Galactic Imperium

    ตอนที่เก้าสิบเจ็ด Fallen Empire 12

    ตอนที่เก้าสิบเจ็ด Fallen Empire 12

    การป้องกันจักรวรรดิเสื่อมสลายมันยากเช่นนี้เอง

    เพราะการเติบโตช้ากว่าคนอื่นก็เท่ากับว่าเราถอยหลังแล้ว

    แต่หากเร็วเกินไปจนสังคมตามไม่ทันก็จะเกิดความวุ่นวายในสังคมอีก

    ผมถึงได้วิจัยทางสายพลังจิตที่ช่วยเพิ่มค่าความมั่นคงของสังคมเช่นกันแม้ผมจะไม่ชอบสายพลังจิตมากนักก็ตาม

    แต่ก็ยอมรับว่าสายพลังจิตมาความมั่นคงภายในสูงสุด..หากไม่นับการจับประชากรใส่ชิปควบคุมสมองแบบสายวัตถุนิยม

    ซึ่งหากเป็นแค่เกมส์ผมคงทำอย่างไม่ลังเล

    แต่มาเป็นโลกความจริงแล้วแม้ผมจะเห็นค่าโบนัสและผลประโยชน์ที่ได้มาจากเทคโนโลยีชิปควบคุมสมองผมก็ทำอย่างนั้นกัปบระชากรของผมไม่ลงเมหือนกัน

    นี่สินะที่พอเวลาเรามีอารมณ์ความรู้สึกร่วมแล้วเราจะตัดสินใจแบบไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

    ว่าแม้กระทั่งพระเอกอิเซไคที่ชอบฮาเร็มทาสก็รู้ตัวว่าตราทาสควรจะควบคุมแค่ทาสเท่านั้น

    ไม่ควรขยายตราทาสไปจนถึงระดับประชากรทั่วไปในสังคม

    มีมุกประชดการมีหัวเกาอนุรักษ์นิยมของขุนนางว่า

    ให้มีทุกคนที่มียศต่ำกว่าอัศวินKnighthood ลงไปกลายเป็นทาส

    ที่แม้กระทั่งพระเอกอิเซไคที่ชอบการมีฮาเร็มทาสก็คงพอจะรู้ตัวว่าทำอย่างนั้นสังคมคงเดินต่อไปไม่ได้

    แม้ผมจะพยายามลดปริมาณทาสลงเพิ่มปริมาณประชากรชนชั้นกลางให้มากขึ้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

    แต่ปริมาณของทาสก็เกินกว่าปริมาณที่ผมจะสามารถปลดปล่อยทั้งหมดได้ด้วยงบประมาณที่ผมมีโดยไม่เกิดส่งผลกระทบต่อสังคม

    ผมจึงพยายามใช้วิธีทางอ้อมๆแทนอย่างการรับคนที่มีพลังจิตมาอยู่ในส่วนทรัพย์สินของจักรพรรดิหรือข้ารับใช้ของผมโดยตรง

    และหากทำการรับใช้ผมหรือทำการรับใช้รัฐประมาณสองปีก็สามารถกลายเป็นเสรีชน

    เริ่มจากศูนย์ที่ต่างโลกเอ๊ยจักรวรรดิของผมได้อีกครั้ง

    แต่แน่นอนผมเข้าใจว่าทำไมการมีทาสไว้ถึงทำให้ประชากรชนชั้นสูงมีอำนาจมหาศาล

    ขนาดผมแค่พยายามลดปริมาณทาสลงมาเพิ่มปริมาณข้ารับใช้ของผมแทน

    ผมก็ค้นพบว่าอำนาจของผมในสภาเพิ่มขึ้นมามากกว่า60 %

    และ % ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นพรรคกลุ่มผลประโยชน์ของสายศาสนาและขุนนางลดหลั่นกันมา

    ผมต้องไปเปิดอีกหน้าหนึ่งถึงจะเจอพรรคเล็กๆที่พยายามจะสนับสนุนนโยบายทดลองวิทยาศาสตร์ทางกายภาพ

    เพราะอำนาจส่วนจักรพรรดิของผมมีมากขึ้นจากการออกคำสั่งของผมและงบประมาณที่ใช้ผ่านสภาฮาเร็มของผมนั่นเอง

    ซึ่งผมก็พยายามสั่งสร้างสถานบันเทิงเพิ่มขึ้นเช่นกัน

    ไม่ให้อัตราความไม่พอใจของค่ายพรรคกลุ่มผลประโยชน์นั้นไม่พอใจมากเกินไป

    และผมใช้แต้มการเมือง

    สร้างกลุ่มการเมืองมาหลายๆกลุ่มมมากที่สุดเท่าที่จะไม่ทำให้จักรวรรดิของผมเสียหายด้านแนวคิด

    นี่คือข้อดีของระบบรัฐสภาที่มีจักรพรรดิเป็นประมุข

    เพราคะแนนเสียงของนักการเมืองและพรรคการเมืองจะไม่สามารถสร้างเสียงข้างมากพอที่จะมาลดอำนาจของจักรพรรดิอย่างผมได้

    ตราบใดที่ผมคุมงบประมาณส่วนใหญ่ของสภาให้ไหลเข้ามาทางผม

    ผมก็จะครองอำนาจอยู่ได้โดยไม่ต้องสนใจนโยบายต่างๆแต่อย่างใด

    รวมไปถึงผมสามารถใช้พลังทางการเมืองสามารถดัดแปลงการเสนอกฎหมายของแต่ละพรรคการเมืองได้ด้วย

    ก็เท่ากับว่าผมให้มีพรรคให้มากเข้าไว้และอย่าให้มีพรรคที่ไม่อยากให้ท่านจักรพรรดิปกครองขึ้นมาครองอำนาจในบ้านเมืองได้

    การออกกฎหมายและการจัดสรรงบประมาณถึงเกี่ยวข้องกับอำนาจในบ้านเมืองด้วยเหตุนี้เอง

    ...

    ท่ามกลางสภาของจักรวรรดิ

    ที่เป็นแหล่งรวมของอำนาจผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ

    แม้พวกเขาจะไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจอย่างคณะมนตรีผู้ปกครองจักรวรรดิ

    แต่จะเรียกได้ว่าพวกเขาคือตัวแทนของกล่ามผลประโยชน์ต่างๆแสดงความวุ่นว่าย

    ราวกับมีการปฏิวัติเลยทีเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของจักรวรรดิในช่วงไม่ถึงเดือนที่ท่านจักรพรรดิฟื้นขึ้นมา

    สมาชิกคณะมนตรีที่ครองอำนาจมายาวนานนั้นออกจากตำแหน่ง

    กฎหมายที่มีการดีเบทวิจาณ์กันอย่างยาวนานได้รับการผ่านหรือยกเลิก

    งบประมาณที่ใช้เวลาต่อสู้กันมาอย่างยานนานโดนเปลี่ยนแปลงด้วยคำสั่งของท่านจักรพรรดิคำเดียว

    มันทำให้เกิดทั้งกลุ่มที่มีอำนาจมากขึ้นและกลุ่มที่เสียอำนาจไป

    ราวกับโดนคลื่นถาโถมไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป

    ราวกับว่าคำสั่งของท่านจักรพรรดิออกมาไม่มีที่สิ้นสุดและไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย

    คล้ายกับเรื่องGalactic Imperium ที่คุณอ่าน