ตอนที่ 6: อุณหภูมิใต้แสงดาว
หลังจากวันนั้น ข้อเสนอเื่ "วิลล่าริมแม่น้ำ" ของบลูกลายเป็ทางรอดเดียวของเอริ และดูเหมือนว่าแต้มต่อนี้จะทำให้หัวใจของบอสสาวแกว่งไปผิดจังหวะอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนขับรถที่ตอนนี้นั่งฮัมเพลงบลูส์อย่างอารมณ์ดีอยู่หลังพวงมาลัย
"ยิ้มอะไรขนาดนั้นบลู ขับรถไปดีๆ เลย" เอริแกล้งดุ ขยับแว่นกันแดดราคาแพงแต่อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มตาม
"ก็แหม... นานๆ ทีบอสจะยอมลาพักร้อนหนึ่งวันเต็มๆ มาร่วมทริปสำรวจพื้นที่กับผมเนี่ยสิครับ" บลูเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนเส้นเล็กขนานไปกับแม่น้ำ "วิลล่าที่ผมบอกอยู่ข้างหน้านี้แล้วครับ บรรยากาศของจริงดีกว่าในรูปสิบเท่าชัวร์ๆ คับ"
เมื่อรถจอดสนิท เอริก้าวลงมาัักับสายลมธรรมชาติที่พัดโชยมา วิลล่าไม้สักหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลตั้งตระหง่านอยู่ริมโค้งน้ำที่สวยที่สุด ล้อมรอบด้วยต้นแก้วเ้าจอมและต้นลำซำที่ตัดแต่งอย่างประณีต แสงแดดรำไรสะท้อนผิวน้ำดูสงบและหรูหราในเวลาเดียวกัน
"สวยมาก..." เอริพึมพำอย่างลืมตัว "นายไปรู้จักที่แบบนี้ได้ยังไง บลู?"
"เ้าของที่นี่เป็รุ่นพี่ที่เคยลุยงานหนักมาด้วยกันน่ะครับ ตอนนี้เขาปล่อยวางจากเมืองกรุง แล้วมาทำที่พักส่วนตัว" บลูเดินมาหยุดข้างๆ เธอ แววตาของเขาที่มองทอดออกไปดูนิ่งสงบ "เมื่อก่อนผมก็เคยคิดว่าชีวิตต้องอยู่บนตึกสูงๆ มีตัวเลขในบัญชีเยอะๆ ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ แต่พอได้มานั่งดูแม่น้ำไหลผ่านไปเรื่อยๆ แบบนี้... ถึงได้รู้ว่า ตรรกะความสุขของคนเรา มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสูงของตึกหรอกครับ"
เอริหันไปมองเสี้ยวหน้าของเขา "แล้วตรรกะความสุขของนายตอนนี้คืออะไรล่ะ?"
บลูหันกลับมาสบตาเธอตรงๆ รอยยิ้มกวนๆ ที่มักจะมีอยู่เสมอจางลง เหลือเพียงสายตาอบอุ่นลึกซึ้งที่ทำให้เอริหน้าร้อนวูบ "ก็... การได้ขับรถพาบอสจอมดื้อมาพักผ่อนมั้งครับ"
"คนบ้า..." เอริรีบหันหน้าหนี ก้าวฉับๆ เข้าไปตรวจดูพื้นที่ด้านในเพื่อซ่อนอาการใจสั่น
บรรยากาศการสำรวจพื้นที่เป็ไปอย่างราบรื่น ตรรกะความเป๊ะของเอริเข้าคู่กับความยืดหยุ่นของบลูได้อย่างน่าทึ่ง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึง่เย็น ฟ้าที่เคยใสกลับมืดครึ้มกะทันหันตามประสาท้องฟ้าหน้าฝน และไม่กี่นาทีหลังจากนั้น สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ซ่าาาาา!
"บลู! ฝนตกหนักขนาดนี้ ทางกลับรถน้ำท่วมแน่ๆ เลย!" เอริโวยวายแข่งกับเสียงฟ้าร้อง ขณะที่ทั้งคู่ยืนหลบฝนอยู่ตรงระเบียงกว้างของวิลล่า
"ดูท่าจะยาวครับบอส ระบบแจ้งเตือนเส้นทางบอกว่าถนนสายหลักดินสไลด์ปิดทางเข้าออกชั่วคราวด้วย" บลูเช็กมือถือพลางถอนหายใจ "สงสัยคืนนี้เราคงต้องค้างที่นี่แล้วล่ะครับ โชคดีที่รุ่นพี่ผมเขาเตรียมห้องพักสำรองไว้ให้พอดี"
"ค้างที่นี่?! กับนายเนี่ยนะ?!" ตรรกะความปลอดภัยในหัวของบอสสาวเตือนภัยระลอกใหญ่ แม้ลึกๆ เธอจะรู้ดีว่าบลูเป็สุภาพบุรุษมากแค่ไหนก็ตาม
"ผมก็นอนข้างนอกตรงโซฟานี่ไงครับ บอสก็ นอนในห้องไป สบายใจได้" บลูยิ้มให้เพื่อลดความกังวลของเธอ
กลางดึก... สายฝนเริ่มซาลงเหลือเพียงเสียงหยดน้ำกระทบใบไม้ ไฟฟ้าของวิลล่าดับลงจากเหตุการณ์ต้นไม้ล้มทับสายไฟ เหลือเพียงแสงสว่างจางๆ จากแสงจันทร์ที่ส่องทะลุกระจกเข้ามา
เอริที่นอนไม่หลับเพราะแปลกที่และอากาศที่เริ่มเย็นลงเนื่องจากไม่มีเครื่องปรับอากาศ เธอตัดสินใจเปิดประตูห้องออกมาดู และพบว่าบลูกำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงข้างนอก มีตะเกียงไฟดวงเล็กๆ วางอยู่ข้างตัว แผ่นหลังกว้างของเขาดูโดดเดี่ยวแต่ก็มั่นคงในเวลาเดียวกัน
"นอนไม่หลับเหรอครับบอส?" บลูทักโดยไม่หันมามอง ราวกับรู้การเคลื่อนไหวของเธอ
"อืม... มันเงียบเกินไป แล้วก็... แอบหนาวนิดหน่อย" เอริเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างๆ เธอสวมเสื้อคลุมตัวหนาทับชุดนอนไว้
บลูไม่ได้พูดอะไร เขาขยับตะเกียงไฟให้เข้ามาใกล้เธอเพื่อส่งความอบอุ่น พลางยื่นแก้วน้ำชาอุ่นๆ ที่เขาจุดเตาแก๊สปิคนิคต้มไว้ให้
"ชาคาโมมายล์ครับ ช่วยให้หลับสบายขึ้น"
เอริรับแก้วมาโอบไว้ ความอุ่นจากแก้วแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือ "ขอบใจนะ... วันนี้ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงจัดการเื่วิลล่านี้ไม่ได้แน่ๆ"
"ผมบอกแล้วไงครับ ตรรกะของบอสมีไว้พุ่งชนความสำเร็จ ส่วนตรรกะของผมมีไว้รองรับตอนบอสเหนื่อย" บลูเอนหลังพิงพนัก มองขึ้นไปบนฟ้าที่เมฆฝนเริ่มเคลื่อนตัวออกไป จนเผยให้เห็นดวงดาวระยิบระยับ "ดูดาวสิครับบอส ต่อให้เมื่อกี้ฝนจะตกหนักแค่ไหน สุดท้ายท้องฟ้ามันก็ต้องเปิด และดาวมันก็ยังอยู่ที่เดิมของมันเสมอ... ปัญหาของบอสก็เหมือนกันแหละคับ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"
เอริมองตามสายตาของเขา แล้วหันกลับมามองใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ในความมืดที่มีเพียงแสงตะเกียงสลัวๆ หัวใจของเธอกลับเต้นแรงกว่าตอนที่อยู่ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลต์ในห้องประชุมใหญ่เสียอีก
"บลู..." เสียงของเธอแ่เบาจนแทบเป็เสียงกระซิบ
"ครับบอส?" บลูหันหน้ากลับมา สายตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากตัวเขาผสมกับกลิ่นไอฝนทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดหมุน
"นายห้ามทิ้งฉันนะ..." เอริเม้มริมฝีปาก ความดื้อรั้นหายไปเหลือเพียงความจริงใจที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด "หมายถึง... ห้ามเลิกขับรถให้ฉันเด็ดขาด ตรรกะในหัวของฉันตอนนี้... มันชินกับการที่มีนายอยู่ข้างๆ ไปแล้ว"
บลูนิ่งไปชั่วครู่ แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของเธอที่ถือแก้วชาไว้เบาๆ ัันั้นอุ่นจัดจนละลายความเย็นของค่ำคืนนี้ไปจนหมดสิ้น
"ผมไม่ไปไหนหรอกครับ..." บลูคลี่ยิ้มบางเบา ดวงตาสะท้อนแสงดาวและเงาของบอสสาว "ต่อให้บอสจะไล่ ผมก็คงคำนวณเส้นทางไปจากบอสไม่ถูกแล้วล่ะคับ"
คำว่า 'คับ' ครั้งนี้ ไม่มีความทะเล้นปนอยู่เลย มีเพียงความหมายลึกซึ้งที่ส่งผ่านสายตา... ตรรกะหัวใจของยัยบอสจอมดื้อ บัดนี้ถูกคนขับรถธรรมดาๆ คนนี้ยึดครองระบบไปโดยสมบูรณ์แบบแล้ว