สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 6 ตอนที่ 166 ไม่ครบสามสิบสองส่วน

        สำหรับจักรวรรดิต้าซี โรงชิงไจไม่ถือว่าเป็นโรงประมูลหรือร้านค้าที่ใหญ่โตอะไรแต่เพราะพวกเขาใช้ชื่อจักรวรรดิต้าซีมาทำการค้าที่นี่และทำในสิ่งที่แม้กระทั่งชาวเยี่ยนในพื้นที่ยังไม่กล้าทำ แต่ทว่าคนของโรงชิงไจเข้าใจเป็นอย่างดีว่าจะเย่อหยิ่งและทำตัวยิ่งใหญ่ต่อหน้าชาวเยี่ยนได้เท่านั้น สำหรับตระกูลใหญ่ที่มาจากจักรวรรดิต้าซีอย่างอันเจิงอย่างไรเสีย พวกเขาก็ไม่กล้าทำกิริยาแบบเดียวกับที่ทำกับชาวเยี่ยนแน่นอน

 

        เพราะเป็นอย่างนี้หลี่อวี้หมิงถึงไม่กล้าเปิดเผยราคากับอันเจิงโดยตรงแต่กลับแนะนำให้อันเจิงพบกับหลี่ชางหลี่ด้วยตัวเอง

 

       อันเจิงนั่งดื่มชาอยู่ในห้องที่เหมาเอาไว้ ด้านนอกมีหญิงสาวสวมชุดเบาบางหลายคนกำลังสะบัดบั้นท้ายเริงระบำอยู่เกาเสี่ยวเฉาบอกว่า หญิงสาวเหล่านี้ก็มาจากจักรวรรดิต้าซีเช่นกันความชื่นชอบของอันเจิงไม่ได้อยู่ตรงนี้ ผ่านไปครู่หนึ่ง เกาเสี่ยวเฉาก็แนะนำบางอย่างที่ทำให้รู้สึกหมดสนุกขึ้นมา

 

        ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงคนที่ส่งข่าวไปยังตำหนักจิงเซี่ยวก็กลับมา จากนั้นก็บอกหลี่อวี้หมิงว่าหลี่ชางหลี่ไม่ยินยอมมาทำการค้าที่โรงชิงไจทำให้หลี่อวี้หมิงรู้สึกไปไม่ถูกเลยทีเดียว

 

        อันเจิงโบกมือ “นี่เป็นเรื่องเข้าใจได้เจ้าและข้าเป็นคนจากจักรวรรดิต้าซี จะเจรจากันยังอยู่ในโรงประมูลของคนจากจักรวรรดิต้าซีอีกของที่สำคัญเช่นนั้นเขาคงไม่นำมันออกมาง่าย ๆ หรอก ส่งคนไปถามดูว่าเขาอยากต่อรองราคาที่ไหน?หากสืบดูแล้วไม่มีอะไรแอบแฝง ข้าก็ยินยอมจะไปพบเขาที่นั่น”

 

        หลี่อวี้หมิงกลัวจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดจึงเอ่ยเตือน“แต่ทว่าเป็นของที่สำคัญเช่นนี้ แล้วท่านก็มีฐานะตำแหน่งที่สำคัญ...”

 

        อันเจิงพูด “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าในสถานที่เล็ก ๆ แบบนี้จะมีคนกล้าทำอะไรข้า”

 

       หลี่อวี้หมิงรีบส่งคนไปจัดเตรียมเรื่องนี้ทันที ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง ก็มีขันทีคนหนึ่งกลับมาพร้อมกับคนของโรงชิงไจเขาอายุราวสิบห้าสิบหกปี หน้าตาก็ดูดีไม่เลว

 

       คิดว่าขันทีคนนี้ก็คงดูออกว่าคุณชายที่ดูไม่ธรรมดาทั้งสองท่านนี้มาจากจักรวรรดิต้าซีฉะนั้นจึงมีกิริยาที่นอบน้อมราวกับทาส

 

        “คุณชาย ความหมายของอาจารย์ข้าคือ...ไปเจรจาเรื่องนี้กันที่จวินเยว่โหลวในเมื่อ...ในเมื่อเรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงสิ่งของที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยของคุณชาย ไปเจรจาในที่ที่มียอดฝีมือของตำหนักจิงเซี่ยวอยู่ด้วยจะดีกว่า”

 

        อันเจิงหันกลับไปถามหลี่อวี้หมิง“จวินเยว่โหลวคือสถานที่อะไร?”

 

        หลี่อวี้หมิงยื่นหน้าไปใกล้หูอันเจิงแล้วตอบกลับ“เป็นหอนางโลมแห่งหนึ่ง สภาพแวดล้อมไม่เลว”

 

        อันเจิงลุกขึ้น “ได้ยินว่าที่นั่นเป็นที่ที่ชั่วร้ายไม่น้อยแต่ทว่า ไม่มีที่ไหนที่คนจากจักรวรรดิต้าซีอย่างข้าจะไม่กล้าไป”

 

        เขาลุกขึ้นเดินไปยังด้านนอกจงจิ่วเกอที่ปลอมเป็นองครักษ์ก็เดินตามหลังไปจงจิ่วเกอใช้สายตาที่แลดูมีความมั่นใจสูงกวาดมองผู้คนรอบ ๆแววตาเช่นนี้ดูแล้วช่างไม่ต่างจากยอดฝีมือเลยสักนิด

 

       อันเจิงก็เคยฟังเรื่องของจวินเยว่โหลวมาก่อนทุกที่ที่หลี่ชางหลี่ไปเป็นประจำ เขาก็สืบมาหมดแล้ว มาจนถึงวันนี้หลี่ชางหลี่เป็นคนที่รู้เรื่องในตอนนั้นที่เขาสามารถเข้าใกล้มากที่สุดฉะนั้นไม่ว่าอย่างไร เขาจะไม่มีทางยอมทิ้งเรื่องนี้ไปแน่ หลี่ชางหลี่เป็นเพียงคนแรกเท่านั้นและจะมีคนอีกมากมายตามมาทีหลัง

 

        อันเจิงรู้ว่าศัตรูตัวเองแข็งแกร่งมาก แล้วยังมีผู้ที่แข็งแกร่งคนอื่นหลบซ่อนตัวอยู่ในที่มืดอีกฉะนั้นอันเจิงจึงไม่มีทางกลับไปแก้แค้นที่จักรวรรดิต้าซีโดยยังไม่มีกำลังเพียงพอแน่เขาต้องรอวันที่ตัวเองพร้อม จึงจะกลับไปแก้แค้นที่จักรวรรดิต้าซี

 

        แต่สำหรับคนในแคว้นเยี่ยน อันเจิงก็ไม่คิดอยากให้พวกเขามีชีวิตนานนัก

 

       ความจริงจวินเยว่โหลวไม่ได้อยู่ใกล้วังหลวงมาก หลี่ชางหลี่จัดเตรียมนัดคุยที่นี่คิดว่าเป็นไปได้มากว่าเขากลัวคนในตำหนักวิหารสวรรค์รับรู้เรื่องนี้

 

        ในเมื่อเป็นหอนางโลมที่ดีที่สุดในเมืองฟางกู้หอนางโลมที่นี่จะเน้นการตกแต่งภายในและภายนอกมากหญิงสาวเหล่านั้นไม่ได้สวมชุดที่ดูเบาบางและยั่วยวนแต่ทว่าหญิงสาวแบบนี้ดูแล้วก็ยิ่งหวั่นใจ หากลองถามเหล่าชายในเจียงหูไม่มีใครที่จะไม่หวั่นใจกับสาวงามเช่นนี้?

 

       อันเจิงพาจงจิ่วเกอเดินขึ้นชั้นสองอย่างเชื่องช้า หญิงสาวที่งดงามต่างพากันหันมามองกันหมด

 

        ดูจากหน้าตา จำเป็นต้องยอมรับว่าการแปลงโฉมของจงจิ่วเกอแข็งแกร่งและเก่งกาจถึงขั้นสุดยอดตอนที่อันเจิงยืนส่องกระจกดูตัวเองนั้น ยอมรับเลยว่าเขาดูไม่ออกเลยสักนิด

 

        ด้วยประสบการณ์และแววตาที่คมเฉียบของอันเจิงและด้วยความสามารถของจงจิ่วเกอ หากทั้งสองร่วมมือกันแล้วสามารถพูดได้ว่าไร้คู่เทียมทาน

 

        หญิงสาวที่ดูมีอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีค่อย ๆ ยกชาที่มีกลิ่นหอมวางไว้บนโต๊ะด้านหน้าอันเจิงอย่างระมัดระวัง นางเหลือบมองอันเจิงเล็กน้อยจึงไม่เห็นว่าอันเจิงจะมองมาทว่ากลับนั่งอย่างมีสง่าราศีมาก หรือเขาอาจมองคนที่ภายนอก?

 

        อันเจิงบอกตัวเองในใจว่านี่เป็นโลกที่ดูคนจากภายนอกจริง ๆหญิงสาวคนนั้นมีกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้หวั่นไหว เอวเล็กจนไม่อาจโอบได้เต็มแขนส่วนช่วงหน้าอกก็ดูบวมจนเหมือนยัดสำลีใส่จนเต็ม ตอนนี้ชุดที่นางสวมใส่ก็ดูบางเบาอยู่แล้วจึงทำให้บางส่วนนูนขึ้นราวกับภูเขาสองลูก ดูแล้วช่างน่าหวั่นไหวเหลือเกิน

 

        “เชิญคุณชายดื่มชา”

 

        หญิงสาวที่มีใบหน้าอมชมพูพูดขึ้นจากนั้นก็โค้งตัว ระหว่างที่โน้มตัวลงมา กลางเนินอกนั่นดูแล้วเหมือนจะคร่าชีวิตบุรุษได้เลยทีเดียว

 

        อันเจิงยิ้มแล้วถาม “นอกจากดื่มชาแล้วยังสามารถใช้บริการอะไรของที่นี่ได้อีก?”

 

        หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ตอบกลับด้วยใบหน้าอมชมพู “ในนี้มีทุกอย่างที่คุณชายต้องการคุณชายอยากดื่มหรือใช้อะไร...ก็ได้ทั้งนั้น”

 

        อันเจิงยกมือขึ้นจับข้อมือหญิงสาวเอาไว้“อย่างนั้น...แล้วเจ้าล่ะ?”

 

        หญิงสาวบิดแขนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ทว่าไม่นานก็ยินยอมให้อันเจิงกุมมือนางไว้แบบนั้น“ข้า...ด้วยใบหน้าที่ขี้ริ้วขี้เหร่อย่างข้า คาดว่าคงไม่สะดุดตาคุณชายหรอกหากคุณชายรอสักครู่ อีกประเดี๋ยวพวกพี่ ๆ จะเข้ามา เชิญคุณชายเลือกได้ตามใจชอบ”

 

        อันเจิงปล่อยมือหญิงสาวก่อนจะพูดขึ้น“เท่าที่ข้าดู มากกว่าครึ่งก็แสร้งวางท่าทำเหมือนฉลาดกันทั้งนั้นแต่เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้าเหมือนดอกไม้ท่ามกลางหิมะ สดใหม่และไร้เดียงสารสชาติไม่จัดไม่จาง ดูแล้วช่าง...”

 

        หญิงสาวเขินอายจนไม่รู้จะพูดอะไรดี หลี่อวี้หมิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ยิ่งไม่สงสัยอันเจิงเพราะเขารู้ดีว่าชายหนุ่มตระกูลใหญ่จากจักรวรรดิต้าซีชอบหญิงสาวเช่นไร หลายปีก่อนคุณชายในจักรวรรดิต้าซีมักจะชอบหญิงสาวที่มีอายุ ทั้งยังชอบหญิงที่รูปร่างมีน้ำมีนวล

 

        แต่หลายปีมานี้ ความนิยมที่มีต่อหญิงมีอายุก็เริ่มผ่านไปคุณชายเหล่านี้เริ่มชอบหญิงสาวใสซื่อบริสุทธิ์ ยิ่งดูไร้เดียงสามากเท่าไหร่ก็ยิ่งชอบมากเท่านั้นต่อให้จะมีรูปลักษณ์ที่ไม่งดงามมากก็ตาม

 

        หากย้อนไปอีกหลายปีคนอย่างพวกเขาจะชื่นชอบหญิงสาวที่ดูจัดจ้านและยั่วยวนเป็นเพราะคนจากทางตะวันตกเริ่มเข้ามาในจักรวรรดิต้าซีการเริงระบำของชาวตะวันตกก็เริ่มแพร่หลาย สุดท้ายจึงโด่งดังในจักรวรรดิต้าซี ต่อมาแม้เวลาจะผ่านไปช่วงหนึ่งแล้ว แต่ทว่าการเต้นรำและบทเพลงของชาวตะวันตกก็ยังคงได้รับความนิยมทำให้ค่าตัวของหญิงสาวที่มาจากตะวันตกเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

        ขณะที่อันเจิงจับข้อมือหญิงสาวไม่ยอมปล่อยนั้นด้านนอกก็มีเสียงดังขึ้น

 

        หลี่ชางหลี่เดินนำผู้อาวุโสชุดเทาสองท่านเข้ามาจากด้านนอกเมื่อเห็นอันเจิงจึงโค้งตัวคารวะ “ท่านนี้คือคุณชายเฉิน?”

 

        อันเจิงไม่ลุกขึ้น หลังจากปรายตามองหลี่ชางหลี่แวบหนึ่งก็หันกลับไปหยอกล้อหญิงสาวต่อ“ข้าชอบผู้หญิงอย่างเจ้า หญิงสาวที่มีความไร้เดียงสาแบบที่จักรวรรดิต้าซีไม่มีตอนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุย อีกประเดี๋ยวเจ้าค่อยมาใหม่ดีหรือไม่”

 

        หญิงสาวยังคงมึนงงไม่รู้จะพูดอะไรต่อทำได้เพียงพยักหน้า จากนั้นก็โค้งตัวคารวะหลี่ชางหลี่ก่อนจะเดินจากไป

 

        หลี่ชางหลี่เคยเห็นคนในตระกูลใหญ่โตจากจักรวรรดิต้าซีมาก่อนฉะนั้นจึงเคยชินกับความหยิ่งทะนงแบบที่ชาวจักรวรรดิต้าซีเป็นอยู่แล้ว ตอนที่องค์ชายจากจักรวรรดิต้าซีมาเพียงแค่ข้ารับใช้ทั่วไปก็ยังดูมีราศีจนเขายังต้องใช้รอยยิ้มมาต้อนรับคนเหล่านั้นเลยอีกอย่าง คนผู้นี้ที่ดูไม่ธรรมดายังสกุลเฉินอีกด้วย

 

        “หลี่กงกง?”อันเจิงเงยหน้าเล็กน้อยพลางถามขึ้น

 

        หลี่ชางหลี่นั่งลงตรงข้ามอันเจิง“คุณชายไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น มาเที่ยวเล่นในแผ่นดินเยี่ยนหากมีอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือจากข้า คุณชายก็เอ่ยปากบอกได้เลย”

 

        อันเจิงพูด“ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องถึงมือเจ้า คนของจักรวรรดิต้าซีเดินทางไปทั่วใต้หล้าที่ใช้ก็เพียงแค่คำว่าจักรพรรดิของจักรวรรดิต้าซีไม่ใช่หรอกหรือที่ข้ามาก็ไม่ได้อยากฟังคำพูดต้อนรับจากเจ้า มาพูดเข้าประเด็นเลยดีกว่า หากเจ้าครอบครองอุกกาบาตจริงๆ เจ้าคิดจะขายอย่างไร? อยากได้เงินหรืออยากเอาอย่างอื่นมาแลก?”

 

        หลี่ชางหลี่ต้องการความร่ำรวยแน่นอนว่าไม่อยากทำให้คุณชายที่มั่งคั่งท่านนี้ไม่พอใจฉะนั้นไม่ว่าอันเจิงจะมีกิริยาเช่นไร หลี่ชางหลี่ก็ยังคงมีกิริยานอบน้อมเช่นเดิม“แน่นอนว่าเป็นเงินจะดีกว่า พวกเรามาพูดกันตรง ๆ ...ของชิ้นนี้เป็นของของไทเฮาเงินที่ได้มาทั้งหมดจะนำมาต่อเติมตำหนักจิงเซี่ยว”

 

        อันเจิงขานรับ “หากเป็นอย่างนี้ก็คุยง่ายเอาของออกมาให้ข้าดู หากเป็นอุกกาบาตจริง เจ้าแค่เรียกราคามาก็พอ”

 

        “ของมีค่ามากขนาดนั้นข้าจะกล้านำติดตัวมาได้อย่างไร?”

 

        อันเจิงลุกขึ้นยืน“เรื่องไม่มีความหมายเช่นนี้ ต่อไปอย่าได้จัดแจงให้ข้าอีกเลยข้าจะกลับไปพักผ่อนก่อน เมื่อไหร่ที่นำอุกกาบาตมาค่อยมาหาข้า หากเป็นของจริงก็เรียกราคามาได้เลยหากเป็นของปลอม ต่อให้เจ้าจะเป็นขันทีในตำหนักจิงเซี่ยวข้าก็กล้าฆ่าเจ้าต่อหน้าไทเฮาของแคว้นเยี่ยน”

 

        อันเจิงลุกขึ้นเดินไปยังด้านนอกเพียงครู่เดียวก็ทำให้หลี่ชางหลี่ไปไม่ถูก เขารีบไปขวางทางอันเจิงไว้ “ช้าก่อนคุณชายเฉินแน่นอนว่าต้องเป็นอุกกาบาตของจริง อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หากคุณชายมีความบริสุทธิ์ใจและต้องการซื้อจริงให้ข้าดูเงินที่คุณชายพกมาก่อนได้หรือไม่?”

 

        อันเจิงไม่แม้แต่จะมองเขา “ข้าไม่อยากมาเสียเวลากับเจ้า”

 

        จงจิ่วเกอก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าวผู้ฝึกพลังวัตรธรรมดาคนหนึ่ง สามารถแสดงถึงอำนาจที่ไม่อาจต้านทานได้ “ไสหัวไป!”

 

        สีหน้าหลี่ชางหลี่เปลี่ยนไปทันทีผู้อาวุโสสวมชุดเทาที่เดินตามมามองหน้ากันแวบหนึ่ง ราวกับอยากสื่ออะไรถึงกันแต่ทว่าก็ไม่กล้าลงมืออย่างน้อยพลังอำนาจที่จงจิ่วเกอแผ่ออกมาก็กดทับผู้อาวุโสทั้งสองนี้แล้ว อีกอย่าง ทั้งสองคนยังมาในนามของจักรวรรดิต้าซีอีกด้วยพวกเขาจึงไม่กล้าทำอะไรที่เกินเลย

 

        “เอาอย่างนี้ดีกว่า”

 

        หลี่ชางหลี่พูดขึ้นอย่างกะทันหัน“หากคุณชายเฉินเชื่อข้าละก็ เราไปที่ตำหนักจิงเซี่ยวดีหรือไม่?”

 

        อันเจิงหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองหลี่ชางหลี่แวบหนึ่ง“ที่บอกว่าชาวเยี่ยนเถื่อนดิบ ที่แท้ก็เป็นเรื่องหลอกลวง...ข้าเป็นคนซื้อของถึงแม้จะเจอของที่ล้ำค่ามาก แต่ชาวจักรวรรดิต้าซีอย่างข้าก็ไม่ได้ตกต่ำจนถึงขั้นต้องมาขอร้องเจ้าตอนนี้ข้าจะกลับไปพักที่โรงชิงไจ หากเจ้าอยากขายก็นำของมาพบข้าที่โรงชิงไจแล้วกัน”

 

        สีหน้าหลี่ชางหลี่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องเมื่ออันเจิงเดินไปใกล้ถึงบันได เขาก็รีบเร่งฝีเท้าเดินไปขวางทางอันเจิงไว้“คุณชายเฉิน...มีบางเรื่อง ความจริงข้าอยากพูดกับท่านเพียงสองคน”

 

        อันเจิงขมวดคิ้ว “หากเจ้าไม่หลีกข้าจะทำให้เจ้าเดินไม่ได้อีกต่อไป”

 

       หลี่ชางหลี่สั่งให้ผู้อาวุโสสองท่านนั้นออกไปไกลหน่อย จากนั้นก็พูดขอร้องอันเจิง“คุณชายเฉิน เรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงตัวข้าเอง ไม่เกี่ยวกับวังหลวงอุกกาบาตก้อนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของข้า ไทเฮาต้องการแค่เงิน แต่พระนางก็ไม่รู้เรื่องราคามากนักหากคุณชายเฉินยอมช่วยข้าเป็นการส่วนตัว เรื่องราคาก็ยกให้คุณชายเป็นคนตัดสินใจเลยแล้วกัน”

 

        อันเจิงส่ายหน้า“ข้าไม่ได้สนใจเรื่องราคา แต่กลับอยากรู้ว่าเจ้าจะขอร้องอะไรมากกว่า”

 

        หลี่ชางหลี่ทำท่าเชื้อเชิญ อันเจิงจึงเดินกลับเข้าไปในห้องที่เหมาไว้พร้อมกับหลี่ชางหลี่หลังจากปิดประตูสนิท หลี่ชางหลี่ก็พูดเสียงต่ำ “ข้าได้ยินว่าฝีมือการแพทย์ของจักรวรรดิต้าซีเก่งกาจสามารถฟื้นฟูร่างกาย นำส่วนที่ขาดไปกลับมาต่อได้ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่?”

 

        อันเจิงเข้าใจได้ทันทีจากนั้นก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้ “ที่แท้เป็นเรื่องนี้นี่เอง”

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน