Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 35 บริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถ

    หลังจากที่ไตรภพได้เข้าไปในบ้านแล้วก็เจอสมาชิกภายในบ้านเหมือนเดิมอยู่บนชั้นสองทั้งสี่คนพูดจาถามสารทุกข์สุขดิบกัน จนแยกย้ายกันไปนอน

     

    กิจการร้านอาหารค่อยๆ ลงตัวทีละน้อยจากการจัดการของกานติมา มีการจองผ่านทางไลน์ ลูกค้าไม่ต้องมานั่งรอรวมถึงเริ่มติดต่อไปยังธนาคารเพื่อขอเครื่องรูดบัตรเครดิต

     

    รุ่งเช้าไตรภพออกจากบ้านแต่เช้าตรู่โดยขับรถ Toyota Vios ออกไปข้างนอกซึ่งชายหนุ่มได้บอกกับช่อผกาว่าจะออกไปทำธุระ

     

    ไตรภพไม่ได้ขับรถไปที่เชียงใหม่เองเนื่องจากพอดูระยะทางจาก Google Map แล้วต้องขับรถถึง 4 ชั่วโมงกว่าจึงตัดสินใจที่จะเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง

     

    รถไฟความเร็วสูงวิ่งด้วยความเร็ว250 Km/hเป็นนวัตกรรมทางคมนาคมที่มีมาหลายปีแล้วของประเทศไทยส่งผลให้การเดินทางข้ามจังหวัดเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีราคาถูกกว่าเครื่องบินผู้คนจึงนิยมเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงมากกว่า

     

    เพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งไตรภพได้มาถึงจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากได้สังเกตรอบข้างแล้วดูเหมือนจะเจริญยิ่งกว่าจังหวัดน่านมาก ชายหนุ่มเรียก Grab ไปยังบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถทันที

     

    เพียงระยะเวลาไม่นานจากสถานีรถไฟความเร็วสูงของจังหวัดเชียงใหม่ไตรภพได้มาถึงบริษัทหมื่นโอสถ เป็นตึกสูงตระหง่านกว่า 30 ชั้นตั้งอยู่ในพื้นทีกว่ายี่สิบไร่ใจกลางเมืองเชียงใหม่

     

    “มาติดต่อเรื่องอะไรคะ”

     

    พนักงานต้อนรับตรงเคาน์เตอร์เอ่ยถามไตรภพซึ่งวันนี้ไตรภพใส่เสื้อสบาย ๆ เสื้อคอกลม กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบแม้จะดูไม่แปลกอะไรในการแต่งตัว แต่ที่นี่คือบริษัทหมื่นโอสถ

     

    บริษัทหมื่นโอสถเป็นบริษัทขายยาสมุนไพรอันดับหนึ่งในภาคเหนือมีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่าห้าพันล้านบาทเป็นบริษัทที่ทรงอิทธิพลถึงขนาดที่ว่าทางการภาครัฐเองยังไม่กล้าจะยุ่งเกี่ยวที่จริงแล้วมีเหตุผลหลายประการ หนึ่งในนั้นคือผู้ที่สนับสนุนบริษัท

     

    ‘พลตรีมรุพล’ ผู้บังคับการกองทัพจังหวัดเชียงใหม่นายพลผู้เข้มแข็งที่สุดในบรรดานายพลทั้งเก้าของภาคเหนือว่ากันว่าเขาคือหนึ่งในผู้สนับสนุนบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถนี้จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทางบริษัทถึงมีส่วนลดให้กับกองทัพแต่ตัวเจ้าของบริษัทนั้นทุกวันนี้ยังคงเป็นปริศนาอยู่

     

    “ผมมาซื้อโสมหิมะครับ”

     

    “รบกวนขอแลกบัตรประชาชนแล้วขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น9 เลยนะคะ”

     

    พนักงานรับแลกบัตรกับไตรภพก่อนที่จะแนะนำให้ชายหนุ่มไปยังชั้น 9 ไตรภพเดินขึ้นไปในลิฟต์ สังเกตรอบข้างดูบริษัทมีความเข้มงวดมาก ทั้งการ์ดที่ยืนเฝ้าตามจุดต่าง ๆยังมีความแข็งแกร่งถึงขั้นปรับร่างกายระดับที่ 2 เป็นอย่างน้อย

     

    ติ๊ง

     

    ไตรภพเดินออกมาจากลิฟต์ทั้งชั้นเป็นโถงจัดแสดงโสมหิมะ ซึ่งมีโสมหิมะอยู่ในตู้โชว์โดยเรียงรายมากกว่าหนึ่งร้อยตู้ ทั้งแต่ละตู้ยังติดราคาเอาไว้

     

    “สวัสดีครับ ผมเป็นพนักงานขายของบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถมีอะไรให้ผมรับใช้รึเปล่าครับ”

     

    พนักงานชายรีบออกมาต้อนรับไตรภพทันทีที่ลิฟต์เปิดออกมาด้วยความเป็นมืออาชีพของมันมันจึงไม่คิดว่าจะมีใครกล้ามาล้อเล่นในบริษัทแห่งนี้แม้จะเป็นเด็กหนุ่มก็ตามที

     

    “ผมต้องการซื้อโสมหิมะครับ”

     

    “โอ้คุณลูกค้าคงซื้อไปให้คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้สูงอายุที่บ้านใช่ไหมครับ ยินดีครับผมจะค่อย ๆ แนะนำโสมหิมะแต่ละต้นเอง”

     

    พนักงานชายมองไตรภพว่าอาจจะเป็นลูกหลานคนมีฐานะที่ต้องการซื้อสมุนไพรไปบำรุงร่างกายให้กับผู้สูงอายุจึงค่อย ๆ เดินบรรยายอายุของโสมหิมะแต่ละต้น

     

    “นี่เป็นโสมที่มีอายุเริ่มต้นที่5 ปีโดยราคาจะอยู่ที่ 50,000 บาท”

     

    พนักงานชายชี้ไปยังตู้ที่มีโสมหิมะอยู่ด้านในเพียงไตรภพแผ่พุ่งพลังลมปราณไปเพื่อสัมผัส ก็รับรู้ได้ทันทีว่าโสมหิมะต้นนี้มีอายุ5 ปีจริง

     

    “โสมหิมะอายุ 10 ปี จะราคาอยู่ที่ 200,000 บาท”

     

    “โสมหิมะอายุ 50 ปี ราคาจะอยู่ที่ 1,000,000 บาท”

     

    “โสมหิมะอายุ 100 ปี ราคาจะอยู่ที่ 10,000,000 บาท”

     

    “ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายจะรับโสมหิมะอายุกี่ปีดีครับ”

     

    พนักงานบอกราคาโสมให้กับไตรภพซึ่งไตรภพรับฟังพลางตรวจสอบอายุของโสมหิมะแต่ละต้น พอฟังราคาแล้วได้แต่ถอนหายใจ

     

    “แล้วมีโสมหิมะอายุมากกว่า100 ปี รึเปล่า”

     

    การยกระดับการบ่มเพาะในลมปราณชนชั้นสีม่วงนั้นโดยปกติแล้วจะต้องใช้โสมหิมะอายุ100 ปีในการบ่มเพาะแต่ละขั้น มีความต้องการทั้งหมด 10 ต้นเพื่อทะลวงไปสู่ลมปราณชนชั้นถัดไปแต่เมื่อชายหนุ่มฝึกฝนเพลงหมัดเทพอสูรแล้ว ส่งผลให้การบ่มเพาะช้าลง 10 เท่า ทรัพยากรนี้จึงไม่เพียงพอที่จะบ่มเพาะพลัง

     

    หากจะบ่มเพาะพลังให้ก้าวสู่ระดับต่อไปไตรภพต้องสกัดยาจากโสมหิมะอายุ 100 ปีถึง 100 ต้นด้วยเหตุนี้ไตรภพจึงถามหาสมุนไพรที่มาอายุมากกว่านั่นเอง

     

    “แกมาก่อกวนหรอวะไม่มีปัญญาซื้อก็ออกไป ถามนั่นถามนี่อยู่ได้ ฉันฟังแล้วรำคาญหวะ”

     

    เสียงดังมาจากอีกด้านหนึ่งเป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบห้าปี สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าด้านหลังมีชายใส่สูทสีขาวเดินตามมาด้วยอีกหนึ่งคนคล้ายเป็นบอดี้การ์ด

     

    “สวัสดีครับคุณจิรุจ”

     

    พนักงานขายโค้งตัวให้กับผู้มาใหม่มันรู้จักจิรุจเป็นอย่างดี นายน้อยแห่งตระกูลศาสตร์แพทย์ชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ผู้ซึ่งเป็นผู้สืบทอดฉายาปรมาจารย์แพทย์ของผู้เป็นพ่อและปู่ตระกูลของมันถือเป็นตระกูลแพทย์อันดับหนึ่งแห่งภาคเหนือ

     

    “ไอหนูถ้าแกมาป่วนก็ออกไป หน้าอย่างแกจะซื้อโสมไปทำอะไรได้ ถุย”

     

    น้ำลายพ่นลงบนพรมต่อหน้าไตรภพชายหนุ่มที่มาหาเรื่องคนนี้ดูท่าทางใจร้อนชอบก่อเรื่องราวเพราะถือว่าตนเองเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่ซื้อโสมหิมะเป็นประจำ

     

    “ฉันไม่ได้มาก่อกวนฉันมาซื้อโสมหิมะ”

     

    ไตรภพตอบหน้านิ่งจ้องหน้ากับจิรุจไม่ไหวติงชายหนุ่มตรงหน้านี้ช่างไร้มารยาทเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ได้กำลังจะทำการค้าขายอยู่ละก็ไตรภพคงซัดจิรุจให้ปลิวไปแล้ว

     

    “ซื้อ ฮ่า ฮ่าเอ้า ไหน จะซื้อเท่าไหร่ ฉันจะรอดูคนกระจอกอย่างแก”

     

    จิรุจเอ่ยอย่างถากถางตัวมันเองทุกครั้งที่ซื้อโสมหิมะเพื่อนำไปปรุงยาไม่เคยต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทยอดซื้อที่สูงที่สุดซึ่งตระกูลมันเคยซื้อมีมูลค่าสูงถึงสิบล้านบาทเลยทีเดียว

     

    “คุณจิรุจครับนี่โสมอายุ 10 ปี จำนวน 5 ต้น มูลค่า 1,000,000 บาทครับ ผมได้ห่อไว้อย่างดีแล้ว”

     

    พนักงานชายอีกคนถือกล่องที่ห่อโสมหิมะจำนวนห้าต้นยื่นให้กับบอดี้การ์ดของจิรุจ เนื่องจากจิรุจได้มาสั่งโสมก่อนหน้านี้

     

    “ผมต้องการโสมหิมะอายุ100 ปี จำนวน 2 ต้น”

     

    “!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

     

    พนักงานขายจิรุจ และบอดี้การ์ดหันมามองไตรภพเมื่อกี้ชายหนุ่มถึงกับสั่งโสมหิมะที่แพงที่สุดในบริษัทแห่งนี้ถึงสองต้นต้องบอกก่อนเลยว่าแม่แต่ปู่ของมัน นาน ๆ ครั้งถึงจะซื้อโสมหิมะอายุ 100 ปี เพราะนำไปสกัดได้ยาก

     

    “ไม่มีทางลากมันออกไปเลย มันมาป่วนชัด ๆ”

     

    จิรุจคำรามออกมาพลางชี้ให้พนักงานขายลากไตรภพออกไปจากที่แห่งนี้มันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าชายหนุ่มจะสั่งโสมหิมะอายุร้อยปีจริง

     

    “ขอโทษนะครับคุณผู้ชายทางบริษัทเราไม่อาจจะพูดเล่นได้นะครับ”

     

     

    พนักงานขายแม้จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติแต่แววตามเริ่มแข็งขึ้น มันเหลือบมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณประตูเพื่อส่งสัญญาณว่ามีคนก่อกวน

     

    “ผมไม่ได้พูดล้อเล่น!”

     

    ไตรภพมองหน้าพนักงานขายด้วยความเรียบเฉยเงินในบัญชีของไตรภพตอนนี้เหลืออยู่ยี่สิบเอ็ดล้านบาทพอที่จะซื้อโสมหิมะได้เพียงสองต้นเท่านั้น

     

    ไตรภพไม่ได้พูดเปล่าขอเลขบัญชีของบริษัทโอนเงินจำนวนยี่สิบล้านออกไปทันทีเมื่อพนักงานเช็คยอดเงินแล้ว กริยาเมื่อครู่จึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

     

    “ต้องขอโทษด้วยทีระแวงสงสัยคุณผู้ชายนะครับเชิญด้านนี้ดีกว่าครับ ผมจะพาไปห้องรับรอง VIP”

     

    พนักงานก้มหัวให้ไตรภพอย่างสุภาพพลางนึกตำหนิตัวเองที่เกือบจะเสียลูกค้ารายใหญ่ไปแล้ว

     

    “อืม”

     

    ไตรภพรับคำไม่พูดอะไรมองจิรุจด้วยหางตาอย่างเหยียดหยาม เดินตามพนักงานขายไปในห้อง VIP ไม่เหลือบตามามองจิรุจอีก

     

    “หนอย แก…”

     

    จิรุจกำหมัดแน่นรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเมื่อครู่ฉีกหน้าตนเองต่อหน้าผู้คนมากมายมันเองไปไหนมาไหนมีแต่คนมาประจบสอพลอ ไม่คิดว่าจะโดนกระทำเช่นนี้

     

    “ฝากไว้ก่อนเถอะแก”

     

    จิรุจเดินออกจากชั้นเก้าไปยังลิฟต์เนื่องจากมีนัดกับผู้เป็นพ่อในการเอาโสมหิมะไปให้ปู่ของมัน ในวาระครบรอบวันเกิด 80 ปี

     

    ในห้อง VIP ไตรภพถูกรับรองอย่างดีมาก มีการเสิร์ฟชา ผลไม้รวมถึงการบริการที่น่าประทับใจทั้งห้องนี้ยังดูหรูหราตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ทุกชิ้น

     

    “เดี๋ยวก่อนครับผมนึกได้ว่าผมมีบัตรลด”

     

    ไตรภพยื่นบัตรส่วนลดที่พลตรีมนูญได้มอบให้ก่อนที่จะกลับเป็นบัตรสีเงิน ด้านหลังมีสัญลักษณ์กองทัพจังหวัดน่านส่วนด้านหน้าเป็นรูปสัญลักษณ์ของบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถ

     

    “นี่!!!”

     

    พนักงานขายรับบัตรสีเงินมาสีหน้าแตกตื่น โค้งตัวให้ไตรภพวิ่งออกจากห้องไปทันทีทิ้งให้ไตรภพงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

     

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

     

    ชายอีกคนหนึ่งทีดูมีอายุกว่าเดินเข้ามาในห้องโค้งให้กับไตรภพด้วยความสุภาพ พลางเอ่ยแนะนำตนเอง

     

    “สวัสดีครับผมเป็นผู้จัดการที่นี่ ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายมาซื้อในนามของกองทัพจังหวัดน่านใช่รึไม่ครับ”

     

    ผู้จัดการร้านเอ่ยถามทันทีบัตรนี้เป็นบัตรสีเงินที่พลตรีมรุพล ผู้บังคับการกองทัพจังหวัดเชียงใหม่มอบให้นายพลทั้ง 9 จังหวัดโดยจะสามารถใช้เป็นส่วนลด 30 %รวมถึงมีสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ มากมาย แล้วทำไมถึงมาอยู่ในมือชายหนุ่มคนนี้ได้

     

    “ผมได้บัตรนี้มาจากพลตรีมนูญครับท่านฝากให้ผมมาซื้อโสมหิมะ”

     

    ด้วยปฏิญาณไหวพริบของไตรภพจึงแสร้งสร้างเรื่องไปเพราะไม่อยากจะเปิดเผยฐานะของตนเองในกองทัพจังหวัดน่าน

     

    “เป็นแบบนี้นี่เองเดี๋ยวผมรีบจัดการให้นะครับ ส่วนเรื่องส่วนลดผมจะโอนคืนให้ในบัญชีครับ”

     

    ผู้จัดการจัดการคืนเงินให้ไตรภพ30 % พลางกำชับให้พนักงานห่อโสมหิมะร้อยปีมาให้เป็นกล่องสีทองที่ถูกแพคอย่างแน่นหนา ดูมีมูลค่าเป็นอย่างมาก

     

    “ผมมีเรื่องอยากจะสอบถามครับ”

     

    “คุณผู้ชายมีเรื่องอะไรสามารถสอบได้มาได้เลยครับ”

     

    “บริษัทมีโสมที่มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีหรือเปล่า?”

     

    ไตรภพถามคำถามไปเนื่องจากการที่จะยกระดับการบ่มเพาะนั้นหากใช้โสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีต้องใช้ถึงหนึ่งร้อยต้นเลยทีเดียว

     

    “ที่บริษัทมีโสมอายุ500 ปี อยู่ 1 ต้น ครับ มูลค่าจะอยู่ที่ 50 ล้านบาท”

     

    ไตรภพฟังราคาพร้อมกับใช้ความคิดหากบ่มเพาะด้วยโสมอายุ 500 ปีจะสามารถยกระดับการบ่มเพาะได้ทันที 2 ระดับ

     

    “ตอนนี้ผมมีเงินไม่พอเอาไว้ครั้งหน้าผมจะมาซื้อแล้วกันนะครับ”

     

    “ยินดีครับแต่ถ้าคุณผู้ชายต้องการโสมหิมะที่มีอายุสูงกว่าที่ทางบริษัทมีในเดือนหน้าจะมีการจัดการประมูลวัตถุโบราณที่จังหวัดน่านคุณผู้ชายสามารถเอาบัตรของบริษัทเข้างานได้เลยนะครับ ผมได้ยินแว่ว ๆว่ามีโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีมาประมูลด้วย”

     

    “งานประมูลหรอ ?”

     

    “ใช่ครับเป็นงานประมูลที่นาน ๆ ทีจะจัดขึ้นโดยบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถของเราได้รับสัมปทานในการจัดงานประมูลครั้งนี้จากกรมศิลปากรเพื่อระดมทุนจากการขายวัตถุโบราณ รวมถึงสมุนไพรต่าง ๆ ครับ”

     

    ไตรภพรับฟังอย่างครุ่นคิดหากมีโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีจริง เพียงแค่ 2ต้นเท่านั้นเขาก็สามารถบ่มเพาะลมปราณชนชั้นสีม่วงจนถึงระดับ 10 ได้

     

    “ดีเลยยังไงต้องขอบคุณคุณมากนะ”

     

    ไตรภพออกจากบริษัทโดยมีผู้จัดการชั้น9 ออกมาส่งชายหนุ่มนั่ง Grabไปที่สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงกลับจังหวัดน่านทันที

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องEmperor of the Immortal God ที่คุณอ่าน