ตอนที่ 22แม่ชีจิ้งเหวิน
ลามะเฒ่ามองไปที่หม้อยาที่บัดนี้ปิดไว้ด้วยฝาที่หนักหลายร้อยจินที่ตัวหม้อปรานมีรัศมีปรานสีเขียวออกมาเลือนราง เป็สัญญาณบ่งบอกว่าใกล้จะถึงเวลาที่มันรอคอยลามะเฒ่าขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองทิศทางที่หน้าถ้ำ
ที่หน้าถ้ำปรากฏด้วยแม่ชีชุดขาวนางหนึ่งนางดูแล้วอายุหกสิบเจ็ดสิบปี รูปร่างผอมโปร่งใบหน้าแฝงไว้ด้วยความเมตตาปราณีที่หน้าผากมีไว้ด้วยรอยแต้มสีแดงบางๆหนึ่งสาย ดูจากภายนอกดูเหมือนแม่ชีธรรมดาไม่ได้มีรัศมีปรานยุทธ์ใดเล็ดลอดออกมาคนทั่วไปที่เห็นนางย่อมไม่คิดว่าแม่ชีนางนี้จะเป็วรยุทธ์
...แต่ไม่ใช่กับลามะเฒ่ามันรู้จักแม่ชีนางนี้ดี มันพูดด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา “...นี่ไม่ใช่แม่ชีจิ้งเหวินแห่งวัดเสียง์ใต้หรอกหรือการที่อาตมาได้เห็นซือไท่อีกครั้ง หลังจากไม่ได้เจอมานานหลายปีถือว่าเป็โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง”
“อาตมาได้ยินมาว่าซือไท่บำเพ็ญเพียรอยู่ที่เขาเสียง์ไม่คิดออกมาในยุทธภพอีก...”
“วันนี้ได้พบพานถือว่าเป็บุญวาสนาของอาตมาแล้ว”
แม่ชีจิ้งเหวินได้ยินก็สีหน้าเรียบนิ่ง“อามิตตาพุทธ คงจื่อไต้ซือกล่าวเกินไปแล้ว ที่อาตมาลงเขามาครั้งนี้ เพราะได้เห็นนิมิตบางอย่างพุทธองค์ทรงเมตตาชี้นำพามา”
“นิมิต? นิมิตอันใดถึงทำให้ซือไท่ต้องลงเขามาด้วยตนเอง?”แม่ชีจิ้งเหวินไม่ตอบคงจื่อไต้ซือไม่ได้ถามต่อ “อาตมาความจริงคิดอยากได้พูดคุยแลกเปลี่ยนพระธรรมคำสั่งสอนกับซือไท่...”
“แต่อนิจจา...เวลานี้อาตมามีธุระต้องสะสางช่างน่าเสียดาย น่าเสียดาย...ขอให้ซือไท่โปรดเข้าใจอาตมาด้วย”ลามะเฒ่าพูดจาขับไล่แม่ชีตรงหน้าแต่ใบหน้ามันยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“อาตมาไม่รบกวนไต้ซือนานหรอก อาตมาบังเอิญพบเจอประสกน้อยนางหนึ่งนางขอให้อาตมาพาพี่ชายนางกลับไป”
“คงจื่อไต้ซือ...ไม่ทราบว่าท่านเห็นพี่ชายของประสกน้อยนั้นหรือไม่?”
“ถ้าเป็ประสกน้อยผู้นั้นอาตมาย่อมทราบ...”
“เพียงแต่ ยามนี้อาตมากำลังชี้แนะทางสว่าง แนะนำหนทางไปสู่พระพุทธองค์ให้มันย่อมไม่สะดวกคืนประสกน้อยกลับไป”สีหน้าลามะเฒ่ายังคงเต็มไว้ด้วยรอยยิ้ม
แม่ชีจิ้งเหวินใช้ััปราณสำรวจรอบถ้ำแต่ไร้วี่แววเด็กชายมีแต่หม้อปรานใบั์ข้างหลังลามะเฒ่า จิ้งเหวินซือไท่ไม่สามารถตรวจสอบข้างในได้
“หม้อเป็ตายหยินหยางของสำนักหยินหยางในตำนานเมื่อหลายพันปีก่อน...ตอนนี้มันกับตกมาอยู่ในมือไต้ซือ?”
“ย่อมไม่ใช่วาสนาของอาตมาเพียงแต่เป็กุศลของท่านเ้าอารามรุ่นก่อนส่งมอบต่อให้อาตมาดูแลถือว่าเป็วาสนาของอารามสุขฤดี”
แม่ชีจิ้งเหวินเหวินใช้ลมปราณพิเศษทำให้รอยแต้มที่หน้าผากเบิกออกเป็ดวงตาปรานที่สามมองทะลุหม้อปรานใบนั้น พอได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนางที่มีสีหน้าเมตตาปราณีตลอดเวลาก็เริ่มมืดครึ้ม
“บาปกรรมบาปกรรม พระพุทธองค์ต่างสั่งสอนให้มีเมตตา ไม่ทำลายชีวิตผู้ใด...แต่ไต้ซือท่าน”
“อาตมาก็แค่ชี้แนะหนทางสบายให้แก่มัน ใยมิใช่ถือเป็บุญกุศล?” แม่ชีจิ้งเหวินไม่ตอบคำ ทันใดนั้นมีกระแสลมปรานไร้ลักษณ์ที่ไม่อาจเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่ออกไปหาลามะเฒ่า
ตึง ลามะเฒ่ายกฝ่ามือมากันไว้ได้ตัวถ้ำและูเาทั้งลูกเกิดการสั่นไหว เพียงด้วยแรงปะทะกันเบาๆนี้
“ซือไท่คิดขัดขวางอาตมา?”
จิ้งเหวินซือไท่อ้าปากทันใดนั้นเกิดกระแสลมปราณก่อตัวเป็ฝูงนกบินเข้าใส่ลามะเฒ่าลามะเฒ่าที่ยืนคงไว้ด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นมันะเิลมปรานสายพุทธของมันออกมา...แต่ลมปราณของมันนั้นกับดำมืดเต็มเปี่ยมไปด้วยเสียงกรีดร้องของิญญาพยาบาทมากมาย
ลมปราณพุทธสายมารของมันกลายร่างเป็อีกาพุ่งเข้ารับมือกับนกปรานของจิ้งเหวินซือไท่ลมปรานที่ก่อตัวเป็สัตว์ของทั้งสองต่างดูแล้วไม่ได้มีอันใดแต่ความเป็จริงแค่ตัวเดียวก็สามารถฆ่านักพรตระดับก่อกำเนิดได้อย่างง่ายดาย
ฝูงนกปรานนับร้อยจิกตีต่อสู้กันเสียงดังสนั่นจนท้องฟ้าเกิดมรสุมขึ้นเหนือถ้ำฝูงสัตว์น้อยใหญ่ต่างหวาดกลัวหลบหนี เสี่ยวไป๋ที่นั่งรออยู่ที่ตีนเขาห่างออกไปไกลสีหน้ามีไว้ด้วยความเป็กังวล
ลามะเฒ่ายังคงยิ้มที่ข้างกายปรานพุทธสายมารสั่นไหวมีิญญาพยาบาทจำนวนมากคืบคลานออกมา บ้างเป็จอมยุทธ์ บ้างเป็ทหารบ้างเป็ิญญาแค้น ส่งเสียงโหยหวนน่าสะพรึงกลัวพวกมันพุ่งเข้าโจมตีแม่ชีจิ้งเหวินทั่วทิศทาง
แม่ชีจิ้งเหวินยังคงสงบนิ่งปากบางร่ายคำสวดออกมาก่อตัวเป็ตัวอักษรปรานสีทองพุ่งเข้าโจมตีิญญาพยาบาทรอบด้าน
ซูม กรี้ด กรี้ด เสียงโหยหวนดังขึ้นิญญาพยาบาทบางส่วนโดนตัวอักษรพุทธสีทองก็เหมือนกับโดนน้ำร้อนลวกสลายกลายเป็ฝุ่นควันไป
ลามะเฒ่าขมวดคิ้วถ้าวัดด้วยพลังลมปราณหรือระดับการฝึกฝนมันหาเป็รองแม่ชีตรงหน้าไม่เพียงแต่วิชาสายมารของมัน ล้วนแพ้ทางวิชาสายพุทธของแม่ชีตรงหน้ามันเลยต้องพบกับความเพี้ยงพร้ำเล็กน้อย
มันตวัดมืออย่างรวดเร็วจนคนทั่วไปไม่อาจเห็นในมือจี้ด้วยดัชนีมารพุ่งเป็คลื่นจู่โจมแม่ชีจิ้งเหวินอย่างรวดเร็วแม่ชีจิ้งเหวินยกมือขึ้นด้วยท่าทางโปรดสัตว์ที่ด้านหลังปรากฏรูปลักษณ์ของเ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศปกป้องร่างนางจากดัชนีมารที่จู่โจมขึ้นมา
ลามะเฒ่าไม่ได้เกรงกลัวแม่ชีจิ้งเหวินเพียงแต่มันไม่มีเหตุผลให้เสียเวลาต่อสู้กับนางถ้าทุ่มสุดตัวตัดสินแพ้ชนะเกรงว่าต้องสู้กันต่อเนื่องเจ็ดวันเจ็ดคืนถึงจะตัดสินผล
มันเร่งลมปราณมารแผ่กระจายจนมืดฟ้ามัวดินิญญาพยาบาทนับหมื่นโผล่ออกมาลุมล้อมแม่ชีจิ้งเหวิน กองทัพิญญาพยาบาทนับหมื่นกรีดร้องต้นไม้ใบหญ้าทั่วหุบเขากรายเป็เหี่ยวแห้งผืนน้ำกรายเป็แห้งเหือดไร้สิ่งมีชีวิต
ผู้ที่มองเข้ามาจากระยะไกลคงเห็นว่าูเาที่เคยเขียวขจีแห่งนี้บัดนี้ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกมารและเต็มไปด้วยเสียงโหยหวนของิญญาร้ายจากขุมนรก ดุจเขาลูกนี้คือดินแดนแห่งความตาย