“ท่านตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่ท่านอาจารย์เฟิงเป้า?” เหวินเจ๋อหู่ผู้นำตระกูลเหวินกล่าวถามเฟิงเป้า “ข้าตัดสินใจดีแล้วขอรับท่านผู้นำตระกูลเหวิน ข้าจะแต่งงานกับแม่นางเหวินหนิงถังขอรับ ในตอนนี้เริ่มมืดค่ำแล้วข้าขอตัวกลับก่อนขอรับ” “อะ อืม ข้าจะไปหารือเรื่องการแต่งงานของท่านกับลูกสาวข้า ที่คฤหาสน์ของท่านในวันพรุ่งนี้ท่านสะดวกหรือไม่ ?” เหวินเจ๋อหู่กล่าวถามเฟิงเป้า “ข้าสะดวกขอรับท่านผู้นำตระกูลเหวิน ไว้พบกันพรุ่งนี้ขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวตอบ “ดี! พรุ่งนี้ข้าจะไปพบท่านแต่เช้าท่านอาจารย์เฟิงเป้า หรือข้าควรจะเริ่มเรียกท่านว่าลูกเขยเฟิงเป้าดี” “ทะ ท่านพ่อ” เหวินหนิงถังที่กำลังหน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุกได้กล่าวทักท้วงออกมา “ท่านเรียกข้าตามที่ท่านต้องการได้เลยขอรับ” เฟิงเป้าที่ยังไม่รู้เรื่องราวกล่าวกับเหวินเจ๋อหู่ด้วยน้ำเสียงสุภาพ จากนั้นเขาได้หันไปมองเหวินหนิงถัง “แม่นางเหวินไว้พบกันใหม่” หลังจากกล่าวจบเฟิงเป้าได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบากลับไปที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์อย่างรวดเร็ว พรึบ พรึบ พรึบ “ทักษะวิชาตัวเบาของเขาช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก !” เหล่าบุคคลสำคัญของตระกูลเหวินหลายคนกล่าว “เป็นอย่างที่หยางเฉินบอกเอาไว้ ภายในเมืองแห่งนี้คงไม่มีใครที่เร็วกว่าเขาเป็นแน่แท้ !” เหวินเจ๋อหู่กล่าวออกมาในขณะมองไปทางเฟิงเป้าที่หายไปอย่างรวดเร็วราวกับเงาด้วยแววตาชื่นชม หลังจากยืนปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่งเหล่าบุคคลสำคัญของตระกูลเหวินได้กล่าวออกมาว่า “พวกข้าขอสนับสนุนเรื่องการแต่งงานของคุณหนูขอรับท่านผู้นำตระกูล” “ข้าเองก็เห็นด้วยขอรับท่านผู้นำตระกูล คุณชายท่านนี้เหมาะสมกับคุณหนูของเราขอรับ” หย่งกังพ่อบ้านตระกูลเหวินกล่าว จากนั้นเขาได้หันไปมองเหวินหนิงถัง “คุณหนูข้าดูแลท่านมาตั่งแต่ท่านยังเล็ก ในวันนี้ข้ารู้สึกมีความสุขยิ่งนักที่ท่านกำลังจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา ข้าขออวยพรให้ท่านมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองขอรับ” หย่งกังกล่าวขณะใช้ผ้าเข็ดหน้าเช็ดน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มปิติยินดีของตนเอง “ขะ ขอบคุณ ท่านพ่อบ้าน” เหวินหนิงถังกล่าวด้วยความเขินอาย “เอาล่ะ พวกเรากลับเข้าไปภายในคฤหาสน์กันก่อน ไว้ค่อยพูดคุยปรึกษากันในเรื่องนี้อีกที” เหวินเจ๋อหู่กล่าว “ขอรับท่านผู้นำตระกูล” หลังจากกล่าวจบ เหล่าบุคคลสำคัญของตระกูลเหวินรวมถึงเหวินหนิงถังและเหวินเจ๋อหู่ได้กลับไปยังที่พักของตนเองที่อยู่ภายในคฤหาสน์
ณ ห้องพักส่วนตัวของเหวินเจ๋อหู่
“ท่านพ่อข้าต้องการเล่าเรื่องที่พวกเราร่วมมือกับอีกสองตระกูลบุกเข้าไปในคฤหาสน์ของเฟิงเป้าเมื่อวันก่อนให้เขาฟัง ข้าไม่อยากปิดบังเรื่องนี้กับเขา” เหวินหนิงถังกล่าวกับเหวินเจ๋อหู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อืม... พ่อเองก็เห็นด้วยกับลูกเพราะยังไงพวกเราก็ต้องเกี่ยวดองกันไม่ควรที่จะมีเรื่องปิดบังกัน แต่เจ้าแน่ใจแล้วรึ เขาอาจจะโกรธเคืองเจ้า จนอยากยกเลิกงานแต่งงานหากเจ้าบอกเรื่องนี้กับเขา” เหวินเจ๋อหู่กล่าว “ข้าตัดสินใจดีแล้วท่านพ่อ ข้าจะบอกกับเขาเมื่อได้เจอเขาที่คฤหาสน์ในวันพรุ่งนี้” เหวินหนิงถังกล่าวด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง “พ่อเข้าใจแล้ว ทำตามที่ลูกต้องการเถิด เรื่องเพียงเท่านี้จะกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นความรักของพวกเจ้าได้อย่างไร อืม... แต่ในตอนนี้พ่อเองก็เริ่มอายุมากแล้ว เจ้าควรที่จะรีบมีหลานให้พ่ออุ้มไวๆนะ” เหวินเจ๋อหู่ได้ใช้มือลูบศีรษะของเหวินหนิงถังอย่างอ่อนโยนขณะกล่าว “ทะ ท่านพ่อ ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว” เหวินหนิงถังได้กระทืบเท้าของนางเบาๆ อยู่หลายครา จากนั้นนางได้กลับไปที่ห้องของนางอย่างรวดเร็ว “ฮะๆ ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ข้าได้เห็นท่าทางแบบนี้จากนักสู้หญิงอันดับสองของเมือง” เหวินเจ๋อหู่กล่าวออกมาด้วยความเบิกบานใจ เมื่อกลับมาถึงยังคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ เฟิงเป้าได้บอกกับเฟิงเค่อว่าเขาจะไปรายงานข่าวสารที่สืบมาได้กับหวังเหว่ย จากนั้นเขาได้กลับเข้าไปภายในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญและเข้าไปในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญในทันที
มิติแดนอสูร
“พี่ใหญ่เฟิงเป้า” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายเฟิงเป้า “อืม พวกเจ้ารู้หรือไม่? นายท่านอยู่ที่ไหนข้ามีเรื่องมารายงาน” เฟิงเป้ากล่าวถามเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ “วันนี้นายท่านสูญเสียพลังไปไม่น้อยขณะช่วยแม่นางฉิงเหม่ยเลื่อนระดับไปเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ นายท่านเลยกำลังฟื้นฟูพลังอยู่ภายในที่พักขอรับพี่ใหญ่เฟิงเป้า” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวตอบเฟิงเป้า “เลื่อนระดับไปเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์! ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี! ข้าขอตัวไปหานายท่านก่อนไว้มีเวลาพวกเราค่อยมาสังสรรค์กัน” หลังจากกล่าวจบเฟิงเป้าได้ไปยังที่พักของหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว หวังเหว่ยได้ลืมตาของเขาขึ้น เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังปราณอสูรของเฟิงเป้าที่กำลังใกล้เข้ามา เขาได้หยุดนั่งสมาธิและออกมาต้อนรับเฟิงเป้า “นายท่าน” เฟิงเป้ากล่าวทักทายหวังเหว่ย “เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ ถึงได้มาหาข้า ?” หวังเหว่ยกล่าวถามเฟิงเป้า “ข้ามารายงานข่าวสารที่ข้าสืบมาได้ขอรับ” “โอ้! เช่นนั้นเจ้าก็เล่ามาเลย” “ขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้เริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลเหวิน ตระกูลเพ่ย ตระกูลไป๋ ที่เขาได้ทราบมาจากเหวินหนิงถัง รวมถึงเรื่องอุโมงค์แร่ขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั้งหมดห้าแห่ง ที่ตระกูลเหวินได้ครอบครองสองแห่ง ตระกูลเพ่ยครอบครองสองแห่ง ตระกูลเหวินได้ครอบครองหนึ่งแห่ง รวมไปถึงเรื่องอุโมงค์แร่ขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอยู่นับร้อยแห่งรอบเมืองแห่งนักประดิษฐ์ที่อยู่ในการดูแลของเจ้าเมืองทั้งหมด “เจ้าทำได้ดีมากเฟิงเป้า หลังจากนี้ให้เจ้าทำความรู้จักกับนางให้มากขึ้นและสืบหาข่าวสารภายในเมืองจากนางต่อไป” “รับทราบขอรับนายท่าน ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ ข้าได้ตอบตกลงแต่งงานกับแม่นางเหวินหนิงถังตามคำเชิญของท่านเหวินเจ๋อหู่ผู้นำตระกูลเหวินอีกด้วยขอรับ หลังจากนี้ข้าจะได้สนิทสนมกับนางมากขึ้นแน่นอนขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวกับหวังเหว่ยด้วยความภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง “เจ้าว่าอะไรนะแต่งงาน !” หวังเหว่ยกล่าวออกมาเสียงดัง “ใช่แล้วขอรับนายท่าน ข้ามั่นใจว่าหลังจากนี้ข้าจะสนิทสนมกับนางมากขึ้นแน่นอนขอรับ” “ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ” หวังเหว่ยหัวเราะร่าเสียงดังหลังจากได้เห็นท่าทีของเฟิงเป้าขณะกล่าวกับเขา ซึ่งเขามั่นใจว่าเฟิงเป้าที่เคยอยู่แต่ในป่าย่อมไม่รู้ว่าการแต่งงานคืออะไรอย่างแน่นอน “เจ้าคิดว่าการแต่งงานคืออะไรเฟิงเป้า” หวังเหว่ยกล่าวถามขณะพยายามกลั้นหัวเราะ “คือ... ข้าคิดว่าเป็นการทำความรู้จักสนิทสนมกับวิธีหนึ่งขอรับ ข้าคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้สนิทสนมกับนางมากขึ้น ข้าจึงตอบตกลงไปแล้วขอรับ” เฟิงเป้าเริ่มมีสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดี หลังจากที่เห็นหวังเหว่ยพยายามกลั้นหัวเราะ หวังเหว่ยเมื่อได้เห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีของเฟิงเป้า เขาจึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นเขาได้กล่าวถามเฟิงเป้าว่า “เฟิงเป้าเจ้ารู้จักการมีคู่ครองหรือไม่ ?” “ข้ารู้จักขอรับ สมัยข้ายังเด็ก ข้าเคยได้เห็นเหล่าสัตว์อสูรภายในป่ามากมายที่ครองคู่อยู่ด้วยกันขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวตอบหวังเหว่ย “อืม แล้วเจ้าเคยคิดจะมีคู่ครองหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามเฟิงเป้า “ข้ายังไม่เคยคิดในเรื่องนี้ขอรับนายท่าน ในตอนนี้ข้าอยากตั้งใจฝึกฝนเพื่อเป็นกำลังสำคัญให้กับนายท่านขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวตอบ “อืม ถึงเจ้าจะมีคู่ครองเจ้าก็ยังฝึกฝนและเป็นกำลังสำคัญให้กับข้าได้ บางทีคู่ครองของเจ้าอาจจะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เจ้าแข็งแกร่งได้รวดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ เจ้าอยากที่จะมีคู่ครองหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามเฟิงเป้าด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดนายท่านถึงถามข้าเรื่องนี้ หรือว่า! การแต่งงานคือการมีคู่ครองหรือขอรับนายท่าน !” เฟิงเป้ากล่าวถามหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้วการแต่งงานคือการมีคู่ครอง เรื่องนี้ข้าเองก็มีส่วนผิดที่ปล่อยให้เจ้าออกไปสืบหาข่าวเพียงคนเดียว ทั้งที่เจ้ารู้ยังไม่รู้เรื่องราวของมนุษย์มากนัก” หวังเหว่ยกล่าวตอบเฟิงเป้า “นะ นายท่าน ข้าควรทำเช่นไรดีขอรับ ขะ ข้าตอบตกลงแต่งงานกับนางไปแล้วด้วยขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวถามอย่างตะกุกตะกัก “เรื่องราวก็เกิดขึ้นแล้ว บางครั้งเราก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็อยากถามอะไรเจ้าสักเล็กน้อย เจ้าชอบนางหรือไม่ ?” “เรื่องนี้ข้าไม่แน่ใจขอรับ” เฟิงเป้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวตอบอย่างลังเล หวังเหว่ยได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นความลังเลของเฟิงเป้า “แล้วเจ้ารู้สึกมีความสุขหรือไม่? เวลาที่เจ้าได้อยู่กับนาง” “ข้ามีความสุขขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวตอบอย่างซื่อตรง “หากเจ้าแต่งงานกับนาง เจ้าสองคนก็จะได้ครองคู่อยู่ด้วยกัน ตัวเจ้าต้องการเช่นนั้นหรือไม่ เจ้าลองคิดดูให้ดี ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตอบข้า ข้าให้เวลาเจ้าคิดเรื่องนี้เท่าที่เจ้าต้องการ” หวังเหว่ยกล่าวกับเฟิงเป้าอย่างช้าๆ “ขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบเฟิงเป้าได้นึกถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเหวินหนิงถัง รวมถึงท่าทางตื่นเต้นดีใจของนางในตอนที่เขาตอบตกลงแต่งงานกับนาง เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เฟิงเป้าได้หันมามองหวังเหว่ยด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง “ข้าอยากแต่งงานกับนางขอรับนายท่าน” “ฮ่าๆ บางทีนี่คงเป็นโชคชะตาของเจ้ากับนาง ในเมื่อวันนี้เจ้าตกลงกับพวกเขาไปแล้ว ว่าจะพูดคุยเรื่องการแต่งงานในวันพรุ่งนี้ เช่นนั้นพวกเราก็กลับไปพักผ่อนรอพวกเขาอยู่ที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ และในวันพรุ่งนี้เมื่อตระกูลเหวินมาหาเจ้า ข้าจะเป็นคนพูดคุยกับพวกเขาเรื่องงานแต่งงานของเจ้าเอง” “ขอบคุณขอรับนายท่าน” เฟิงเป้ากล่าวกับหวังเหว่ย หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของเฟิงเป้า จากนั้นเขาและเฟิงเป้าได้ไปหาเฟิงเค่อผ่านทางประตูมิติ ในมิติแดนอสูร วูบ
คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
“นายท่าน เฟิงเป้า” เฟิงเค่อกล่าวทักทายทั้งสองคน “ที่คฤหาสน์มีปัญหาอะไรหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามเฟิงเค่อ “ทุกอย่างปกติดีขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อกล่าวตอบ “อืม เฟิงเค่อนี่คือเงินหนึ่งล้านเหรียญทองในวันพรุ่งนี้ให้เจ้าทำหน้าที่รับสมัครทหารรับจ้างเพียงคนเดียว ส่วนเฟิงเป้าจะอยู่กับข้าเพื่อรอต้อนรับตระกูลเหวิน” “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อได้รับเงินหนึ่งล้านเหรียญทองจากแหวนมิติของหวังเหว่ยมาไว้ภายในแหวนมิติของตนเองหลังจากกล่าวจบ “ว่าแต่ตระกูลเหวินจะมาที่คฤหาสน์ของเราเพราะอะไรหรือขอรับนายท่าน ?” เฟิงเค่อกล่าวถามหวังเหว่ย “อืม พวกเขาจะมาหารือเรื่องการแต่งงานของเฟิงเป้ากับแม่นางเหวินหนิงถัง เฟิงเค่อแล้วเจ้าล่ะ เจ้าอยากจะแต่งงานบ้างหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม “การแต่งงานหมายถึงอะไรหรือขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อกล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความสงสัย “เฟิงเป้าจะเป็นคนอธิบายเรื่องนี้กับเจ้าเอง ข้าจะไปพักผ่อนก่อน ในวันพรุ่งนี้หากตระกูลเหวินมาที่คฤหาสน์ ให้พวกเจ้าส่งคนมาบอกกับข้าในทันที” “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าวพร้อมกัน หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของทั้งสอง จากนั้นเขาได้เข้าไปพักผ่อนภายในห้องของตนเอง หลังจากหวังเหว่ยกลับไปพักผ่อนที่ห้อง เฟิงเค่อได้ให้เฟิงเป้าเล่าเรื่องการแต่งงานให้ฟัง ทำให้เขาตกตะลึงในทันทีเมื่อรู้ว่าเฟิงเป้าจะมีคู่ครองก่อนเขา ในขณะที่ฟังเฟิงเป้าเล่าเฟิงเค่อก็นึกถึงคำพูดของซูฮวาหลงขึ้นมา เวลาผ่านไปครู่หนึ่งหลังจากพูดคุยถึงเรื่องการรับสมัครทหารรับจ้างในวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย เฟิงเค่อและเฟิงเป้าก็ได้กลับไปพักผ่อนภายในห้องของตนเอง
มิติแดนอสูร
ในยามดึกสงัด แสงจันทร์สีขาวได้สาดส่องมายังอาคารที่พักของฉิงเหม่ย จากนั้นพลังปราณอสูรที่มากมายมหาศาลกว่าครั้งที่ผ่านมานับร้อยเท่า ได้หลั่งไหลเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของนาง หลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแสงจันทร์ที่สาดส่องมาที่ฉิงเหม่ยก็ได้จางหายไป จากนั้นได้มีดวงแสงสีขาวล่องลอยออกมาจากบริเวณหน้าท้องของนาง และได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายมาเป็นเด็กสาวอายุราว2ปี ที่มีความน่ารักเป็นอย่างมาก นางได้จ้องมองไปที่ฉิงเหม่ยด้วยนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนสดใสของนาง “ม่าม๊า” หลังจากกล่าวจบเด็กสาวตัวน้อยได้มุดเข้าไปนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของฉิงเหม่ย