ย้อนเวลามาป่วนต้าถัง

    ย้อนเวลามาป่วนต้าถัง_38_องค์ชายแปดบินได้จริง ๆ รึ

    ยิ่งไปกว่านั้นหลี่เฉิงเฟิงได้ลองบินอยู่ในลานแล้ว แต่เพราะในลานไม่มีลม จึงบินได้เพียงเล็กน้อย!


    ในขณะนี้หลี่เฉิงเฟิงยืนอยู่บนกำแพงมังกร กระแสลมอบอุ่นพัดผ่าน หลี่เฉิงเฟิงมั่นใจว่าการทดลองบินในครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จ!


    “พรึ่บ…”


    ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงกระพือปีกไม้ไผ่ ก่อนจะกระโดดลงจากกำแพงมังกร


    “ไม่นะ…องค์ชายแปด…”


    “เฟิงเอ๋อร์…”


    เหล่าขุนนางและหลี่ซื่อหมินตะโกนเรียกชื่อหลี่เฉิงเฟิงอย่างพร้อมเพรียง


    พวกเขาล้วนตื่นตระหนก ด้วยไม่คาดคิดว่าหลี่เฉิงเฟิงจะกล้ากระโดดออกไปจริง ๆ


    ในใจหลี่ซื่อหมินตอนนี้ รู้สึกเสียใจอย่างหาที่เปรียบมิได้


    ถ้าเขารู้ว่าเฟิงเอ๋อร์จะดื้อรั้นมากเพียงนี้ เขาคงไม่กักบริเวณอีกฝ่ายไว้ตั้งแต่แรก


    ตอนนี้เป็นอย่างไร เฟิงเอ๋อร์กระโดดกำแพง หากตายก็จบสิ้น เด็กคนนี้ไม่คิดจะกลัวตายเลยรึไง?


    “พรึ่บ พรึ่บ…”


    อย่างไรก็ตามในขณะที่หลี่เฉิงเฟิงร่วงลงพื้นต้านสายลม เขาก็กระพือปีกไม้ไผ่โผบิน


    ร่างเล็ก ๆ ของเขาหันโค้งบินขึ้นไปในอากาศอย่างน่าเหลือเชื่อ


    “นี่มัน?”


    “ฝ่าบาทดูสิ องค์ชายแปดบินได้จริง ๆ !”


    “อะไรนะ? องค์ชายแปดบินได้จริงรึ?”


    “เทพลงมาจุติ องค์ชายแปดเป็นเทพลงมาจุติแน่นอน! พระองค์บินได้จริง ๆ หรือนี่?”


    “ถึงแม้ทักษะการบินนี้จะใข้ปีกไม้ไผ่ช่วย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ชายแปดเป็นมนุษย์คนแรกในต้าถังที่สามารถบินไปบนฟ้าได้!”


    ……


    ด้านล่างกำแพงมังกร ขุนนางนับไม่ถ้วนตกตะลึงอ้าปากค้าง


    หลี่ซื่อหมินมีสีหน้าสับสนพลางถลึงตาโต


    เห็นเพียงหลี่เฉิงเฟิงกระพือปีกไม้ไผ่ที่ด้านหลัง นี่เฟิงเอ๋อร์บินขึ้นไปบนฟ้าได้จริงหรือ?


    “ไอ้เด็กตัวแสบบินหนีไปเสียแล้ว?”


    หลี่ซื่อหมินหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แต่โชคดีที่หลี่เฉิงเฟิงไม่เป็นอะไร


    หากหลี่เฉิงเฟิงกระโดดลงมาจากกำแพงมังกรแล้วเอาชีวิตไม่รอด บางทีหลี่ซื่อหมินอาจเสียใจไปตลอดชีวิต


    “เย้ ข้าบินได้ ข้าบินได้แล้ว!”


    หลี่เฉิงเฟิงหัวเราะอย่างเริงร่า


    “ทุกคนดูสิ องค์ชายแปดกำลังโบยบินบนท้องฟ้า!”


    “แม่เจ้า เจ้าดูสิ มีคนกำลังบินอยู่บนฟ้า!”


    ผู้คนในพระราชวังต้าถังทั้งหมดวิ่งออกมาดูพร้อมกันด้วยความตกใจ


    ท้ายที่สุดนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเคยเห็นคนบินบนฟ้าได้


    ในความคิดของพวกเขา ผู้ที่บินได้ล้วนแล้วแต่เป็นเทพเซียน


    เป็นไปได้ไหมว่าองค์ชายแปดจะเป็นเทพเซียนกลับมาจุติ?


    หลี่ซื่อหมินลูบเคราพลางขมวดคิ้ว ขณะครุ่นนึกอยู่ในใจ


    องค์ชายแปดผู้นี้ตั้งแต่เข้ามาในวังก็ก่อเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน


    วัน ๆ ทำแต่เรื่องที่ทั้งโลกตกตะลึง ทำให้คนติดตาตรึงใจ


    เมื่อครั้นที่เขามาฟังหารือครั้งแรก เขาได้เสนอโครงการสำคัญอย่าง ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’


    ครั้งแรกที่ประลองปัญหาเชาว์กับอัครมหาเสนาบดีตู้หรูฮุ่ย เขาไขปัญหาที่รบกวนโลกมานับพันปี อีกทั้งคิดค้นสิ่งของบางอย่างเช่นไฟฟ้าและสร้างพัดลม


    ตอนนี้กระทั้งบินขึ้นไปบนฟ้าอีกด้วย?


    เขาเป็นแค่เด็กหกขวบแน่หรือ?


    นอกจากคำว่าเทพเซียน หลี่ซื่อหมินก็ไม่นึกไม่ออกแล้วว่าจะอธิบายถึงหลี่เฉิงเฟิงในแบบไหน


    “เสด็จพ่อ ลูกไม่ได้ใช้เท้าทั้งสองเดินออกจากจวนเจิ้นอ๋อง เท่านี้ก็ไม่ขัดต่อกฎแล้วใช่หรือไม่?”


    “เจ้าตัวแสบ รีบกลับวังมาหาเราเดี๋ยวนี้ เราอนุญาตให้เจ้าออกไปหรือ? หยุดบินบนฟ้าได้แล้ว ถ้าเจ้าหล่นลงมา เจ้าอาจตายได้!”


    หลี่ซื่อหมินตะโกนเร่งอยู่บนพื้น ทว่าหลี่เฉิงเฟิงมีหรือจะลงไป?


    หลี่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างซุกซนแล้วเอ่ยว่า “ไม่พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ข้าจะไปเที่ยวที่ถนนฉางอันสักพัก อย่าได้ตามหาข้า อีกหนึ่งเดือนข้าจะกลับมาใหม่!”


    “บัดซบ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”


    “ไม่เสด็จพ่อ ท่านดูแลพระองค์เองอยู่ในวังเถอะ ข้าจะออกไปเที่ยวเล่นสักเดือน แล้วข้าจะหวนกลับมาในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า!”


    หลังจากพูดจบ หลี่เฉิงเฟิงก็กระพือปีกไม้ไผ่บินไปชายแดนทางใต้ของต้าถัง


    หลี่ซื่อหมินที่อยู่วังกระทืบเท้าด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้!


    เขาทำได้เพียงเฝ้าดูหลี่เฉิงเฟิงบินออกไปจากวัง บินออกไปจากจวนเจิ้นอ๋อง และบินไปทางตอนใต้ของต้าถังอย่างหมดหนทาง


    “ฝ่าบาท องค์ชายแปดบินหนีไปแล้ว จะทำอย่างไรกันดี?”


    ตู้หรูฮุ่ยเข้ามาทูลบอกหลี่ซื่อหมินด้วยความกังวล


    หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วแน่นแล้วเอ่ยว่า “ช่างเถอะ ให้เด็กดื้อคนนั้นไปเล่นที่ถนนฉางอันเสีย ปล่อยเขาไป!”


    “เอ๋? ฝ่าบาท นี่…”


    หลี่ซื่อหมินอยากจะใจแข็ง แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “สั่งลงไป ให้หูกว๋อกงฉินฉงกับหลูกว๋อกงเฉิงเหยาจิน ไปที่ถนนฉางอันเพื่อตามหาองค์ชายแปด! ไม่เจอตัว ไม่ต้องกลับมา!”


    “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะไปแจ้งหูกว๋อกงกับหลูกว๋อกง!”


    องค์ชายแปดคนเดียวทำให้ทั้งพระราชวังยุ่งเหยิงเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า


    โดยเฉพาะหลี่ซื่อหมิน ตั้งแต่ที่หลี่เฉิงเฟิงเข้าวัง เขานอนหลับไม่สนิทมาหลายวันแล้ว


    แม้ว่าถนนฉางอันจะคึกคัก แต่ก็อันตรายด้วยเช่นกัน


    เขายังอายุแค่หกขวบ ไม่ว่าจะฉลาดเพียงไหน เขาก็ไม่สามารถต่อกรกับโจรชั่วช้าได้


    หากหลี่เฉิงเฟิงประสบเคราะห์ภัยที่ถนนฉางอัน ในเวลานั้นแม้หลี่ซื่อหมินจะเสียใจ มันก็สายเกินไปแล้ว!


    ……


    กลับมาพูดถึงหลี่เฉิงเฟิง คืนนั้นเขาบินจากจวนเจิ้นอ๋องไปยังถนนฉางอันในเมืองฉางอัน


    ในพระราชวัง หลี่ซื่อหมินส่งฉินฉงกับเฉิงเหยาจิน นำเหล่าทหารม้าออกตามหาหลี่เฉิงเฟิงที่ถนนฉางอัน


    “พรึ่บพรึ่บ…”


    หลี่เฉิงเฟิงกระพือปีกไม้ไผ่บินอยู่เหนือท้องฟ้า


    เขาหันไปมองพระอาทิตย์ตก เห็นนกอินทรีตัวใหญ่บินอยู่บนท้องฟ้า


    “ว้าว ความรู้สึกนี้มันเจ๋งจริง ๆ !”


    หลี่เฉิงเฟิงบินผ่านถนนอันพลุกพล่าน มองเห็นไฟหาปลาและโคมไฟสว่างเจิดจ้า


    เมื่อมองลงมาจากที่สูง สถานที่แห่งนี้ราวกับเมืองแดนสวรรค์ก็มิปาน


    “ว้าว ที่นี่หรือคือถนนฉางอันแห่งต้าถัง? ช่างเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก!”


    หลี่เฉิงเฟิงกำลังจะบินตรงไปที่ถนนฉางอัน แต่แล้วในเวลานี้ปีกไม้ไผ่บนหลังเขา จู่ ๆ ก็มีเสียงดังแกร๊ก ก้านไม้ไผ่หักงั้นรึ?


    “บ้าเอ้ย อย่าทำให้ข้ากลัวสิ!”


    “ตอนนี้ข้าบินอยู่ในอากาศสูงเกือบร้อยเมตร หากข้าตกลงไปแบบนี้ ข้าจะไม่จบเห่แย่เหรอ?”


    ด้วยเหตุนี้หลี่เฉิงเฟิงจึงรีบร่อนลงมาจากฟ้า ก่อนจะตกลงมาบนพื้นดิน


    เนื่องจากมันดึกแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตเห็นหลี่เฉิงเฟิงที่บินอยู่บนในอากาศ


    มิเช่นนั้นพวกเขาคงร้องตะโกนว่า ชาวสวรรค์ลงมาบนโลก ไม่ก็ท่านเทพ!


    “แกร๊ก…”


    เนื่องจากปีกไม้ไผ่หักไปหนึ่งซี่ มันจึงไม่สมดุลกัน ส่งผลให้หลี่เฉิงเฟิงล้มลง ปีกไม้ไผ่ทั้งแผงกระแทกลงกับพื้นและเสียหายทั้งหมด


    หลี่เฉิงเฟิงกลิ้งไปบนพื้น ก่อนจะปัดฝุ่นที่บั้นท้ายแล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง


    “เฮ้อ โชคดีที่ข้ารีบลงมา ไม่อย่างนั้นข้าคงตกลงมาตายแล้ว!”


    หลี่เฉิงเฟิงหยิบปีกไม้ไผ่ขึ้นมาดู ไม้ไผ่หักหลายซี่ มันพังแล้ว


    หลี่เฉิงเฟิงจึงถือโอกาสโยนมันทิ้งไปเสียเลย ข้าไม่ต้องการมันอีกแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาป่วนต้าถัง ที่คุณอ่าน