ยิ่งไปกว่านั้นหลี่เฉิงเฟิงได้ลองบินอยู่ในลานแล้ว แต่เพราะในลานไม่มีลม จึงบินได้เพียงเล็กน้อย!
ในขณะนี้หลี่เฉิงเฟิงยืนอยู่บนกำแพงมังกร กระแสลมอบอุ่นพัดผ่าน หลี่เฉิงเฟิงมั่นใจว่าการทดลองบินในครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จ!
“พรึ่บ…”
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงกระพือปีกไม้ไผ่ ก่อนจะกระโดดลงจากกำแพงมังกร
“ไม่นะ…องค์ชายแปด…”
“เฟิงเอ๋อร์…”
เหล่าขุนนางและหลี่ซื่อหมินตะโกนเรียกชื่อหลี่เฉิงเฟิงอย่างพร้อมเพรียง
พวกเขาล้วนตื่นตระหนก ด้วยไม่คาดคิดว่าหลี่เฉิงเฟิงจะกล้ากระโดดออกไปจริง ๆ
ในใจหลี่ซื่อหมินตอนนี้ รู้สึกเสียใจอย่างหาที่เปรียบมิได้
ถ้าเขารู้ว่าเฟิงเอ๋อร์จะดื้อรั้นมากเพียงนี้ เขาคงไม่กักบริเวณอีกฝ่ายไว้ตั้งแต่แรก
ตอนนี้เป็นอย่างไร เฟิงเอ๋อร์กระโดดกำแพง หากตายก็จบสิ้น เด็กคนนี้ไม่คิดจะกลัวตายเลยรึไง?
“พรึ่บ พรึ่บ…”
อย่างไรก็ตามในขณะที่หลี่เฉิงเฟิงร่วงลงพื้นต้านสายลม เขาก็กระพือปีกไม้ไผ่โผบิน
ร่างเล็ก ๆ ของเขาหันโค้งบินขึ้นไปในอากาศอย่างน่าเหลือเชื่อ
“นี่มัน?”
“ฝ่าบาทดูสิ องค์ชายแปดบินได้จริง ๆ !”
“อะไรนะ? องค์ชายแปดบินได้จริงรึ?”
“เทพลงมาจุติ องค์ชายแปดเป็นเทพลงมาจุติแน่นอน! พระองค์บินได้จริง ๆ หรือนี่?”
“ถึงแม้ทักษะการบินนี้จะใข้ปีกไม้ไผ่ช่วย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ชายแปดเป็นมนุษย์คนแรกในต้าถังที่สามารถบินไปบนฟ้าได้!”
……
ด้านล่างกำแพงมังกร ขุนนางนับไม่ถ้วนตกตะลึงอ้าปากค้าง
หลี่ซื่อหมินมีสีหน้าสับสนพลางถลึงตาโต
เห็นเพียงหลี่เฉิงเฟิงกระพือปีกไม้ไผ่ที่ด้านหลัง นี่เฟิงเอ๋อร์บินขึ้นไปบนฟ้าได้จริงหรือ?
“ไอ้เด็กตัวแสบบินหนีไปเสียแล้ว?”
หลี่ซื่อหมินหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แต่โชคดีที่หลี่เฉิงเฟิงไม่เป็นอะไร
หากหลี่เฉิงเฟิงกระโดดลงมาจากกำแพงมังกรแล้วเอาชีวิตไม่รอด บางทีหลี่ซื่อหมินอาจเสียใจไปตลอดชีวิต
“เย้ ข้าบินได้ ข้าบินได้แล้ว!”
หลี่เฉิงเฟิงหัวเราะอย่างเริงร่า
“ทุกคนดูสิ องค์ชายแปดกำลังโบยบินบนท้องฟ้า!”
“แม่เจ้า เจ้าดูสิ มีคนกำลังบินอยู่บนฟ้า!”
ผู้คนในพระราชวังต้าถังทั้งหมดวิ่งออกมาดูพร้อมกันด้วยความตกใจ
ท้ายที่สุดนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเคยเห็นคนบินบนฟ้าได้
ในความคิดของพวกเขา ผู้ที่บินได้ล้วนแล้วแต่เป็นเทพเซียน
เป็นไปได้ไหมว่าองค์ชายแปดจะเป็นเทพเซียนกลับมาจุติ?
หลี่ซื่อหมินลูบเคราพลางขมวดคิ้ว ขณะครุ่นนึกอยู่ในใจ
องค์ชายแปดผู้นี้ตั้งแต่เข้ามาในวังก็ก่อเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน
วัน ๆ ทำแต่เรื่องที่ทั้งโลกตกตะลึง ทำให้คนติดตาตรึงใจ
เมื่อครั้นที่เขามาฟังหารือครั้งแรก เขาได้เสนอโครงการสำคัญอย่าง ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’
ครั้งแรกที่ประลองปัญหาเชาว์กับอัครมหาเสนาบดีตู้หรูฮุ่ย เขาไขปัญหาที่รบกวนโลกมานับพันปี อีกทั้งคิดค้นสิ่งของบางอย่างเช่นไฟฟ้าและสร้างพัดลม
ตอนนี้กระทั้งบินขึ้นไปบนฟ้าอีกด้วย?
เขาเป็นแค่เด็กหกขวบแน่หรือ?
นอกจากคำว่าเทพเซียน หลี่ซื่อหมินก็ไม่นึกไม่ออกแล้วว่าจะอธิบายถึงหลี่เฉิงเฟิงในแบบไหน
“เสด็จพ่อ ลูกไม่ได้ใช้เท้าทั้งสองเดินออกจากจวนเจิ้นอ๋อง เท่านี้ก็ไม่ขัดต่อกฎแล้วใช่หรือไม่?”
“เจ้าตัวแสบ รีบกลับวังมาหาเราเดี๋ยวนี้ เราอนุญาตให้เจ้าออกไปหรือ? หยุดบินบนฟ้าได้แล้ว ถ้าเจ้าหล่นลงมา เจ้าอาจตายได้!”
หลี่ซื่อหมินตะโกนเร่งอยู่บนพื้น ทว่าหลี่เฉิงเฟิงมีหรือจะลงไป?
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างซุกซนแล้วเอ่ยว่า “ไม่พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ข้าจะไปเที่ยวที่ถนนฉางอันสักพัก อย่าได้ตามหาข้า อีกหนึ่งเดือนข้าจะกลับมาใหม่!”
“บัดซบ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“ไม่เสด็จพ่อ ท่านดูแลพระองค์เองอยู่ในวังเถอะ ข้าจะออกไปเที่ยวเล่นสักเดือน แล้วข้าจะหวนกลับมาในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า!”
หลังจากพูดจบ หลี่เฉิงเฟิงก็กระพือปีกไม้ไผ่บินไปชายแดนทางใต้ของต้าถัง
หลี่ซื่อหมินที่อยู่วังกระทืบเท้าด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้!
เขาทำได้เพียงเฝ้าดูหลี่เฉิงเฟิงบินออกไปจากวัง บินออกไปจากจวนเจิ้นอ๋อง และบินไปทางตอนใต้ของต้าถังอย่างหมดหนทาง
“ฝ่าบาท องค์ชายแปดบินหนีไปแล้ว จะทำอย่างไรกันดี?”
ตู้หรูฮุ่ยเข้ามาทูลบอกหลี่ซื่อหมินด้วยความกังวล
หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วแน่นแล้วเอ่ยว่า “ช่างเถอะ ให้เด็กดื้อคนนั้นไปเล่นที่ถนนฉางอันเสีย ปล่อยเขาไป!”
“เอ๋? ฝ่าบาท นี่…”
หลี่ซื่อหมินอยากจะใจแข็ง แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “สั่งลงไป ให้หูกว๋อกงฉินฉงกับหลูกว๋อกงเฉิงเหยาจิน ไปที่ถนนฉางอันเพื่อตามหาองค์ชายแปด! ไม่เจอตัว ไม่ต้องกลับมา!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะไปแจ้งหูกว๋อกงกับหลูกว๋อกง!”
องค์ชายแปดคนเดียวทำให้ทั้งพระราชวังยุ่งเหยิงเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
โดยเฉพาะหลี่ซื่อหมิน ตั้งแต่ที่หลี่เฉิงเฟิงเข้าวัง เขานอนหลับไม่สนิทมาหลายวันแล้ว
แม้ว่าถนนฉางอันจะคึกคัก แต่ก็อันตรายด้วยเช่นกัน
เขายังอายุแค่หกขวบ ไม่ว่าจะฉลาดเพียงไหน เขาก็ไม่สามารถต่อกรกับโจรชั่วช้าได้
หากหลี่เฉิงเฟิงประสบเคราะห์ภัยที่ถนนฉางอัน ในเวลานั้นแม้หลี่ซื่อหมินจะเสียใจ มันก็สายเกินไปแล้ว!
……
กลับมาพูดถึงหลี่เฉิงเฟิง คืนนั้นเขาบินจากจวนเจิ้นอ๋องไปยังถนนฉางอันในเมืองฉางอัน
ในพระราชวัง หลี่ซื่อหมินส่งฉินฉงกับเฉิงเหยาจิน นำเหล่าทหารม้าออกตามหาหลี่เฉิงเฟิงที่ถนนฉางอัน
“พรึ่บพรึ่บ…”
หลี่เฉิงเฟิงกระพือปีกไม้ไผ่บินอยู่เหนือท้องฟ้า
เขาหันไปมองพระอาทิตย์ตก เห็นนกอินทรีตัวใหญ่บินอยู่บนท้องฟ้า
“ว้าว ความรู้สึกนี้มันเจ๋งจริง ๆ !”
หลี่เฉิงเฟิงบินผ่านถนนอันพลุกพล่าน มองเห็นไฟหาปลาและโคมไฟสว่างเจิดจ้า
เมื่อมองลงมาจากที่สูง สถานที่แห่งนี้ราวกับเมืองแดนสวรรค์ก็มิปาน
“ว้าว ที่นี่หรือคือถนนฉางอันแห่งต้าถัง? ช่างเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก!”
หลี่เฉิงเฟิงกำลังจะบินตรงไปที่ถนนฉางอัน แต่แล้วในเวลานี้ปีกไม้ไผ่บนหลังเขา จู่ ๆ ก็มีเสียงดังแกร๊ก ก้านไม้ไผ่หักงั้นรึ?
“บ้าเอ้ย อย่าทำให้ข้ากลัวสิ!”
“ตอนนี้ข้าบินอยู่ในอากาศสูงเกือบร้อยเมตร หากข้าตกลงไปแบบนี้ ข้าจะไม่จบเห่แย่เหรอ?”
ด้วยเหตุนี้หลี่เฉิงเฟิงจึงรีบร่อนลงมาจากฟ้า ก่อนจะตกลงมาบนพื้นดิน
เนื่องจากมันดึกแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตเห็นหลี่เฉิงเฟิงที่บินอยู่บนในอากาศ
มิเช่นนั้นพวกเขาคงร้องตะโกนว่า ชาวสวรรค์ลงมาบนโลก ไม่ก็ท่านเทพ!
“แกร๊ก…”
เนื่องจากปีกไม้ไผ่หักไปหนึ่งซี่ มันจึงไม่สมดุลกัน ส่งผลให้หลี่เฉิงเฟิงล้มลง ปีกไม้ไผ่ทั้งแผงกระแทกลงกับพื้นและเสียหายทั้งหมด
หลี่เฉิงเฟิงกลิ้งไปบนพื้น ก่อนจะปัดฝุ่นที่บั้นท้ายแล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“เฮ้อ โชคดีที่ข้ารีบลงมา ไม่อย่างนั้นข้าคงตกลงมาตายแล้ว!”
หลี่เฉิงเฟิงหยิบปีกไม้ไผ่ขึ้นมาดู ไม้ไผ่หักหลายซี่ มันพังแล้ว
หลี่เฉิงเฟิงจึงถือโอกาสโยนมันทิ้งไปเสียเลย ข้าไม่ต้องการมันอีกแล้ว!