โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 112 ถึงเวลาเปลี่ยนชะตา

    “บัดซบ ดินแดนแห่งหายนะกว่าจะเปิดออกสักครั้งต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี แต่ครั้งนี้พวกเรากลับโดนพวกสำนักใหญ่กับตระกูลใหญ่แย่งโอกาสไปอีกแล้ว…”

    กลุ่มของนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างตัดพ้อ แต่หากมองไปทุกที่จะเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของทุกคนต่างก็ผิดหวัง เพราะถึงอย่างไรด้วยกำลังของตัวพวกเขาต่อให้รวมกันทั้งหมดก็ยังไม่อาจเทียบเท่ากับสำนักชื่อดัง หรือตระกูลมหาอำนาจอย่างเฟอร์มิเรี่ยนอยู่ดี

    ในความสิ้นหวังนั้นมักจะมีความหวังเสมอ เพราะถึงอย่างไรทั้งสำนักมังกรมรกตและตระกูลเฟอร์มิเรี่ยนต่างไม่มีสิทธิ์ที่จะกีดกันพวกเขาไม่ให้เข้าไปสำรวจในดินแดนหายนะ และการสำรวจภายในนั้นไม่ได้พึ่งเพียงพลังฝีมืออย่างเดียว แต่มันยังต้องพึ่งโชคอีกด้วย

    ท่ามกลางความขัดแย้งของทั้งสองตระกูล ได้มีกลุ่มนักเดินทางเล็กๆ ที่ไม่สะทกสะท้านกับการปรากฏตัวขึ้นของทั้งสองขั้วอำนาจใหญ่เลยแม้แต่น้อย พวกมันสวมชุดดำปิดบังทั้งตัว แม้แต่ผิวหนังและใบหน้าก็ไม่เผยให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

    พวกมันทั้งสามต่างนั่งคอยอยู่บนโขดหินอย่างสงบ ด้วยการที่มีคนจำนวนมากที่เลือกที่จะปกปิดตัวตนเหมือนกับพวกมันทำให้ไม่มีใครสังเกตหรือติดใจอะไรกับกลุ่มคนทั้งสามนี้แม้แต่น้อย

    “เหลือเวลาอีกเท่าไหร่กว่ารอยแยกมิติจะเปิด”

    หนึ่งในกลุ่มคนชุดดำกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งและน่ากลัว เสียงของเขาเหมือนกับผู้ชายที่แก่ชราแล้ว

    “10 นาที”

    ชายอีกคนกล่าว ในขณะที่เงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองไปที่พื้นที่ว่างพื้นที่หนึ่ง ดวงตาของมันเกิดประกายสีทองที่หายากขึ้นในชั่วพริบตาก่อนที่จะหายไป

    ….

    “เฮ้น้องชาย ไม่คิดเลยว่าจะเจอเจ้าที่นี่อีก”

    ในขณะที่เซนกำลังปิดตาเพื่อฟังบทสนทนาของผู้คนรอบๆ อยู่นั้นชายคนหนึ่งท่าทางกระตือรือร้นก็ได้เดินตรงเข้ามาหาเซน พร้อมกับกล่าวทักทาย อย่างไรก็ตามเมื่อเซนลืมตามองชายเบื้องหน้าเขากลับจำไม่ได้ว่าเคยเจออีกฝ่ายที่ไหน

    เหมือนว่าชายท่าทางกระตือรือร้นนั้นจะเข้าใจว่าเซนจำเขาไม่ได้ดังนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อน

    “ข้าคือคนที่นั่งอยู่ในบาร์เหล้าก่อนหน้านี้ ข้าชื่อว่ามาเอล ยินดีที่ได้รู้จัก”

    มาเอลยื่นมือมาเบื้องหน้าของชายหนุ่ม เซนนั้นงงไปสักพักก่อนที่จะยื่นมือไปจับกับเขา เซนลอบสำรวจพลังของอีกฝ่ายอย่างไรก็ตามอีกฝ่ายนั้นปกปิดมันได้อย่างมิดชิดหรือบางทีระดับของเขาจะต่ำกว่ากึ่งเทวะ

    “น้องชายข้าขอทราบนามของเจ้าได้หรือไม่?”

    “ข้าชื่อเซน”

    เซนกล่าวตอบอย่างไม่ได้สนใจมากนัก อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะจดจำนามของเขา มันเห็นได้จากการที่มาเอลนั้นพูดชื่อของเซนวนไปวนมาสองสามรอบราวกับว่าเขากลัวจะลืมมัน

    “น้องเซนคงพึ่งเดินทางมาที่นี่ครั้งแรกใช่หรือไม่?”

    เซนพยักหน้าเป็นเชิงตอบว่าใช่ ในใจของชายหนุ่มเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมอีกฝ่ายจึงรู้ แต่เขาก็ไม่คิดจะกล่าวถามเพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

    “แม้แต่ข่าวการเปิดขึ้นของดินแดนแห่งหายนะเจ้ายังไม่ทราบ ข้าไม่แปลกใจเลย เพราะผู้คนทั้งทวีปล้วนแล้วแต่ทราบทั้งสิ้น เพราะการเข้าไปในดินแดนแห่งหายนะนั้นถือว่าสำคัญมากสำหรับพวกเรา”

    “ทำไมจึงสำคัญ?”

    เซนอดที่จะอยากรู้ไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายเกริ่นมาถึงขนาดนี้

    “มันก็เหมือนกับการเสี่ยงโชคนั่นแหละน้องชาย หากใครโชคดีก็จะได้สมบัติที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของคนๆหนึ่งไปได้ ข้าได้ยินมาว่าบุตรหลานของชาวนาคนหนึ่งได้เดินเข้าไปภายในดินแดนแห่งหายนะที่เปิดขึ้นครั้งก่อน เมื่อกลับออกมากลับกลายเป็นตัวตนเทวะ!”

    เซนเมื่อได้ยินก็ต้องประหลาดใจอย่างมาก ชายหนุ่มรีบกล่าวถามทันที

    “เกิดอะไรขึ้นกับชายคนนั้น”

    มาเอลเมื่อเห็นว่าเซนเริ่มมีท่าทีสนใจมันก็ยิ้มขึ้นพร้อมกับกล่าวตอบเสียงดังฟังชัด

    “เม็ดยาหลอมจักรวาล! ไม่ทราบว่าน้องชายเคยได้ยินเรื่องราวของมันมาก่อนหรือไม่?”

    เซนส่ายหัวแต่เห็นได้ชัดว่าเขาสนใจเม็ดยาที่ชื่อหลอมจักรวาลนี้อย่างมาก

    “เม็ดยาหลอมจักรวาลคือยาระดับตำนานที่ถูกปรุงขึ้นโดยเทพโบราณ มันถูกค้นพบครั้งแรกในดินแดนแห่งหายนะเมื่อสองร้อยปีก่อน ในตอนนั้นมันได้สร้างชื่อก้องโลกเนื่องจากสรรพคุณของมัน”

    “มันทำให้ทะลวงเข้าสู่เขตแดนเทวะ?”

    เซนกล่าวเดาๆ ออกไปด้วยความไม่แน่ใจนัก ซึ่งมาเอลก็ได้พยักหน้า

    “ถูกต้องมันสามารถทำให้ผู้ที่ติดอยู่ในระดับกึ่งเทวะทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะในชั่วข้ามคืน นอกจากนี้มันยังมีสรรพคุณอย่างอื่นอีก นั้นคือชำระล้างร่างกาย”

    การทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะนั้นเซนไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นักแต่เมื่อได้ยินว่ามันช่วยชำระล้างร่างกายได้เขาก็สนใจมันทันที การชำระล้างร่างกายนั้นหมายความว่าพิษในร่างกายของเซนจะหายไปตลอดกาล

    “น้องชายคงจะเริ่มสนใจแล้วใช่ไหม ฮิๆ แต่น้องชายไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะในครั้งนี้เนื่องจากกลิ่นอายของสมุนไพรระดับสูงที่รุนแรงขนาดนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอมยาต่างก็เห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเม็ดยาหลอมจักรวาลจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง! แต่ครั้งนี้คงต้องพึ่งโชคหน่อยเพราะสองขั้วอำนาจต่างก็ส่งตัวตนระดับเทวะมาเข้าร่วม”

    “ขอบคุณท่านมากที่บอกเกี่ยวกับเรื่องยากับข้า”

    เซนรู้สึกขอบคุณชายแปลกหน้านี้อย่างแท้จริง แม้ว่าชายหนุ่มจะดูเย่อหยิ่งแต่เขาก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีของคนที่มาทำดีกับเขานอกจากนี้ยังไม่ลืมบุญคุณอีกด้วย

    “มีอีกเรื่องที่เจ้าจะต้องระวัง…ข้าได้ยินมาว่าในการเข้าสู่ดินแดนแห่งหายนะในครั้งนี้จะมีกลุ่มกบฏ หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มคนตายมาร่วมแย่งชิงผลประโยชน์ด้วย หากเจอพวกที่ปล่อยกลิ่นอายความตายออกมาอย่าพยายามเข้าใกล้พวกนั้นล่ะ แม้ว่าเจ้าจะเป็นตัวตนกึ่งเทวะแต่ก็ยังต้องระวังพวกมันอยู่ดี เพราะข้าคิดว่าตัวตนเทวะของฝั่งนั้นก็เข้าร่วมด้วย”

    เซนพยักหน้าและจดจำคำกล่าวของมาเอลเอาไว้ ในระหว่างนั้นเองแผ่นดินที่พวกเขายืนอยู่ก็ได้สั่นไหวอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้คนที่มีระดับต่ำต่างรู้สึกวิงเวียนอยากจะอาเจียน

    “มันเริ่มแล้ว”

    มาเอลทำสีหน้าจริงจังพร้อมกับกล่าวขึ้น เซนยังไม่ทันกล่าวถามว่าสิ่งใดเริ่มชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่าในพื้นที่ราบกว้างนั้นเกิดกระแสอากาศบิดตัวและหมุนวนอย่างรุนแรงเหมือนกับจะเกิดพายุอย่างไรก็ตามในเวลานั้นก็เกิดประตูมิติที่ดูมวลอากาศที่ดุดันเหล่านั้นหายไปอย่างรวดเร็ว

    “ข้าไปก่อนนะน้องชาย หวังว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดกลับมาจากดินแดนแห่งหายนะ และเราจะได้พบกันอีก”

    มาเอลทะยานร่างเข้าไปภายในประตูมิตินั้นอย่างไม่ลังเลและร่างของเขาถูกส่งไปยังมิติที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งสำนักมังกรมรกตและตระกูลเฟอร์มิเรี่ยน

    “ไป!”

    ทั้งสองขั้วอำนาจขนาดใหญ่ต่างกระโดดลงจากหลังของมอนสเตอร์พาหนะของพวกเขาและเข้าไปในประตูมิติทันที ซึ่งทุกคนต่างพากันหลีกทางให้พวกเขา

    “รีบไปเร็วเข้า ถึงเวลาเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเจ้าแล้ว!”

    เสียงของใครสักคนไม่ทราบที่มาได้ดังขึ้นปลุกให้เหล่าขบวนนักผจญภัยและนักเดินทางตื่นขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้าไปภายในประตูมิติด้วยความบ้าคลั่งราวกับว่ากลัวใครจะมาตัดหน้าพวกเขา

    ในขณะเดียวกันเซนก็เริ่มเคลื่อนไหว ชายหนุ่มใช้ความเร็วราวกับฉีกกระชากมิติและแซงผู้คนที่พยายามจะเบียดกันเข้าสู่ภายในดินแดนแห่งหายนะ ภายใต้สายตาการจ้องมองของกลุ่มคนชุดดำทั้งสาม

    “ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้ที่เข้าสู่ระดับกึ่งเทวะด้วยเพียงอายุเท่านี้”

    “น่าสนใจๆ”

    ชายชุดดำคนหนึ่งกล่าว ก่อนที่อีกคนจะกล่าวขึ้นเช่นเดียวกัน

    “ทำไมเราไม่เอาเจ้าหนูนั่นมาเข้าร่วมกับพวกเราล่ะ รับรองว่าองค์เหนือหัวของเราจะต้องถูกใจแน่นอน”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน