ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 80

    “ไอนะว่าสีห้องของพี่ชายไม่สวยเลย.. คุณผู้จัดการปลา ไอนะอยากจะเปลี่ยนสีห้องนี้ให้เป็นสีชมพู..” ไอนะกล่าวแทรกระหว่างการอธิบายเอกสาร และคอยกวนใจอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าโอ๊ตกลับไม่ได้รู้สึกรำคาญเลยสักนิด เขากลับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และคอยแกล้งเธอกลับไปบ้างเล็กน้อย“ไอนะ.. ทำไมเธอไม่ลองไปดูที่ตู้เย็นล่ะ.. ฉันเอาไอศกรีมรสสตวอร์เบอร์รี่ไปซ่อนไว้ด้วยล่ะนะจะบอกให้” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา เพราะว่าท่าทีของไอนะเหมือนกับนินจาการ์ตูนเรื่องดังกำลังวิ่งตามบนกิ่งไม้ในทันที ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสนใจกับเอกสารคอนโดต่อ“ทั้งหมดก็มีเท่านี้เจ้าค่ะท่านชาย.. เอกสารนี้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อท่านชายเซ็นรับเป็นลำดับสุดท้ายเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการปลากล่าว โอ๊ตก็ทำเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะเซ็นเอกสารไปตามจุดต่างๆตามที่เธอบอก หลังจากนั้นพวกเขาทั้งห้าคนก็ร่วมรับชมภายในห้องส่วนต่างๆ เผื่อโอ๊ตจะมีไอเดียในการตกแต่งห้องเพิ่มเติม ซึ่งเขาก็ได้ขอความเห็นของปิงปิงด้วยเช่นกัน และมันก็ยิ่งทำให้ปิงปิงนั้นเขินหนักกว่าเดิม พร้อมกับคิดในใจทำนองว่า ‘เขาต้องการให้เราเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่อยากจะใช้อย่างนั้นเหรอ อ๊ายยย’    แต่มันผิดกับความคิดของโอ๊ตเอามากๆ เพราะว่าเจ้าตัวนั้นอาศัยอยู่แต่ในห้องที่เป็นห้องเช่าเล็กๆมาตั้งแต่เด็ก ห้องที่สวยงามอย่างนี้เขาไม่รู้ว่าจะตกแต่งมันเพิ่มยังไงดีเท่านั้นเอง ซึ่งตัวของปิงปิงก็ออกความเห็นให้เป็นอย่างดี และก็มีอีกหนึ่งไอดอลที่ชี้เลือกชี้ทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นสีหวานๆตามรสไอศกรีมที่เธอนึกได้ไล่หลัง มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับโอ๊ตเอามากๆ ยกตัวอย่างง่ายๆคือเธอต้องการให้ชักโครกห้องของเขาเป็นสีฟ้าอ่อนเหมือนกับสีของมาชเมลโล่ที่เธอชอบ และมันก็เป็นที่สงสัยสำหรับโอ๊ตเอามากๆว่าห้องของเธอจะมีหน้าตายังไง..“ทางคอนโดจะรีบดำเนินการตกแต่งตามที่ท่านชายได้แจ้งเพิ่มเข้ามาเจ้าค่ะ โดยดิฉันคาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาเป็นเวลาเพียง 3 วันเท่านั้นเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการปลากล่าวรายงาน ซึ่งโอ๊ตก็พยักหน้ารับคำ“ผมไม่ได้รีบใช้ห้องขนาดนั้น.. ขอให้มันสมบูรณ์ตามที่ตกลงกันเอาไว้ก็พอ จะใช้เวลากี่วันก็ไม่ได้ซีเรียสเท่าไรครับ เอาเป็นว่าเสร็จแล้วค่อยโทรมาแจ้งผมอีกทีก็ได้ครับ..เออ อีกอย่างนะครับ วันนี้ผมขอใช้ห้องต่ออีกสักนิดหน่อย ถ้าผมจัดการธุระเสร็จแล้วจะเอากุญแจห้องไปฝากที่เคาน์เตอร์นะครับ..” โอ๊ตกล่าว สองผู้จัดการที่ได้ยินอย่างนั้นก็แอบจิ้นในใจแล้ว วันแรกที่เข้าห้องเขาก็จะจัดซะแล้ว ก่อนที่พวกเธอจะยกนิ้วโป้งให้กับปิงปิงนายหญิงที่พวกเธอนับถือ(ตอนไหนก๊อน : ไรท์) ซึ่งปิงปิงเองก็แอบออกอาการเขินอย่างช่วยไม่ได้ และด้วยเรื่องอย่างว่านั้นเข้ามาแทรกในหัวสมองของพวกเธอสามคน จนผู้จัดการกิ๊กนั้นลืมแจ้งอะไรบางอย่างกับท่านชายไป ก่อนที่เธอ และเพื่อนจะออกจากห้องไป เธอก็นึกขึ้นมาได้“ท่านชายเจ้าคะ..ดิฉันลืมแจ้งไปว่าค่าใช้จ่ายในการตกแต่งเพิ่มทั้งหมดนี้ ทางธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดเองเจ้าค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เพราะเป็นทั้งคำขอบคุณที่ใช้บริการกับทางเรา และขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ..” ผู้จัดการกิ๊กกล่าว และมันก็ทำให้โอ๊ตถึงกับเซ็งๆ ลองคิดดูดีๆแล้วถ้าไม่มีปิงปิงอยู่ที่นี่ด้วย เขาก็ไม่มีปัญญาในการตกแต่งอะไรเพิ่มเติมแน่นอน และถ้าเธอบอกเร็วกว่านี้ เขาก็อาจจะบอกให้ปิงปิงจัดเต็มกว่านี้ไปแล้ว ยิ่งคิดยิ่งหน้ามืด และมันเป็นเวลาเดียวกันที่เขาเปิดประตูนั้น ผู้จัดการส่วนตัวของไอนะก็เดินออกมาจากห้องในท่าทีร้อนรน มันก็เพราะว่าไอนะได้หายตัวไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่เธอก็ต้องตกใจ และแปลกใจเวลาเดียวกัน เพราะว่าเพื่อนบ้านของไอนะกลับพี่ชายไอติมที่แสนดีที่กำลังเป็นข่าวคู่กับไอนะ และยิ่งถ้ามีใครคนอื่นทราบว่าพวกเขาแอบมาอยู่ห้องเดียวกันแล้วล่ะก็ โลกของวงการไอดอลได้แตกแน่นอน“สวัสดีเจ้าค่ะคุณชาย.. ดิฉันขออนุญาตเข้าไปได้ไหมคะ” ผู้จัดการมีนกล่าว ซึ่งโอ๊ตก็เข้าใจเจตนาของเธอดี ก่อนที่มีนจะเข้าไปเล่นวิ่งไล่จับกับไอนะอยู่พักหนึ่ง และได้ลากตัวของไอดอลสาวตัวน้อยออกไปจากห้อง“ไม่เอา!.. ไอนะกำลังช่วยพี่ชายไอติมตกแต่งห้องอยู่น้า..” ไอนะถูกลากตัวเช่นนั้น เธอก็ต้องโวยวายกับผู้จัดการมีนราวกับเด็กน้อยเหมือนเช่นทุกที และเมื่อทุกอย่างสงบลง ผู้จัดการปลา และผู้จัดการกิ๊กก็ขออนุญาตลาจากไป พร้อมกับทำท่าสู้ๆกับนายหญิงของพวกเธอ และแล้วเวลานี้ก็เป็นเวลาที่โอ๊ตรอคอย เพราะว่าไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว เขาจะได้ขอให้ปิงปิงสอนการใช้งานอิเล็กทรอนิกส์ที่เขาไม่ได้รู้มาก่อนสักทีหนึ่ง แต่ความคิดของโอ๊ตกลับไม่เหมือนกับหญิงสาว ในจังหวะที่โอ๊ตนั้นปิดประตูห้อง มันก็ทำให้เธอถึงกับขาแข็งไม่สามารถก้าวเท้าไปจากไปไหนได้เลย“ได้เวลาสักทีนะ.. ปิงปิงเธอมานั่งตรงนี้สิ!..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะตบโซฟาด้านข้างของเขา ซึ่งปิงปิงก็เอาแต่ก้มหน้า และค่อยๆเคลื่อนตัวมาตามที่โอ๊ตบอก โอ๊ตก็จัดการเปิดถุงสินค้าของเขา เอาของออกมาวางเรียงๆกันทีละตัว อย่างแรกที่เขาตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนรู้มันให้จบในวันนี้คือยูโฟน“เออ.. คือว่า... โอ๊ตนี่เป็นครั้งแรกของปิงปิง โอ๊ตช่วยเบามือหน่อยได้ไหม..” ปิงปิงกล่าวพร้อมกับทำหน้าตาอ้อนๆ และโอ๊ตก็ต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะเขาไม่คิดว่ามันจะเป็นครั้งแรกของเธอ ก่อนที่เขาจะถึงบางอ้อ เพราะดูเหมือนว่าความหมายที่พวกเขาสื่อสารกันมันจะมั่วไปคนละทิศละทางแล้ว“เดี๋ยวๆ ปิงปิงนี่เธอคงไม่คิดว่าโอ๊ตจจะขอให้ทำเรื่องอย่างนั้นกับปิงปิงหรอกนะ.. นี่!ต่างหาก โอ๊ตต้องการให้ปิงปิงช่วยสอนใช้เจ้ายูโฟนนี่น่ะ” โอ๊ตกล่าว พร้อมกับปิงปิงที่ทำตาโตเท่าไข่ห่าน มันเท่ากับว่าทั้งหมดที่เธอคิดมาตั้งแต่อยู่บนรถมันผิดมาหมดเลยอย่างนั้นเหรอ“ตาบ้า!.. ทำไมไม่บอกให้มันชัดๆกว่านี้กันเล่า” ปิงปิงหยิบหมอนบนโซฟาใกล้ๆกับตัวของเธอขึ้นมาฟาดโอ๊ตสุดแรงเกิดเพื่อที่แก้อาการเขินของเธอ ซึ่งโอ๊ตก็ได้แต่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด“โอ๊ย! โอ๊ย! หยุดก่อนเถอะปิงปิง.. เฮ้ออ ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปชัดมากแล้วหรอกเหรอ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยกมือให้ปิงปิงหยุดตีก่อน ก่อนที่เขาจะถอนหายใจ แล้วก็กล่าวถามกับเธอไปตรงๆ“ชัดก็บ้าแล้ว.. โอ๊ตต้องการที่จะเจ็บตัวอีกรอบใช่ไหม.. นี่แหน่!” ปิงปิงก็ทุบตีโอ๊ตต่อ ส่วนโอ๊ตก็ได้แต่ยอมโดนตีไป พร้อมกับกล่าวขอโทษไปพลางๆ แต่ทว่าในจังหวะการตีครั้งสุดท้ายของปิงปิง จู่ๆเธอก็รู้สึกหนักตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน แน่นอนว่าเธอเสียศูนย์การทรงตัว และเธอกำลังตกไปทางโอ๊ต“อะ..อ๊ายยย!..” โอ๊ตที่กำลังหลบการโจมตีของเพื่อนสาว เขาก็ไม่ทันได้ตั้งตัว หรือจะกล่าวง่ายๆคือมันหลบไม่ทันแล้ว เขาก็ได้แต่อ้าแขนของตัวเองรับตัวของปิงปิงเอาไว้เท่านั้น และภาพที่ออกมามันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับในละครไทยทั่วๆไป ที่พระเอกกับนางเอกหน้าใกล้ชิดราวกับรับรู้ลมหายใจของกันและกันได้ เป็นจังหวะที่ทั้งสองหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งทั้งสองคนก็ไม่ได้มีโมเมนต์แบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยสักครั้ง แน่นอนว่ามันเป็นจังหวะที่ทั้งสองคนทำอะไรไม่ถูก ผสมโรงกับบรรยากาศที่พาไป ปิงปิงเริ่มหลับตาก่อนจะค่อยๆขยับใบหน้าของตัวเองเข้าไปโอ๊ตมากขึ้นเรื่อยๆ และต้องยอมรับเลยว่าโอ๊ตเองก็ถูกบรรยากาศนี้พาไปเช่นกัน เขาเองก็หลับตาลง และเตรียมที่จะเสียจูบแรกของเขาให้กับปิงปิง.. แต่ทว่า.. ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูก็ถูกเคาะมาอย่างกะทันหัน และมันเป็นจังหวะที่ค่อนข้างรัว จนทำให้สติของทั้งสองกลับมาอย่างรวดเร็ว และปิงปิงก็เด้งตัวออกจากอ้อมกอดของโอ๊ต และก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ส่วนโอ๊ตก็ได้แต่เกาแก้มของตัวเองก่อนจะลุกมานั่งตรงโซฟาอย่างมึนๆ ‘เกือบไปแล้ว.. เอาไว้ค่อยกลับมาคุยกับปิงปิงทีหลังก็แล้วกัน ว่าแต่ใครมาเคาะห้องกัน’ โอ๊ตกล่าวคิดในใจ ก่อนจะหันไปมองปิงปิงอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเช่นกัน ส่วนปิงปิงเองก็ได้แต่แอบมองโอ๊ตด้วยหางตาเขินๆ และยิ่งเขาจ้องมองเข้ามามันก็ยิ่งทำให้เธอเขินหนักมากกว่าเดิม “โอ๊ตไปเปิดประตูก่อนไหม.. เหมือนว่าเขาจะเคาะนานแล้วนะ” ปิงปิงกล่าว และเธออยากจะหนีออกไปจากที่นี่ เพื่อกลบอาการที่เธอได้แสดงออกมากับเขา และมันจะเป็นการดีถ้าเขาจะออกไปจากจุดนี้ก่อน ซึ่งโอ๊ตก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบ“นั่นสินะ!.. โอ๊ตรควรจะไปเปิดประตูก่อนอย่างนั้นสินะ.. กลับมาเราค่อยมาคุยกันต่อก็แล้วกัน” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืน ส่วนปิงปิงก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆให้กับโอ๊ตไป และเมื่อโอ๊ตกล่าวเดินออกไปในหัวของปิงปิงก็แทบจะอยากร้องกรี๊ดออกมาทันที ‘นี่เราทำบ้าอะไรของเรากันนะ...’ เธอจับหัวของตัวเองเขย่าอย่างเสียอาการ ถ้าไม่มีเสียงเคาะประตูนั้น เธอก็คงจะจูบกับโอ๊ตไปแล้ว ยิ่งคิดถึงภาพนั้นมันก็ยิ่งทำให้เธอเป็นอาการหนัก และเธอก็กำลังคิดอยู่อีกเรื่องหนึ่ง และมันเป็นเรื่องที่สำคัญเอามากๆ ‘แล้วถ้าเขากลับมา.. เราควรจะเริ่มพูดยังไงดีล่ะ.. อ๊ายยยย!’ ในขณะที่หญิงสาวกำลังกลัดกลุ้มใจอยู่นั้นเอง โอ๊ตก็เดินมาถึงหน้าประตูห้องด้วยความสงสัยว่าใครกันมาหาเขาในเวลาแบบนี้ หรือบางทีอาจจะเป็นผู้จัดการปลา หรือไม่ก็อาจจะเป็นผู้จัดการกิ๊กก็เป็นไปได้ และเขาก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็นไอนะเลย แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่สูงที่สุดในเวลานี้ เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูออกไป และเขาก็ต้องเซอร์ไพรส์มากกว่าเดิม“มาแล้วครับ..?” โอ๊ตกล่าวก่อนจะทำหน้าสงสัย เพราะตอนนี้เขากำลังพบกับชายชุดคลุมฮู้ดดำ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นหน้าของมันอย่างชัดเจน แต่เขาเห็นรอยยิ้มอันแสนโรคจิตของมันชัดเจน แสงสะท้อนของมีดที่มันถือแวววาบก่อนมีดเล่มนั้นจะถูกจ้วกเข้ามาที่หน้าท้องของโอ๊ตอย่างฉับพลัน..“ฉันบอกแกแล้วไง.. ว่าถ้าเจอแกอีกครั้ง แกได้ตายแน่...”