ไม่ได้” หงเซี่ยนไม่ปกปิดทัศนคติของเขาที่มีต่อผู้หญิงคนนั้นเลย
ทั้งสองคนเดินเข้าไปแล้ว ไม่สิ ควรจะพูดว่าปีศาจระดับสูงตนหนึ่งกับพ่อที่เป็มนุษย์ของปีศาจระดับสูงเดินเข้าไปแล้ว เจี่ยนอินที่อยู่ด้านหลังยื่นหัวไปมอง เห็นมนุษย์ด้ายดำจิ๋วหันหน้ามาทางเขา และเงยหน้าขึ้นมองเขา
เดิมทีเจี่ยนอินก็เตี้ยพออยู่แล้ว นึกไม่ถึงเลยว่ามนุษย์ด้ายดำจิ๋วจะเตี้ยกว่าเขาเสียอีก ทันใดนั้นก็มีความรู้สึกสบายใจตลบฟุ้งออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เจี่ยนอินมองไปที่นิ้วของตน รู้สึกว่าไม่กลัวขนาดนั้นแล้ว เขาจึงพยายามยกยิ้มน้อยๆ และพูดกับมนุษย์ด้ายดำจิ๋วว่า “คุณชื่อถวนถวนใช่ไหม ผมไม่รู้ว่าผมมีชื่อว่าอะไร เลยแนะนำตัวเองไม่ได้ แต่ขอบคุณคุณมากที่ดีกับผมขนาดนี้ คุณยังอยากจะกินพายสับปะรดอีกไหม”
แม้ว่าพายสับปะรดจะไม่ใช่ของตน เหมือนว่าหมอที่โรงพยาบาลคนนั้นจะให้เขา แต่ตอนนี้กำลังผูกมิตรกับเพื่อน และวิธีแสดงน้ำใจกับเพื่อนก็มีเพียงพายสับปะรดเท่านั้นแล้ว
“นี่น่าจะแพงมาก” เจี่ยนอินพูด “เพราะกินแล้วมันอร่อยมากจริงๆ!”
เขายิ้มให้ถวนถวนอีกครั้ง ดูเหมือนถวนถวนจะตะลึงงันไปแล้ว
“คุณพูดได้ไหม” เจี่ยนอินถาม
ถวนถวนเอียงหัวครุ่นคิด จากนั้นก็ ‘มอง’ เจี่ยนอิน แล้วส่ายหัว
ถวนถวนหยิบพายสับปะรดไปชิ้นหนึ่ง ตอนที่ฉีกห่อออกนั้นเอง จู่ๆ พายสับปะรดชิ้นนั้นก็ะเิออก กระจายไปทั่วร่างของเขา
“ะเิแล้ว ะเิอีกแล้ว!” เจี่ยนอินจะร้องไห้อีกแล้ว เขารีบปัดร่างกายของถวนถวนที่ก่อรูปจากเส้นด้ายสีดำเบาๆ และพยายามพูดว่า “ตอนแรกผมคิดว่าผมแตะคุณแล้วจะไม่ะเิเสียอีก!”
ที่ที่ถูกปัดโดนรู้สึกซาบๆ ซ่านๆ ถวนถวนขนลุกซู่อย่างเห็นได้ชัด ก้อนด้ายสีดำทั้งก้อนไม่ปกติแล้ว
ในเวลานี้หงเซี่ยนที่เดิมทีเข้าบ้านไปแล้วนั้น จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเจี่ยนอิน ทำเอาเจี่ยนอินใ
สีหน้าของหงเซี่ยนไม่ดีอย่างมาก เอื้อมมือออกไปจับคอเสื้อที่ด้านหลังคอของเจี่ยนอิน แล้วหิ้วเขาเข้าไปในบ้าน
“ขอ ขอ ขอโทษครับ…” เจี่ยนอินสะอึกสะอื้น
“...” หลังจากที่หงเซี่ยนก้าวเข้าไปในห้องรับแขกของเรือนสามประสานแล้วพลันหยุดเท้าลง แล้ววางเจี่ยนอินลง “ฉันทำให้นายกลัวขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ฮะ” เจี่ยนอินเหม่อ รู้สึกเหมือนกับว่าความไม่พอใจในน้ำเสียงของหงเซี่ยนนั้นจะเกิดจากเขา เขาตอนนี้อะไรก็ไม่มี ไม่มีเงิน ไม่มีตัวตนและไม่มีความทรงจำ ที่มีก็มีแค่สัญชาตญาณที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
เจี่ยนอินครุ่นคิด แล้วพูดออกมาอย่างจริงจังและตรงไปตรงมาว่า “...เอ่อ…ผู้าุโหง…คุณเป็ปีศาจระดับสูง ผมควรจะต้องกลัวคุณอยู่แล้ว!”
“แต่นายไม่กลัวถวนถวนเหรอ” หงเซี่ยนถามอีกครั้ง
เจี่ยนอินครุ่นคิดอีกครั้ง “...คุณถวนถวนเขา…ดีกับผมมาก…เขาเป็คนแรกที่แสดงความเมตตากับผม แต่ก่อนหน้านี้ผมก็กลัวมากจริงๆ นั่นแหละ…”
“แต่ฉันเป็คน…ปีศาจตนแรกที่นายเห็นเมื่อลืมตานะ…”
ประโยคนี้ของหงเซี่ยนนั้นพูดเบาไปหน่อย เสียงแทบจะงึมงำอยู่ในลำคอ เจี่ยนอินได้ยินไม่ชัดจึงถามว่า “คุณว่าอะไรนะครับ”