(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 191 ทดลองความสามารถของตน

            ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเหล่ารุ่นพี่มากมาย


            หวงเยี่ยยังคงผสานเมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุน้ำเข้ากับร่างกายอย่างต่อเนื่อง


            กระแสพลังสีฟ้าครามเริ่มหมุนวนอยู่รอบตัวเขา ก่อนจะทวีความหนาแน่นขึ้น ราวกับสายธารจากมหาสมุทรที่ถูกดึงออกมาจากห้วงลึก สายน้ำเหล่านั้นไหลวนเป็นวงกลมรอบกาย คล้ายเกลียวคลื่นที่โอบล้อมศูนย์กลางแห่งหนึ่งเอาไว้


            ทุกการไหลเวียนล้วนเป็นจังหวะเดียวกัน ไม่มีอาการปะทะหรือความโกลาหลเลยซักนิด


            ในทางตรงกันข้าม มันกลับสงบนิ่งเหมือนถูกดึงเข้าสู่กระแสวังวนดังกล่าว


            ขณะที่ประกายแสงสีแดงเพลิงภายในร่างของเขายังคงส่องสว่างอยู่เป็นระยะ ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้รุนแรงดุดันเหมือนก่อนหน้าอีกต่อไป เปลวเพลิงกลับถูกสายน้ำสีฟ้าครามโอบล้อมอย่างสมดุล ราวกับทั้งสองพลังได้ค้นพบตำแหน่งของตนเองภายในร่างกายเดียวกัน


            เหล่าคณบดีทั้งสี่และบรรดาอาจารย์ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างอดไม่ได้ ไม่กล้าละสายตากันเลยซักนิด


            “นะ.. นี่พวกเจ้าเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า?”


            “รู้อยู่ใช่ไหมว่าเด็กคนนี้เป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟ แล้วทำไมเขาถึงผสานเมล็ดพันธุ์มังกรธาตุน้ำได้โดยที่ร่างกายยังไม่ระเบิดออก?”


            “ในทางกลับกัน.. ร่างกายดันตอบสนองและเริ่มผสานเข้าหากันอย่างสมบูรณ์?”


            คำถามนั้นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ทว่าไม่มีผู้ใดสามารถตอบคำถามดังกล่าวได้


            เหล่าอาจารย์ต่างหันมองหน้ากัน บางคนขมวดคิ้วแน่น บางคนเบิกตากว้างราวกับกำลังเห็นสิ่งเหนือสามัญสำนึก


            แม้จะพยายามครุ่นคิดเพียงใด พวกเขาก็ยังไม่อาจหาเหตุผลมาอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้เลยแม้แต่น้อย


            เพราะตามหลักของนักล่ามังกรแล้ว พลังธาตุไฟและธาตุน้ำคือสองขั้วที่ขัดแย้งกันโดยสมบูรณ์ หากฝืนหลอมรวมเข้าด้วยกัน ร่างกายย่อมแตกสลาย เส้นชีพจรโลหิตปริแตก และพลังวิญญาณปะทุออกจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด


            แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า


            กลับตรงกันข้ามทุกอย่าง


            มันเหมือนกับว่าหวงเยี่ยคนนี้ สามารถทำในสิ่งที่คนอื่นๆไม่อาจสามารถทำได้ยังไงยังงั้น


            จนกระทั่งผ่านไปอีกกว่าห้านาที ในที่สุดหวงเยี่ยก็ลืมตาตื่นขึ้น นัยน์ตาของเขาสะท้อนประกายสีแดงและสีฟ้าครามสลับกันวูบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆกลับคืนสู่ความปกติ และลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาของทุกคน


            สายตานับหลายสิบคู่จับจ้องมาที่เขาอย่างไม่ละสายตา


            บางคนตกตะลึง บางคนสั่นสะท้าน ขณะที่บางคนยังคงไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น


            หวงเยี่ยกวาดสายตามองรอบด้าน ก่อนจะหันไปยังหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีฟ้าครามซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย


            “รุ่นพี่หลงชิงเหลียน.. ลองใช้เจตจำนงธาตุน้ำระดับราชาและวิชาการต่อสู้โจมตีข้าหน่อยสิ”


            คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนชะงักไปทันที


            หลงชิงเหลียนเองก็ประหลาดใจ ดวงตากะพริบถี่อย่างไม่ทันตั้งตัว นางยกนิ้วเรียวขึ้นชี้มายังใบหน้าของตนเอง


            “เราน่ะเหรอ..”


            “ให้โจมตีเจ้า?”


            น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวขึ้นมาในทันที


            เพราะภายในใจนั้นกำลังคิดว่าตนเองอาจมีโอกาสจัดการกับเจ้าเด็กลามกคนนี้เสียที


            ตั้งแต่พบหน้ากัน หวงเยี่ยก็มักทำให้นางทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด จนหลายครั้งแทบอยากจับเขาโยนลงสระน้ำให้จมหายไปเสียตรงนั้น และตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายร้องขอให้นางลงมือเองกับปาก มุมปากของหลงชิงเหลียนกระตุกขึ้น รอยยิ้มเย็นๆปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม


            ภายในหัวสมอง นางแทบมองเห็นภาพหวงเยี่ยถูกซัดจนหน้าบวมปูดเหมือนหัวหมูไปแล้ว


            ในเวลาเดียวกัน เหล่าคนรอบด้านเองก็เริ่มพูดสนับสนุนขึ้นมา


            “ลงมือเลยชิงเหลียน พวกเราเองก็อยากเห็นผลลัพธ์เช่นเดียวกัน!”


            “ใช่ เจ้าเด็กคนนี้เพิ่งหลอมรวมเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุน้ำเข้าไป พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน”


            เสียงพูดดังขึ้นต่อเนื่องทันที หลายคนเริ่มถอยหลังออกไป เปิดพื้นที่ตรงกลางให้กว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นหญิงสาวก็บิดข้อมือของตนเองไปมา พลางแสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากและหัวเราะขึ้นในลำคออย่างพึงพอใจ


            “หึ? ในเมื่อเจ้าเป็นคนขอเองก็อย่ามาร้องทีหลังแล้วกันนะ เจ้าเด็กลามก!”


            หวงเยี่ยเองก็ยักไหล่ พร้อมเผยรอยยิ้มสบายอารมณ์ ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ไม่ไกลเบื้องหน้าของหญิงสาวผู้งดงาม


            “ตามสบายเลยท่านหญิง.. ใช้พลังสูงสุดเลยก็ยังได้!”


            “เพราะข้าเองก็อยากจะทดสอบประสิทธิภาพของร่างกายที่เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน!”


            คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนรอบด้านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก


            เพราะแม้แต่พวกเขาเองยังไม่กล้ายืนเฉยๆ รับการโจมตีของหลงชิงเหลียนโดยตรงเช่นนี้


            หญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้นคิ้วเรียวก็เลิกขึ้น รอยยิ้มเย็นๆปรากฏขึ้นตรงมุมปาก


            “เจ้าพูดเองนะ..”


            ทันใดนั้นหลงชิงเหลียนก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณและเจตจำนงแห่งพลังของตนออกมาในทันที กระแสพลังมหาศาลระเบิดออกจากร่างงดงามของนางราวกับเขื่อนแตก คลื่นพลังสีฟ้าครามสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่เหนือหัว ทำให้อากาศโดยรอบเริ่มชื้นขึ้นอย่างชัดเจน


            เหล่านักเรียนหลายคนรีบถอยหลังอีกครั้ง สีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้ง

            

            “นั่นคือเจตจำนงธาตุน้ำระดับราชา กระแสวารีไร้ที่สิ้นสุด!”


            สายน้ำสีฟ้าครามเริ่มควบแน่นขึ้นรอบตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว มันงดงามดุจคริสตัลบริสุทธิ์ ทว่าภายในความงดงามนั้นกลับแฝงพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว กระแสน้ำดังกล่าวหมุนวนรอบร่างของนางเป็นวงกว้าง คล้ายมหาสมุทรที่กำลังปั่นป่วนอยู่กลางพายุ


            ไอพลังแห่งความกัดกร่อนแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง


            เป็นพลังวิญญาณที่สามารถไหลผ่านและกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า เปรียบดั่งอุทกภัยซึ่งพร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต


            ดวงตาของนางเปล่งประกายเฉียบคม ก่อนที่หญิงสาวจะยกมือขึ้นเบื้องหน้า แล้วสะบัดลงอย่างรวดเร็ว


            “คลื่นอสูรคราม!”


            กระแสวารีไร้ที่สิ้นสุดได้แปรเปลี่ยนไปตามเจตจำนงของนาง


            สายน้ำจำนวนมหาศาลเริ่มบิดตัว หมุนวน และก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างอสูรวารีขนาดใหญ่ แต่ละตนมีดวงตาสีฟ้าส่องประกายดุดัน กรงเล็บน้ำขนาดมหึมาฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว อสูรคลื่นน้ำเหล่านั้นมีมากกว่าสิบตน


            พวกมันคำรามพร้อมกันจนพื้นยานสั่นสะเทือน จากนั้นทั้งหมดก็พุ่งทะยานเข้าหาหวงเยี่ยในพริบตา


            “ตูมมมม!!”


            คลื่นน้ำมหาศาลระเบิดออกเป็นวงกว้าง อสูรวารีแต่ละตนกระแทกเข้ากับร่างของหวงเยี่ยอย่างจัง เกิดละอองน้ำสีฟ้าครามกระจายขึ้นสู่ฟากฟ้า แรงปะทะรุนแรงเสียจนพื้นยานเกิดแตกร้าวเป็นเส้นยาว


            ร่างของหวงเยี่ยถูกกระแสน้ำกลืนหายเข้าไปทันที ทำให้ทุกคนที่มองเห็นต่างเบิกตากว้าง


            “ระ.. รุนแรงมาก! หลงชิงเหลียนเองก็เป็นนักล่ามังกรระดับห้าขั้นสูงสุดแล้วนะ”


            “อีกนิดเดียวก็จะเป็นนักล่ามังกรระดับหก จึงทำให้อานุภาพแห่งสายน้ำนี้เหมือนลูกปืนใหญ่เลยก็ว่าได้!”


            หลายคนพูดต่อกันด้วยสีหน้าตกตะลึง


            เหล่าคณบดีต่างจ้องมองไปยังศูนย์กลางของการระเบิดโดยไม่กะพริบตา


            แม้แต่หลงชิงเหลียนเองยังหรี่ตาลงเล็กน้อย พยายามมองผ่านม่านละอองน้ำตรงหน้า


            กระทั่งเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ


            ในที่สุดกระแสน้ำพลังวิญญาณก็เริ่มจางหาย ละอองหมอกสีฟ้าค่อยๆสลายไปตามพลังวิญญาณ ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะปรากฏชัดขึ้นอีกครั้ง และทันทีที่ทุกคนมองเห็น สีหน้าของพวกเขาก็แข็งค้างในทันที


            เพราะร่างของหวงเยี่ยยังคงยืนอยู่ตรงตำแหน่งเดิม


            ไม่มีบาดแผล


            ไม่มีรอยฟกช้ำ


            ไม่มีรอยถูกกัดกร่อน


            แม้แต่ร่องรอยของการถูกกระแทกอย่างรุนแรงก็ยังไม่มีให้เห็นแม้แต่นิดเดียว


            สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป มีเพียงเสื้อผ้าของเขาที่เปียกปอน และชุ่มไปด้วยสายน้ำที่ไหลผ่านร่างเท่านั้น หยดน้ำค่อยๆไหลลงมาตามเส้นผมสีฟ้าสว่างของเขา ผ่านลำคอและปลายคาง ก่อนจะหยดลงสู่พื้นทีละหยด


            ทั่วทั้งบริเวณเงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไรออกมาได้ชั่วขณะ


            สีหน้าของหลงชิงเหลียนเองก็ชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ


            ขณะที่หวงเยี่ยกลับยกมือขึ้นเสยผมของตนอย่างสบายอารมณ์ พร้อมเผยรอยยิ้มกว้าง


            “เอ่อ.. เหมือนข้าได้อาบน้ำใหม่อีกรอบอะ?”


            ทันทีที่คำพูดดังกล่าวดังขึ้น หลายคนถึงกับมุมปากกระตุกอย่างแรง บรรยากาศอันตึงเครียดเมื่อครู่พลันหยุดชะงักไปชั่วขณะ เหลือเพียงลมหายใจอันสั่นไหวของผู้คนรอบด้าน ทั้งหมดยังไม่อาจทำใจเชื่อกับภาพตรงหน้าได้เลยซักนิด


            ...

            555555555+


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน