ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเหล่ารุ่นพี่มากมาย
หวงเยี่ยยังคงผสานเมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุน้ำเข้ากับร่างกายอย่างต่อเนื่อง
กระแสพลังสีฟ้าครามเริ่มหมุนวนอยู่รอบตัวเขา ก่อนจะทวีความหนาแน่นขึ้น ราวกับสายธารจากมหาสมุทรที่ถูกดึงออกมาจากห้วงลึก สายน้ำเหล่านั้นไหลวนเป็นวงกลมรอบกาย คล้ายเกลียวคลื่นที่โอบล้อมศูนย์กลางแห่งหนึ่งเอาไว้
ทุกการไหลเวียนล้วนเป็นจังหวะเดียวกัน ไม่มีอาการปะทะหรือความโกลาหลเลยซักนิด
ในทางตรงกันข้าม มันกลับสงบนิ่งเหมือนถูกดึงเข้าสู่กระแสวังวนดังกล่าว
ขณะที่ประกายแสงสีแดงเพลิงภายในร่างของเขายังคงส่องสว่างอยู่เป็นระยะ ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้รุนแรงดุดันเหมือนก่อนหน้าอีกต่อไป เปลวเพลิงกลับถูกสายน้ำสีฟ้าครามโอบล้อมอย่างสมดุล ราวกับทั้งสองพลังได้ค้นพบตำแหน่งของตนเองภายในร่างกายเดียวกัน
เหล่าคณบดีทั้งสี่และบรรดาอาจารย์ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างอดไม่ได้ ไม่กล้าละสายตากันเลยซักนิด
“นะ.. นี่พวกเจ้าเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า?”
“รู้อยู่ใช่ไหมว่าเด็กคนนี้เป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟ แล้วทำไมเขาถึงผสานเมล็ดพันธุ์มังกรธาตุน้ำได้โดยที่ร่างกายยังไม่ระเบิดออก?”
“ในทางกลับกัน.. ร่างกายดันตอบสนองและเริ่มผสานเข้าหากันอย่างสมบูรณ์?”
คำถามนั้นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ทว่าไม่มีผู้ใดสามารถตอบคำถามดังกล่าวได้
เหล่าอาจารย์ต่างหันมองหน้ากัน บางคนขมวดคิ้วแน่น บางคนเบิกตากว้างราวกับกำลังเห็นสิ่งเหนือสามัญสำนึก
แม้จะพยายามครุ่นคิดเพียงใด พวกเขาก็ยังไม่อาจหาเหตุผลมาอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะตามหลักของนักล่ามังกรแล้ว พลังธาตุไฟและธาตุน้ำคือสองขั้วที่ขัดแย้งกันโดยสมบูรณ์ หากฝืนหลอมรวมเข้าด้วยกัน ร่างกายย่อมแตกสลาย เส้นชีพจรโลหิตปริแตก และพลังวิญญาณปะทุออกจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
กลับตรงกันข้ามทุกอย่าง
มันเหมือนกับว่าหวงเยี่ยคนนี้ สามารถทำในสิ่งที่คนอื่นๆไม่อาจสามารถทำได้ยังไงยังงั้น
จนกระทั่งผ่านไปอีกกว่าห้านาที ในที่สุดหวงเยี่ยก็ลืมตาตื่นขึ้น นัยน์ตาของเขาสะท้อนประกายสีแดงและสีฟ้าครามสลับกันวูบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆกลับคืนสู่ความปกติ และลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาของทุกคน
สายตานับหลายสิบคู่จับจ้องมาที่เขาอย่างไม่ละสายตา
บางคนตกตะลึง บางคนสั่นสะท้าน ขณะที่บางคนยังคงไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น
หวงเยี่ยกวาดสายตามองรอบด้าน ก่อนจะหันไปยังหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีฟ้าครามซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย
“รุ่นพี่หลงชิงเหลียน.. ลองใช้เจตจำนงธาตุน้ำระดับราชาและวิชาการต่อสู้โจมตีข้าหน่อยสิ”
คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนชะงักไปทันที
หลงชิงเหลียนเองก็ประหลาดใจ ดวงตากะพริบถี่อย่างไม่ทันตั้งตัว นางยกนิ้วเรียวขึ้นชี้มายังใบหน้าของตนเอง
“เราน่ะเหรอ..”
“ให้โจมตีเจ้า?”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวขึ้นมาในทันที
เพราะภายในใจนั้นกำลังคิดว่าตนเองอาจมีโอกาสจัดการกับเจ้าเด็กลามกคนนี้เสียที
ตั้งแต่พบหน้ากัน หวงเยี่ยก็มักทำให้นางทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด จนหลายครั้งแทบอยากจับเขาโยนลงสระน้ำให้จมหายไปเสียตรงนั้น และตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายร้องขอให้นางลงมือเองกับปาก มุมปากของหลงชิงเหลียนกระตุกขึ้น รอยยิ้มเย็นๆปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม
ภายในหัวสมอง นางแทบมองเห็นภาพหวงเยี่ยถูกซัดจนหน้าบวมปูดเหมือนหัวหมูไปแล้ว
ในเวลาเดียวกัน เหล่าคนรอบด้านเองก็เริ่มพูดสนับสนุนขึ้นมา
“ลงมือเลยชิงเหลียน พวกเราเองก็อยากเห็นผลลัพธ์เช่นเดียวกัน!”
“ใช่ เจ้าเด็กคนนี้เพิ่งหลอมรวมเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุน้ำเข้าไป พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน”
เสียงพูดดังขึ้นต่อเนื่องทันที หลายคนเริ่มถอยหลังออกไป เปิดพื้นที่ตรงกลางให้กว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นหญิงสาวก็บิดข้อมือของตนเองไปมา พลางแสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากและหัวเราะขึ้นในลำคออย่างพึงพอใจ
“หึ? ในเมื่อเจ้าเป็นคนขอเองก็อย่ามาร้องทีหลังแล้วกันนะ เจ้าเด็กลามก!”
หวงเยี่ยเองก็ยักไหล่ พร้อมเผยรอยยิ้มสบายอารมณ์ ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ไม่ไกลเบื้องหน้าของหญิงสาวผู้งดงาม
“ตามสบายเลยท่านหญิง.. ใช้พลังสูงสุดเลยก็ยังได้!”
“เพราะข้าเองก็อยากจะทดสอบประสิทธิภาพของร่างกายที่เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน!”
คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนรอบด้านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เพราะแม้แต่พวกเขาเองยังไม่กล้ายืนเฉยๆ รับการโจมตีของหลงชิงเหลียนโดยตรงเช่นนี้
หญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้นคิ้วเรียวก็เลิกขึ้น รอยยิ้มเย็นๆปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
“เจ้าพูดเองนะ..”
ทันใดนั้นหลงชิงเหลียนก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณและเจตจำนงแห่งพลังของตนออกมาในทันที กระแสพลังมหาศาลระเบิดออกจากร่างงดงามของนางราวกับเขื่อนแตก คลื่นพลังสีฟ้าครามสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่เหนือหัว ทำให้อากาศโดยรอบเริ่มชื้นขึ้นอย่างชัดเจน
เหล่านักเรียนหลายคนรีบถอยหลังอีกครั้ง สีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้ง
“นั่นคือเจตจำนงธาตุน้ำระดับราชา กระแสวารีไร้ที่สิ้นสุด!”
สายน้ำสีฟ้าครามเริ่มควบแน่นขึ้นรอบตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว มันงดงามดุจคริสตัลบริสุทธิ์ ทว่าภายในความงดงามนั้นกลับแฝงพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว กระแสน้ำดังกล่าวหมุนวนรอบร่างของนางเป็นวงกว้าง คล้ายมหาสมุทรที่กำลังปั่นป่วนอยู่กลางพายุ
ไอพลังแห่งความกัดกร่อนแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
เป็นพลังวิญญาณที่สามารถไหลผ่านและกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า เปรียบดั่งอุทกภัยซึ่งพร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต
ดวงตาของนางเปล่งประกายเฉียบคม ก่อนที่หญิงสาวจะยกมือขึ้นเบื้องหน้า แล้วสะบัดลงอย่างรวดเร็ว
“คลื่นอสูรคราม!”
กระแสวารีไร้ที่สิ้นสุดได้แปรเปลี่ยนไปตามเจตจำนงของนาง
สายน้ำจำนวนมหาศาลเริ่มบิดตัว หมุนวน และก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างอสูรวารีขนาดใหญ่ แต่ละตนมีดวงตาสีฟ้าส่องประกายดุดัน กรงเล็บน้ำขนาดมหึมาฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว อสูรคลื่นน้ำเหล่านั้นมีมากกว่าสิบตน
พวกมันคำรามพร้อมกันจนพื้นยานสั่นสะเทือน จากนั้นทั้งหมดก็พุ่งทะยานเข้าหาหวงเยี่ยในพริบตา
“ตูมมมม!!”
คลื่นน้ำมหาศาลระเบิดออกเป็นวงกว้าง อสูรวารีแต่ละตนกระแทกเข้ากับร่างของหวงเยี่ยอย่างจัง เกิดละอองน้ำสีฟ้าครามกระจายขึ้นสู่ฟากฟ้า แรงปะทะรุนแรงเสียจนพื้นยานเกิดแตกร้าวเป็นเส้นยาว
ร่างของหวงเยี่ยถูกกระแสน้ำกลืนหายเข้าไปทันที ทำให้ทุกคนที่มองเห็นต่างเบิกตากว้าง
“ระ.. รุนแรงมาก! หลงชิงเหลียนเองก็เป็นนักล่ามังกรระดับห้าขั้นสูงสุดแล้วนะ”
“อีกนิดเดียวก็จะเป็นนักล่ามังกรระดับหก จึงทำให้อานุภาพแห่งสายน้ำนี้เหมือนลูกปืนใหญ่เลยก็ว่าได้!”
หลายคนพูดต่อกันด้วยสีหน้าตกตะลึง
เหล่าคณบดีต่างจ้องมองไปยังศูนย์กลางของการระเบิดโดยไม่กะพริบตา
แม้แต่หลงชิงเหลียนเองยังหรี่ตาลงเล็กน้อย พยายามมองผ่านม่านละอองน้ำตรงหน้า
กระทั่งเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ
ในที่สุดกระแสน้ำพลังวิญญาณก็เริ่มจางหาย ละอองหมอกสีฟ้าค่อยๆสลายไปตามพลังวิญญาณ ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะปรากฏชัดขึ้นอีกครั้ง และทันทีที่ทุกคนมองเห็น สีหน้าของพวกเขาก็แข็งค้างในทันที
เพราะร่างของหวงเยี่ยยังคงยืนอยู่ตรงตำแหน่งเดิม
ไม่มีบาดแผล
ไม่มีรอยฟกช้ำ
ไม่มีรอยถูกกัดกร่อน
แม้แต่ร่องรอยของการถูกกระแทกอย่างรุนแรงก็ยังไม่มีให้เห็นแม้แต่นิดเดียว
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป มีเพียงเสื้อผ้าของเขาที่เปียกปอน และชุ่มไปด้วยสายน้ำที่ไหลผ่านร่างเท่านั้น หยดน้ำค่อยๆไหลลงมาตามเส้นผมสีฟ้าสว่างของเขา ผ่านลำคอและปลายคาง ก่อนจะหยดลงสู่พื้นทีละหยด
ทั่วทั้งบริเวณเงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไรออกมาได้ชั่วขณะ
สีหน้าของหลงชิงเหลียนเองก็ชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ
ขณะที่หวงเยี่ยกลับยกมือขึ้นเสยผมของตนอย่างสบายอารมณ์ พร้อมเผยรอยยิ้มกว้าง
“เอ่อ.. เหมือนข้าได้อาบน้ำใหม่อีกรอบอะ?”
ทันทีที่คำพูดดังกล่าวดังขึ้น หลายคนถึงกับมุมปากกระตุกอย่างแรง บรรยากาศอันตึงเครียดเมื่อครู่พลันหยุดชะงักไปชั่วขณะ เหลือเพียงลมหายใจอันสั่นไหวของผู้คนรอบด้าน ทั้งหมดยังไม่อาจทำใจเชื่อกับภาพตรงหน้าได้เลยซักนิด
...
555555555+