“บัดซบ ดินแดนแห่งหายนะกว่าจะเปิดออกสักครั้งต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี แต่ครั้งนี้พวกเรากลับโดนพวกสำนักใหญ่กับตระกูลใหญ่แย่งโอกาสไปอีกแล้ว…”
กลุ่มของนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างตัดพ้อ แต่หากมองไปทุกที่จะเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของทุกคนต่างก็ผิดหวัง เพราะถึงอย่างไรด้วยกำลังของตัวพวกเขาต่อให้รวมกันทั้งหมดก็ยังไม่อาจเทียบเท่ากับสำนักชื่อดัง หรือตระกูลมหาอำนาจอย่างเฟอร์มิเรี่ยนอยู่ดี
ในความสิ้นหวังนั้นมักจะมีความหวังเสมอ เพราะถึงอย่างไรทั้งสำนักมังกรมรกตและตระกูลเฟอร์มิเรี่ยนต่างไม่มีสิทธิ์ที่จะกีดกันพวกเขาไม่ให้เข้าไปสำรวจในดินแดนหายนะ และการสำรวจภายในนั้นไม่ได้พึ่งเพียงพลังฝีมืออย่างเดียว แต่มันยังต้องพึ่งโชคอีกด้วย
ท่ามกลางความขัดแย้งของทั้งสองตระกูล ได้มีกลุ่มนักเดินทางเล็กๆ ที่ไม่สะทกสะท้านกับการปรากฏตัวขึ้นของทั้งสองขั้วอำนาจใหญ่เลยแม้แต่น้อย พวกมันสวมชุดดำปิดบังทั้งตัว แม้แต่ผิวหนังและใบหน้าก็ไม่เผยให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
พวกมันทั้งสามต่างนั่งคอยอยู่บนโขดหินอย่างสงบ ด้วยการที่มีคนจำนวนมากที่เลือกที่จะปกปิดตัวตนเหมือนกับพวกมันทำให้ไม่มีใครสังเกตหรือติดใจอะไรกับกลุ่มคนทั้งสามนี้แม้แต่น้อย
“เหลือเวลาอีกเท่าไหร่กว่ารอยแยกมิติจะเปิด”
หนึ่งในกลุ่มคนชุดดำกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งและน่ากลัว เสียงของเขาเหมือนกับผู้ชายที่แก่ชราแล้ว
“10 นาที”
ชายอีกคนกล่าว ในขณะที่เงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองไปที่พื้นที่ว่างพื้นที่หนึ่ง ดวงตาของมันเกิดประกายสีทองที่หายากขึ้นในชั่วพริบตาก่อนที่จะหายไป
….
“เฮ้น้องชาย ไม่คิดเลยว่าจะเจอเจ้าที่นี่อีก”
ในขณะที่เซนกำลังปิดตาเพื่อฟังบทสนทนาของผู้คนรอบๆ อยู่นั้นชายคนหนึ่งท่าทางกระตือรือร้นก็ได้เดินตรงเข้ามาหาเซน พร้อมกับกล่าวทักทาย อย่างไรก็ตามเมื่อเซนลืมตามองชายเบื้องหน้าเขากลับจำไม่ได้ว่าเคยเจออีกฝ่ายที่ไหน
เหมือนว่าชายท่าทางกระตือรือร้นนั้นจะเข้าใจว่าเซนจำเขาไม่ได้ดังนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อน
“ข้าคือคนที่นั่งอยู่ในบาร์เหล้าก่อนหน้านี้ ข้าชื่อว่ามาเอล ยินดีที่ได้รู้จัก”
มาเอลยื่นมือมาเบื้องหน้าของชายหนุ่ม เซนนั้นงงไปสักพักก่อนที่จะยื่นมือไปจับกับเขา เซนลอบสำรวจพลังของอีกฝ่ายอย่างไรก็ตามอีกฝ่ายนั้นปกปิดมันได้อย่างมิดชิดหรือบางทีระดับของเขาจะต่ำกว่ากึ่งเทวะ
“น้องชายข้าขอทราบนามของเจ้าได้หรือไม่?”
“ข้าชื่อเซน”
เซนกล่าวตอบอย่างไม่ได้สนใจมากนัก อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะจดจำนามของเขา มันเห็นได้จากการที่มาเอลนั้นพูดชื่อของเซนวนไปวนมาสองสามรอบราวกับว่าเขากลัวจะลืมมัน
“น้องเซนคงพึ่งเดินทางมาที่นี่ครั้งแรกใช่หรือไม่?”
เซนพยักหน้าเป็นเชิงตอบว่าใช่ ในใจของชายหนุ่มเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมอีกฝ่ายจึงรู้ แต่เขาก็ไม่คิดจะกล่าวถามเพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
“แม้แต่ข่าวการเปิดขึ้นของดินแดนแห่งหายนะเจ้ายังไม่ทราบ ข้าไม่แปลกใจเลย เพราะผู้คนทั้งทวีปล้วนแล้วแต่ทราบทั้งสิ้น เพราะการเข้าไปในดินแดนแห่งหายนะนั้นถือว่าสำคัญมากสำหรับพวกเรา”
“ทำไมจึงสำคัญ?”
เซนอดที่จะอยากรู้ไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายเกริ่นมาถึงขนาดนี้
“มันก็เหมือนกับการเสี่ยงโชคนั่นแหละน้องชาย หากใครโชคดีก็จะได้สมบัติที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของคนๆหนึ่งไปได้ ข้าได้ยินมาว่าบุตรหลานของชาวนาคนหนึ่งได้เดินเข้าไปภายในดินแดนแห่งหายนะที่เปิดขึ้นครั้งก่อน เมื่อกลับออกมากลับกลายเป็นตัวตนเทวะ!”
เซนเมื่อได้ยินก็ต้องประหลาดใจอย่างมาก ชายหนุ่มรีบกล่าวถามทันที
“เกิดอะไรขึ้นกับชายคนนั้น”
มาเอลเมื่อเห็นว่าเซนเริ่มมีท่าทีสนใจมันก็ยิ้มขึ้นพร้อมกับกล่าวตอบเสียงดังฟังชัด
“เม็ดยาหลอมจักรวาล! ไม่ทราบว่าน้องชายเคยได้ยินเรื่องราวของมันมาก่อนหรือไม่?”
เซนส่ายหัวแต่เห็นได้ชัดว่าเขาสนใจเม็ดยาที่ชื่อหลอมจักรวาลนี้อย่างมาก
“เม็ดยาหลอมจักรวาลคือยาระดับตำนานที่ถูกปรุงขึ้นโดยเทพโบราณ มันถูกค้นพบครั้งแรกในดินแดนแห่งหายนะเมื่อสองร้อยปีก่อน ในตอนนั้นมันได้สร้างชื่อก้องโลกเนื่องจากสรรพคุณของมัน”
“มันทำให้ทะลวงเข้าสู่เขตแดนเทวะ?”
เซนกล่าวเดาๆ ออกไปด้วยความไม่แน่ใจนัก ซึ่งมาเอลก็ได้พยักหน้า
“ถูกต้องมันสามารถทำให้ผู้ที่ติดอยู่ในระดับกึ่งเทวะทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะในชั่วข้ามคืน นอกจากนี้มันยังมีสรรพคุณอย่างอื่นอีก นั้นคือชำระล้างร่างกาย”
การทะลวงเข้าสู่ระดับเทวะนั้นเซนไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นักแต่เมื่อได้ยินว่ามันช่วยชำระล้างร่างกายได้เขาก็สนใจมันทันที การชำระล้างร่างกายนั้นหมายความว่าพิษในร่างกายของเซนจะหายไปตลอดกาล
“น้องชายคงจะเริ่มสนใจแล้วใช่ไหม ฮิๆ แต่น้องชายไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะในครั้งนี้เนื่องจากกลิ่นอายของสมุนไพรระดับสูงที่รุนแรงขนาดนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอมยาต่างก็เห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเม็ดยาหลอมจักรวาลจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง! แต่ครั้งนี้คงต้องพึ่งโชคหน่อยเพราะสองขั้วอำนาจต่างก็ส่งตัวตนระดับเทวะมาเข้าร่วม”
“ขอบคุณท่านมากที่บอกเกี่ยวกับเรื่องยากับข้า”
เซนรู้สึกขอบคุณชายแปลกหน้านี้อย่างแท้จริง แม้ว่าชายหนุ่มจะดูเย่อหยิ่งแต่เขาก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีของคนที่มาทำดีกับเขานอกจากนี้ยังไม่ลืมบุญคุณอีกด้วย
“มีอีกเรื่องที่เจ้าจะต้องระวัง…ข้าได้ยินมาว่าในการเข้าสู่ดินแดนแห่งหายนะในครั้งนี้จะมีกลุ่มกบฏ หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มคนตายมาร่วมแย่งชิงผลประโยชน์ด้วย หากเจอพวกที่ปล่อยกลิ่นอายความตายออกมาอย่าพยายามเข้าใกล้พวกนั้นล่ะ แม้ว่าเจ้าจะเป็นตัวตนกึ่งเทวะแต่ก็ยังต้องระวังพวกมันอยู่ดี เพราะข้าคิดว่าตัวตนเทวะของฝั่งนั้นก็เข้าร่วมด้วย”
เซนพยักหน้าและจดจำคำกล่าวของมาเอลเอาไว้ ในระหว่างนั้นเองแผ่นดินที่พวกเขายืนอยู่ก็ได้สั่นไหวอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้คนที่มีระดับต่ำต่างรู้สึกวิงเวียนอยากจะอาเจียน
“มันเริ่มแล้ว”
มาเอลทำสีหน้าจริงจังพร้อมกับกล่าวขึ้น เซนยังไม่ทันกล่าวถามว่าสิ่งใดเริ่มชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่าในพื้นที่ราบกว้างนั้นเกิดกระแสอากาศบิดตัวและหมุนวนอย่างรุนแรงเหมือนกับจะเกิดพายุอย่างไรก็ตามในเวลานั้นก็เกิดประตูมิติที่ดูมวลอากาศที่ดุดันเหล่านั้นหายไปอย่างรวดเร็ว
“ข้าไปก่อนนะน้องชาย หวังว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดกลับมาจากดินแดนแห่งหายนะ และเราจะได้พบกันอีก”
มาเอลทะยานร่างเข้าไปภายในประตูมิตินั้นอย่างไม่ลังเลและร่างของเขาถูกส่งไปยังมิติที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งสำนักมังกรมรกตและตระกูลเฟอร์มิเรี่ยน
“ไป!”
ทั้งสองขั้วอำนาจขนาดใหญ่ต่างกระโดดลงจากหลังของมอนสเตอร์พาหนะของพวกเขาและเข้าไปในประตูมิติทันที ซึ่งทุกคนต่างพากันหลีกทางให้พวกเขา
“รีบไปเร็วเข้า ถึงเวลาเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเจ้าแล้ว!”
เสียงของใครสักคนไม่ทราบที่มาได้ดังขึ้นปลุกให้เหล่าขบวนนักผจญภัยและนักเดินทางตื่นขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้าไปภายในประตูมิติด้วยความบ้าคลั่งราวกับว่ากลัวใครจะมาตัดหน้าพวกเขา
ในขณะเดียวกันเซนก็เริ่มเคลื่อนไหว ชายหนุ่มใช้ความเร็วราวกับฉีกกระชากมิติและแซงผู้คนที่พยายามจะเบียดกันเข้าสู่ภายในดินแดนแห่งหายนะ ภายใต้สายตาการจ้องมองของกลุ่มคนชุดดำทั้งสาม
“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้ที่เข้าสู่ระดับกึ่งเทวะด้วยเพียงอายุเท่านี้”
“น่าสนใจๆ”
ชายชุดดำคนหนึ่งกล่าว ก่อนที่อีกคนจะกล่าวขึ้นเช่นเดียวกัน
“ทำไมเราไม่เอาเจ้าหนูนั่นมาเข้าร่วมกับพวกเราล่ะ รับรองว่าองค์เหนือหัวของเราจะต้องถูกใจแน่นอน”